The Xara Palace Relais & Chateaux
โดยทีม TopOfHotel
Xara Palace คือ โรงแรมเดียวที่ได้นอนในกำแพง Silent City Mdina ในพาลาซโซอายุ 400 ปีของอัศวินมอลตา พร้อมมื้อค่ำมิชลินคีย์ — เด่นที่บรรยากาศยุคกลางและเรื่องราวมากกว่าสิ่งอำนวยความสะดวกหรู ๆ
Xara Palace คือ โรงแรมเดียวที่ได้นอนในกำแพง Silent City Mdina ในพาลาซโซอายุ 400 ปีของอัศวินมอลตา พร้อมมื้อค่ำมิชลินคีย์ — เด่นที่บรรยากาศยุคกลางและเรื่องราวมากกว่าสิ่งอำนวยความสะดวกหรู ๆ
รีวิวเชิงลึก
ห้องพักและการตกแต่ง
ลองนึกภาพการเช็กอินเข้าโรงแรมที่ตั้งอยู่ภายในกำแพงเมืองเก่าอายุ 4,000 ปี — เมืองที่เคยเป็นเมืองหลวงของอัศวินมอลตา และเป็นโรงแรมเดียวที่ได้รับอนุญาตให้ทำธุรกิจในกำแพงนี้ นั่นแหละ The Xara Palace Relais & Chateaux ตัวอาคารคือพาลาซโซต้นศตวรรษที่ 17 ของตระกูลขุนนาง Moscati Parisio ที่ผ่านการบูรณะอย่างพิถีพิถันให้กลายเป็นบูทีคหรูเพียง 17 สวีท เปิดประตูเข้าห้องไป สิ่งที่เจอไม่ใช่เฟอร์นิเจอร์โหลของโรงแรมเชน แต่เป็นเตียงสไตล์บาโรกสลักไม้ ผ้าดามาสก์ฝรั่งเศสคลุมหัวเตียง โคมระย้าคริสตัล เตาผิงหินดั้งเดิมที่อายุพอ ๆ กับตัวตึก และภาพวาดสีน้ำมันแขวนผนังเหมือนพิพิธภัณฑ์เล็ก ๆ บางห้องมีเพดานโค้งแบบโบสถ์ บางห้องเป็นห้องดูเพล็กซ์สองชั้นพร้อมบันไดไม้เก่า ที่พิเศษสุดต้องยกให้สวีทที่หันออกฝั่ง Bastion มีบัลโคนีเล็ก ๆ มองทะลุกำแพงหินออกไปเห็นเกาะมอลตาทอดยาวเป็นพรมเขียว-เหลือง ไปจนถึงท่าเรือวัลเลตตาในระยะไกล — ตื่นเช้ามาเห็นวิวแบบนี้แล้วยังได้ยินเสียงระฆังโบสถ์ดังจากในเมือง คือบรรยากาศที่หาจากที่ไหนไม่ได้จริง ๆ รีวิวจริงหลายเสียงพูดถึงความรู้สึกแบบ "นอนในนวนิยายยุคกลาง" ซึ่งฟังดูเว่อร์แต่พอเข้าไปอยู่จริงก็เข้าใจ
อาหารและประสบการณ์มื้อค่ำ
ถ้ามีหนึ่งเหตุผลที่ทำให้คนยอมเดินทาง 30 นาทีจากวัลเลตตามาพักที่นี่ ก็คือมื้อค่ำ de Mondion ห้องอาหารระดับ 1 ดาวมิชลินและได้รับมิชลินคีย์บนรูฟท็อปของพาลาซโซ จุดเด่นที่ทำให้มื้อนี้กลายเป็นมื้อค่ำในตำนานของทริปคือ — โต๊ะตั้งอยู่บนระเบียงเปิดโล่งวิว 360 องศา มองเห็นไฟเหลืองของเมือง Mdina ใต้เท้า เกาะมอลตาทอดยาวรอบทิศ และในคืนที่อากาศใส คุณเห็นแสงไฟวัลเลตตาวิบวับอยู่ไกล ๆ เหมือนกล่องอัญมณี เมนูเป็นอาหารเมดิเตอร์เรเนียนร่วมสมัยที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นของมอลตา ปลาที่จับวันต่อวัน เนื้อแกะที่เลี้ยงในเกาะ และน้ำมันมะกอกจากต้นในสวนใกล้ ๆ tasting menu หลายคอร์สเสิร์ฟแบบใจเย็น เคล้ากับไวน์จากเกาะที่หาที่อื่นไม่ค่อยเจอ รีวิวจริงบอกตรงกันว่าเป็น "มื้อค่ำที่ดีที่สุดของทริปมอลตา" ส่วนตอนกลางวันมี Trattoria AD 1530 ในจัตุรัสเล็ก ๆ หน้าโรงแรม เสิร์ฟพาสตาและพิซซ่าหินอบในบรรยากาศสบาย ๆ และมี รูฟท็อปบาร์ ที่นั่งจิบค็อกเทลรับลมเย็นและดูพระอาทิตย์ตกหลังกำแพงหินเก่า อาหารเช้าก็ทำสดเสิร์ฟถึงโต๊ะในบรรยากาศเงียบสงบ ไม่ใช่บุฟเฟต์เร่งรีบแบบโรงแรมใหญ่ ๆ — เป็นรายละเอียดที่ทำให้รู้สึกเหมือนพักบ้านพักตากอากาศของเพื่อนผู้ดีมากกว่าโรงแรม
ทำเลในเมืองยุคกลาง
ทำเลของ Xara Palace คือเหตุผลที่ทุกคนเลือกที่นี่ — โรงแรมตั้งอยู่ใน Mdina หรือ "Silent City" เมืองหลวงเก่าของมอลตาที่ก่อตั้งโดยชาวฟินิเชียนเมื่อกว่า 4,000 ปีก่อน เคยเป็นเมืองหลวงของเกาะตั้งแต่ยุคโรมัน ยุคอาหรับ จนถึงยุคอัศวินมอลตา เมืองทั้งเมืองล้อมรอบด้วยกำแพงหินทรายสีน้ำผึ้ง ภายในเป็นตรอกหินคดเคี้ยวที่เกือบทั้งหมดเป็นเขตห้ามรถยนต์ ทำให้บรรยากาศเงียบสงบจนได้ฉายาว่า Silent City จริง ๆ จุดที่หลายคนหลงเสน่ห์ที่สุดคือยามค่ำคืน — เมื่อนักท่องเที่ยวที่มาแบบ day trip กลับออกไปหมดแล้ว เหลือเพียงผู้พักของโรงแรมเพียงไม่กี่สิบคนเดินอยู่ในเมือง ไฟส้มสาดกำแพงหินยุคกลาง เสียงระฆังจากมหาวิหาร St. Paul ดังก้องในตรอก รู้สึกเหมือนได้เช่าทั้งเมืองเก่าไว้คนเดียว เรื่องการเดินทาง โรงแรมห่างจาก สนามบินมอลตา (MLA) ราว 15 นาทีโดยรถ และห่างจาก วัลเลตตา ราว 30 นาที มีบริการรถรับ-ส่งให้สำหรับแขก ป้ายรถเมล์อยู่ที่เมือง Rabat ติด ๆ กัน เดินราว 5 นาที จาก Mdina ใช้รถเมล์เข้าวัลเลตตาได้ในราคาย่อมเยา ใครตั้งใจจะใช้ Mdina เป็นฐานพักแล้ว day-trip ไปวัลเลตตา ท่าเรือ Three Cities หรือเกาะ Gozo ทำเลนี้ลงตัวมาก
ข้อที่อยากให้รู้ก่อนจอง
พูดกันตรง ๆ เพื่อช่วยตัดสินใจ ข้อแรกคือเรื่อง ทำเลที่ไม่ใช่วัลเลตตา หลายคนเข้าใจผิดว่าโรงแรมอยู่ในเมืองหลวง แต่จริง ๆ อยู่ที่ Mdina ใจกลางเกาะห่างวัลเลตตาราว 30 นาที ใครตั้งใจจะเที่ยววัลเลตตาทุกวันต้องเผื่อเวลาเดินทางไป-กลับ และค่ารถ ถ้าเป้าหมายทริปคือเดินเล่นใน Strait Street ทุกเย็น ทำเลนี้อาจไม่ใช่ตัวเลือกแรก ข้อสองคือ Mdina เป็นเขตห้ามรถยนต์ มีเฉพาะรถของผู้พักอาศัยและรถส่งสินค้าที่เข้าได้ เวลามาถึง คุณต้องลากกระเป๋าบนถนนหินคดเคี้ยวจากจุดจอดเข้าโรงแรมพอสมควร ถ้ามีกระเป๋าใบใหญ่ควรแจ้งโรงแรมล่วงหน้าให้ช่วยจัดการ ข้อสามคือ ไม่มีสระว่ายน้ำหรือสปาเต็มรูปแบบ เพราะตัวอาคารเป็นพาลาซโซเก่าใจกลางเมืองที่มีกำแพงล้อม ใครคาดหวังรีสอร์ตหรูพร้อมสระดาดฟ้าและสปา ที่นี่ไม่ใช่ตัวเลือก จุดขายของที่นี่คือบรรยากาศและเรื่องราวล้วน ๆ และสุดท้ายเป็นพาลาซโซอายุหลายร้อยปี ห้องบางห้องจึงมีกลิ่นอายเก่าจริง ๆ บางคนรู้สึกว่าเสน่ห์ บางคนอาจชอบความโมเดิร์นมากกว่า ลองเลือกประเภทห้องจากภาพให้ตรงสไตล์ก่อนจอง
สรุปจากทีมเรา
จากที่ทีมเราอ่านรีวิวจริงรวบรวมมาหลายเสียง The Xara Palace Relais & Chateaux คือโรงแรมที่ขาย "ประสบการณ์ในประวัติศาสตร์" ได้สมบูรณ์แบบจนหาที่เทียบยาก — เป็นโรงแรมเดียวในกำแพง Silent City Mdina ตัวอาคารคือพาลาซโซศตวรรษที่ 17 ของอัศวินมอลตาของจริง บูทีค 17 สวีทตกแต่งแอนทีคแบบไม่หลอกตา และมีห้องอาหาร de Mondion ระดับ 1 ดาวมิชลินบนรูฟท็อปเป็นไฮไลต์ของทริป ถ้าภาพในหัวคุณคือการตื่นเช้ามาในห้องที่มีคานไม้และเตาผิงอายุ 400 ปี เดินออกไปเดินเล่นในเมืองยุคกลางที่นักท่องเที่ยวยังไม่มา และปิดท้ายวันด้วยมื้อค่ำใต้แสงดาวพร้อมวิว 360 องศา ที่นี่คือตัวเลือกที่จะตราตรึงใจไปอีกนาน แต่ถ้าหัวใจของทริปคือการเดินเที่ยววัลเลตตาทุกวัน หรือคุณอยากได้สระว่ายน้ำใหญ่ ๆ สปาครบ และความโมเดิร์นแบบโรงแรมใหญ่ ที่นี่อาจไม่ตอบโจทย์ โดยรวมเราให้ 9.0/10 เหมาะที่สุดสำหรับคู่รักและสายโรแมนติกที่หลงเสน่ห์เมืองเก่ายุคกลาง ผู้รักประวัติศาสตร์ และคนที่ตามล่ามื้ออาหารระดับมิชลินในบรรยากาศพิเศษ
คะแนนแยกหมวด
ประเมินโดยทีม editorial จากการตรวจสอบข้อมูลและรีวิวจริง
คำตัดสินจริงใจ — ข้อดี & ข้อที่ควรรู้ก่อนจอง
- เป็นโรงแรมเดียวที่ตั้งอยู่ภายในกำแพงเมือง Mdina (Silent City) เมืองหลวงเก่าของมอลตาอายุกว่า 4,000 ปี — ประสบการณ์นอนในเมืองยุคกลางที่หาที่อื่นไม่ได้
- ตัวอาคารเป็นพาลาซโซต้นศตวรรษที่ 17 ของตระกูลขุนนางอัศวินมอลตา Moscati Parisio บูรณะอย่างพิถีพิถัน เก็บโครงสร้างหิน เพดานโค้ง และเตาผิงดั้งเดิมไว้
- บูทีค 17 สวีท ทุกห้องตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์แอนทีคของจริง ผ้าดามาสก์ฝรั่งเศส และโคมระย้า บางห้องมีบัลโคนีหันออกหน้าผามองเห็นเกาะและท่าเรือวัลเลตตา
- ร้าน de Mondion บนรูฟท็อประดับ 1 ดาวมิชลินและได้มิชลินคีย์ — มื้อค่ำใต้แสงดาวพร้อมวิว 360 องศาที่หลายเสียงยกให้เป็นมื้อที่ดีที่สุดของทริปมอลตา
- บริการพนักงานได้รับคำชมตรงกันเรื่องความอบอุ่นเป็นกันเอง จำชื่อแขก ดูแลเหมือนพักบ้านเพื่อน บรรยากาศโรแมนติกสุดยามค่ำคืนเมื่อนักท่องเที่ยวกลับหมด
- ทำเลอยู่กลางเกาะ ห่างจากวัลเลตตาราว 30 นาทีโดยรถ — ใครตั้งใจเที่ยวเมืองหลวงเป็นหลักต้องเผื่อเวลาเดินทางไป-กลับทุกวัน
- Mdina เป็นเขตห้ามรถยนต์ (มีเฉพาะรถของผู้พักอาศัยเข้าได้) ต้องลากกระเป๋าบนถนนหินคดเคี้ยวจากจุดจอดเข้าโรงแรมพอสมควร
- เป็นพาลาซโซเก่าจึงไม่มีสระว่ายน้ำหรือสปาเต็มรูปแบบเหมือนรีสอร์ตหรูทั่วไป และห้องบางส่วนมีกลิ่นอายเก่าจริง ๆ อาจไม่ถูกใจคนที่หวังความโมเดิร์น
เหมาะกับใคร
Match Score ตามไลฟ์สไตล์การเดินทาง
สิ่งอำนวยความสะดวก
ทำเล & สถานที่ใกล้เคียง
กิจกรรมน่าทำใกล้ Valletta
ทัวร์รายวัน ตั๋วเข้าชม และกิจกรรมรอบ Valletta — จองล่วงหน้าบน Klook รับ e-ticket ในมือถือ
ดูกิจกรรมใน Vallettaลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม
เคล็ดลับจากทีมรีวิว
- จองมื้อค่ำที่ de Mondion ล่วงหน้าหลายสัปดาห์โดยเฉพาะ high season ขอโต๊ะติดราวระเบียงเพื่อรับวิวเกาะและท่าเรือวัลเลตตายามพระอาทิตย์ตกแบบเต็มตา
- เดินเล่นใน Mdina หลัง 4 โมงเย็นเมื่อนักท่องเที่ยวเริ่มกลับ คุณจะได้สัมผัสคำว่า Silent City อย่างแท้จริง — เสียงระฆังโบสถ์กับเสียงรองเท้าคุณเองเท่านั้น
- ขอห้องสวีทที่มีบัลโคนีหันออกหน้าผา (Bastion-facing) ตื่นเช้ามาเห็นเกาะมอลตาทอดยาวไปจรดทะเลคุ้มค่าจ่ายเพิ่มมาก