The Phoenicia Malta - The Leading Hotels of the World
โดยทีม TopOfHotel
The Phoenicia Malta คือ แกรนด์ดามอายุเกือบศตวรรษบนหน้าประตูวัลเลตตา พร้อมสวน 7 เอเคอร์และสระลอยฟ้าวิวอ่าว Marsamxett — เด่นที่บรรยากาศประวัติศาสตร์และทำเลที่หาที่เปรียบยากในมอลตา
The Phoenicia Malta คือ แกรนด์ดามอายุเกือบศตวรรษบนหน้าประตูวัลเลตตา พร้อมสวน 7 เอเคอร์และสระลอยฟ้าวิวอ่าว Marsamxett — เด่นที่บรรยากาศประวัติศาสตร์และทำเลที่หาที่เปรียบยากในมอลตา
รีวิวเชิงลึก
แกรนด์ดามหน้าประตูวัลเลตตา
ลองนึกภาพอาคาร Art Deco สีอ่อนสง่าตั้งอยู่บนเนินเชิงป้อมยุคอัศวินมอลตา ห่างจากประตู City Gate ของวัลเลตตาแค่ไม่กี่ก้าว — นั่นแหละคือ The Phoenicia Malta โรงแรมที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 1933 และยืนเป็นพยานความเปลี่ยนแปลงของเกาะมาเกือบศตวรรษ ที่นี่เป็นโรงแรมแห่งเดียวในมอลตาที่อยู่ในเครือ Leading Hotels of the World ซึ่งเป็นเครือโรงแรมหรูระดับโลกที่คัดสรรเฉพาะที่พักที่มีเอกลักษณ์ของท้องถิ่นจริง ๆ ก้าวข้ามประตูเข้าไปคือล็อบบี้เพดานสูงตกแต่งสไตล์ยุค 1930s ที่ผ่านการบูรณะอย่างใส่ใจ ทั้งโคมไฟทองเหลือง โซฟาหนัง พื้นหินอ่อนลายคลาสสิก และคอนเซียร์จในชุดสูทเรียบหรู ห้องพัก 136 ห้องและสวีตได้รับการรีโนเวตให้สบายตามมาตรฐาน 5 ดาวยุคใหม่ แต่ยังคงเก็บกลิ่นอายดั้งเดิมเอาไว้ — เพดานสูง เครื่องเรือนสไตล์ Art Deco บัลโคนีหันออกสวนหรืออ่าว และโทนสีอบอุ่นที่ทำให้รู้สึกเหมือนได้พักในบ้านหลังใหญ่ของยุคหนึ่งมากกว่าโรงแรมเชน ใครที่เคยอ่านประวัติศาสตร์ของวัลเลตตามาก่อน จะรู้สึกได้ทันทีว่าตึกนี้คือส่วนหนึ่งของเรื่องราวเมือง
สวน 7 เอเคอร์ และ Bastion Pool ที่ทุกคนหลงรัก
ถ้าถามว่าอะไรคือเสน่ห์ที่ทำให้ Phoenicia โดดเด่นจากโรงแรม 5 ดาวอื่นในมอลตา คำตอบแทบเป็นเสียงเดียวกันคือ สวนสาธารณะส่วนตัว 7 เอเคอร์ ที่โอบล้อมโรงแรมไว้ทั้งสามด้าน นี่คือหนึ่งในพื้นที่สีเขียวเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในใจกลางเมือง สวนถูกออกแบบตามภูมิประเทศของกำแพงป้อมเก่า มีทางเดินคดเคี้ยวลดหลั่นลงไปตามชั้นเชิงเทิน ระหว่างทางมีต้นไม้ใหญ่อายุนับสิบปี ลานน้ำพุ และมุมนั่งเงียบ ๆ ที่หลายคนใช้นั่งอ่านหนังสือยามบ่าย ต่ำลงไปสุดของสวนคือไฮไลต์ใหม่ที่รีวิวยกให้เป็นจุดเด่นที่สุด — Bastion Pool สระว่ายน้ำกลางแจ้งที่สร้างบนแนวกำแพงป้อมประวัติศาสตร์ เปิดวิวอ่าว Marsamxett Harbour ตรงไปยังเมือง Sliema ฝั่งตรงข้ามแบบพาโนรามาเต็มลูกตา ช่วงเช้าจะเห็นเรือใบทยอยออกจากท่า ตอนกลางวันได้แช่น้ำเย็น ๆ ดูทะเลสีฟ้าเข้ม ส่วนช่วงพระอาทิตย์ตกคือเวลาที่สวยที่สุด — แสงสีส้มสาดลงทั้งกำแพงป้อมโบราณและผืนน้ำพร้อมกัน หลายคนรีวิวว่าแค่ได้นั่งจิบเครื่องดื่มที่ขอบสระตอนเย็นก็คุ้มค่าทั้งทริปแล้ว นอกเหนือจากสระ ภายในโรงแรมยังมีห้องอาหารหลายระดับให้เลือก — Contessa ร้านเมดิเตอร์เรเนียนระดับลายเซ็นที่รีวิวชื่นชม, The Phoenix สำหรับมื้อหรู, ล็อบบี้บาร์บรรยากาศคลาสสิก และ Phoenicia Spa ที่ใช้ผลิตภัณฑ์เมดิเตอร์เรเนียนสำหรับทรีตเมนต์
ทำเลที่ดีที่สุดในมอลตา
โรงแรมตั้งอยู่ที่ Floriana ซึ่งเป็นเขตเล็ก ๆ ที่อยู่ติดกับวัลเลตตาแบบไม่มีรอยต่อ — เดินออกจากโรงแรมก็เจอ City Gate ประตูเมืองวัลเลตตาที่ออกแบบใหม่โดย Renzo Piano สถาปนิกอิตาเลียนชื่อก้องโลก ใช้เวลาเดินแค่ราว 3 นาทีเท่านั้น ผ่านประตูเข้าไปคือใจกลางเมืองมรดกโลก UNESCO ที่เต็มไปด้วยตรอกหินทรายสีน้ำผึ้ง โบสถ์บาโรกทุกหัวมุม และมุมมองอ่าวที่สวยสะดุดตา มหาวิหารเซนต์จอห์น, พระราชวังแกรนด์มาสเตอร์, Upper Barrakka Gardens และจุดถ่ายรูปยอดฮิตเดินถึงได้ทั้งหมด ฝั่งหน้าโรงแรมยังมี สถานีรถบัสกลาง (Valletta Bus Terminus) ที่เป็นจุดออกเดินทางไปทุกเมืองของเกาะมอลตา ไม่ว่าจะเป็น Mdina เมืองโบราณกลางเกาะ, หมู่บ้านชาวประมง Marsaxlokk, หรือท่าเรือฝั่งเหนือไป Gozo — สะดวกแบบไม่ต้องเช่ารถเอง สำหรับการเดินทางจากสนามบิน Malta International Airport (MLA) ใช้เวลาแค่ราว 15–20 นาทีโดยแท็กซี่หรือรถ shuttle จัดง่าย ๆ ก่อนเข้าพัก สรุปคือถ้าคุณวางแผนเที่ยวมอลตาทั้งเกาะจากฐานเดียวโดยใช้บัสและการเดิน ทำเลนี้ตอบโจทย์แบบเต็มสิบ
ข้อที่อยากให้รู้ก่อนจอง
พูดกันตรง ๆ เพื่อช่วยตัดสินใจ — สิ่งแรกที่รีวิวมักพูดถึงคือ ราคา ห้องที่ Phoenicia อยู่ในระดับสูงกว่าค่าเฉลี่ยของโรงแรม 5 ดาวในมอลตาพอสมควร โดยเฉพาะช่วง high season หน้าร้อน วันหยุดยาว และช่วงงานเทศกาล ใครที่งบจำกัดอาจรู้สึกตึงมือ แต่หลายรีวิวก็บอกว่าได้สวน Bastion Pool และทำเลคุ้มค่าราคาที่จ่าย ข้อสองคือเรื่องของ ห้องพักสไตล์คลาสสิค เพราะเป็นอาคารประวัติศาสตร์ ห้องบางห้องโดยเฉพาะในประเภทมาตรฐานอาจดูเก่าและเล็กกว่าโรงแรมแบรนด์ใหม่ในระดับเดียวกัน สายชอบดีไซน์มินิมอลโมเดิร์นแบบลายเส้นสะอาดอาจไม่ใช่แนวเท่าไหร่ แนะนำให้เลือกห้องที่ผ่านการบูรณะใหม่หรือสวีตที่หันออกอ่าวเพื่อประสบการณ์ที่คุ้มที่สุด ข้อสามคือเรื่อง การเดินทาง มอลตาไม่มีรถไฟใต้ดิน จากสนามบินต้องใช้แท็กซี่หรือบัส ซึ่งช่วงรถติด high season อาจใช้เวลานานกว่าที่คิด และห้องบางห้องที่หันออกถนนใหญ่ฝั่ง Floriana ช่วงเย็นที่นักท่องเที่ยวคึกคักอาจได้ยินเสียงรถบ้าง ถ้าหลับยากแนะนำให้ขอห้องฝั่งสวนหรือฝั่งอ่าวเอาไว้
สรุปจากทีมเรา
จากที่ทีมเรานั่งไล่อ่านรีวิวจริงและประวัติของโรงแรมหลายแหล่ง The Phoenicia Malta คือโรงแรมที่ขาย "ประวัติศาสตร์ + ทำเล + สวน + Bastion Pool" ได้อย่างยากจะหาที่เปรียบในมอลตา ถ้าภาพทริปในหัวคุณคือตื่นเช้ามาเดินเล่นในสวน 7 เอเคอร์ระหว่างกำแพงป้อมโบราณ จิบกาแฟริมสระลอยฟ้าวิวอ่าว Marsamxett เดินสามนาทีก็ทะลุเข้าวัลเลตตาเมืองมรดกโลก แล้วกลับมานั่งบนล็อบบี้ Art Deco เก่าแก่ที่ผ่านสายตาแขกบ้านแขกเมืองมาเกือบศตวรรษ ที่นี่คือตัวเลือกที่ลงตัวสุด ๆ แต่ถ้าคุณคาดหวังห้องสไตล์โมเดิร์นมินิมอลลายเส้นสะอาด หรืออยากได้ราคาแบบสบายกระเป๋ามากกว่า ตัวเลือกอื่นในมอลตาน่าจะเหมาะกว่า โดยรวมเราให้ 8.8/10 เหมาะที่สุดสำหรับคู่รัก สายชอบประวัติศาสตร์ และนักเดินทางที่ให้ค่ากับเรื่องราวและบริการระดับ Leading Hotels of the World มากกว่าความใหม่ของอาคาร
คะแนนแยกหมวด
ประเมินโดยทีม editorial จากการตรวจสอบข้อมูลและรีวิวจริง
คำตัดสินจริงใจ — ข้อดี & ข้อที่ควรรู้ก่อนจอง
- อยู่บนทำเลที่หาที่เปรียบยากในมอลตา — ติดประตูเมืองวัลเลตตา เดินถึง City Gate และสถานีรถบัสกลางแค่ราว 3 นาที จะเข้าเมืองเก่าหรือออกเที่ยวเมืองอื่นก็สะดวกหมด
- สวนหินเชิงป้อมขนาด 7 เอเคอร์ที่โอบล้อมโรงแรม เป็นพื้นที่สีเขียวเอกชนที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในใจกลางเมือง เดินเล่นได้เรื่อย ๆ แบบไม่เจอเสียงรถ
- Bastion Pool สระลอยฟ้าใหม่บนกำแพงป้อมประวัติศาสตร์ เปิดวิวอ่าว Marsamxett Harbour กับเมือง Sliema ฝั่งตรงข้ามแบบพาโนรามา รีวิวยกให้เป็นจุดเด่นที่สุดของโรงแรม
- อาคาร Art Deco ปี 1933 ที่ยังคงเสน่ห์ดั้งเดิมไว้ครบ พร้อมห้องอาหารหลายระดับ — Contessa เมดิเตอร์เรเนียนชื่อดัง, The Phoenix สำหรับมื้อหรู, สปา และล็อบบี้บาร์ที่อบอวลกลิ่นยุคหนึ่ง
- บริการพนักงานได้รับคำชมตรงกันบ่อยว่าอบอุ่น มีไหวพริบ และดูแลแขกแบบที่หาได้ยากในยุคนี้ สมกับการเป็น Leading Hotels of the World แห่งเดียวในประเทศ
- ราคาห้องอยู่ในช่วงสูงกว่าค่าเฉลี่ยของโรงแรม 5 ดาวในมอลตาพอสมควร โดยเฉพาะช่วงไฮซีซั่นและวันหยุดยาว ใครงบจำกัดอาจรู้สึกตึงมือ
- เนื่องจากเป็นอาคารประวัติศาสตร์ ห้องสไตล์คลาสสิคบางห้องอาจดูเก่าและเล็กกว่าโรงแรมใหม่ในระดับเดียวกัน สายชอบดีไซน์มินิมอลโมเดิร์นอาจไม่ใช่แนว
- การเดินทางจากสนามบินไม่มีรถไฟ — ต้องใช้แท็กซี่หรือรถบัส และช่วงเย็นรอบ Floriana–City Gate มีนักท่องเที่ยวคึกคัก ห้องที่หันออกถนนใหญ่อาจได้ยินเสียงรถบ้าง
เหมาะกับใคร
Match Score ตามไลฟ์สไตล์การเดินทาง
สิ่งอำนวยความสะดวก
ทำเล & สถานที่ใกล้เคียง
กิจกรรมน่าทำใกล้ Valletta
ทัวร์รายวัน ตั๋วเข้าชม และกิจกรรมรอบ Valletta — จองล่วงหน้าบน Klook รับ e-ticket ในมือถือ
ดูกิจกรรมใน Vallettaลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม
เคล็ดลับจากทีมรีวิว
- ขอห้องฝั่งหันออกอ่าว Marsamxett — ตื่นเช้ามาเห็นเรือใบและเมือง Sliema ฝั่งตรงข้าม กับวิวอาทิตย์ตกที่สวยจัด ๆ ในช่วงเย็น
- ขึ้นไป Bastion Pool ช่วงสาย ๆ ก่อนแขกอื่นขึ้นมา ได้เก้าอี้วิวดีและถ่ายรูปได้สวยที่สุด ส่วนช่วงเย็นเหมาะกับการนั่งจิบเครื่องดื่มชมพระอาทิตย์ตก
- ใช้สถานีรถบัสกลางหน้า City Gate เป็นจุดออกเดินทางไป Mdina, Marsaxlokk หรือท่าเรือไป Gozo — เดินจากโรงแรมแค่ 3 นาทีก็ขึ้นรถได้สบาย