Rosselli AX Privilege
โดยทีม TopOfHotel
Rosselli AX Privilege คือ การได้นอนในพาลาซโซมอลตาแท้ ๆ อายุ 400 ปี ที่มีร้านมิชลินอยู่ชั้นล่างและสระดาดฟ้าวิวโดมเหนือหลังคาเมืองเก่า — เด่นที่ความเป็นบ้านจริงมากกว่าโรงแรมเชน
Rosselli AX Privilege คือ การได้นอนในพาลาซโซมอลตาแท้ ๆ อายุ 400 ปี ที่มีร้านมิชลินอยู่ชั้นล่างและสระดาดฟ้าวิวโดมเหนือหลังคาเมืองเก่า — เด่นที่ความเป็นบ้านจริงมากกว่าโรงแรมเชน
รีวิวเชิงลึก
ห้องพักและการตกแต่ง
ลองจินตนาการตึกหินปูนมอลตาสีน้ำตาลอ่อนอายุกว่า 400 ปี ที่เคยเป็นบ้านขุนนางตระกูล Rosselli ในยุคที่ Knights of St. John ยังปกครองเกาะ — แล้วถูกตระกูล AX Hotels นำมาบูรณะอย่างพิถีพิถันจนเปิดเป็นโรงแรมในปี 2018 นั่นแหละคือเสน่ห์ของ Rosselli AX Privilege ห้องพักทั้ง 25 ห้องและสวีตวางคอนเซ็ปต์เก็บโครงพาลาซโซดั้งเดิมไว้ครบ — เพดานโค้งสูงโล่ง ผนังหินปูนสีอบอุ่น พื้นกระเบื้องลายดอกไม้แบบมอลตาแท้ และบัลโคนีไม้สีเขียวมรกตที่ยื่นออกจากผนังตึกสไตล์ที่เห็นได้แค่ในวัลเลตตา ดีไซน์ภายในเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์โทนครีม-เบจอบอุ่น ผ้าม่านลินินหนาพอตัดเสียงและแสง เตียงนุ่มหนา ๆ พร้อมหมอนหลายแบบให้เลือกแบบโรงแรมลักชัวรี ห้องน้ำหินอ่อนสีอ่อนพร้อมฝักบัวฝนและของใช้แบรนด์เมดิเตอร์เรเนียน หลายห้องเปิดประตูสู่บัลโคนีเล็ก ๆ ที่มองออกไปเห็นชีวิตจริงของถนน Merchants ในตอนเช้า ส่วนห้องที่หันเข้าคอร์ตยาร์ดด้านในจะเงียบสงัดเป็นพิเศษ บางห้องยังมีเตาผิงเดิมของพาลาซโซให้เห็นด้วย — รายละเอียดแบบนี้แหละที่ทำให้รู้สึกว่าได้นอนในบ้านจริง ไม่ใช่ห้องโรงแรมเชนทั่วไป
อาหารและสิ่งอำนวยความสะดวก
หัวใจของโรงแรมนี้อยู่ที่ห้องอาหาร Under Grain ระดับหนึ่งดาวมิชลิน ตั้งอยู่ในชั้นใต้ดินที่เคยเป็นโกดังเก็บเมล็ดพืชของพาลาซโซในสมัยก่อน เพดานหินโค้งต่ำ ๆ กับแสงเทียนอุ่น ๆ ทำให้บรรยากาศคล้ายห้องลับโรแมนติกเป็นพิเศษ เมนูเป็น tasting menu เมดิเตอร์เรเนียนร่วมสมัยที่ใช้วัตถุดิบมอลตาท้องถิ่นเป็นหลัก รีวิวจำนวนมากชมว่าจานเซอร์ไพรส์และเล่ากับเชฟแบบใกล้ชิดได้ตลอดมื้อ ขึ้นไปอีกชั้นคือคาเฟ่และเลานจ์เล็ก ๆ ที่เสิร์ฟอาหารเช้าแบบ a la carte ในโทนยุโรปใต้ ไข่ทำสด แฮม-ชีสมอลตา ขนมอบสดและกาแฟดี ๆ — ไม่ใช่บุฟเฟต์อลังการแต่คุณภาพต่อจานสูง จุดเด่นสุดอีกอันคือ สระดาดฟ้า ชั้นบนสุดที่แม้จะเล็กกะทัดรัด แต่วิวเห็นโดมของ St. Paul's Pro-Cathedral ตั้งเด่นเหนือหลังคาหินเมืองเก่า พร้อมเลานจ์ให้นั่งจิบไวน์มอลตาหรือ Aperol Spritz มองพระอาทิตย์ตกได้แบบเอ็กซ์คลูซีฟเพราะแขกแค่ 25 ห้อง ขึ้นไปทีไรแทบจะมีพื้นที่เป็นของเราเอง ในตัวโรงแรมไม่มีฟิตเนสใหญ่หรือสปาเต็มรูปแบบ แต่มีบริการคอนเซียร์จที่จัดทรีตเมนต์ส่งถึงห้องและแนะนำสปาดี ๆ ในเมืองเก่าให้แทน
ทำเลและการเดินทาง
ทำเลคือไพ่เด็ดที่สุดของที่นี่จริง ๆ โรงแรมตั้งอยู่บน Merchants Street ซึ่งเป็นถนนค้าขายสายหลักของวัลเลตตามาตั้งแต่ยุค Knights of St. John เปิดประตูออกจากล็อบบี้ก็ก้าวเข้าสู่ใจกลางเมืองเก่าที่ยูเนสโกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกได้ทันที เดินไม่ถึง 3 นาทีก็ถึงมหาวิหาร St. John's Co-Cathedral ที่ภายในมีภาพ Caravaggio ขนาดมหึมาให้ชม เดินอีกราว 5 นาทีถึง Grand Master's Palace และ 7 นาทีก็ถึง Upper Barrakka Gardens สวนระเบียงสูงที่มองลงไปเห็น Grand Harbour และเมือง Three Cities ฝั่งตรงข้ามแบบโปสการ์ด วัลเลตตาเป็นเมืองเล็ก ๆ ที่กำแพงเมืองรอบเดียวเดินครบใน 1 วัน — พักที่นี่เท่ากับอยู่จุดศูนย์กลางของทุกอย่างพอดี ส่วนการเดินทางออกนอกเมือง ป้ายรถบัส Valletta Terminus ที่เป็นฮับเชื่อมไปทั่วเกาะมอลตา เดินจากโรงแรมราว 7 นาที จากที่นี่ไปเมือง Sliema นั่งเรือเฟอร์รี่จาก Valletta Waterfront ราว 10 นาที ส่วนสนามบินมอลตา (MLA) นั่งรถราว 25 นาทีก็ถึง สรุปง่าย ๆ คืออยากตื่นมาเดินซึมซับเมืองเก่ามรดกโลกแบบไม่ต้องนั่งรถเลย ที่นี่ตอบโจทย์เต็มสิบ
ข้อที่อยากให้รู้ก่อนจอง
พูดกันตรง ๆ เพื่อช่วยตัดสินใจ — เสียงติงที่เจอบ่อยที่สุดคือเรื่องความเล็กของโรงแรมเอง แม้บูทีก 25 ห้องจะเสน่ห์ที่ทำให้บริการอบอุ่นและเป็นส่วนตัว แต่ก็แลกมาด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำกัด ไม่มีฟิตเนสจริงจัง ไม่มีสปาเต็มรูปแบบ และร้านอาหารในตัวโรงแรมก็มีไม่กี่จุด ใครชอบความครบครันแบบโรงแรมเชนใหญ่อาจรู้สึกขาดบางอย่าง ข้อที่สองคือสระดาดฟ้าที่แม้วิวจะสวยมาก แต่ขนาดค่อนข้างเล็กและตื้น เน้นแช่ตัวมากกว่าว่ายออกกำลังจริง ๆ และใช้งานสบายเฉพาะช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิถึงต้นฤดูใบไม้ร่วงเท่านั้น หน้าหนาวมอลตาที่อากาศเย็นและมีลมแรง สระจะปิดให้บริการหรือลงไม่ไหว ใครวางแผนมาช่วงเดือนพฤศจิกายน–มีนาคมควรเข้าใจตรงนี้ก่อน ข้อสุดท้ายคือเรื่องเสียง — ห้องที่หันออกถนน Merchants ในตอนกลางวันมีนักท่องเที่ยวเดินพลุกพล่านและอาจมีเสียงรถส่งของบ้าง ถ้าคุณหลับยาก แนะนำให้ขอห้องที่หันเข้าคอร์ตยาร์ดด้านในหรือชั้นบน ๆ ซึ่งเงียบสงบกว่ามาก และอย่าลืมว่าถนนในเมืองเก่าวัลเลตตาเป็นทางลาดและบันไดหิน — ใครเดินทางลำบากหรือพาสัมภาระหนัก ๆ ควรแจ้งโรงแรมล่วงหน้าให้เตรียมรับ-ส่งช่วยให้
สรุปจากทีมเรา
จากที่ทีมเรานั่งไล่อ่านรีวิวจริงมาหลายร้อยเสียง Rosselli AX Privilege คือบูทีกโฮเทลที่ขายความเป็นบ้านพาลาซโซมอลตาแท้ ๆ อายุ 400 ปี ใจกลางเมืองเก่ามรดกโลก บริการสไตล์ส่วนตัวที่จดจำชื่อแขก ห้องอาหารหนึ่งดาวมิชลินในตึก และสระดาดฟ้าวิวโดมเหนือหลังคาหินเมืองเก่าได้อย่างเต็มภาคภูมิ ถ้าภาพทริปในหัวคุณคือเดินซึมซับเมืองเก่าทั้งวัน กลับมาดินเนอร์ที่ Under Grain แล้วปิดท้ายด้วยไวน์บนดาดฟ้าวิวพระอาทิตย์ตกหลังโดม ที่นี่คือตัวเลือกที่ลงตัวสุด ๆ แต่ถ้าคุณคาดหวังโรงแรมขนาดใหญ่ที่มีฟิตเนส สปา และร้านอาหารหลายร้านครบในตัว ความเป็นบูทีก 25 ห้องของที่นี่อาจตอบไม่ครบ โดยรวมเราให้ 8.9/10 เหมาะที่สุดสำหรับคู่รักและสายลักชูรีที่ให้ค่ากับประสบการณ์บูทีกแท้และทำเลใจกลางเมืองเก่า มากกว่าความครบครันของสิ่งอำนวยความสะดวก
คะแนนแยกหมวด
ประเมินโดยทีม editorial จากการตรวจสอบข้อมูลและรีวิวจริง
คำตัดสินจริงใจ — ข้อดี & ข้อที่ควรรู้ก่อนจอง
- ทำเลใจกลาง Merchants Street ในเมืองเก่าวัลเลตตา เดินถึงมหาวิหาร St. John's Co-Cathedral, Grand Master's Palace และ Upper Barrakka Gardens ได้สบายภายใน 5–10 นาที
- อาคารพาลาซโซศตวรรษที่ 17 บูรณะอย่างพิถีพิถัน รักษาผนังหินปูน เพดานโค้งสูง และบัลโคนีไม้สีเขียวมรกตแบบฉบับมอลตาไว้ครบ — รีวิวชมว่า "เหมือนนอนในพิพิธภัณฑ์ที่อยู่จริงได้"
- ห้องอาหาร Under Grain ระดับหนึ่งดาวมิชลินอยู่ชั้นใต้ดินของตึก เสิร์ฟ tasting menu เมดิเตอร์เรเนียนร่วมสมัยในห้องหินโค้งที่บรรยากาศพิเศษมาก
- บริการสไตล์ส่วนตัวตามฉบับ AX Hotels — พนักงานน้อยแต่ดูแลแขกทั่วถึง รีวิวจำนวนมากชมว่าจำชื่อ จำของชอบ และช่วยจัดทริปนอกเมืองให้แบบเป็นกันเอง
- สระว่ายน้ำดาดฟ้าวิวโดมของ St. Paul's Pro-Cathedral พร้อมเลานจ์ให้นั่งจิบไวน์ดูพระอาทิตย์ตกเหนือหลังคาหินเมืองเก่าได้แบบเอ็กซ์คลูซีฟ
- เป็นบูทีก 25 ห้อง ไม่มีฟิตเนสจริงจัง สปาเต็มรูปแบบ หรือร้านอาหารหลากหลายแบบโรงแรมเชน ใครชอบสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันอาจรู้สึกขาด
- สระดาดฟ้าค่อนข้างเล็กและตื้น เน้นแช่ตัวมากกว่าว่ายจริง และใช้งานได้สบายเฉพาะช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิถึงต้นฤดูใบไม้ร่วงเท่านั้น หน้าหนาวมอลตาจะหนาวเกินลง
- บางห้องอยู่ติดถนน Merchants ที่กลางวันมีนักท่องเที่ยวเดินพลุกพล่าน อาจได้ยินเสียงจอแจช่วงเย็น คนหลับยากควรขอห้องในตัวตึกที่หันเข้าคอร์ตยาร์ดด้านใน
เหมาะกับใคร
Match Score ตามไลฟ์สไตล์การเดินทาง
สิ่งอำนวยความสะดวก
ทำเล & สถานที่ใกล้เคียง
กิจกรรมน่าทำใกล้ Valletta
ทัวร์รายวัน ตั๋วเข้าชม และกิจกรรมรอบ Valletta — จองล่วงหน้าบน Klook รับ e-ticket ในมือถือ
ดูกิจกรรมใน Vallettaลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม
เคล็ดลับจากทีมรีวิว
- จองห้องอาหาร Under Grain ล่วงหน้าหลายสัปดาห์ โดยเฉพาะคืนวันศุกร์–เสาร์ที่นั่งเต็มเร็วมาก แม้พักโรงแรมก็ไม่การันตีโต๊ะ
- ขอห้อง Junior Suite หรือ Privilege Suite ที่หันเข้าคอร์ตยาร์ดด้านใน — เงียบกว่าฝั่งถนน Merchants ที่เสียงนักท่องเที่ยวดังช่วงกลางวัน
- ขึ้นไปสระดาดฟ้าช่วงพระอาทิตย์ตก (ราว 18:30–19:30 น.) แสงสีส้มกระทบโดมและหลังคาหินเมืองเก่าสวยที่สุดของวัน เหมาะถ่ายรูปและจิบไวน์