Wedgewood Hotel & Spa
โดยทีม TopOfHotel
Wedgewood คือ โรงแรมบูทีกที่อบอุ่นเหมือนคฤหาสน์ของเพื่อนผู้ดีเก่า — เจ้าของครอบครัวเดียวคุมเองมา 40 ปี ทุกห้องมีระเบียง เต็มไปด้วยของแอนทีกและดอกไม้สด เด่นที่เสน่ห์ความเป็นส่วนตัวและบริการที่จำหน้าจำชื่อแขก มากกว่าความโมเดิร์นล้ำสมัย
Wedgewood คือ โรงแรมบูทีกที่อบอุ่นเหมือนคฤหาสน์ของเพื่อนผู้ดีเก่า — เจ้าของครอบครัวเดียวคุมเองมา 40 ปี ทุกห้องมีระเบียง เต็มไปด้วยของแอนทีกและดอกไม้สด เด่นที่เสน่ห์ความเป็นส่วนตัวและบริการที่จำหน้าจำชื่อแขก มากกว่าความโมเดิร์นล้ำสมัย
รีวิวเชิงลึก
ห้องพักและการตกแต่ง
เปิดประตูเข้า Wedgewood แล้วคุณจะรู้สึกได้ทันทีว่าที่นี่ไม่เหมือนโรงแรมเชนใหญ่ ๆ — มันให้อารมณ์เหมือนเดินเข้าคฤหาสน์ส่วนตัวของผู้ดีเก่าชาวยุโรปมากกว่า ล็อบบี้เล็กอบอุ่นต้อนรับด้วยเฟอร์นิเจอร์แอนทีกของแท้ งานศิลปะต้นฉบับที่เจ้าของสะสมเอง และแจกันดอกไม้สดช่อใหญ่ที่เปลี่ยนใหม่ทุกวันจนกลิ่นหอมอบอวลไปทั้งโถง ห้องพักราว 89 ห้องและสวีตตกแต่งสไตล์คลาสสิกที่อบอุ่น โทนสีเข้มหรู ผ้าม่านและหัวเตียงลายดอกแบบยุโรป เฟอร์นิเจอร์ไม้ชิ้นงาม และของตกแต่งที่ดูเหมือนคัดมาทีละชิ้นไม่ใช่ซื้อยกเซ็ต จุดที่ทำให้คนหลงรักที่สุดคือทุกห้องมีระเบียงส่วนตัว ซึ่งโรงแรมภูมิใจว่าเป็นแห่งเดียวในเมืองที่ทำได้ครบทุกห้อง ตื่นเช้ามาเปิดประตูออกไปรับลมมองความเคลื่อนไหวของจัตุรัส Robson เบื้องล่างได้เลย หลายรีวิวชมตรงกันว่าห้องกว้างกว่าที่คาดสำหรับโรงแรมใจกลางเมือง เตียงนุ่มสบายจนหลับลึก และทุกอย่างสะอาดเนี้ยบราวกับบ้านที่มีคนดูแลใส่ใจจริง ๆ
ประวัติและเสน่ห์ของตึก
เรื่องราวเบื้องหลัง Wedgewood ทำให้ที่นี่มีจิตวิญญาณต่างจากโรงแรมทั่วไป ผู้ก่อตั้งคือคุณ Eleni Skalbania สุภาพสตรีเชื้อสายกรีกที่เกิดบนเกาะซานโตรินี เติบโตในเอเธนส์ แล้วย้ายมาแคนาดาในยุค 1950s หลังจากบริหารโรงแรมให้คนอื่นมาหลายแห่งจนประสบความสำเร็จ เธอก็อยากมีโรงแรมบูทีกหรูเป็นของตัวเองสักแห่ง และในปี 1984 ก็ได้พบทำเลในฝัน — อาคาร Mayfair Apartment Hotel เดิมบนถนน Hornby ที่เคยเป็นที่พักของผู้พิพากษาและทนายความที่เดินทางมาว่าความที่ศาลยุติธรรมฝั่งตรงข้าม เธอเปลี่ยนมันให้กลายเป็นโรงแรมที่ใส่รสนิยมส่วนตัวลงไปทุกซอกมุม ตั้งแต่โคมไฟที่หิ้วข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากเวนิสเอง ไปจนถึงของสะสมและภาพเขียนที่เลือกเอง ที่พิเศษคือครอบครัวของเธอยังคงเป็นเจ้าของและดูแลโรงแรมเองมาตลอด 40 ปี ไม่ได้ขายให้เชนใหญ่ที่ไหน ทำให้ทุกอย่างยังคงความเป็นบูทีกที่มีหัวใจ และเป็นโรงแรมแห่งเดียวในแวนคูเวอร์ที่ได้เป็นสมาชิกเครือ Relais & Châteaux อันทรงเกียรติ
ทำเลและร้านอาหาร
ทำเลของ Wedgewood เรียกว่าใจกลางเมืองแบบเดินไปไหนก็ถึง โรงแรมตั้งอยู่บนถนน Hornby ตรงข้ามจัตุรัส Robson Square พอดี ซึ่งเป็นจัตุรัสกลางเมืองที่มีหอศิลป์แวนคูเวอร์ตั้งเด่นอยู่ติดกัน เดินออกจากล็อบบี้ไม่กี่ก้าวก็ถึงถนน Robson Street ถนนช้อปปิ้งสายหลักที่เต็มไปด้วยร้านค้า คาเฟ่ และร้านอาหารให้เดินเล่นได้ทั้งวัน อยากไปไกลขึ้นก็มีสถานีรถไฟฟ้า Vancouver City Centre สาย Canada Line ห่างเดินราว 5 นาที ที่พาคุณไปสนามบินหรือย่านอื่นได้สบาย ส่วนย่านท่าเรือ Coal Harbour และสวน Stanley Park ก็อยู่ในระยะที่เดินเล่นไปได้ หัวใจด้านอาหารของที่นี่คือ Bacchus Restaurant & Lounge ชั้นล่าง ห้องอาหารตกแต่งสไตล์เวนิสด้วยโคมไฟนำเข้าจริงจากเวนิส ผนังประดับงานศิลปะ บรรยากาศหรูหราอบอุ่น ติดรายชื่อในคู่มือมิชลิน เสิร์ฟอาหารยุโรปฝีมือดี อาหารเช้า บรันช์ และ afternoon tea ที่คนแวนคูเวอร์ยกให้เป็นหนึ่งในที่ดีที่สุดของเมือง ยามค่ำมีเปียโนสดบรรเลงในเลานจ์ให้จิบไวน์หรือค็อกเทลแบบคลาสสิก เป็นมุมที่หลายคนหลงรักจนแวะมาแม้ไม่ได้พัก
ข้อที่อยากให้รู้ก่อนจอง
พูดกันตรง ๆ เพื่อช่วยตัดสินใจ — เรื่องแรกคือสไตล์การตกแต่ง Wedgewood เป็นโรงแรมคลาสสิกที่เน้นเฟอร์นิเจอร์แอนทีก ผ้าลายดอก และของสะสมแบบยุโรปเก่า ซึ่งเป็นเสน่ห์ของที่นี่ก็จริง แต่ถ้าคุณเป็นสายที่ชอบโรงแรมโมเดิร์นมินิมอลเส้นสายเฉียบ ๆ อาจรู้สึกว่าบรรยากาศดูคลาสสิกหรือเก่าไปนิดสำหรับรสนิยมตัวเอง ลองดูรูปห้องให้ชัดก่อนจองจะช่วยได้มาก เรื่องที่สองคือเรื่องวิว แม้ทุกห้องจะมีระเบียงส่วนตัวซึ่งเป็นจุดขาย แต่ตัวโรงแรมเป็นตึกในเมืองที่ขนาบด้วยอาคารอื่น ห้องชั้นต่ำหรือบางทิศระเบียงจึงมองออกไปเห็นแค่ตึกฝั่งตรงข้ามมากกว่าวิวเปิดโล่งสวยงาม ถ้าอยากได้วิวดีควรขอห้องชั้นสูงที่หันออกจัตุรัส Robson ไว้ก่อน เรื่องสุดท้ายคือด้วยความเป็นบูทีกขนาดเล็ก สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางอย่างฟิตเนสจึงเล็กกะทัดรัด และไม่มีสระว่ายน้ำใหญ่แบบโรงแรมเชน ใครที่วางแผนจะใช้สระหรือฟิตเนสจริงจังอาจต้องทำใจส่วนนี้ แลกกับเสน่ห์ความเป็นส่วนตัวและบริการที่ใส่ใจกว่า
สรุปจากทีมเรา
จากที่ทีมเรานั่งไล่อ่านรีวิวจริงมาหลายร้อยเสียง Wedgewood Hotel & Spa คือโรงแรมที่ขายเสน่ห์ความเป็นบูทีกที่มีหัวใจ — เจ้าของครอบครัวเดียวที่ดูแลเองมา 40 ปี ทุกห้องมีระเบียง การตกแต่งด้วยของแอนทีกและดอกไม้สด และบริการที่อบอุ่นจำหน้าจำชื่อแขกจนเป็นที่ชื่นชมเป็นเอกฉันท์ ถ้าภาพทริปในหัวคุณคือการพักโรงแรมเล็กหรูที่รู้สึกเหมือนได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ตื่นมาจิบกาแฟบนระเบียงส่วนตัว เดินช้อปปิ้งบนถนน Robson แล้วกลับมาทานมื้อค่ำที่ Bacchus พร้อมเสียงเปียโน ที่นี่ตอบโจทย์แบบลงตัวสุด ๆ แต่ถ้าคุณมองหาโรงแรมโมเดิร์นล้ำสมัยพร้อมสระใหญ่และฟิตเนสจัดเต็ม สไตล์คลาสสิกของ Wedgewood อาจไม่ใช่ทาง โดยรวมเราให้ 9.0/10 เหมาะที่สุดสำหรับคู่รักและคนที่ให้ค่ากับเสน่ห์บูทีก ความเป็นส่วนตัว และบริการที่ใส่ใจ มากกว่าความใหญ่โตทันสมัยของโรงแรมเชน
คะแนนแยกหมวด
ประเมินโดยทีม editorial จากการตรวจสอบข้อมูลและรีวิวจริง
คำตัดสินจริงใจ — ข้อดี & ข้อที่ควรรู้ก่อนจอง
- ทำเลใจกลาง Downtown บนจัตุรัส Robson Square เดินถึงถนนช้อปปิ้ง Robson หอศิลป์แวนคูเวอร์ และรถไฟฟ้า Canada Line ได้สบาย
- ทุกห้องมีระเบียงส่วนตัว — จุดที่โรงแรมภูมิใจว่าเป็นแห่งเดียวในเมืองที่ทำได้ครบทุกห้อง
- เป็นสมาชิก Relais & Châteaux แห่งเดียวในแวนคูเวอร์ การันตีมาตรฐานบูทีกหรูระดับสากล
- บริการพนักงานที่รีวิวชมเป็นเอกฉันท์ว่าอบอุ่น ใส่ใจ จำหน้าจำชื่อแขก และดูแลเกินคาดแบบโรงแรมเล็กที่ใส่ใจรายละเอียด
- ร้าน Bacchus Restaurant & Lounge ตกแต่งสไตล์เวนิสติดรายชื่อในคู่มือมิชลิน เสิร์ฟอาหารยุโรปและ afternoon tea ขึ้นชื่อ พร้อมเปียโนสดยามค่ำ
- สไตล์การตกแต่งเป็นคลาสสิกแอนทีก เน้นเฟอร์นิเจอร์ไม้ ผ้าลายดอก และของสะสม — คนที่ชอบโรงแรมโมเดิร์นมินิมอลอาจรู้สึกว่าดูเก่าไปนิด
- เป็นตึกในเมืองที่ขนาบด้วยอาคารอื่น ห้องชั้นต่ำหรือบางทิศระเบียงจึงมองเห็นแค่ตึกฝั่งตรงข้ามมากกว่าวิวเปิดโล่ง
- ด้วยความเป็นบูทีกขนาดเล็ก สิ่งอำนวยความสะดวกอย่างฟิตเนสและสระจึงจำกัด ไม่มีสระว่ายน้ำใหญ่แบบโรงแรมเชน
เหมาะกับใคร
Match Score ตามไลฟ์สไตล์การเดินทาง
สิ่งอำนวยความสะดวก
ทำเล & สถานที่ใกล้เคียง
กิจกรรมน่าทำใกล้ Vancouver
ทัวร์รายวัน ตั๋วเข้าชม และกิจกรรมรอบ Vancouver — จองล่วงหน้าบน Klook รับ e-ticket ในมือถือ
ดูกิจกรรมใน Vancouverลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม
เคล็ดลับจากทีมรีวิว
- ลองจองห้องที่หันออกจัตุรัส Robson Square จะได้ระเบียงวิวเปิดโล่งกว่าห้องที่หันเข้าตึกฝั่งตรงข้าม
- แวะ afternoon tea หรือจิบค็อกเทลที่เลานจ์ Bacchus ช่วงเย็นวันศุกร์-เสาร์ที่มีเปียโนสด บรรยากาศคลาสสิกสุด ๆ
- บอกพนักงานล่วงหน้าถ้ามาฉลองโอกาสพิเศษ — โรงแรมเล็กที่ใส่ใจแบบนี้มักจัดเซอร์ไพรส์ดอกไม้หรือของหวานให้