Shakespeare Boutique Hotel
โดยทีม TopOfHotel
Shakespeare Boutique Hotel คือ การได้นอนในวังบาโรกอายุ 400 ปีกลางเมืองเก่าวิลนีอุส ที่ห้องแต่ละห้องเหมือนเดินเข้าไปในนิยายคลาสสิกคนละเล่ม — เด่นที่ทำเลใจกลางและบรรยากาศย้อนยุคจริงจังที่หาที่ไหนไม่ได้
Shakespeare Boutique Hotel คือ การได้นอนในวังบาโรกอายุ 400 ปีกลางเมืองเก่าวิลนีอุส ที่ห้องแต่ละห้องเหมือนเดินเข้าไปในนิยายคลาสสิกคนละเล่ม — เด่นที่ทำเลใจกลางและบรรยากาศย้อนยุคจริงจังที่หาที่ไหนไม่ได้
รีวิวเชิงลึก
วังบาโรก 400 ปีกลางเมืองเก่า UNESCO
ลองนึกภาพวังบาโรกอายุกว่า 400 ปีตั้งหลบอยู่บนถนนหินปูเล็ก ๆ ชื่อ Bernardinu ที่ทอดยาวจาก Cathedral Square ใจกลางเมืองเก่าวิลนีอุส — นั่นแหละคือที่ตั้งของ Shakespeare Boutique Hotel ตัวอาคารสร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 เคยเป็นที่พักของพ่อค้าและขุนนาง ก่อนถูกบูรณะอย่างพิถีพิถันเปิดเป็นโรงแรมในปี 2004 ที่น่ารักคือเขาไม่เลือกเส้นทางง่าย ๆ ด้วยการปรับให้เป็นโรงแรมโมเดิร์น แต่กลับเลือกตกแต่งให้อบอุ่นแบบบ้านอังกฤษเก่ายุควิคตอเรียน เปิดประตูเข้ามาคุณจะเจอล็อบบี้ขนาดเล็กที่มีพรมหนา ๆ ปูพื้น เก้าอี้ไม้แกะสลัก ภาพวาดสีน้ำมัน และชั้นหนังสือไม้โอ๊กที่อัดแน่นด้วยวรรณกรรมคลาสสิกหลากภาษา กลิ่นไม้เก่า ๆ ผสมกับกลิ่นกาแฟอ่อน ๆ ที่ลอยมาจากห้องอาหารทำให้รู้สึกเหมือนเดินเข้าบ้านของศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดมากกว่าโรงแรม 4 ดาวทั่วไป
ห้องพักที่เหมือนเดินเข้านิยายคนละเล่ม
เสน่ห์ที่หาที่ไหนไม่ได้ของที่นี่คือห้องพักทั้ง 23 ห้องล้วนตั้งชื่อและตกแต่งตามนักเขียนคลาสสิกระดับโลก ห้อง Shakespeare ตกแต่งสไตล์อังกฤษโทนเขียวเข้ม-ทอง มีโต๊ะเขียนหนังสือพร้อมขนนกประดับ ห้อง Hemingway เข้มจริงจังโทนน้ำตาลเข้ม-แดงไวน์ ผนังแขวนภาพวาดและของตกแต่งสไตล์ล่าสัตว์ ห้อง Pushkin มีรายละเอียดรัสเซียคลาสสิกพร้อมพรมลายอาหรับ ส่วนห้อง Library Suite ซึ่งเป็นห้องที่รีวิวพูดถึงบ่อยที่สุดมีเตาผิงโบราณของจริง ชั้นหนังสือสูงจรดเพดาน และเก้าอี้นวมหนังให้นั่งอ่านหนังสือ เพราะเป็นอาคารเก่าผังไม่สม่ำเสมอ ขนาดห้องจึงต่างกันชัดเจน บางห้องโล่งกว้างเพดานสูง 4 เมตรพร้อมหน้าต่างบานใหญ่มองออกสวนหลังโบสถ์ Bernardine บางห้องเล็กกะทัดรัดเพดานเอียงตามหลังคา แต่ทุกห้องมีของใช้ครบ เตียงนุ่ม ผ้าปูคอตตอนคุณภาพดี และห้องน้ำที่บูรณะใหม่ให้ทันสมัยพอใช้สะดวกแต่ยังคงโทนคลาสสิกไว้ รีวิวจำนวนมากบนทั้ง Agoda และ Booking ตรงกันว่า "นอนแล้วลืมไม่ลง" และ "เหมือนหลุดเข้าไปในนิยาย"
ทำเลใจกลางเมืองเก่า เดินถึงทุกจุดสำคัญ
ถ้าจะพูดถึงทำเล Shakespeare Boutique Hotel อยู่ในจุดที่แทบเรียกว่าศูนย์กลางของศูนย์กลาง — Cathedral Square (Katedros aikštė) จัตุรัสประวัติศาสตร์ที่มีมหาวิหารวิลนีอุสและหอระฆังตั้งตระหง่านอยู่ห่างแค่ 50 เมตร เดินจริง ๆ ไม่ถึง 1 นาที จะเดินขึ้นเนิน Gediminas Tower เพื่อมองวิวเมืองเก่าทั้งหมดจากบนสูงก็ใช้เวลาราว 5-7 นาที ถนน Pilies ที่เป็นถนนหินคนเดินสายหลักของย่านเมืองเก่า เต็มไปด้วยร้านอาหารลิทัวเนียแท้ ๆ ร้านชีบูเรไก คาเฟ่ และร้านขายงานคราฟต์ อยู่ห่างเพียง 200 เมตร โบสถ์เซนต์แอนน์ที่ขึ้นชื่อด้านสถาปัตยกรรมโกธิคและบริเวณ Užupis ย่านศิลปินสุดเก๋ก็เดินถึงในราว 10-15 นาที สถานีรถบัสและทรอลลีย์ Katedra อยู่ตรงหัวมุมเดินแค่ 2 นาที ส่วนสถานีรถไฟกลางวิลนีอุสที่รับ-ส่งรถไฟจากริก้าและวอร์ซอเดินถึงในราว 20 นาทีหรือนั่งแท็กซี่แค่ 5 นาที จากสนามบินนานาชาติ Vilnius (VNO) ขับรถมาประมาณ 15-20 นาที สรุปง่าย ๆ คือถ้าตั้งใจเดินซึมซับเมืองเก่าวิลนีอุสแบบเก็บครบทุกซอกซอย ทำเลนี้คือทำเลในฝันจริง ๆ
ข้อที่อยากให้รู้ก่อนจอง
พูดกันตรง ๆ เพื่อช่วยตัดสินใจ — เรื่องที่รีวิวบ่นบ่อยที่สุดคือขนาดและรูปทรงของห้องแต่ละห้องต่างกันค่อนข้างมาก เพราะเป็นอาคารเก่า 400 ปีที่ผังภายในไม่เท่ากันเลย บางคนจองหวังจะได้ห้องโล่งกว้างมีเตาผิงแต่ดันได้ห้องเล็กชั้นบนสุดที่เพดานเอียงตามหลังคา ทำให้รู้สึกผิดหวัง วิธีแก้คือดูรูปแต่ละห้องบนเว็บไซต์ให้ละเอียดและส่งอีเมลถามโรงแรมล่วงหน้าว่าห้องไหนเหมาะกับคุณที่สุด อย่ายึดเพียงคำว่า "Deluxe" หรือ "Standard" อย่างเดียว เรื่องที่สองคืออาคารนี้ไม่มีลิฟต์ ห้องหลายห้องอยู่ชั้น 2-3 ที่ต้องเดินขึ้นบันไดไม้เก่าแคบ ๆ ไม่เหมาะกับผู้สูงอายุ คนเดินไม่ไหว หรือใครที่หอบกระเป๋าใหญ่หลายใบมา ถ้าจำเป็นต้องพักให้แจ้งโรงแรมก่อนล่วงหน้าให้จองห้องชั้นล่างไว้ เรื่องที่สามคือหน้าโรงแรมอยู่บนถนนคนเดินกลางเมืองเก่า รถยนต์เข้าไม่ถึงประตู ต้องลากกระเป๋าจากจุดจอดแท็กซี่ที่ใกล้ที่สุดราว 30-50 เมตรบนพื้นหินกรวด ไม่สะดวกเท่าโรงแรมที่รถจอดถึงล็อบบี้ และห้องที่หันออกถนน Bernardinu อาจได้ยินเสียงคนเดินเล่น-คุยกันช่วงเย็นและสุดสัปดาห์อยู่บ้าง ใครหลับยากแนะนำขอห้องด้านสวนหลังโบสถ์ Bernardine จะเงียบกว่ามาก สุดท้ายไม่มีฟิตเนสหรือสระว่ายน้ำในโรงแรม ถ้าตั้งใจมาออกกำลังต้องเตรียมใจไปยิมข้างนอกแทน
สรุปจากทีมเรา
จากที่ทีมเรานั่งไล่อ่านรีวิวจริงมาเป็นร้อยเสียง Shakespeare Boutique Hotel คือโรงแรมบูทีกที่ขายเสน่ห์ของวังบาโรกอายุ 400 ปี ห้องธีมวรรณกรรมที่หาที่ไหนไม่ได้ และทำเลใจกลางเมืองเก่า UNESCO ที่เดินถึง Cathedral Square ในเวลาไม่ถึง 1 นาที ได้อย่างเต็มภาคภูมิ ถ้าภาพทริปในหัวคุณคือตื่นมาเดินซึมซับเมืองเก่าวิลนีอุสบนถนนหินปู กลับมาอ่านหนังสือข้างเตาผิงในห้อง Library Suite แล้วจิบไวน์อุ่นในล็อบบี้ตอนหิมะตก ที่นี่คือตัวเลือกที่ลงตัวที่สุดในเมือง โดยเฉพาะคู่รักที่ชอบโรงแรมมีคาแรกเตอร์มากกว่าโรงแรมเชนสมัยใหม่ และคนที่หาทริปโรแมนติกแบบย้อนยุคจริงจัง แต่ถ้าคุณเดินทางกับเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือต้องการสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันสไตล์ลักชัวรีโมเดิร์น เช่น สระว่ายน้ำ ฟิตเนส สปาในตึก หรือต้องการรถจอดถึงประตู ที่นี่อาจไม่ตอบโจทย์เต็ม 100% โดยรวมทีมเราให้ 9.1/10 เหมาะที่สุดสำหรับคู่รักและนักเดินทางสายวรรณกรรม-ประวัติศาสตร์ที่ให้ค่ากับบรรยากาศและทำเลมากกว่าฟาซิลิตี้เพียบพร้อม
คะแนนแยกหมวด
ประเมินโดยทีม editorial จากการตรวจสอบข้อมูลและรีวิวจริง
คำตัดสินจริงใจ — ข้อดี & ข้อที่ควรรู้ก่อนจอง
- ทำเลใจกลางเมืองเก่า UNESCO เดินถึง Cathedral Square เพียง 50 เมตร และเดินสำรวจย่านประวัติศาสตร์ทั้งหมดได้โดยไม่ต้องใช้รถ
- ห้องพักทั้ง 23 ห้องตั้งชื่อและตกแต่งธีมตามนักเขียนคลาสสิก ทำให้แต่ละห้องมีคาแรกเตอร์ไม่ซ้ำกัน ห้อง Library Suite และ Hemingway เป็นที่กล่าวขวัญมากที่สุดในรีวิว
- บรรยากาศวังบาโรกศตวรรษที่ 17 ของจริง พื้นไม้เก่า ผนังหนา เพดานสูง และดีไซน์ตกแต่งสไตล์อังกฤษวิคตอเรียนแบบจริงจังจนเหมือนหลุดยุค
- บริการพนักงานอบอุ่นเป็นกันเอง รีวิวจำนวนมากชมว่าจำชื่อแขก ให้คำแนะนำร้านอาหาร-เส้นทางเดินเที่ยวอย่างใส่ใจ บางคนถึงกับบอกว่าเหมือนพักบ้านเพื่อนชาวลิทัวเนีย
- อาหารเช้าทำสดใหม่ในห้องอาหารโทนไม้เล็ก ๆ จุราว 20 ที่นั่ง มีไข่ทำตามสั่ง ขนมปังโฮมเมด ชีสและแฮมท้องถิ่น รีวิวยกว่าคุณภาพดีเกินมาตรฐาน 4 ดาวทั่วไป
- ขนาดและรูปแบบห้องแต่ละห้องต่างกันมาก เพราะอาคารเก่าผังไม่เท่ากัน บางห้องโล่งกว้างมีเตาผิง บางห้องเล็กกะทัดรัดและเพดานเอียง ควรดูรูปและสอบถามก่อนจอง
- ตัวอาคารไม่มีลิฟต์ ห้องหลายห้องอยู่ชั้น 2-3 ต้องแบกกระเป๋าขึ้นบันไดไม้เก่า ๆ ไม่เหมาะกับผู้สูงอายุหรือคนที่กระเป๋าใหญ่หลายใบ
- หน้าโรงแรมเป็นถนนคนเดินกลางเมืองเก่า รถไม่สามารถเข้าถึงประตูตรงได้ ต้องลากกระเป๋าจากจุดจอดแท็กซี่ราว 30-50 เมตร และห้องที่หันออกถนนอาจได้ยินเสียงคนเดินเล่นช่วงสุดสัปดาห์
เหมาะกับใคร
Match Score ตามไลฟ์สไตล์การเดินทาง
สิ่งอำนวยความสะดวก
ทำเล & สถานที่ใกล้เคียง
กิจกรรมน่าทำใกล้ Vilnius
ทัวร์รายวัน ตั๋วเข้าชม และกิจกรรมรอบ Vilnius — จองล่วงหน้าบน Klook รับ e-ticket ในมือถือ
ดูกิจกรรมใน Vilniusลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม
เคล็ดลับจากทีมรีวิว
- ขอห้อง Library Suite หรือ Hemingway ถ้าอยากได้ห้องที่บรรยากาศจัดเต็มที่สุด ทั้งสองห้องมีเตาผิงและพื้นที่กว้างกว่าห้องมาตรฐาน — ต้องจองล่วงหน้าหลายเดือนเพราะคนจองซ้ำเยอะ
- เดินออกประตูเลี้ยวซ้ายผ่านโบสถ์ Bernardine แล้วต่อไปยังหอระฆัง Gediminas Tower ใช้เวลาราว 5-7 นาที ขึ้นไปดูวิวเมืองเก่ายามเย็นแล้วเดินกลับมากินค่ำในย่าน Pilies ที่ห่างโรงแรมไม่ถึง 200 เมตร
- ถ้ามาช่วงหน้าหนาว ขอจิบไวน์อุ่น (glögg) ที่บาร์ในล็อบบี้ — รีวิวบอกว่าพนักงานทำให้ฟรีบ่อย ๆ ตอนค่ำที่หิมะตก เป็นโมเมนต์ที่หลายคนประทับใจ