Stikliai Hotel - Relais & Chateaux
โดยทีม TopOfHotel
Stikliai คือ การได้นอนในตึกช่างแก้วยุค 1500s กลางเมืองเก่า Vilnius กับสระว่ายน้ำใต้ห้องใต้ดินอิฐโบราณ — Relais & Chateaux หนึ่งเดียวของลิทัวเนียที่เน้นเสน่ห์ประวัติศาสตร์มากกว่าความหรูร่วมสมัย
Stikliai คือ การได้นอนในตึกช่างแก้วยุค 1500s กลางเมืองเก่า Vilnius กับสระว่ายน้ำใต้ห้องใต้ดินอิฐโบราณ — Relais & Chateaux หนึ่งเดียวของลิทัวเนียที่เน้นเสน่ห์ประวัติศาสตร์มากกว่าความหรูร่วมสมัย
รีวิวเชิงลึก
ห้องพักและบรรยากาศ
ลองนึกภาพการเปิดประตูเข้าโรงแรมแล้วพบว่าตัวเองยืนอยู่ในตึกที่เคยเป็นเวิร์กช็อปของช่างทำแก้วยุคศตวรรษที่ 16 — นั่นแหละคือเสน่ห์ของ Stikliai Hotel ชื่อโรงแรมในภาษาลิทัวเนียแปลว่า "ช่างแก้ว" ตามอาชีพดั้งเดิมของคนที่เคยอาศัยอยู่ในย่านนี้ ตัวตึกผ่านการบูรณะอย่างพิถีพิถันจนได้รับรางวัล Europa Nostra ห้องพักทั้ง 45 ห้องและสวีตวางแบบ "ไม่มีห้องไหนเหมือนกัน" จริง ๆ บางห้องเพดานสูงพร้อมคานไม้โอ๊กดั้งเดิม บางห้องเปิดประตูออกสู่คอร์ตยาร์ดอิฐส่วนตัวเล็ก ๆ กลางตึก บางห้องมีหน้าต่างโค้งมองออกไปเห็นหลังคากระเบื้องสีส้มของเมืองเก่า เฟอร์นิเจอร์เป็นไม้แท้สไตล์ยุโรปคลาสสิก ผ้าม่านกำมะหยี่ และโคมระย้าคริสตัล ทั้งหมดทำให้รู้สึกเหมือนได้พักในบ้านของขุนนางยุคบาโรกมากกว่าโรงแรม ใครชอบความหรูแบบโมเดิร์นมินิมอลอาจรู้สึกว่ามันคลาสสิกไปนิด แต่ใครหลงรักเสน่ห์ยุโรปเก่าแก่ ที่นี่คือสวรรค์
ไฮไลต์ที่ทุกคนพูดถึง — สระว่ายน้ำใต้ห้องใต้ดิน
ถ้าจะให้ชี้จุดเด่นที่สุดของ Stikliai ก็คงไม่ใช่ห้องอาหารหรือสปา แต่เป็น สระว่ายน้ำในชั้นใต้ดิน ที่รีวิวแทบทุกคนต้องพูดถึง เดินลงบันไดอิฐแคบ ๆ ไปจะเจอห้องที่เพดานเป็นซุ้มอิฐโค้งโบราณสไตล์โรมัน แสงไฟสีอุ่นสะท้อนผิวน้ำ บรรยากาศเหมือนเข้าไปในสปาของจักรพรรดิยุคโรมันมากกว่าโรงแรมสมัยใหม่ ข้าง ๆ สระมีซาวน่าฟินแลนด์ ห้องไอน้ำ และโซน relax พร้อมเก้าอี้นวมให้เอนนอน — ลงไปแช่ตอนเช้าก่อนเริ่มวันใหม่นี่คือประสบการณ์ที่หลายคนบอกว่าจดจำได้นานกว่ามื้อค่ำหรู ๆ เสียอีก ขึ้นมาที่ชั้นล่างก็เจอ ห้องอาหารคลาสสิก ของโรงแรมที่เสิร์ฟอาหารยุโรปและลิทัวเนียร่วมสมัยในห้องที่ผนังเป็นอิฐหินดั้งเดิม โคมระย้าหรูหรา และมีไวน์เซลลาร์ในห้องใต้ดินอีกชั้นที่ลงไปจิบกับเพื่อนได้แบบส่วนตัว เช้า ๆ เสิร์ฟอาหารเช้าแบบ à la carte ในห้องที่หน้าต่างมองออกคอร์ตยาร์ด รีวิวชมตรงกันว่าไข่ออมเล็ตและขนมอบของที่นี่ทำสด ๆ อร่อยจริง
ทำเลใจกลางเมืองเก่า Vilnius
ทำเลเป็นอีกหนึ่งจุดขายที่ทำให้ Stikliai โดดเด่นในระดับ Relais & Chateaux — โรงแรมตั้งอยู่บนถนน Gaono ในย่าน Jewish Quarter อันเงียบสงบของเมืองเก่า Vilnius ซึ่งเป็นมรดกโลก UNESCO ออกจากประตูโรงแรมเดินไม่ถึง 5 นาทีก็ถึง มหาวิหาร Vilnius (Vilnius Cathedral) และจตุรัสหลัก เดินต่ออีกนิดถึง หอประธานาธิบดี และมหาวิทยาลัย Vilnius University เก่าแก่ที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรปตะวันออก เดินอีกไม่กี่นาทีถึง ประตูเมือง Gates of Dawn (Aušros Vartai) ที่เป็นไอคอนของเมือง ส่วนถนนคนเดิน Pilies Street เต็มไปด้วยร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านขายของที่ระลึกแบบมีรสนิยม ก็อยู่ห่างเดินแค่อึดใจเดียว ที่เด็ดคือย่าน Jewish Quarter ตรงนี้แม้จะใจกลางเมืองแต่กลับเงียบสงบมาก ไม่จอแจเหมือนถนนหลัก ทำให้พักผ่อนได้เต็มที่ จากสนามบิน Vilnius (VNO) นั่งรถแค่ราว 15 นาทีก็ถึง สถานีรถไฟกลางก็ใกล้พอ ๆ กัน สรุปคือใครมาเที่ยว Vilnius ครั้งแรกแล้วอยากตื่นมาเดินเที่ยวเมืองเก่าได้ทันทีโดยไม่ต้องนั่งรถ ทำเลนี้คือคำตอบ
ข้อที่อยากให้รู้ก่อนจอง
พูดกันตรง ๆ เพื่อช่วยตัดสินใจ — ข้อแรกที่ต้องเข้าใจคือ Stikliai เป็นตึกประวัติศาสตร์อายุหลายร้อยปี ดังนั้นห้องบางห้องอาจเล็ก รูปทรงไม่สม่ำเสมอ หรือมีระดับพื้นต่างกัน เพราะต้องเคารพโครงสร้างเดิมของอาคารโบราณ ใครคาดหวังห้องโล่งกว้างมาตรฐานโรงแรมเชนสมัยใหม่อาจรู้สึกอึดอัดได้ ก่อนจองแนะนำให้ดูแปลนห้องและรูปจริงให้ดี หรือยอมจ่ายเพิ่มอีกนิดเพื่ออัปเกรดเป็น Junior Suite ที่กว้างขวางกว่า ข้อสองคือเรื่องการเข้าถึง — ลิฟต์ในตึกประวัติศาสตร์มีจำกัดและไม่ครอบคลุมทุกชั้นหรือทุกปีก บางห้องต้องเดินขึ้นบันไดอิฐแคบ ๆ ไม่เหมาะกับผู้สูงอายุ คนที่มีปัญหาเรื่องการเดิน หรือคนเดินทางกระเป๋าใหญ่หลายใบ แจ้งโรงแรมล่วงหน้าให้ดี ข้อสามคือสไตล์การตกแต่ง — ที่นี่เป็นคลาสสิกยุโรปดั้งเดิมแท้ ๆ มีโคมระย้า ผ้ากำมะหยี่ และเฟอร์นิเจอร์ไม้แกะสลัก ใครคาดหวังดีไซน์โมเดิร์นมินิมอลแบบโรงแรมลักชัวรีร่วมสมัย อาจรู้สึกว่ามันเก่าไปสำหรับรสนิยมตัวเอง สุดท้ายเรื่องราคา แม้จะคุ้มเมื่อเทียบกับ Relais & Chateaux ที่อื่นในยุโรปตะวันตก แต่เมื่อเทียบกับมาตรฐานราคาโรงแรมใน Vilnius ทั่วไปก็ยังถือว่าสูงพอควร
สรุปจากทีมเรา
จากที่ทีมเรานั่งไล่อ่านรีวิวจริงจากทั้ง Agoda, Booking และ Tripadvisor มาหลายร้อยเสียง Stikliai Hotel คือโรงแรมที่ขาย "ประสบการณ์การได้พักในตึกประวัติศาสตร์จริง ๆ" อย่างเต็มภาคภูมิ — ไม่ใช่โรงแรมที่พยายามเป็นลักชัวรีร่วมสมัยแบบที่หาได้ทั่วโลก แต่เป็นบูทีกที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจน Relais & Chateaux เลือกให้เป็นตัวแทนหนึ่งเดียวของลิทัวเนีย ถ้าภาพทริปในหัวคุณคือเดินเที่ยวเมืองเก่ามรดกโลก UNESCO ทั้งวัน กลับมาแช่สระในห้องใต้ดินอิฐโค้ง แล้วลงไปจิบไวน์ในเซลลาร์เก่า ๆ ก่อนเข้านอนในห้องที่มีคานไม้โบราณ ที่นี่คือคำตอบที่ลงตัวสุด ๆ แต่ถ้าคุณต้องการห้องกว้างเป๊ะ ดีไซน์โมเดิร์นจัดเต็ม หรือเดินทางพร้อมผู้สูงอายุ อาจต้องชั่งใจ โดยรวมเราให้ 9.1/10 เหมาะที่สุดสำหรับคู่รักและสายลักชัวรีที่หลงรักเสน่ห์ยุโรปยุคเก่าแบบไม่ปลอม
คะแนนแยกหมวด
ประเมินโดยทีม editorial จากการตรวจสอบข้อมูลและรีวิวจริง
คำตัดสินจริงใจ — ข้อดี & ข้อที่ควรรู้ก่อนจอง
- เป็นสมาชิก Relais & Chateaux เพียงแห่งเดียวในลิทัวเนีย การันตีมาตรฐานเสน่ห์บูทีกระดับโลก
- ตั้งในตึก Gothic-Baroque ของช่างแก้วศตวรรษที่ 16 ผ่านการบูรณะจนได้รางวัล Europa Nostra — เดินในล็อบบี้แล้วเหมือนอยู่ในพิพิธภัณฑ์
- ห้องพักทั้ง 45 ห้องไม่มีห้องไหนเหมือนกัน หลายห้องมีคอร์ตยาร์ดส่วนตัวหรือคานไม้โบราณ ให้บรรยากาศคลาสสิกแท้
- สระว่ายน้ำในชั้นใต้ดินที่มีเพดานอิฐโค้งโบราณ + ซาวน่าและห้องไอน้ำ บรรยากาศเหมือนสปายุคโรมัน
- ทำเลใจกลาง Old Town ในย่าน Jewish Quarter อันเงียบสงบ เดินถึงมหาวิหาร Vilnius และจตุรัสหลักแค่ 5 นาที
- ห้องบางห้องค่อนข้างเล็กและรูปทรงไม่สม่ำเสมอ เพราะต้องเคารพโครงสร้างตึกโบราณ — ใครชอบห้องโล่งกว้างมาตรฐานโรงแรมสมัยใหม่อาจรู้สึกอึดอัด
- ลิฟต์ในตึกประวัติศาสตร์มีจำกัดและบางส่วนเข้าไม่ถึง บางห้องต้องเดินขึ้นบันไดอิฐแคบ ๆ ไม่เหมาะกับผู้สูงอายุหรือผู้มีปัญหาเรื่องการเดิน
- ตกแต่งสไตล์คลาสสิกยุโรปแบบดั้งเดิม ใครคาดหวังดีไซน์โมเดิร์นมินิมอลแบบโรงแรมลักชัวรีร่วมสมัยอาจรู้สึกว่าเก่าไปนิด
เหมาะกับใคร
Match Score ตามไลฟ์สไตล์การเดินทาง
สิ่งอำนวยความสะดวก
ทำเล & สถานที่ใกล้เคียง
กิจกรรมน่าทำใกล้ Vilnius
ทัวร์รายวัน ตั๋วเข้าชม และกิจกรรมรอบ Vilnius — จองล่วงหน้าบน Klook รับ e-ticket ในมือถือ
ดูกิจกรรมใน Vilniusลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม
เคล็ดลับจากทีมรีวิว
- ตอนจองลองขอห้อง "Junior Suite with private courtyard" — ราคาต่างไม่มาก แต่ได้คอร์ตยาร์ดส่วนตัวแบบกลางตึกโบราณที่หาไม่ได้จากโรงแรมอื่นใน Vilnius
- ลงไปสระว่ายน้ำชั้นใต้ดินช่วงเช้าก่อน 9 โมง คนน้อยมาก ได้ถ่ายรูปกับเพดานอิฐโค้งสวย ๆ แบบไม่มีใครมารบกวน
- เดินออกจากโรงแรมเลี้ยวซ้ายจะเจอย่าน Stikliu Street ที่มีร้านชิม Cepelinai (เกี๊ยวยัดไส้เนื้อ อาหารชาติของลิทัวเนีย) และคาเฟ่บูทีกเก๋ ๆ ให้เดินเล่นได้ทั้งบ่าย