Casa Ellul - Small Luxury Hotels of the World
โดยทีม TopOfHotel
Casa Ellul คือ บูทีกดีไซน์โฮเทลแห่งแรกของมอลตาในทาวน์เฮาส์ 9 ห้องกลางเมืองเก่าวัลเลตตา — เด่นที่ความเป็นส่วนตัว ดีไซน์ผสมเก่า-ใหม่ที่กลมกล่อม และทำเลเดินถึงทุกที่
Casa Ellul คือ บูทีกดีไซน์โฮเทลแห่งแรกของมอลตาในทาวน์เฮาส์ 9 ห้องกลางเมืองเก่าวัลเลตตา — เด่นที่ความเป็นส่วนตัว ดีไซน์ผสมเก่า-ใหม่ที่กลมกล่อม และทำเลเดินถึงทุกที่
รีวิวเชิงลึก
ห้องพักและการตกแต่ง
ลองนึกภาพทาวน์เฮาส์นีโอคลาสสิกอายุกว่า 150 ปีบนถนนหินแคบ ๆ ของวัลเลตตา Old Town ที่ถูกบูรณะใหม่อย่างพิถีพิถันให้กลายเป็นบูทีกดีไซน์โฮเทลแห่งแรกของเกาะมอลตา — นั่นแหละคือเสน่ห์ของ Casa Ellul มีเพียง 9 ห้องและสวีตในตึกเดียว ทำให้ทุกห้องได้รับการดูแลแบบสั่งตัด ไม่มีห้องไหนเหมือนกันเลย เปิดประตูเข้าห้องปุ๊บจะเจอเพดานหินปูนสูงสไตล์มอลตาดั้งเดิม พื้นกระเบื้องลายโบราณบางห้องเก็บของเดิมไว้ บางห้องปูใหม่ตามแบบศิลปะมอลตา ผสมกับเฟอร์นิเจอร์ร่วมสมัยโทนอบอุ่นและงานศิลปะท้องถิ่นที่เจ้าของคัดมาทีละชิ้น ห้องสวีตชั้นบนหลายห้องมีอ่างจากุซซี่ส่วนตัวตั้งโดดเด่นกลางห้อง และบางห้องยังมีระเบียงไม้แบบ Maltese balcony สีสันสด ๆ ของตัวเองที่ยื่นออกไปบนถนนเก่า ไฮไลต์ต้องยกให้ห้อง Penthouse ชั้นบนสุดที่มีเทอร์เรซส่วนตัวมองออกไปเห็นหลังคาหินทรายสีน้ำผึ้งของเมืองเก่าทั้งย่าน เตียงนุ่ม ผ้าปูคุณภาพ และพนักงานจำชื่อแขกได้ทุกคนเพราะมีแค่ 9 ห้อง — บรรยากาศคล้ายพักบ้านเพื่อนผู้มีรสนิยมในยุโรปใต้มากกว่าโรงแรมเชนใหญ่
บรรยากาศและทำเลในเมืองเก่า
หัวใจของการพักที่นี่คือการเดินออกจากประตูแล้วได้อยู่ในเมืองเก่ายูเนสโกทันที — ถนน Old Theatre Street เป็นถนนเงียบในใจกลางวัลเลตตา ที่เดินไม่กี่ก้าวก็ถึง Manoel Theatre โรงละครเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรปที่ยังเปิดแสดง สร้างปี 1731 อยู่ห่างแค่ราว 2 นาที เดินต่ออีกราว 5 นาทีถึง St John's Co-Cathedral มหาวิหารบาโรกที่ภายในประดับด้วยทองคำเปลวและภาพเขียน Caravaggio ของจริง 2 ชิ้น เดินเล่นในตรอกหินแคบ ๆ ของเมืองเก่าจะเจอร้านกาแฟ ร้านอาหาร และร้านขายของฝากเล็ก ๆ น่ารักเต็มไปหมด ไปทาง Upper Barrakka Gardens ราว 8 นาทีก็จะเจอจุดชมวิวท่าเรือ Grand Harbour ที่สวยที่สุดของเมือง ส่วนช่วงเย็น ๆ ขึ้นไปรูฟท็อปเทอร์เรซของโรงแรมเองดีกว่า — เป็นพื้นที่เล็ก ๆ แต่จัดวางได้น่ารัก มีเก้าอี้นั่งจิบไวน์ชมพระอาทิตย์ตกที่สาดแสงสีส้มลงบนหลังคาหินทรายและโดมโบสถ์ทั่วเมืองเก่า เป็นช่วงเวลาที่หลายรีวิวบอกว่าเป็นไฮไลต์ของทริปวัลเลตตา
ประวัติตึกและจุดเด่นในเครือ SLH
Casa Ellul ตั้งอยู่ในทาวน์เฮาส์นีโอคลาสสิกศตวรรษที่ 19 ที่เคยเป็นบ้านพักของครอบครัวขุนนางมอลตาในอดีต ก่อนที่จะถูกบูรณะอย่างพิถีพิถันให้กลายเป็นบูทีกดีไซน์โฮเทลแห่งแรกของเกาะ เปิดให้บริการอย่างเงียบ ๆ และค่อย ๆ สร้างชื่อจากปากต่อปากในหมู่นักเดินทางสายดีไซน์ จนได้รับการคัดเลือกเข้าเครือ Small Luxury Hotels of the World (SLH) ซึ่งเป็นเครือที่รวมบูทีกระดับโลกราว 500 แห่งจากกว่า 80 ประเทศ คอนเซ็ปต์ของการบูรณะคือการเก็บโครงสร้างและองค์ประกอบมอลตาดั้งเดิมเอาไว้ให้มากที่สุด — เพดานหินปูน บานประตูไม้เก่า ระเบียงไม้ Maltese balcony — แล้วเติมเฟอร์นิเจอร์และงานศิลปะร่วมสมัยลงไปอย่างมีรสนิยม ผลลัพธ์คือบรรยากาศที่ทั้งเก่าและใหม่ในเวลาเดียวกัน บริการที่นี่เน้นความเป็นส่วนตัวสูง อาหารเช้าเสิร์ฟในห้องหรือบนรูฟท็อปตามที่แขกขอ มี concierge ส่วนตัวที่ช่วยจองร้านอาหาร ทัวร์เรือไป Comino Blue Lagoon หรือทัวร์ Mdina เมืองเงียบกลางเกาะให้ได้ และพนักงานทุกคนพูดได้หลายภาษาเพราะคนมอลตาส่วนใหญ่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการ
ข้อที่อยากให้รู้ก่อนจอง
พูดกันตรง ๆ เพื่อช่วยตัดสินใจ — เพราะเป็นทาวน์เฮาส์ขนาดเล็กแค่ 9 ห้อง สิ่งอำนวยความสะดวกในตัวโรงแรมจึงจำกัด ไม่มีสระว่ายน้ำหรือสปา ในตัวโรงแรม ใครต้องการ amenities ครบครันแบบรีสอร์ตอาจรู้สึกขาด แม้จะมีบริการ in-room treatments ตามขอก็ตาม ห้องชั้นล่างบางห้องขนาดค่อนข้างกะทัดรัดตามแบบบ้านเก่าในเมืองวัลเลตตา ถ้าต้องการห้องกว้างหรืออ่างจากุซซี่ส่วนตัวควรเลือกสวีตชั้นบนหรือ Penthouse ไปเลย ราคาต่างกันไม่มากแต่ประสบการณ์ต่างกันชัดเจน อีกข้อที่ควรรู้คือ วัลเลตตา Old Town เป็นเมืองเดินที่มีถนนขึ้น-ลงเนินและบันได ผู้สูงอายุหรือคนเข็นกระเป๋าใหญ่อาจลำบากในการเดินมาถึงตัวโรงแรมจากจุดที่รถจอดได้ และโรงแรมไม่มีลานจอดรถส่วนตัว ต้องจอดที่ลานจอดสาธารณะหรือรอบนอกเมือง บางรีวิวยังบ่นเรื่องเสียงโบสถ์ตีระฆังเช้า ๆ ที่ดังพอควรในวัลเลตตา ถ้าหลับยากแนะนำเตรียมที่อุดหูไปด้วย แต่หลายคนบอกว่าเป็นส่วนหนึ่งของเสน่ห์ที่ได้พักในเมืองเก่ายูเนสโก
สรุปจากทีมเรา
จากที่ทีมเรานั่งไล่อ่านรีวิวจริงและเปรียบเทียบกับโรงแรมในวัลเลตตาทั้งหมด Casa Ellul - Small Luxury Hotels of the World คือบูทีกดีไซน์โฮเทลที่มีบุคลิกชัดเจนที่สุดในเมือง — เล็ก เป็นส่วนตัว ดีไซน์มีรสนิยม และอยู่ใจกลางเมืองเก่าจริง ๆ ถ้าภาพทริปในหัวคุณคือคู่รักที่อยากตื่นเช้ามาจิบกาแฟบนรูฟท็อปวิวเมืองเก่า เดินเล่นในตรอกหินแคบ ๆ ดูคอนเสิร์ตที่ Manoel Theatre แล้วกลับมานอนแช่อ่างจากุซซี่ในห้องที่ตกแต่งแบบมอลตาแท้ ๆ ที่นี่คือตัวเลือกที่ลงตัวสุด ๆ แต่ถ้าคุณเดินทางกับครอบครัวเด็กเล็ก ต้องการสระว่ายน้ำ สปา หรือ amenities แบบรีสอร์ตครบครัน รวมถึงต้องการลานจอดรถส่วนตัว ที่นี่อาจไม่ตอบโจทย์ ลองมองโรงแรมรีสอร์ตในย่าน Sliema หรือ St Julian's แทน โดยรวมเราให้ 9.2/10 เหมาะที่สุดสำหรับคู่รัก ฮันนีมูน และสายดีไซน์ที่ตามหาประสบการณ์เป็นส่วนตัวในใจกลางเมืองเก่าวัลเลตตา
คะแนนแยกหมวด
ประเมินโดยทีม editorial จากการตรวจสอบข้อมูลและรีวิวจริง
คำตัดสินจริงใจ — ข้อดี & ข้อที่ควรรู้ก่อนจอง
- บูทีกดีไซน์โฮเทลแห่งแรกของมอลตา มีเพียง 9 ห้องทำให้บรรยากาศเป็นส่วนตัวและพนักงานจำชื่อแขกได้ทุกคน
- ทำเลใจกลางวัลเลตตา Old Town บนถนน Old Theatre Street เดินถึง Manoel Theatre 2 นาที, St John's Co-Cathedral 5 นาที และร้านอาหารดี ๆ ทั่วเมือง
- ดีไซน์ผสมผสานทาวน์เฮาส์นีโอคลาสสิกศตวรรษที่ 19 กับเฟอร์นิเจอร์ร่วมสมัยและงานศิลปะมอลตาได้อย่างกลมกล่อม มีระเบียงไม้แบบ Maltese balcony ของแท้
- ห้องสวีตชั้นบนหลายห้องมีอ่างจากุซซี่ส่วนตัว บางห้องมีระเบียงไม้สีสันของตัวเอง และห้อง Penthouse มีเทอร์เรซส่วนตัววิวเมืองเก่า
- อยู่ในเครือ Small Luxury Hotels of the World (SLH) ที่คัดเฉพาะบูทีกระดับโลก พร้อมรูฟท็อปเทอร์เรซเล็ก ๆ ให้นั่งจิบกาแฟชมวิวหลังคาเมืองเก่า
- ไม่มีสระว่ายน้ำหรือสปาในตัวโรงแรม เพราะเป็นทาวน์เฮาส์ขนาด 9 ห้องที่จำกัดพื้นที่ ใครต้องการ amenities ครบครันอาจรู้สึกขาด
- บางห้องชั้นล่างขนาดค่อนข้างกะทัดรัดตามแบบบ้านเก่าในเมืองวัลเลตตา ถ้าต้องการห้องกว้างควรเลือกสวีตชั้นบนหรือ Penthouse
- วัลเลตตา Old Town มีถนนสายเดินขึ้น-ลงเนินและบันได ผู้สูงอายุหรือคนเข็นกระเป๋าใหญ่อาจลำบากในการเดินมาถึงตัวโรงแรม และไม่มีลานจอดรถส่วนตัว
เหมาะกับใคร
Match Score ตามไลฟ์สไตล์การเดินทาง
สิ่งอำนวยความสะดวก
ทำเล & สถานที่ใกล้เคียง
กิจกรรมน่าทำใกล้ Valletta
ทัวร์รายวัน ตั๋วเข้าชม และกิจกรรมรอบ Valletta — จองล่วงหน้าบน Klook รับ e-ticket ในมือถือ
ดูกิจกรรมใน Vallettaลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม
เคล็ดลับจากทีมรีวิว
- ถ้าจองได้ ขอห้องสวีตชั้นบนที่มีอ่างจากุซซี่และระเบียงไม้ Maltese balcony ส่วนตัว — บรรยากาศต่างจากห้องชั้นล่างชัดเจน
- ขึ้นไปรูฟท็อปเทอร์เรซช่วงพระอาทิตย์ตกราว 18:00–19:30 น. แสงสีส้มสาดหินทรายทั่วเมืองเก่าสวยมาก เหมาะถ่ายรูปคู่
- เดินไป Manoel Theatre แค่ 2 นาที ถ้าตรงกับช่วงมีคอนเสิร์ตหรือโอเปร่า แนะนำจองตั๋วล่วงหน้า เพราะเป็นโรงละครเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรปที่ยังเปิดแสดง