Illa Experience Hotel
โดยทีม TopOfHotel
Illa Experience Hotel คือ การได้นอนในคฤหาสน์อายุ 200 ปีกลางเมืองเก่ามรดกโลก พร้อมมื้อค่ำที่ Nuema และ workshop สาน Panama hat ทุกวัน — experiential luxury แบบที่หาที่ไหนไม่ได้ในเอกวาดอร์
Illa Experience Hotel คือ การได้นอนในคฤหาสน์อายุ 200 ปีกลางเมืองเก่ามรดกโลก พร้อมมื้อค่ำที่ Nuema และ workshop สาน Panama hat ทุกวัน — experiential luxury แบบที่หาที่ไหนไม่ได้ในเอกวาดอร์
รีวิวเชิงลึก
คฤหาสน์ 1800s ที่กลายเป็นโรงแรมเล็ก ๆ ที่สุดของย่าน
เพื่อนเล่าให้ฟัง — Illa Experience Hotel เป็นบูทีคโรงแรมเล็ก ๆ เพียง 10 ห้องสวีต ตั้งอยู่ในคฤหาสน์โคโลเนียลอายุกว่า 200 ปีกลางย่าน San Marcos หนึ่งในย่านศิลปินเก่าแก่ที่สุดของกีโต เมืองหลวงเอกวาดอร์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก UNESCO มาตั้งแต่ปี 1978 พอเดินเข้าไปครั้งแรก สิ่งที่จะสะดุดตาก่อนเลยคือลานในกลางบ้านสไตล์สเปน ที่เปิดท้องฟ้าให้แสงธรรมชาติส่องลงมา รอบ ๆ มีระเบียงไม้เก่า ๆ และผนังฉาบปูนสีขาวสไตล์โคโลเนียล มีงานศิลปะของศิลปินเอกวาดอร์แขวนอยู่ทุกมุม จุดที่ทำให้ที่นี่ต่างจากบูทีคโรงแรมอื่นในเมืองเก่าคือคอนเซ็ปต์ดีไซน์ที่เจ้าของตั้งใจไล่ระดับตามชั้น ชั้นล่างสุดเก็บกลิ่นอาย colonial ดั้งเดิม ผนังหนา เพดานสูง คานไม้แท้ ๆ ขยับขึ้นมาชั้นกลางเป็น republican สไตล์ปลายศตวรรษ 19 ที่เริ่มมีอิทธิพลยุโรปเข้ามาเจือ และชั้นบนสุดเป็น contemporary โทนอบอุ่นเรียบหรู ทำให้ใครพักนานกว่าหนึ่งคืนแทบจะได้ลองเปลี่ยนยุคในคืนเดียวเลยทีเดียว ห้องสวีตทั้ง 10 ห้องก็ตั้งชื่อตามภาษา Kichwa ของชาวพื้นเมืองแอนดีส เช่น Sumak Pakari, Pakarina, Inti Killa — มีความตั้งใจในรายละเอียดมากแบบที่บูทีคใจกลางเมืองอย่าง Casa Gangotena ไม่มี
มื้อค่ำที่ Nuema และ workshop ที่ทำให้คนพูดถึง
ถ้าจะมีหัวใจสักดวงของโรงแรมนี้ ก็คงเป็นห้องอาหาร Nuema ของเชฟ Alejandro Chamorro กับภรรยา Pía Salazar ที่ทำหน้าที่หัวหน้าเชฟขนม Nuema เคยติดอันดับใน Latin America's 50 Best Restaurants และถูกยกให้เป็นหนึ่งในห้องอาหาร contemporary Ecuadorian ที่ดีที่สุดของประเทศ บรรยากาศในร้านอบอุ่นเหมือนนั่งทานในบ้านเพื่อนสนิท ที่นั่งจำกัดมาก เสิร์ฟแบบ tasting menu เปลี่ยนตามฤดูกาลและสิ่งที่หาได้จากแอนดีสกับแอมะซอน — มีทั้งโกโก้ป่าจากเอสเมรัลดาส มันฝรั่งพันธุ์โบราณจากที่สูง ปลาน้ำจืดจากแอมะซอน ปิดด้วยขนมจาก Pía ที่หลายคนยกให้เป็นไฮไลต์ของมื้อ คนนอกโรงแรมก็มากินที่นี่ คิวเต็มเร็วมาก แนะนำให้จองพร้อมตอนจองห้อง อีกสิ่งที่ทำให้ที่นี่พูดถึงกันมากในรีวิวคือ workshop ฟรีทุกบ่าย — ช่วงบ่ายโรงแรมเชิญช่างฝีมือเข้ามาสอนแขกสาน Panama hat ของแท้ ใครยังไม่รู้จะตกใจที่ Panama hat จริง ๆ ผลิตที่เอกวาดอร์ (ส่วนใหญ่ในเมือง Cuenca และ Montecristi) มาก่อน ที่ชื่อ Panama เพราะคนงานในคลองปานามาใส่กันสมัยศตวรรษ 19 อีกกิจกรรมคือทำไอศกรีมในล็อบบี้ ใช้ผลไม้พื้นเมืองสด ๆ จากตลาดเอกวาดอร์ ทั้งสองอย่างฟรีสำหรับแขก ไม่ต้องจอง แค่ลงไปบ่ายอ่อน ๆ ก็ได้เลย — เป็นคำว่า experiential luxury ที่จับต้องได้จริง ไม่ใช่แค่คำโฆษณา ส่วน concierge ก็จัดทริปเฉพาะตัวได้แทบทุกอย่าง ทั้งทัวร์เมืองเก่ากับไกด์รู้ลึก ขับรถไปตลาด Otavalo ขึ้น Pichincha หรือไปเส้นศูนย์สูตร Mitad del Mundo
ทำเลกลางย่าน San Marcos ที่ทั้งสวยและสงบ
ย่าน San Marcos ที่ Illa ตั้งอยู่ ถือว่าเป็นย่านที่กำลังมาแรงที่สุดของเมืองเก่ากีโต — ต่างจาก La Ronda ที่นักท่องเที่ยวเดินเต็ม San Marcos ยังเก็บเสน่ห์ของถนนหินก้อนแคบ ๆ ที่เงียบสงบ มีคาเฟ่ของศิลปินท้องถิ่น แกลเลอรี และร้านขายงานหัตถกรรมเอกวาดอร์ของแท้ ออกจากประตูโรงแรมเดินไม่กี่นาทีก็ถึง Iglesia de San Marcos โบสถ์ที่ตั้งชื่อให้ย่านนี้ และเดินต่ออีกสัก 10 นาทีก็ทะลุถึง Plaza Grande จัตุรัสกลางเมืองที่ล้อมรอบด้วยพระราชวังประธานาธิบดี มหาวิหารกีโต และโบสถ์ La Compañía de Jesús โบสถ์ที่ภายในปิดทองคำเปลวทั้งหลัง สวยจนต้องไปดูสักครั้งในชีวิต ส่วน El Panecillo เนินที่มีรูปปั้นพระแม่มารีปีกสูง 41 เมตรอยู่ห่างราว 10 นาทีโดยรถ ขึ้นไปเห็นวิวกีโตทั้งเมืองที่ตั้งอยู่บนเทือกเขาแอนดีสที่ระดับความสูง 2,850 เมตร สถานีเมโทร El Ejido สาย Línea 1 (เมืองนี้เพิ่งเปิดเมโทรปี 2023) อยู่ห่างเดินราว 15 นาที พอนั่งไปย่าน La Mariscal ย่านกลางคืนสมัยใหม่ได้ไม่กี่ป้าย ส่วนสนามบิน Mariscal Sucre (UIO) อยู่ไกลออกไปนอกเมืองพอตัว นั่งรถราว 45 นาที โรงแรมมีบริการรับส่งให้จัด ราคาแยกตามรายละเอียด
ข้อที่อยากให้รู้ก่อนจอง
พูดกันตรง ๆ เพื่อช่วยตัดสินใจ — ข้อแรกที่ต้องเตรียมใจคือห้องมีแค่ 10 ห้อง ฉะนั้นช่วง high season ทั้งหน้าแล้ง (มิ.ย.–ส.ค.) และช่วงคริสต์มาส–ปีใหม่ จองล่วงหน้า 3–6 เดือนยังแทบไม่มีว่าง ถ้าวางแผนไปกีโตช่วงนั้นต้องเช็กห้องว่างก่อนซื้อตั๋วเครื่องบินเลย ข้อสองคือเรื่องราคา ที่นี่เริ่มประมาณ ฿11,500/คืน ซึ่งสำหรับมาตรฐานเอกวาดอร์ถือว่าสูงพอตัว (โรงแรม 4 ดาวทั่วไปในกีโตอยู่ที่ ฿2,500–4,000 เท่านั้น) ถ้างบไม่เอื้อจริง ๆ อาจรู้สึกว่าแพง แต่ถ้าเทียบกับสิ่งที่ได้ — บูทีคในอาคารประวัติศาสตร์ บริการแบบเฉพาะตัว มื้อ Nuema และ workshop ฟรี — หลายคนรู้สึกว่าคุ้มมาก ข้อสามคือเรื่องย่าน เมืองเก่ากีโตปลอดภัยและสวยมากช่วงกลางวัน แต่หลังพลบค่ำถนนรอบ ๆ ค่อนข้างเงียบและไฟค่อนข้างน้อย ไม่ใช่ย่านที่จะออกไปเดินเที่ยวกลางคืนเองได้สบายใจ ถ้าจะออกไปไหนกลางคืนแนะนำให้ใช้ Uber (มีในกีโต ราคาถูก) หรือให้โรงแรมเรียกรถให้ ข้อสุดท้ายคือเรื่องความสูง กีโตอยู่ที่ 2,850 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล หลายคนที่บินตรงมาจากที่ราบจะรู้สึกหอบนิดหน่อยในวันแรก ๆ ไม่เกี่ยวกับโรงแรมโดยตรง แต่ให้เผื่อพักวันแรกที่นี่แทนที่จะรีบไปเดินเที่ยวเต็มวัน
สรุปจากทีมเรา
จากที่ทีมเรานั่งไล่อ่านรีวิวจริงจาก Agoda 9.3 และ Booking 9.4 ตรงกัน Illa Experience Hotel คือบูทีคโรงแรมที่ทำได้เกือบจะสมบูรณ์แบบสำหรับคนที่อยากซึมซับวัฒนธรรมเอกวาดอร์แบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่นอนหรู — ห้องในคฤหาสน์ 1800s ที่ดีไซน์ไล่ระดับ 3 ยุค มื้อค่ำที่ Nuema ระดับท็อปของประเทศ workshop สาน Panama hat กับทำไอศกรีมฟรีทุกวัน และบริการเฉพาะตัวที่เกิดได้เพราะมีแค่ 10 ห้องเท่านั้น เหมาะที่สุดสำหรับ คู่รัก honeymoon และสายลักชัวรีที่ให้ค่ากับ story และ experience มากกว่าขนาดห้อง รวมถึงนักเดินทางคนเดียวที่อยากได้บรรยากาศบ้านเพื่อนที่รู้จักเมือง ส่วนครอบครัวเด็กเล็กอาจไม่เหมาะนัก เพราะไม่มีสระว่ายน้ำ ไม่มี kids club และของแต่งห้องเป็นของโบราณ ถ้าภาพทริปกีโตในหัวคุณคือตื่นมาในห้องเพดานสูงสไตล์โคโลเนียล จิบกาแฟในลานในกลางบ้าน เดินเล่นในย่านศิลปิน กลับมาเรียน workshop สาน Panama hat แล้วปิดวันด้วยมื้อค่ำที่ Nuema ที่นี่คือคำตอบเดียวที่ทำได้ครบในที่เดียว เราให้ 9.3/10
คะแนนแยกหมวด
ประเมินโดยทีม editorial จากการตรวจสอบข้อมูลและรีวิวจริง
คำตัดสินจริงใจ — ข้อดี & ข้อที่ควรรู้ก่อนจอง
- อาคารคฤหาสน์โคโลเนียลยุค 1800s ที่บูรณะอย่างประณีต ตั้งอยู่ใจกลางย่าน San Marcos หนึ่งในย่านศิลปินที่สวยและเงียบสงบที่สุดของเมืองเก่า UNESCO
- ดีไซน์ไล่ระดับ 3 ยุค (colonial · republican · contemporary) ตามชั้น ทำให้แต่ละห้องมีบุคลิกไม่ซ้ำกัน เลือกได้ตามรสนิยม
- ห้องอาหาร Nuema ของเชฟ Alejandro Chamorro หนึ่งใน contemporary Ecuadorian ที่ดีที่สุดของประเทศ ใช้วัตถุดิบพื้นเมืองจากแอนดีสและแอมะซอนแบบ tasting menu
- Workshop ฟรีทุกบ่ายให้แขก — สอนสาน Panama hat (จุดกำเนิดจริงคือเอกวาดอร์ ไม่ใช่ปานามา) และทำไอศกรีมในล็อบบี้ เป็น experiential luxury แท้
- บริการระดับเฉพาะตัวเพราะมีเพียง 10 ห้อง พนักงานจำชื่อแขก จัดทริปและรถรับส่งให้แบบเฉพาะ บรรยากาศเหมือนพักบ้านเพื่อนคนรวยที่รู้จักเมือง
- ห้องพักมีเพียง 10 ห้องเท่านั้น ช่วง high season (มิ.ย.-ส.ค. และ ธ.ค.) จองล่วงหน้าหลายเดือนยังแทบไม่มีว่าง
- ราคาเริ่มที่ ฿11,500/คืนถือว่าสูงเมื่อเทียบกับค่าครองชีพและโรงแรมทั่วไปในเอกวาดอร์ คนที่งบจำกัดอาจรู้สึกว่าแพง
- ย่านเมืองเก่า San Marcos แม้สวยและปลอดภัยช่วงกลางวัน แต่หลังพลบค่ำถนนรอบ ๆ ค่อนข้างเงียบและไฟน้อย ออกไปไหนกลางคืนแนะนำให้ใช้ Uber
เหมาะกับใคร
Match Score ตามไลฟ์สไตล์การเดินทาง
สิ่งอำนวยความสะดวก
ทำเล & สถานที่ใกล้เคียง
กิจกรรมน่าทำใกล้ Quito
ทัวร์รายวัน ตั๋วเข้าชม และกิจกรรมรอบ Quito — จองล่วงหน้าบน Klook รับ e-ticket ในมือถือ
ดูกิจกรรมใน Quitoลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม
เคล็ดลับจากทีมรีวิว
- เลือกห้อง Sumak Pakari (Junior Suite ชั้น colonial) ถ้าอยากได้บรรยากาศโบราณเต็มพิกัด หรือ Pakarina (ชั้นบน contemporary) ถ้าชอบโมเดิร์น — ทั้งสองสไตล์ดีคนละแบบ จองตามรสนิยม
- จอง tasting menu ที่ Nuema พร้อมตอนจองห้องเลย เพราะคนนอกก็มาทาน คิวเต็มเร็วมาก โดยเฉพาะวันศุกร์-เสาร์
- ขอเข้าร่วม workshop สาน Panama hat ในช่วงบ่ายซึ่งเป็นกิจกรรมฟรีของโรงแรม — ได้รู้จริงว่าทำไมหมวกชื่อปานามาแต่ผลิตในเอกวาดอร์ และยังได้หมวกขนาดจิ๋วเก็บเป็นที่ระลึก