The Shelbourne, Autograph Collection
โดยทีม TopOfHotel
The Shelbourne คือ การได้นอนในตำนาน 200 ปีของดับลินที่หันหน้าตรงสวนกลางเมืองที่สวยที่สุด พร้อม afternoon tea ในขนบและสเต๊กเฮาส์ที่ชนชั้นนำเมืองใช้นัดพบ — เด่นที่บรรยากาศและเรื่องราว มากกว่าความใหม่เอี่ยมของห้อง
The Shelbourne คือ การได้นอนในตำนาน 200 ปีของดับลินที่หันหน้าตรงสวนกลางเมืองที่สวยที่สุด พร้อม afternoon tea ในขนบและสเต๊กเฮาส์ที่ชนชั้นนำเมืองใช้นัดพบ — เด่นที่บรรยากาศและเรื่องราว มากกว่าความใหม่เอี่ยมของห้อง
รีวิวเชิงลึก
ห้องพักและการตกแต่ง
ลองนึกภาพการเดินผ่านประตูตึก Georgian สีอิฐแดงสูง 6 ชั้นที่มีรูปปั้นเทพีนูเบียถือคบเพลิงสำริดเรียงรายหน้าทางเข้า แล้วก้าวเข้าสู่ล็อบบี้หินอ่อนสีนวลที่มีโคมระย้าคริสตัลห้อยลงมาจากเพดานสูง พื้นพรมเข้มสีเลือดหมู เฟอร์นิเจอร์ไม้สีน้ำตาลเข้ม และเสียงเปียโนแกรนด์ที่ดังเบา ๆ จากมุมหนึ่ง — นั่นคือบรรยากาศของ The Shelbourne, Autograph Collection ที่อยู่คู่ดับลินมาตั้งแต่ปี 1824 ห้องพักรวม 265 ห้องและสวีต กระจายอยู่ในตึกประวัติศาสตร์ที่ผ่านการบูรณะใหญ่ครั้งสำคัญในปี 2007 ห้องตกแต่งโทนคลาสสิกหรู ผ้าม่านหนาสีลึก เตียงสี่เสาเรียบหรู พรมลายเก่า และของตกแต่งที่ดูเหมือนเลือกมาแบบใส่ใจ — ห้องฝั่งสวน (Park View) จะเปิดวิวออกไปเจอสวน St Stephen's Green กว้าง 9 เฮกตาร์เต็มหน้าต่าง ตื่นเช้ามาเห็นต้นไม้และสนามหญ้าสีเขียวสบายตามาก ส่วนสวีตประวัติศาสตร์ Constitution Suite (ห้อง 112) คือห้องที่ใช้ร่างรัฐธรรมนูญไอร์แลนด์ปี 1922 ยังเก็บกลิ่นอายเดิมไว้ครบ ใครชอบนอนในที่ที่มีเรื่องราว จองห้องนี้แล้วได้ความรู้สึกพิเศษจริง ๆ
อาหาร เครื่องดื่ม และสิ่งอำนวยความสะดวก
ถ้าจะมีหัวใจสักดวงของ The Shelbourne ก็คงไม่พ้น Lord Mayor's Lounge ที่เสิร์ฟ afternoon tea ในบรรยากาศห้องโทนเข้ม โคมระย้าคริสตัล และเฟอร์นิเจอร์โบราณ — เซตเสิร์ฟแซนด์วิชชิ้นเล็ก scones อุ่น ๆ พร้อม clotted cream กับแยม และเค้ก-ขนมหวานหลากชนิดบนสแตนด์สามชั้น เสิร์ฟพร้อมชาคัดสรรในถ้วยกระเบื้องลายเก่า รีวิวยกให้เป็นหนึ่งใน afternoon tea ที่ดีที่สุดของดับลิน ต้องจองล่วงหน้านานเพราะเต็มเร็วมาก ข้าง ๆ กันคือ Saddle Room สเต๊กเฮาส์ระดับท็อปของเมืองที่ชนชั้นนำดับลินใช้นัดพบกันมายาวนาน เสิร์ฟสเต๊กไอริชชั้นดี ออยสเตอร์สด และเมนูคลาสสิกในบรรยากาศห้องไม้สีเข้ม โคมไฟทองสว่างนวล ส่วน No.27 Bar & Lounge และ Horseshoe Bar เป็นสองบาร์ในตำนาน ที่นักการเมือง นักเขียน และคนดังแวะมาจิบเครื่องดื่มกันตลอด — เคาน์เตอร์ Horseshoe Bar รูปเกือกม้าเป็นจุดถ่ายรูปและจุดนัดพบในตำนานของเมือง เรื่องสุขภาพมี The Spa at The Shelbourne ที่เน้นทรีตเมนต์โดยใช้ผลิตภัณฑ์ ESPA สระว่ายน้ำในร่ม jacuzzi sauna และฟิตเนสเปิด 24 ชั่วโมง บริการ Concierge ของที่นี่ได้รับเครื่องหมาย Les Clefs d'Or — เป็นที่ปรึกษาทุกอย่างตั้งแต่จองร้านอาหาร จัดทัวร์ Trinity College ไปจนถึงหาตั๋วชม pub crawl ในตำนาน
ทำเลและการเดินทาง
ทำเลของ The Shelbourne คือไพ่เด็ดที่ทำให้โรงแรมแห่งนี้กลายเป็นไอคอนของเมือง — ตั้งอยู่บนมุมจัตุรัส St Stephen's Green สวนสาธารณะวิคตอเรียนกว้าง 9 เฮกตาร์ที่สวยที่สุดของดับลิน เดินข้ามถนนก็เข้าสวนได้เลย ภายในสวนมีบ่อน้ำ น้ำตก รูปปั้น James Joyce และซุ้มไม้ดอกที่สวยเป็นพิเศษในฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน เปิดประตูออกจากโรงแรมก็เจอสถานี LUAS St Stephen's Green สายเขียวห่างเดินแค่ราว 1 นาที ทำให้กระโดดขึ้นรถรางไปไหนในเมืองได้สะดวกมาก เดินอีก 3 นาทีถึง Grafton Street ถนนช้อปปิ้งสายหลักของดับลินที่มีนักดนตรีเปิดหมวกตลอดทาง เดินอีก 10-12 นาทีถึง Trinity College มหาวิทยาลัยเก่าแก่ที่สุดของไอร์แลนด์และที่เก็บ Book of Kells หนังสือลายมือยุคกลางอันโด่งดัง ส่วน Temple Bar ย่านผับและไนต์ไลฟ์อันคึกคักก็อยู่ห่างเดินราว 12-15 นาทีข้ามฝั่งแม่น้ำ Liffey สำหรับการเดินทางจากสนามบินดับลิน (DUB) มีรถบัส Aircoach จอดหน้าโรงแรมตรงไปสนามบินใช้เวลาราว 30-40 นาที สะดวกมาก ใครอยากตื่นมาเดินเที่ยวเมืองได้ทั้งวันโดยแทบไม่ต้องนั่งรถ ทำเลนี้ตอบโจทย์แบบเต็มสิบ
ข้อที่อยากให้รู้ก่อนจอง
พูดกันตรง ๆ เพื่อช่วยตัดสินใจ — เสียงติงที่เจอบ่อยที่สุดในรีวิวคือเรื่อง ขนาดห้อง ห้องระดับมาตรฐาน (Classic/Superior) ของที่นี่ค่อนข้างเล็กและจัดวางแน่นกว่าที่คาดจากราคา เพราะเป็นตึกประวัติศาสตร์ที่ผังภายในเปลี่ยนแปลงไม่ได้มาก ใครชอบห้องกว้างพื้นที่โล่งแนะนำอัปเกรดเป็น Park View, Deluxe หรือสวีตซึ่งกว้างกว่าและได้วิวสวนเต็มตา ข้อสองที่เจอบ่อยคือ เสียงจากถนน — ห้องที่หันออก St Stephen's Green North จะได้ยินเสียงรถบัส รถราง และเสียงคนจากย่านที่คึกคักพอสมควร โดยเฉพาะช่วงเช้า-เย็นเร่งด่วน ถ้าคุณหลับยากแนะนำให้ขอห้องฝั่งสวนหรือฝั่งสนามด้านในไว้ก่อน ข้อสามคือ ความเป็นตึกเก่า — ลิฟต์ของที่นี่บางตัวค่อนข้างเล็กและช้ากว่าโรงแรมใหม่ ๆ พื้นไม้บางจุดเดินมีเสียงดัง และบางรายละเอียดของห้องน้ำหรือก๊อกน้ำเป็นแบบดั้งเดิม ใครคาดหวังความล้ำสมัยแบบโรงแรมแบรนด์ใหม่ ที่นี่อาจไม่ตอบโจทย์ สุดท้ายคือ ราคารวม ที่ค่อนข้างสูงโดยเฉพาะช่วง high season (พฤษภาคม-กันยายน) และวันหยุดใหญ่ ลองเช็กแพ็กเกจที่รวมอาหารเช้าหรือ afternoon tea ไว้ด้วยจะคุ้มกว่าจองเฉพาะห้อง
สรุปจากทีมเรา
จากที่ทีมเรานั่งไล่อ่านรีวิวจริงจากแขกหลายร้อยเสียง The Shelbourne, Autograph Collection คือโรงแรมที่ขาย "ตำนาน 200 ปี + ทำเลใจกลางเมืองตรงข้ามสวนที่สวยที่สุด + บริการในขนบ" ได้แบบไม่มีใครเทียบ ถ้าภาพทริปในหัวคุณคือเดินข้ามถนนไปนั่งเล่นในสวน St Stephen's Green ตอนเช้า กลับมาดื่ม afternoon tea ในห้องที่มีโคมระย้าคริสตัล แล้วต่อด้วยมื้อค่ำสเต๊กที่ Saddle Room และปิดท้ายด้วยค็อกเทลที่ Horseshoe Bar ในตำนาน ที่นี่คือตัวเลือกที่ลงตัวสุด ๆ และเหมาะอย่างยิ่งกับคู่รักที่ฉลองโอกาสพิเศษ คนรักประวัติศาสตร์ และนักเดินทางสายลักชูรีที่ให้ค่ากับเรื่องราวและบรรยากาศของตึก แต่ถ้าคุณคาดหวังห้องกว้างเอี่ยมและสิ่งอำนวยความสะดวกล้ำสมัยแบบโรงแรมแบรนด์ใหม่ ขนาดและความเป็นตึกเก่าของที่นี่อาจทำให้รู้สึกว่าจ่ายแพงไปนิด โดยรวมเราให้ 9.1/10 เหมาะที่สุดสำหรับคู่รัก สายลักชูรี และคนที่หลงเสน่ห์ของโรงแรมที่อยู่คู่เมืองมานาน
คะแนนแยกหมวด
ประเมินโดยทีม editorial จากการตรวจสอบข้อมูลและรีวิวจริง
คำตัดสินจริงใจ — ข้อดี & ข้อที่ควรรู้ก่อนจอง
- ทำเลใจกลางเมืองสุดยอด — หันหน้าตรงสวน St Stephen's Green และห่างจากสถานี LUAS แค่ราว 1 นาที เดินถึงถนนช้อปปิ้ง Grafton Street ในไม่กี่นาที
- ตึก Georgian สีอิฐแดงเปิดปี 1824 ครบ 200 ปีในปี 2024 — ล็อบบี้หินอ่อนพร้อมโคมระย้าคริสตัลและพรมสีเข้มที่เก็บกลิ่นอายเดิมไว้แบบไม่ฝืน
- Afternoon Tea ที่ Lord Mayor's Lounge ในขนบไอริช-อังกฤษ พร้อม scones อุ่น ๆ และชาเสิร์ฟใส่ถ้วยกระเบื้องลายเก่า — รีวิวยกให้เป็นจุดต้องลองอย่างน้อยครั้งหนึ่ง
- Saddle Room สเต๊กเฮาส์ระดับท็อปของดับลินที่ชนชั้นนำเมืองใช้นัดพบ + บาร์ No.27 และ Horseshoe Bar ที่นักการเมือง นักเขียน และคนดังแวะมาตลอด
- เรื่องราวประวัติศาสตร์เข้มข้น — เคยรับแขกตั้งแต่เจ้าหญิงเกรซ จอห์น เอฟ. เคนเนดี ไปจนถึง The Rolling Stones และใช้ร่างรัฐธรรมนูญไอร์แลนด์ปี 1922 ในห้อง 112
- ห้องระดับมาตรฐาน (Classic/Superior) บางห้องค่อนข้างเล็กและจัดวางแน่นเมื่อเทียบกับราคา เพราะเป็นตึกประวัติศาสตร์ที่ปรับเปลี่ยนผังเดิมไม่ได้มาก
- ห้องที่หันออกถนน St Stephen's Green North ได้ยินเสียงรถบัส รถราง และเสียงคนจากย่านคึกคักพอสมควร โดยเฉพาะเช้าและเย็นช่วงเร่งด่วน
- ราคารวมแล้วถือว่าสูงโดยเฉพาะช่วง high season และการเปิดประตูบางจุดยังเป็นแบบดั้งเดิม ลิฟต์เก่าทำงานช้ากว่าโรงแรมใหม่ ๆ
เหมาะกับใคร
Match Score ตามไลฟ์สไตล์การเดินทาง
สิ่งอำนวยความสะดวก
ทำเล & สถานที่ใกล้เคียง
กิจกรรมน่าทำใกล้ Dublin
ทัวร์รายวัน ตั๋วเข้าชม และกิจกรรมรอบ Dublin — จองล่วงหน้าบน Klook รับ e-ticket ในมือถือ
ดูกิจกรรมใน Dublinลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม
เคล็ดลับจากทีมรีวิว
- ขอห้องฝั่งสวน (Park View) หันเข้า St Stephen's Green — ตื่นเช้ามาเปิดผ้าม่านเจอสวนสีเขียวกว้าง 9 เฮกตาร์เต็มหน้าต่าง ดีกว่าหันออกถนนพอสมควรเรื่องเสียงและวิว
- Afternoon Tea ที่ Lord Mayor's Lounge ต้องจองล่วงหน้าหลายสัปดาห์ โดยเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ ส่วน Saddle Room ก็จองคิวเย็นวันศุกร์-เสาร์ยากเช่นกัน
- เดินข้ามถนนไปนั่งเล่นใน St Stephen's Green ช่วงเช้าก่อนนักท่องเที่ยวมาก — มีบ่อน้ำ น้ำตก รูปปั้น James Joyce และซุ้มไม้ดอกที่สวยมากในฤดูใบไม้ผลิ