The Merrion Hotel
โดยทีม TopOfHotel
The Merrion คือ การพักในคฤหาสน์ Georgian ที่หรูและคลาสสิกที่สุดของไอร์แลนด์ พร้อมสวนส่วนตัวกลางเมือง สปาแบบยุโรป และคอลเลกชันศิลปะไอริชระดับพิพิธภัณฑ์ — เด่นที่บรรยากาศและรายละเอียดที่เป็นไอริชแท้ ไม่ใช่เชนหรูทั่วไป
The Merrion คือ การพักในคฤหาสน์ Georgian ที่หรูและคลาสสิกที่สุดของไอร์แลนด์ พร้อมสวนส่วนตัวกลางเมือง สปาแบบยุโรป และคอลเลกชันศิลปะไอริชระดับพิพิธภัณฑ์ — เด่นที่บรรยากาศและรายละเอียดที่เป็นไอริชแท้ ไม่ใช่เชนหรูทั่วไป
รีวิวเชิงลึก
ห้องพักและการตกแต่ง
ลองนึกภาพคฤหาสน์ Georgian สี่หลังสีน้ำตาลอิฐยุค 1760s ตั้งเรียงตัวบนถนน Upper Merrion Street ตรงข้ามรัฐสภาไอร์แลนด์พอดี — บานประตูสีเหลืองมัสตาร์ดและเขียวเข้มอันเป็นเอกลักษณ์ของดับลิน เคาะแล้วถูกต้อนรับด้วยพนักงานในชุดสูทเข้าหน้าด่านบันไดหินเดิมที่ขัดเงาวับ นั่นคือสัมผัสแรกของ The Merrion Hotel โรงแรมที่หลายคนเรียกว่าหรูที่สุดของไอร์แลนด์ บูรณะอย่างพิถีพิถันนานกว่า 5 ปีก่อนเปิดในปี 1997 ปัจจุบันมีทั้งหมดราว 142 ห้องและสวีต กระจายอยู่ในตึกหลักคฤหาสน์เดิมและปีก Garden Wing ที่สร้างเพิ่มหันออกสวน ห้องพักทุกห้องตกแต่งสไตล์ Georgian คลาสสิกแท้ — เพดานปูนปั้นต้นฉบับ ผ้าม่านหนาทอลายดอก วอลเปเปอร์โทนครีม-เขียวอ่อน เฟอร์นิเจอร์ไม้แอนทีค โต๊ะเขียนหนังสือริมหน้าต่าง และเตาผิงคลาสสิก (บางห้องยังจุดได้จริงในหน้าหนาว) เตียงห่มผ้าลินินไอริชนุ่มสบาย ห้องน้ำใหญ่กรุหินอ่อนพร้อมอ่างยาวให้แช่ — รีวิวชมพร้อมเพรียงว่ารายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่เหมือนเชนหรูทั่วไป มันเหมือนพักในบ้านขุนนางไอริชที่ดูแลคุณเป็นแขกของบ้านจริง ๆ ห้องในปีก Garden Wing โดยเฉพาะ เปิดผ้าม่านยามเช้าจะเจอสวนสีเขียวกับนกร้อง ไม่ใช่ตึกหรือถนน นี่คือเหตุผลที่หลายคนยกให้เป็นวิวที่ดีที่สุดในใจกลางดับลิน
อาหารและสิ่งอำนวยความสะดวก
หัวใจดวงหนึ่งของโรงแรมนี้คือ Restaurant Patrick Guilbaud ห้องอาหารฝรั่งเศสร่วมสมัยระดับ 2 ดาวมิชลินที่อยู่คู่โรงแรมมาตั้งแต่วันเปิด ตัวห้องอาหารตกแต่งโทนสีอ่อนสว่าง ผนังประดับงานศิลปะไอริชสมัยใหม่ และเสิร์ฟทั้ง à la carte และ tasting menu ภายใต้การนำของเชฟ Guillaume Lebrun ที่หยิบวัตถุดิบไอริชแท้ — ปลาจากชายฝั่งตะวันตก เนื้อแกะจาก Kerry ผักออร์แกนิกจากสวนในชนบท — มาตีความใหม่ในภาษาฝรั่งเศส รีวิวจำนวนไม่น้อยยกให้เป็นมื้อค่ำที่น่าจดจำที่สุดมื้อหนึ่งของทริปไอร์แลนด์ ถัดมาคือ Afternoon Tea ในห้องรับรอง Drawing Room ที่ Merrion ทำเป็นซิกเนเจอร์ของตัวเอง พิเศษกว่าที่อื่นเพราะมีเวอร์ชัน Art Tea ที่ขนมแต่ละชิ้นได้แรงบันดาลใจจากภาพเขียนในคอลเลกชันของโรงแรม — เช่นเค้กสีน้ำเงินที่ดูเหมือนผลงานของ Louis le Brocquy หรือบิสกิตทรงเหลี่ยมจาก William Scott จานเสิร์ฟพร้อมการ์ดเล่าที่มาให้ด้วย รีวิวบอกว่าเป็นประสบการณ์ที่ตื่นเต้นและคุ้มค่าจัดเลย ลงไปชั้นใต้ดินคือ Tethra Spa ที่มีสระว่ายน้ำในร่มยาว 18 เมตร พร้อมห้องสตีม ซาวน่า จากุซซี่ ห้องฟิตเนส และห้องทรีตเมนต์ 4 ห้องที่ใช้แบรนด์ ESPA เป็นหลัก บรรยากาศโทนหินอ่อนเงียบสงบ — เหมาะแช่หลังเดินเที่ยวเมืองทั้งวัน ส่วน The Cellar Bar ในห้องใต้ดินอิฐแดงเก่าก็เป็นจุดนัดพบยอดนิยมของคนดับลินมาดื่ม Guinness และค็อกเทล สำหรับมื้อสบาย ๆ มี The Garden Room หันออกสวน ให้ความรู้สึกเหมือนทานข้าวในเรือนกระจกของบ้านชนบทมากกว่าโรงแรมในเมือง
ทำเลและคอลเลกชันศิลปะ
ทำเลของ Merrion คือไพ่ที่ยากจะหาที่ไหนเทียบ — ตั้งอยู่กลาง Georgian Quarter ใจกลางดับลินพอดี ตรงข้ามรัฐสภา Leinster House โดยเปิดประตูออกมาก็เจอกับ Merrion Square และ National Gallery of Ireland อยู่หัวมุมถนน เดินอีกนิดเข้าย่านช้อปปิ้ง Grafton Street แค่ราว 5 นาที St. Stephen's Green สวนสาธารณะหลักของเมือง 4 นาที พิพิธภัณฑ์ National Museum of Ireland 3 นาที และ Trinity College ที่เก็บ Book of Kells อยู่ห่างเดินราว 10 นาที สถานีรถไฟ Pearse เดินถึงราว 8 นาทีพาคุณไปสนามบินดับลิน DUB ในไม่นานหรือออกไปเที่ยว Howth/Dún Laoghaire ริมทะเลก็ได้ ส่วนรถราง Luas สาย Green ที่จุด Dawson เดินราว 7 นาที พาขึ้นเหนือไปยัง Temple Bar และฝั่งเหนือเมืองได้ในไม่กี่ป้าย จากสนามบินดับลินใช้รถยนต์ราว 25–35 นาที สิ่งที่ทำให้ Merrion ไม่เหมือนโรงแรมหรูที่อื่นในยุโรปคือ คอลเลกชันงานศิลปะไอริช กว่า 600 ชิ้นที่กระจายตามผนังทางเดิน ห้องรับรอง ร้านอาหาร และห้องพักทุกห้อง — รวมถึงผลงานของ Jack B. Yeats น้องชายของกวี W.B. Yeats, Louis le Brocquy ศิลปิน Modernist คนสำคัญ และ William Scott ผู้บุกเบิกศิลปะ Abstract ของไอร์แลนด์ โรงแรมยังจัดทำสมุดไกด์ Art Walk ให้แขกเดินชมเอง หรือจะจอง Curator-led tour ก็ได้ รีวิวจำนวนมากบอกว่ามันเปลี่ยนการพักโรงแรมธรรมดาให้กลายเป็นประสบการณ์ทางวัฒนธรรมไอริชแบบเต็มอิ่ม
ข้อที่อยากให้รู้ก่อนจอง
พูดกันตรง ๆ เพื่อช่วยตัดสินใจ — ข้อแรกที่ทุกคนต้องเผชิญคือเรื่องราคา The Merrion เป็นโรงแรมที่ราคาแพงที่สุดในดับลินอย่างไม่ต้องสงสัย ห้องเริ่มต้นราว ฿22,500/คืน ขึ้นไปถึง ฿48,000 สำหรับสวีต และในช่วง St. Patrick's Day หรือ Rugby Six Nations ราคาอาจขึ้นไปอีกหลายเท่า ต้องมั่นใจกับงบจริง ๆ ก่อนจอง ข้อสองคือสไตล์การตกแต่ง — โรงแรมเน้นความคลาสสิก Georgian เต็มสูบ ผ้าม่านหนา วอลเปเปอร์ลายดอก เฟอร์นิเจอร์ไม้แอนทีค ใครคุ้นเคยกับโรงแรมโมเดิร์นมินิมอลแบบเชนหรูใหม่ ๆ อย่าง Aman, Park Hyatt อาจรู้สึกเชยไปนิด หรือมองว่า "เก่า" ในแง่บรรยากาศ แต่หากคุณชื่นชอบสไตล์อังกฤษ-ยุโรปแท้ ๆ นี่คือสวรรค์ ข้อสามคือเสียงรบกวน — ห้องบางหมวด (Superior หรือ Deluxe) ในตึกหลักหันออกถนน Upper Merrion Street ที่แม้จะไม่จอแจมากแต่ก็มีรถวิ่งช่วงเช้า ใครหลับยากแนะนำให้ระบุขอ Garden Wing ตอนจองเลย เงียบกว่ามาก ข้อสุดท้ายคือเรื่องห้องอาหาร — Restaurant Patrick Guilbaud ปิดวันอาทิตย์และจันทร์ และที่นั่งในวันเสาร์เต็มเร็วมาก ถ้าตั้งใจมาทานต้องเช็กปฏิทินและจองล่วงหน้านานเป็นเดือนสำหรับช่วง high season Afternoon Tea ก็เช่นกัน ควรจองล่วงหน้าอย่างน้อย 2 สัปดาห์
สรุปจากทีมเรา
จากที่ทีมเรานั่งไล่อ่านรีวิวจริงมาหลายร้อยเสียง The Merrion Hotel คือโรงแรมที่ขายบรรยากาศ Georgian Townhouse แท้ ๆ ของไอร์แลนด์ สวนส่วนตัวกลางเมือง คอลเลกชันศิลปะไอริชระดับพิพิธภัณฑ์ ห้องอาหาร 2 ดาวมิชลิน และบริการที่อบอุ่นเป็นกันเองในแบบไอริชแท้ ได้อย่างหาตัวจับยาก ถ้าภาพทริปในหัวคุณคือเดินเข้าโรงแรมหลังเที่ยว Trinity College ผ่อนคลายในสปา ดื่ม Guinness ที่ Cellar Bar แล้วปิดท้ายด้วยมื้อค่ำที่ Patrick Guilbaud — ที่นี่คือตัวเลือกที่ลงตัวสุด ๆ และน่าจะเป็นความทรงจำหลักของทริปไอร์แลนด์เลย แต่ถ้าคุณคาดหวังโรงแรมโมเดิร์นเรียบเก๋แบบกระจกใสและคอนกรีต Merrion อาจให้ความรู้สึกคลาสสิกเกินไป โดยรวมเราให้ 9.4/10 เหมาะที่สุดสำหรับสายลักชัวรี คู่รักฮันนีมูน และคนรักศิลปะ-ประวัติศาสตร์ที่อยากสัมผัสไอร์แลนด์แบบลึกซึ้งและคลาสสิกที่สุด
คะแนนแยกหมวด
ประเมินโดยทีม editorial จากการตรวจสอบข้อมูลและรีวิวจริง
คำตัดสินจริงใจ — ข้อดี & ข้อที่ควรรู้ก่อนจอง
- คฤหาสน์ Georgian Townhouse ยุค 1760s ที่บูรณะอย่างพิถีพิถัน — บันไดหินเดิม เพดานปูนปั้นต้นฉบับ และเตาผิงคลาสสิกในห้องนั่งเล่นทุกห้อง บรรยากาศเหมือนพักในบ้านขุนนางไอริชแท้ ๆ
- สวนส่วนตัวสไตล์ไอริชกลางเมือง (Garden) ที่เป็นไฮไลต์ — ห้องในปีก Garden Wing หันออกพื้นที่สีเขียวเงียบสงบ ตื่นมาเห็นนกร้องและดอกไม้ตามฤดู ไม่ใช่ตึกสูงข้างหน้า
- Restaurant Patrick Guilbaud ระดับ 2 ดาวมิชลินอยู่คู่โรงแรมมาตั้งแต่ปี 1997 — เสิร์ฟอาหารฝรั่งเศสร่วมสมัยที่ใช้วัตถุดิบไอริชเป็นแกน รีวิวยกให้เป็นมื้อค่ำที่น่าจดจำที่สุดมื้อหนึ่งของทริปไอร์แลนด์
- คอลเลกชันงานศิลปะไอริชกว่า 600 ชิ้นกระจายทั่วโรงแรม รวมถึงผลงานของ Jack B. Yeats, Louis le Brocquy และ William Scott — มี Art Tea แบบเดินชมพร้อมไกด์ที่ออกแบบไอเดียขนมจากภาพแต่ละชิ้น
- Tethra Spa ใต้ดินที่มีสระว่ายน้ำในร่ม 18 เมตร ห้องสตีม ซาวน่า และห้องทรีตเมนต์ 4 ห้อง บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะแช่หลังเดินเที่ยวเมืองทั้งวัน
- ราคาสูงที่สุดในดับลิน — ห้องเริ่มต้น ฿22,500/คืน และสวีตขึ้นไปถึง ฿48,000 บางคืนสูงกว่านี้ในช่วง St. Patrick's Day หรือ Rugby Six Nations — ต้องมั่นใจกับงบก่อนจอง
- ดีไซน์คลาสสิกจัดตามสไตล์ Georgian — ผ้าม่านหนา วอลเปเปอร์ลายเก่า เฟอร์นิเจอร์ไม้แอนทีค ใครชอบโรงแรมโมเดิร์นมินิมอลแบบเชนหรูใหม่ ๆ อาจรู้สึกเชยไปนิด
- ห้องบางหมวด (Superior / Deluxe) ในตึกหลักหันออกถนน Upper Merrion Street ที่แม้จะไม่จอแจมาก แต่อาจได้ยินเสียงรถยามเช้า — ขอ Garden Wing ดีกว่าถ้าจะมาพักผ่อนจริงจัง
เหมาะกับใคร
Match Score ตามไลฟ์สไตล์การเดินทาง
สิ่งอำนวยความสะดวก
ทำเล & สถานที่ใกล้เคียง
กิจกรรมน่าทำใกล้ Dublin
ทัวร์รายวัน ตั๋วเข้าชม และกิจกรรมรอบ Dublin — จองล่วงหน้าบน Klook รับ e-ticket ในมือถือ
ดูกิจกรรมใน Dublinลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม
เคล็ดลับจากทีมรีวิว
- ระบุเลยตอนจองว่าขอห้องในปีก Garden Wing หันออกสวน — เงียบสงบกว่าและวิวสวยกว่าฝั่งถนน รีวิวชมตรงกันว่าคุ้มค่าทุกบาทที่จ่ายเพิ่ม
- Afternoon Tea แบบ Art Tea จัดเป็นซิกเนเจอร์ของโรงแรม จองล่วงหน้าอย่างน้อย 2 สัปดาห์ในช่วง high season — ขนมแต่ละชิ้นออกแบบจากภาพเขียนในคอลเลกชันโรงแรมโดยตรง
- Restaurant Patrick Guilbaud ปิดวันอาทิตย์-จันทร์ — ถ้าตั้งใจมาทานต้องเช็กปฏิทินก่อน เสาร์เป็นวันที่จองยากที่สุด ควรจองล่วงหน้านานเป็นเดือน