Terelj Hotel & Spa
โดยทีม TopOfHotel
Terelj Hotel & Spa คือ การพักหรูระดับ Small Luxury Hotels of the World กลางทุ่งหินและทุ่งหญ้าบ้านเกิด Genghis Khan — ห่อตัวด้วยผ้าฝ้ายอียิปต์และผ้าห่มแคชเมียร์ ตื่นมาขี่ม้าตอนเช้า แช่สปาตอนบ่าย ไอซ์สเก็ตยามค่ำในฤดูหนาว
Terelj Hotel & Spa คือ การพักหรูระดับ Small Luxury Hotels of the World กลางทุ่งหินและทุ่งหญ้าบ้านเกิด Genghis Khan — ห่อตัวด้วยผ้าฝ้ายอียิปต์และผ้าห่มแคชเมียร์ ตื่นมาขี่ม้าตอนเช้า แช่สปาตอนบ่าย ไอซ์สเก็ตยามค่ำในฤดูหนาว
รีวิวเชิงลึก
บรรยากาศและการตกแต่ง
ลองนึกภาพการขับรถออกจากกรุงอูลานบาตอร์ที่ขวักไขว่ มุ่งหน้าไปทางตะวันออกผ่านทุ่งหญ้าสเตปป์กว้างไกลที่มีฝูงแกะและม้ากระจัดกระจาย แล้วถนนค่อย ๆ ไต่ขึ้นเขาเข้าไปในป่าสนหนาทึบ จนกระทั่งเลี้ยวสุดท้ายแล้วโผล่มาเจอตึกสีอ่อนทรงยุโรปคลาสสิกตั้งสง่างามอยู่กลางวงล้อมของภูเขาหินรูปทรงประหลาดและทุ่งหญ้าสุดลูกหูลูกตา — นั่นแหละคือภาพแรกของ Terelj Hotel & Spa ที่จะติดตาคุณตลอดทริป ที่นี่เป็นสมาชิก Small Luxury Hotels of the World มีสวีตทั้งหมด 52 ห้อง ดีไซน์ภายนอกเหมือนแมเนอร์ยุโรปเล็ก ๆ ที่ลอยมาตั้งอยู่กลางทุ่ง บรรยากาศภายในผสานความหรูแบบยุโรปคลาสสิกกับองค์ประกอบศิลปะมองโกเลียอย่างพรมทอมือ ภาพเขียนนักรบบนหลังม้าและของตกแต่งทองเหลืองตามมุมต่าง ๆ ห้องพักทุกสวีตห่อตัวคุณด้วยผ้าปูที่นอนผ้าฝ้ายอียิปต์ และผ้าห่มขนแคชเมียร์ทอจากขนแกะมองโกเลียที่นุ่มสบายเป็นเอกลักษณ์ เปิดประตูออกบัลโคนีก็เจอเสียงลมพัดผ่านต้นสนและกลิ่นหญ้าสด ส่วนสวีตชั้นบนพื้นที่กว่า 60 ตร.ม. หันออกวิวเทือกเขาหินและทุ่งหญ้าเต็มตา ตื่นมาเปิดม่านครั้งแรกแล้วคุณจะเข้าใจทำไมรีวิวหลายเสียงเรียกที่นี่ว่า "เหมือนตื่นมาในนิยายเรื่องเจงกีสข่าน"
อาหารและสิ่งอำนวยความสะดวก
หัวใจของการพักที่นี่อยู่ที่การได้ผ่อนคลายแบบลักชัวรีแท้ ๆ ในใจกลางธรรมชาติยิ่งใหญ่ ห้องอาหารหลักเสิร์ฟทั้งเมนูยุโรปคลาสสิกและอาหารมองโกเลียท้องถิ่นที่ปรับให้เข้าถึงง่าย — แนะนำลอง khorkhog เนื้อแกะนึ่งกับหินร้อนแบบดั้งเดิม หรือ buuz ซาลาเปานึ่งไส้เนื้อสูตรครอบครัว เคียงไวน์แดงสักแก้วในห้องอาหารโทนอุ่น หน้าต่างบานใหญ่มองออกไปเห็นทุ่งกว้างและภูเขาหิน แต่จุดที่ทำให้ที่นี่ต่างจากรีสอร์ตอื่น ๆ ในอุทยานจริง ๆ คือ สปา ที่เป็นชื่อโรงแรมเลย — มีห้องทรีตเมนต์หลายแบบทั้งทรีตเมนต์มองโกเลียดั้งเดิม สระว่ายน้ำในร่มที่ใช้แช่ตัวคลายเมื่อยหลังกลับจากเดินป่าหรือขี่ม้า ซาวน่าและจาคุซซี่ที่รีวิวหลายเสียงชมว่าน่าใช้บริการเช้าเย็น ในรีสอร์ตยังมีบาร์เล็ก ๆ ให้นั่งจิบเครื่องดื่มยามค่ำ ฟิตเนส และเคาน์เตอร์จัดทัวร์ในล็อบบี้ที่ดูแลทุกกิจกรรมในอุทยานให้คุณ ตั้งแต่ขี่ม้าครึ่งวัน เดินป่าขึ้น Aryabal Meditation Temple ไปจนถึงพาเยี่ยม ger camp ของครอบครัวคนเร่ร่อน และที่เด็ดสุดสำหรับคนมาช่วง ธ.ค.-ก.พ. คือ ลานไอซ์สเก็ต ในรีสอร์ตเปิดให้เล่นได้พร้อมเช่ารองเท้าครบเซ็ต รวมถึงทัวร์รถลากสุนัขฮัสกี้และสโนว์โมบิลที่จัดให้ผ่านทางโรงแรม เป็นประสบการณ์หน้าหนาวที่หาที่ไหนยากในเมืองหลวง
ทำเลและการเดินทาง
Terelj Hotel & Spa ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ Gorkhi-Terelj ห่างจากใจกลางกรุงอูลานบาตอร์ราว 50 กิโลเมตรไปทางตะวันออก ใช้เวลาขับรถผ่านทางหลวง A0501 ราว 1 ชั่วโมง 15 นาที และจากสนามบินนานาชาติ Chinggis Khaan (UBN) ราว 1 ชั่วโมง 45 นาที โรงแรมมีบริการรถรับส่งให้จองล่วงหน้าซึ่งเป็นทางเลือกที่สะดวกที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาครั้งแรก อุทยานแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องภูเขาหินรูปทรงประหลาดอย่าง Turtle Rock (หินเต่า) ที่เป็นแลนด์มาร์กของพื้นที่ เทือกเขาสนหนาทึบ ทุ่งหญ้ากว้างที่กล่าวกันว่าเป็นบ้านเกิดของ Genghis Khan และแม่น้ำ Terelj ที่ไหลใสตลอดปี ห่างออกไปอีกราว 20 กม. คือ Chinggis Khaan Equestrian Statue ที่ Tsonjin Boldog — รูปปั้นทองแดงของจักรพรรดิเจงกีสข่านบนหลังม้า สูง 40 เมตร ใหญ่ที่สุดในโลก สามารถขึ้นไปยืนบนหัวม้าชมวิวทุ่งกว้างสุดสายตาได้ ทำเลแบบนี้เหมาะกับคนที่อยากสัมผัสมองโกเลียในแบบธรรมชาติจริง ๆ — คุณจะใช้เวลาส่วนใหญ่ในรัศมีของอุทยาน ตื่นมาขี่ม้าตอนเช้า แช่สปาตอนบ่าย และนอนฟังเสียงลมผ่านต้นสนยามค่ำคืน ห่างไกลจากเสียงรถและไฟเมืองโดยสิ้นเชิง
ข้อที่อยากให้รู้ก่อนจอง
พูดกันตรง ๆ เพื่อช่วยตัดสินใจ — ข้อที่ต้องชั่งใจมากที่สุดคือเรื่องระยะทาง โรงแรมห่างใจกลางเมือง 50 กม. การเดินทางไป-กลับเกือบ 3 ชั่วโมงต่อวัน ถ้าวางแผนวิ่งเข้าออกเมืองทุกวันเพื่อช้อปหรือทัวร์ในเมืองคงไม่คุ้ม ที่นี่เหมาะกับการพักยาว 2-3 คืนแล้วใช้เวลาในอุทยานเต็มที่ ข้อสองคือเรื่องราคา — เริ่มที่ ฿12,500 ต่อคืน และในไฮซีซั่นทั้งฤดูร้อน (มิ.ย.-ส.ค.) และฤดูหนาวที่มีไอซ์สเก็ต (ม.ค.-ก.พ.) ขยับขึ้นไปแตะ ฿28,000 ห้องเต็มเร็ว ควรจองล่วงหน้าหลายเดือนโดยเฉพาะถ้าอยากได้สวีตชั้นบนวิวภูเขาหิน Wi-Fi ในห้องบางโซนสัญญาณอ่อนเพราะอยู่กลางป่าเขา ใครต้องประชุมออนไลน์ควรเช็กกับโรงแรมว่ามีจุดที่สัญญาณดีตรงไหน สุดท้ายคือเรื่องอากาศ — มองโกเลียมีช่วงอุณหภูมิหลากหลายสุดขั้ว ฤดูร้อนกลางวันร้อนได้ถึง 30 องศาแต่กลางคืนเย็นลงเหลือเลขเดียว ส่วนฤดูหนาว ธ.ค.-ก.พ. หนาวจัด -20 ถึง -30 องศา แม้โรงแรมจะอุ่นเต็มที่และมีเครื่องทำความร้อนทุกห้อง แต่กิจกรรมกลางแจ้งและไอซ์สเก็ตต้องเตรียมชุดกันหนาวจริงจัง โรงแรมมีให้เช่าแต่ของตัวเองพอดีตัวจะสบายกว่า
สรุปจากทีมเรา
จากที่ทีมเราไล่อ่านรีวิวจริงรวมกันเกือบพันเสียง Terelj Hotel & Spa คือคำตอบของคนที่ต้องการสัมผัสมองโกเลียในแบบหรูที่สุดเท่าที่อุทยาน Gorkhi-Terelj จะให้ได้ — ได้นอนกลางดินแดน Genghis Khan ห่อตัวด้วยผ้าฝ้ายอียิปต์และผ้าห่มแคชเมียร์ พร้อมสปาและสระในร่มคอยซัพพอร์ตทุกค่ำ ส่วนกลางวันก็มีกิจกรรมครบทั้งขี่ม้า เดินป่า และไอซ์สเก็ตในฤดูหนาว เหมาะที่สุดสำหรับ คู่รักฮันนีมูน ที่อยากได้บรรยากาศโรแมนติกท่ามกลางธรรมชาติยิ่งใหญ่ สายลักชัวรีในธรรมชาติ ที่อยากผสมการพักผ่อนระดับสูงเข้ากับการผจญภัย รวมถึง ครอบครัวที่อยากให้เด็ก ๆ ได้ขี่ม้าและสัมผัสวัฒนธรรมเร่ร่อน โดยไม่ต้องนอน ger camp กลางทุ่ง แต่ถ้าหัวใจของทริปคือการเดินเที่ยวในเมืองทุกวันหรือต้องประชุมงานต่อเนื่อง ทำเลที่ไกลออกมาคงไม่ตอบโจทย์ และราคาที่ขยับขึ้นแตะ ฿28,000 ก็ต้องชั่งใจกับงบจริง ๆ โดยรวมเราให้ 9.2/10 — เป็นการพักหายากที่จะทำให้คุณกลับมาแล้วยังคิดถึงกลิ่นหญ้าสดและเงาภูเขาหินที่ตกลงบนสวีตยามเช้าอยู่นาน
คะแนนแยกหมวด
ประเมินโดยทีม editorial จากการตรวจสอบข้อมูลและรีวิวจริง
คำตัดสินจริงใจ — ข้อดี & ข้อที่ควรรู้ก่อนจอง
- ทำเลในอุทยานแห่งชาติ Gorkhi-Terelj แดนภูเขาหินและทุ่งหญ้าบ้านเกิด Genghis Khan ตื่นเช้ามาเปิดม่านเจอวิวภูเขาสนและทุ่งกว้างเต็มตา
- เป็นสมาชิก Small Luxury Hotels of the World สวีต 52 ห้องล้วน ผ้าปูที่นอนเป็นผ้าฝ้ายอียิปต์และผ้าห่มทอจากแคชเมียร์มองโกเลียที่นุ่มสบายเป็นเอกลักษณ์
- กิจกรรมในรีสอร์ตครบจัด — ขี่ม้า เดินป่า เยี่ยมชม ger camp ของคนเร่ร่อน รวมถึงลานไอซ์สเก็ตและลานสกีในฤดูหนาว มีไกด์พูดอังกฤษได้
- สปาขึ้นชื่อ มีห้องทรีตเมนต์หลายแบบ ซาวน่าสไตล์มองโกเลียดั้งเดิม สระว่ายน้ำในร่ม และจาคุซซี่ ช่วยฟื้นจากเดินป่าหรือขี่ม้าทั้งวันได้ดีมาก
- ห่างจากรูปปั้น Chinggis Khaan ทองแดงสูง 40 เมตร (รูปปั้นบนหลังม้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก) เพียง 20 กม. โรงแรมจัดรถพาแวะให้ในแพ็กเกจทัวร์
- ห่างจากใจกลางอูลานบาตอร์ราว 50 กม. ขับรถ 1 ชม. 15 นาที — ถ้าวางแผนวิ่งเข้าออกเมืองทุกวันคงไม่เวิร์ก ต้องตั้งใจมานอนพักในอุทยานเป็นหลัก
- ราคาสูงกว่าโรงแรมระดับเดียวกันในเมืองอย่างเห็นได้ชัด เริ่ม ฿12,500 และฤดูร้อน-ฤดูหนาวขึ้นไปแตะ ฿28,000 ต่อคืน ควรเช็กโปรโมชั่นล่วงหน้า
- Wi-Fi ในห้องบางโซนสัญญาณอ่อน เพราะอยู่กลางป่าเขา ใครต้องประชุมออนไลน์หรือต้องการเน็ตเสถียรควรเช็กกับโรงแรมว่ามีจุดที่สัญญาณดีตรงไหน
เหมาะกับใคร
Match Score ตามไลฟ์สไตล์การเดินทาง
สิ่งอำนวยความสะดวก
ทำเล & สถานที่ใกล้เคียง
กิจกรรมน่าทำใกล้ Ulaanbaatar
ทัวร์รายวัน ตั๋วเข้าชม และกิจกรรมรอบ Ulaanbaatar — จองล่วงหน้าบน Klook รับ e-ticket ในมือถือ
ดูกิจกรรมใน Ulaanbaatarลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม
เคล็ดลับจากทีมรีวิว
- ขอสวีตชั้นบนฝั่งหันออกเทือกเขาหิน — เปิดม่านตอนเช้าเจอแสงแรกตกบนหินรูปทรงประหลาดของอุทยานในระยะใกล้ บรรยากาศที่ภาพถ่ายไม่มีทางถ่ายทอดได้
- ถ้ามาฤดูหนาว (ธ.ค.-ก.พ.) อย่าพลาดลานไอซ์สเก็ตในรีสอร์ตและทัวร์รถลากสุนัขฮัสกี้ที่จัดให้ — เป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้ในโรงแรมในเมือง
- จองทัวร์ขี่ม้าครึ่งวันรอบเช้า 9-10 โมง แสงสวยที่สุดและอุณหภูมิยังสบาย ส่วนช่วงเย็นโรงแรมจัดมุมริมน้ำให้นั่งจิบไวน์ชมพระอาทิตย์ตกเป็นจุดที่คู่รักไม่ควรพลาด