Sunshine Hotel Asmara
โดยทีม TopOfHotel
Sunshine คือ โรงแรมครอบครัวที่เปลี่ยนค่ำคืนในอัสมาราให้กลายเป็นความทรงจำ — Piano Bar คืนเสาร์ผสาน R&B แจ๊ส และ tizita เอริเทรียอย่างลงตัว
Sunshine คือ โรงแรมครอบครัวที่เปลี่ยนค่ำคืนในอัสมาราให้กลายเป็นความทรงจำ — Piano Bar คืนเสาร์ผสาน R&B แจ๊ส และ tizita เอริเทรียอย่างลงตัว
รีวิวเชิงลึก
ห้องพักและบรรยากาศ
ลองนึกภาพบ้านบูทีกหลังเล็กกลางเมืองหลวงเอริเทรีย ที่ครอบครัวหนึ่งเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 1996 ดูแลแขกเหมือนเพื่อนที่มาเยือนบ้าน — นั่นแหละคือเสน่ห์ของ Sunshine Hotel Asmara โรงแรมมี 26 ห้องเท่านั้น ตกแต่งเรียบง่ายด้วยพื้นกระเบื้องและเฟอร์นิเจอร์ไม้โทนอบอุ่น ผ้าม่านสีนวล เตียงปูตึงเอี่ยมแบบที่เห็นแล้วรู้ว่ามีคนตั้งใจดูแล หลายห้องมีบัลโคนีเล็ก ๆ หันออกระเบียงสวนกลางตึก ตื่นเช้ามาเปิดประตูออกไปจะได้กลิ่นใบไม้สด ๆ ผสมกาแฟที่ชงอยู่ในครัวด้านล่าง รีวิวเป็นเสียงเดียวกันว่าห้อง "สะอาดเอี่ยม" และไม่เคยมีกลิ่นอับเลย ขนาดห้องค่อนข้างกะทัดรัดเป็นมาตรฐานบูทีก ไม่ใช่สเกลโรงแรมใหญ่หรือพาเลซ แต่จัดวางได้คุ้มทุกตารางนิ้ว มีเก้าอี้นั่งอ่านหนังสือมุมหน้าต่าง โต๊ะทำงานเล็ก ๆ และห้องน้ำที่แม้จะไม่กว้างก็ฟังก์ชันครบ ใครชอบความรู้สึก "พักบ้านเพื่อน" มากกว่าโรงแรมเชนยักษ์น่าจะถูกใจมาก
Piano Bar และระเบียงสวน
หัวใจของที่นี่ไม่ใช่ห้องพักหรือสปา แต่เป็น Piano Bar คืนวันเสาร์ ที่กลายเป็นตำนานเล็ก ๆ ของชุมชนนักเดินทางและคนอัสมาราเอง บาร์นั่งจุไม่กี่สิบที่ ใช้เปียโนตัวจริงที่เจ้าของรักดูแลเป็นอย่างดี นักดนตรีท้องถิ่นแวะเวียนมาเล่นผลัดกัน เซ็ตที่ทุกคนรอคือช่วงดึกที่เริ่มผสม R&B กับแจ๊สมาตรฐานเข้ากับ tizita แนวเพลงโซลขึ้นชื่อของเอริเทรียที่เนื้อพูดถึงความคิดถึงและความทรงจำ — ฟังแล้วขนลุกแม้จะไม่เข้าใจภาษา หลายรีวิวบอกว่าคืนเสาร์ที่ Sunshine คือ "การต้อนรับที่อบอุ่นที่สุดในประเทศ" ส่วนตอนกลางวัน ระเบียงสวนกลางตึก คือโอเอซิสเงียบ ๆ ที่ไว้นั่งจิบกาแฟเอริเทรียชงสด อ่านหนังสือ หรือคุยกับเจ้าของถึงประวัติเมือง อาหารเช้าก็เสิร์ฟตรงนี้ — ไข่ทำสด ขนมปังอบใหม่ ผลไม้ตามฤดู และถ้าขอเพิ่มได้คือกาแฟแบบ traditional ที่ชงในกาดินเผาตามวิถีท้องถิ่น เป็นมื้อเช้าที่หลายคนยกให้เป็นช่วงเวลาโปรดของวัน
ทำเลและการเดินทาง
ทำเลคือไพ่เด็ดอีกใบของที่นี่ โรงแรมตั้งบนถนน Bidho ใจกลางย่าน CBD พอดี ขอบย่าน Diplomatic Quarter ที่มีสถานทูตหลายชาติตั้งเรียงกัน บรรยากาศจึงปลอดภัยและเงียบสงบกว่าหลายส่วนของเมือง เดินออกจากประตูโรงแรมไปไม่กี่นาทีก็เจอร้านกาแฟยุคอิตาเลียนที่ยังเปิดบริการตั้งแต่ 1930s เดินต่ออีกราว 10 นาทีจะถึง Harnet Avenue ถนนคนเดินเส้นหลักที่เรียงรายด้วยตึกอาร์ตเดโคและโมเดิร์นนิสต์ยุคอิตาเลียน ซึ่ง UNESCO ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี 2017 มีโรงภาพยนตร์ Cinema Impero ระดับไอคอน มหาวิหารคาทอลิก และร้านขายเครื่องเทศกลิ่นหอมตลอดทาง สนามบิน Asmara International (ASM) อยู่ห่างราว 6 กิโลเมตร นั่งรถถึงได้ใน 15–20 นาที โรงแรมมีบริการรับ-ส่งสนามบินด้วย สำหรับคนอยากเที่ยวรอบเมืองสามารถเดินสำรวจได้ทั้งวัน หรือจ้างรถพาออกไปเมือง Massawa ริมทะเลแดงผ่านทางหลวงเลียบเขาที่วิวสุดยอด
ข้อที่อยากให้รู้ก่อนจอง
พูดกันตรง ๆ เพื่อช่วยตัดสินใจ — เสียงติงที่เจอบ่อยที่สุดคือเรื่องขนาดห้องที่ค่อนข้างกะทัดรัด ถ้าคุณคุ้นกับห้องโรงแรมเชนใหญ่หรือต้องการสวีตขนาดใหญ่ ที่นี่อาจรู้สึกแน่นไปนิด แนะนำลองอัปเกรดเป็นห้อง superior หรือสวีตที่ราคาสูงสุดราว ฿5,800/คืน จะได้พื้นที่กว้างขึ้นพร้อมบัลโคนีหันสวน อีกข้อที่ต้องเตรียมใจคือ Wi-Fi — สะดุดเป็นช่วง ๆ และความเร็วไม่สม่ำเสมอ แต่ขอบอกตรง ๆ ว่าเป็นมาตรฐานของเอริเทรียทั้งประเทศ ไม่ใช่ความผิดของโรงแรม ถ้าต้องประชุมออนไลน์หรือทำงานออนไลน์ตลอดทริปควรเตรียมแผนสำรอง เช่น SIM ท้องถิ่นหรือยอมรับว่าทริปนี้จะ digital detox ส่วน Piano Bar คืนเสาร์ที่เป็นไฮไลต์ก็มีข้อแลก คือเสียงอาจดังขึ้นมาถึงห้องชั้นล่างที่อยู่ใกล้บาร์โดยตรง ถ้าคุณเป็นคนนอนเร็วหรือนอนเงียบ แนะนำขอห้องชั้นบนหรือฝั่งสวนตอนจองเลย จะหลับสบายขึ้นมาก สุดท้ายคือบัตรเครดิตยังใช้ได้จำกัดในเอริเทรีย แนะนำเตรียมเงินสด (USD หรือ EUR แล้วไปแลก nakfa ที่ธนาคาร) สำรองไว้ให้พอ
สรุปจากทีมเรา
จากที่ทีมเรานั่งไล่อ่านรีวิวจริงและเทียบกับโรงแรมอื่นในเมือง Sunshine Hotel Asmara คือตัวเลือกที่ลงตัวที่สุดสำหรับนักเดินทางอิสระที่อยากได้ "คาแร็กเตอร์" มากกว่าความหรูจัดเต็ม ครอบครัวเจ้าของบริหารเองมา 30 ปี Piano Bar คืนเสาร์เป็นไฮไลต์ที่หาที่อื่นไม่ได้ ระเบียงสวนกลางตึกเงียบสงบ และทำเลใจกลาง CBD ที่เดินเที่ยวมรดกโลกอาร์ตเดโคได้สบาย ราคาตั้งต้นราว ฿3,100/คืน ก็คุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับสิ่งที่ได้รับ เหมาะที่สุดสำหรับคู่รักที่ชอบบรรยากาศบ้าน ๆ นักเดินทางคนเดียวที่อยากเจอคนท้องถิ่น และคนที่หลงเสน่ห์เอริเทรียอยากซึมซับวัฒนธรรมแบบไม่กั้นกระจก ถ้าคุณคาดหวังสปาเต็มรูปแบบ สระดาดฟ้า หรือห้องขนาดสวีต ที่นี่ไม่ใช่คำตอบ — แต่ถ้าภาพในหัวคือนั่งจิบกาแฟเอริเทรียที่ระเบียงสวน เดินเล่นบน Harnet Avenue ตอนเย็น และปิดท้ายคืนเสาร์ด้วย tizita ในบาร์เปียโนเล็ก ๆ ที่นี่คือเพอร์เฟกต์ โดยรวมเราให้ 8.2/10
คะแนนแยกหมวด
ประเมินโดยทีม editorial จากการตรวจสอบข้อมูลและรีวิวจริง
คำตัดสินจริงใจ — ข้อดี & ข้อที่ควรรู้ก่อนจอง
- บริหารโดยครอบครัวมาตั้งแต่ปี 1996 รีวิวเป็นเสียงเดียวกันว่าการต้อนรับอบอุ่นและจริงใจที่สุดในเอริเทรีย เจ้าของและพนักงานทักทายแขกจำชื่อได้
- Piano Bar คืนวันเสาร์เป็นไฮไลต์ที่ทำให้ที่นี่ดังในกลุ่มนักเดินทาง — มีดนตรีสด ผสม R&B แจ๊ส และ tizita ดนตรีโซลของเอริเทรียได้กลมกล่อม
- ทำเลใจกลาง CBD บนถนน Bidho เดินถึง Harnet Avenue ถนนคนเดินเส้นหลักของเมืองที่เรียงรายด้วยตึกอาร์ตเดโคยุคอิตาเลียนในราว 10 นาที
- 26 ห้องสะอาดเอี่ยมตามที่รีวิวยืนยัน หลายห้องมีบัลโคนีหันออกระเบียงสวนกลางตึกที่ร่มรื่นเงียบสงบ เป็นโอเอซิสเล็ก ๆ ในเมืองหลวง
- ราคาเริ่มต้นราว ฿3,100/คืน คุ้มกว่าโรงแรมพาเลซกลางเมืองหลายเท่า เหมาะนักเดินทางอิสระที่อยากได้คาแร็กเตอร์ในงบที่จับต้องได้
- ขนาดห้องค่อนข้างกะทัดรัด ไม่ใช่สเกลโรงแรมใหญ่หรือพาเลซ ถ้าต้องการพื้นที่เปิดโล่งหรือสวีตขนาดใหญ่ ที่นี่อาจไม่ตอบโจทย์
- Wi-Fi สะดุดเป็นช่วง ๆ และความเร็วไม่สม่ำเสมอ — เป็นมาตรฐานของเอริเทรียโดยรวม ไม่ใช่ความผิดของโรงแรม แต่ถ้าต้องประชุมออนไลน์ควรเตรียมแผนสำรอง
- Piano Bar คืนเสาร์เสียงอาจดังขึ้นมาถึงห้องชั้นล่างที่อยู่ใกล้บาร์ ถ้านอนเร็วแนะนำขอห้องชั้นบนหรือฝั่งสวนเพื่อเลี่ยงเสียง
เหมาะกับใคร
Match Score ตามไลฟ์สไตล์การเดินทาง
สิ่งอำนวยความสะดวก
ทำเล & สถานที่ใกล้เคียง
กิจกรรมน่าทำใกล้ Asmara
ทัวร์รายวัน ตั๋วเข้าชม และกิจกรรมรอบ Asmara — จองล่วงหน้าบน Klook รับ e-ticket ในมือถือ
ดูกิจกรรมใน Asmaraลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม
เคล็ดลับจากทีมรีวิว
- ขอห้องบัลโคนีหันออกระเบียงสวนกลางตึก จะได้บรรยากาศเงียบสงบและแสงเช้านุ่ม ๆ เป็นห้องที่รีวิวชมตรงกันว่าดีที่สุดของโรงแรม
- ถ้ามาตรงคืนเสาร์ ลงไป Piano Bar ตั้งแต่ 21:00 — เซ็ตช่วงดึกที่เล่น tizita ผสม R&B จะเป็นไฮไลต์จริง ๆ และมักนั่งจนเต็มทั้งคนท้องถิ่นและแขกโรงแรม
- อาหารเช้าเสิร์ฟที่ระเบียงสวน ขอกาแฟเอริเทรียแบบ traditional (ชงสด) เพิ่มจากเมนูจะได้ลองรสจริงของบ้านเขาแบบที่หาในล็อบบี้ทั่วไปไม่ได้