Albergo Italia
โดยทีม TopOfHotel
Albergo Italia คือ การได้นอนในโรงแรมที่เก่าแก่ที่สุดของเอริเทรีย ใจกลาง "Africa's Little Rome" มรดกโลก UNESCO — เด่นที่บรรยากาศและเรื่องราวประวัติศาสตร์มากกว่าสิ่งอำนวยความสะดวกสมัยใหม่
Albergo Italia คือ การได้นอนในโรงแรมที่เก่าแก่ที่สุดของเอริเทรีย ใจกลาง "Africa's Little Rome" มรดกโลก UNESCO — เด่นที่บรรยากาศและเรื่องราวประวัติศาสตร์มากกว่าสิ่งอำนวยความสะดวกสมัยใหม่
รีวิวเชิงลึก
ห้องพักและการตกแต่ง
ลองนึกภาพการเปิดประตูห้องโรงแรมแล้วเงยหน้าขึ้นไปเจอเฟรสโกบนเพดานอายุกว่าร้อยปีที่ยังคงสีสันสดใส — นั่นคือสิ่งที่ทำให้ Albergo Italia ต่างจากที่พักทุกที่ในเอริเทรียและบางทีในทวีปแอฟริกาตะวันออกทั้งหมด โรงแรมแห่งนี้สร้างปี 1899 ในยุคที่อิตาลียังปกครองเอริเทรียและกำลังเปลี่ยน Asmara ให้กลายเป็น "Piccola Roma" หรือกรุงโรมน้อย ๆ ในแอฟริกา ตึกผ่านการบูรณะอย่างประณีตในปี 2004 ที่เก็บแทบทุกรายละเอียดต้นฉบับเอาไว้ — ปูนปั้นรูปดอกไม้และพวงระย้าตามขอบเพดาน ระเบียงเหล็กดัดยุคลิเบอร์ตี้ ลานน้ำพุกลางตึกที่เปิดออกสู่ฟ้า และที่เป็นพระเอกตัวจริงคือ เฟรสโกฝีมือ Angelo Polisco ศิลปินอิตาเลียนยุคปลายศตวรรษที่ 19 ที่ยังประดับผนังและเพดานในล็อบบี้และห้องสวีตหลายห้องอย่างสมบูรณ์ ห้องพักทั้งหมดมีเพียง 19 ห้อง แบ่งเป็น Standard, Deluxe และไฮไลต์ที่หาที่ไหนไม่ได้คือ Mezzanine Suite ชั้นลอยที่มีโซนนั่งเล่นแยกจากเตียงและเพดานสูงเหนือศีรษะให้ได้มองเฟรสโกใกล้ ๆ เฟอร์นิเจอร์เป็นไม้แกะสลักโทนอบอุ่นแบบอิตาเลียนต้นศตวรรษ ผ้าปูเรียบหรู ไม่ฟู่ฟ่า ทุกอย่างให้ความรู้สึกเหมือนได้ก้าวเข้าไปนอนในพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต ไม่ใช่โรงแรมทั่วไป
อาหารและบรรยากาศ
หัวใจของการพักที่ Albergo Italia นอกจากสถาปัตยกรรมก็คือ ห้องอาหาร ที่หลายรีวิวยกให้เป็นมื้อค่ำที่ดีที่สุดในอัสมารา เสิร์ฟอาหารอิตาเลียนต้นตำรับซึ่งสูตรส่งต่อกันมาตั้งแต่ยุคโคโลเนียล พาสตาทำสด เส้นเหนียวนุ่มราดซอสที่เคี่ยวอย่างพิถีพิถัน ริซอตโตเสิร์ฟร้อน ๆ มีกลิ่นไวน์ขาวอ่อน ๆ พิซซาเตาฟืนแป้งบาง และเมนูซีฟู้ดสด ๆ ที่ส่งตรงมาจากชายฝั่งทะเลแดงในเอริเทรีย ทั้งหมดเสิร์ฟในห้องโถงที่ยังคงโคมไฟทองเหลืองและเก้าอี้ไม้ดั้งเดิม คู่กับไวน์อิตาเลียนคัดสรรหลายฉลากหายากที่ยังสั่งเข้ามาได้แม้ในประเทศที่นำเข้าของยาก ตอนเช้าจะมีกาแฟอิตาเลียนเข้มร้อน ๆ พร้อมขนมอบสด แต่สิ่งที่ห้ามพลาดคือ Eritrean Coffee Ceremony ที่พนักงานจะคั่วเมล็ดกาแฟสดบนถ่านตรงหน้าแขก ใช้เวลาราวชั่วโมง คั่ว 3 รอบเรียกว่า Awel, Kalei และ Bereka เสิร์ฟพร้อมธูปหอม Frankincense จุดสูดกลิ่นไปด้วย เป็นประสบการณ์ทางวัฒนธรรมที่หาจากโรงแรมไหนในโลกไม่ได้ บาร์เล็ก ๆ ในล็อบบี้เปิดยามเย็นให้นั่งจิบไวน์หรือ Negroni ใต้แสงโคมระย้าโบราณ บรรยากาศโรแมนติกแบบที่ภาพยนตร์อิตาเลียนทศวรรษ 1950 พยายามจับให้ได้
ทำเลและการเดินทาง
Albergo Italia ตั้งอยู่บนถนน Nakfa Avenue ใจกลาง Italian Quarter ของอัสมารา ใกล้ ๆ กับ French Embassy ในย่านที่ UNESCO ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี 2017 ภายใต้ชื่อ "Asmara: A Modernist African City" เพราะเป็นเมืองที่มีการรวมตัวของสถาปัตยกรรมโมเดิร์นนิสม์ยุค 1930s ที่สมบูรณ์ที่สุดในโลก เปิดประตูออกจากโรงแรมก็เจอแลนด์มาร์กระดับตำนานในระยะเดินทั้งสิ้น — Fiat Tagliero สถาปัตยกรรมฟิวเจอริสติกรูปเครื่องบินปี 1938 ที่ปีกคอนกรีตยาว 30 เมตรลอยอยู่กลางอากาศโดยไม่มีเสาค้ำ เดินถึงในราว 5-10 นาที Cinema Impero โรงหนังอาร์ตเดโคปี 1937 ที่ภายในยังคงสภาพดั้งเดิมเหมือนเครื่องย้อนเวลา และ มหาวิหาร Asmara Cathedral สไตล์ลอมบาร์ดโรมาเนสก์ปี 1923 ก็อยู่ในระยะเดินสบาย ๆ ส่วนตลาด Medeber ที่ช่างฝีมือเปลี่ยนเศษเหล็กให้กลายเป็นข้าวของเครื่องใช้ก็นั่งแท็กซี่แค่ไม่กี่นาที สนามบินนานาชาติ Asmara (ASM) ห่างราว 6 กิโลเมตร นั่งรถ 15 นาทีก็ถึง ทำเลแบบนี้คือฝันของสายสถาปัตยกรรมและคนรักประวัติศาสตร์ที่อยากเดินสำรวจเมืองมรดกโลกด้วยเท้าทั้งวัน แล้วกลับมานอนในตึกที่เก่ากว่าทุกแลนด์มาร์กที่เพิ่งเดินผ่านมา
ข้อที่อยากให้รู้ก่อนจอง
พูดกันตรง ๆ เพื่อช่วยตัดสินใจ — ข้อแรกที่รีวิวติงตรงกันคือเรื่อง ระบบสาธารณูปโภค เพราะนี่คือตึกอายุกว่า 125 ปีในประเทศที่โครงสร้างพื้นฐานยังไม่ทันสมัย Wi-Fi ค่อนข้างช้าและหลุดบ่อย ใครต้องประชุมออนไลน์หรือทำงานหนักอาจไม่สะดวก น้ำร้อนบางช่วงเวลา (โดยเฉพาะตอนเช้าที่แขกใช้พร้อมกัน) อาจไม่สม่ำเสมอ และบางวันอาจเจอไฟดับสั้น ๆ ตามสภาพไฟฟ้าของเมือง โรงแรมมีเครื่องปั่นไฟสำรองแต่ก็ไม่เสถียร 100% ข้อสองคือ ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกแบบโรงแรมสมัยใหม่ ไม่มีสระว่ายน้ำ ฟิตเนส หรือสปา และไม่มีลิฟต์ในบางส่วนของตึก ใครเดินทางพร้อมกระเป๋าหนักหรือมีปัญหาเรื่องเข่าควรแจ้งล่วงหน้าให้พนักงานช่วยยก ข้อสามคือ เรื่องเสียง ห้องที่หันออกถนน Nakfa Avenue อาจได้ยินเสียงจราจรและตลาดช่วงเช้าตรู่ ใครหลับยากแนะนำให้ขอห้องหันเข้าลานน้ำพุกลางตึกซึ่งเงียบกว่ามาก สุดท้ายคือเรื่องการจ่ายเงิน — เอริเทรียยังเป็นประเทศที่ใช้เงินสดเป็นหลัก โรงแรมรับบัตรเครดิตในกรณีจองล่วงหน้าผ่านแพลตฟอร์มต่างประเทศ แต่บริการเสริมในโรงแรม (อาหาร เครื่องดื่ม ทัวร์) ควรเตรียมเงินสด Nakfa ไว้ และที่ ATM ในอัสมาราใช้งานได้จำกัดมาก ควรแลกเงินมาจากต้นทาง
สรุปจากทีมเรา
จากการรวบรวมรีวิวจริงและข้อมูลสถาปัตยกรรมหลายแหล่ง Albergo Italia คือโรงแรมที่ขาย "ประวัติศาสตร์ที่จับต้องได้" ในแบบที่หาไม่ได้ที่อื่น — เป็นทั้งโรงแรมที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศ บูทีคที่อบอุ่นเหมือนพักบ้านเพื่อน และประตูสู่การสำรวจอัสมารามรดกโลกในระยะเดิน ถ้าคุณเป็นคนที่หัวใจเต้นแรงเมื่อเห็นเฟรสโกอายุร้อยปียังอยู่ครบ ฝันถึงการกินพาสตาต้นตำรับใต้โคมไฟทองเหลืองในทวีปแอฟริกา และอยากตื่นเช้าเดินถ่ายรูปสถาปัตยกรรมโมเดิร์นนิสม์ที่ UNESCO รับรอง ที่นี่คือตัวเลือกที่จะตราตรึงใจไปนาน แต่ถ้าคุณคาดหวัง Wi-Fi เร็ว น้ำร้อนคงที่ตลอด 24 ชม. หรือสระว่ายน้ำกับสปาแบบโรงแรมเชนสากล ที่นี่ไม่ใช่คำตอบ และคงไม่มีโรงแรมไหนในเอริเทรียที่ตอบโจทย์แบบนั้นได้เต็มที่อยู่ดี โดยรวมเราให้ 8.4/10 เหมาะที่สุดสำหรับสายสถาปัตยกรรม คนรักประวัติศาสตร์ คู่รักที่ชอบบรรยากาศคลาสสิก และนักเดินทางที่อยากเก็บประสบการณ์แปลกใหม่ในประเทศที่ยังไม่ค่อยมีใครได้ไป — มาที่นี่แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมอัสมาราถึงได้ชื่อว่า Africa's Little Rome จริง ๆ
คะแนนแยกหมวด
ประเมินโดยทีม editorial จากการตรวจสอบข้อมูลและรีวิวจริง
คำตัดสินจริงใจ — ข้อดี & ข้อที่ควรรู้ก่อนจอง
- เป็นโรงแรมที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศเอริเทรีย สร้างปี 1899 บูรณะอย่างพิถีพิถันปี 2004 เก็บโครงสร้างปูนปั้น ระเบียงเหล็กดัด และเฟรสโกผนัง-เพดานต้นฉบับฝีมือ Angelo Polisco ไว้ครบ
- ทำเลใจกลาง Italian Quarter บนถนน Nakfa Avenue เดินไปแลนด์มาร์กโมเดิร์นนิสม์มรดกโลก UNESCO อย่าง Fiat Tagliero, Cinema Impero, Asmara Cathedral ได้ภายใน 5-10 นาที
- ห้องอาหารเสิร์ฟพาสตา ริซอตโต และพิซซาสไตล์อิตาเลียนต้นตำรับ — หลายรีวิวยกให้เป็นมื้อค่ำที่ดีที่สุดในอัสมารา พร้อมไวน์อิตาเลียนคัดสรร
- ห้องพักเพียง 19 ห้องรวม Mezzanine Suite ชั้นลอย ให้ความรู้สึกเป็นบูทีคส่วนตัว ไม่อึดอัด และพนักงานจำหน้าแขกได้ทุกคน
- เสน่ห์เฉพาะตัวที่หาไม่ได้จากโรงแรมไหนในเอริเทรีย — เหมือนได้พักในพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต พร้อมเสิร์ฟกาแฟ Eritrean Coffee Ceremony แบบดั้งเดิม
- เป็นตึกเก่าอายุกว่า 125 ปี ระบบโครงสร้างพื้นฐานจึงสู้โรงแรมใหม่ไม่ได้ — Wi-Fi ช้าและหลุดบ่อย น้ำร้อนบางช่วงเวลาไม่สม่ำเสมอ และไฟดับเป็นบางครั้งตามสภาพไฟฟ้าของเมือง
- ไม่มีสระว่ายน้ำ ฟิตเนส หรือสปา และไม่มีลิฟต์ในบางส่วนของตึก ใครเดินทางพร้อมกระเป๋าหนักหรือมีปัญหาเรื่องเข่าอาจต้องเตรียมตัว
- ห้องบางห้องหันออกถนน Nakfa Avenue ที่ค่อนข้างคึกคักช่วงเช้า อาจได้ยินเสียงจราจรและตลาด ใครหลับยากควรขอห้องหันเข้าลานในกลางตึก
เหมาะกับใคร
Match Score ตามไลฟ์สไตล์การเดินทาง
สิ่งอำนวยความสะดวก
ทำเล & สถานที่ใกล้เคียง
กิจกรรมน่าทำใกล้ Asmara
ทัวร์รายวัน ตั๋วเข้าชม และกิจกรรมรอบ Asmara — จองล่วงหน้าบน Klook รับ e-ticket ในมือถือ
ดูกิจกรรมใน Asmaraลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม
เคล็ดลับจากทีมรีวิว
- ขอ Mezzanine Suite ชั้นลอยถ้ามีว่าง — เพดานสูงเห็นเฟรสโกของ Angelo Polisco ใกล้ที่สุด และมีพื้นที่นั่งเล่นแยกจากโซนนอน
- เดินออกประตูโรงแรมไปทาง Fiat Tagliero ตอนเช้าตรู่ (ราว 7-8 โมง) แสงสวยที่สุดและนักท่องเที่ยวยังไม่มา ถ่ายรูปโมเดิร์นนิสม์เต็ม ๆ
- ขอให้พนักงานจัด Eritrean Coffee Ceremony เต็มรูปแบบช่วงบ่าย — ใช้เวลาราว 1 ชม. คั่วถ่าน 3 รอบ เป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้นอกประเทศ