The St. Regis Hong Kong
โดยทีม TopOfHotel
The St. Regis Hong Kong คือ โรงแรมหรูที่ให้ความรู้สึกเหมือนได้พักในคฤหาสน์ส่วนตัวกลางเมือง ไม่ใช่ตึกใหญ่ที่คนพลุกพล่าน — เด่นที่ดีไซน์ละเมียดของ André Fu บริการบัตเลอร์ที่ดูแลถึงตัว และมื้อมิชลินสองดาวสองร้านในตึกเดียว เหมาะกับคนที่อยากได้ความเป็นส่วนตัวและบริการเนียน ๆ มากกว่าวิวฮาร์เบอร์จัดเต็ม
The St. Regis Hong Kong คือ โรงแรมหรูที่ให้ความรู้สึกเหมือนได้พักในคฤหาสน์ส่วนตัวกลางเมือง ไม่ใช่ตึกใหญ่ที่คนพลุกพล่าน — เด่นที่ดีไซน์ละเมียดของ André Fu บริการบัตเลอร์ที่ดูแลถึงตัว และมื้อมิชลินสองดาวสองร้านในตึกเดียว เหมาะกับคนที่อยากได้ความเป็นส่วนตัวและบริการเนียน ๆ มากกว่าวิวฮาร์เบอร์จัดเต็ม
รีวิวเชิงลึก
ห้องพักและการตกแต่ง
ในย่านหว่านไจ๋ที่เต็มไปด้วยตึกระฟ้าและความวุ่นวาย The St. Regis Hong Kong เลือกจะเป็นอีกแบบหนึ่ง — โรงแรมหรูที่เดินเข้ามาแล้วรู้สึกเหมือนได้ก้าวเข้า คฤหาสน์ส่วนตัว มากกว่าตึกโรงแรมใหญ่ ความพิเศษที่สุดอยู่ที่งานออกแบบของ André Fu ดีไซเนอร์ชาวฮ่องกงชื่อก้องที่วางคอนเซ็ปต์ไว้ว่าเป็น "curated mansion" หรือบ้านหรูที่เจ้าของค่อย ๆ สะสมงานศิลป์ พรม โคมไฟ และเฟอร์นิเจอร์มาทีละชิ้นจนกลายเป็นพื้นที่ที่มีเรื่องราว เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2019 จึงใหม่และทันสมัยแต่ยังคงกลิ่นอายอบอุ่นแบบคลาสสิก ตั้งแต่ล็อบบี้ที่มีบันไดวนสง่างามไปจนถึงทางเดินที่ประดับด้วยงานศิลป์กว่า 200 ชิ้น เดินไปไหนก็เหมือนชมแกลเลอรีส่วนตัว ห้องพักและสวีตทั้งราว 129 ห้องตกแต่งโทนอบอุ่นนุ่มนวล ตัดกับงานไม้และผ้าทอเนื้อดี หลายรีวิวชมตรงกันว่า ขนาดห้องกว้างขวาง กว่ามาตรฐานโรงแรมในฮ่องกงอย่างเห็นได้ชัด เตียงนุ่มสบาย ห้องน้ำหินอ่อนแยกอ่างกับฝักบัว และมุมนั่งเล่นที่ออกแบบมาให้รู้สึกเหมือนห้องรับแขกในบ้าน ใครชอบความหรูแบบละเมียดที่ไม่ตะโกน น่าจะตกหลุมรักบรรยากาศแบบนี้ตั้งแต่ก้าวแรก
อาหารและสิ่งอำนวยความสะดวก
ถ้าจะมีหัวใจสักดวงของโรงแรมนี้ ก็คงเป็นเรื่อง อาหาร เพราะที่นี่มีห้องอาหารระดับ มิชลิน 2 ดาวถึงสองร้าน ในตึกเดียว ซึ่งหาได้ยากมากแม้ในหมู่โรงแรมหรูด้วยกัน ร้านแรกคือ L'Envol อาหารฝรั่งเศสร่วมสมัยในห้องโทนหรูที่ André Fu ออกแบบ บรรยากาศโรแมนติกเหมาะมื้อค่ำพิเศษ อีกร้านคือ RUN ห้องอาหารกวางตุ้งระดับไฟน์ไดนิ่งที่ตีความอาหารท้องถิ่นอย่างประณีต ทั้งสองร้านเป็นจุดหมายของนักกินตัวจริงในฮ่องกง ส่วนมื้อสบาย ๆ อาหารเช้า และชายามบ่ายมีที่ The Drawing Room ห้องนั่งเล่นสไตล์อังกฤษอบอุ่น และที่ห้ามพลาดสำหรับสายค็อกเทลคือ St. Regis Bar ที่สืบทอดธรรมเนียม Bloody Mary อันเป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ทั่วโลก โดยมีเวอร์ชันท้องถิ่นที่รังสรรค์ขึ้นเฉพาะฮ่องกง ด้านพักผ่อนมี สปา Iridium ที่รีวิวชมเรื่องทรีตเมนต์ผ่อนคลาย สระว่ายน้ำในร่มที่ออกแบบให้รับแสงธรรมชาติ และฟิตเนสเปิดบริการ แต่สิ่งที่ทำให้แขกประทับใจที่สุดและพูดถึงมากที่สุดคือ บริการบัตเลอร์ St. Regis ที่ดูแลทุกห้องตลอด 24 ชั่วโมงตามธรรมเนียมของแบรนด์ ตั้งแต่รีดผ้า จัดกระเป๋า ชงเครื่องดื่มต้อนรับ ไปจนถึงช่วยจัดการเรื่องจุกจิกระหว่างพัก รีวิวจำนวนมากบอกตรงกันว่าบริการที่นี่อบอุ่นและใส่ใจจนรู้สึกเหมือนเป็นแขกคนพิเศษจริง ๆ
ทำเลและการเดินทาง
The St. Regis Hong Kong ตั้งอยู่บนถนน Harbour Drive ย่านหว่านไจ๋ฝั่งริมน้ำ ซึ่งเป็นทำเลที่ลงตัวแบบได้ทั้งสองอย่าง — อยู่ในเขตที่เงียบสงบและทันสมัยของหว่านไจ๋ที่เพิ่งพัฒนาใหม่ จึงหลบจากความพลุกพล่านของย่านได้ แต่ก็ยังเดินถึงจุดสำคัญได้สบาย สถานีรถไฟ Exhibition Centre (สาย East Rail ที่เพิ่งเปิดใหม่) อยู่ห่างเดินราว 5 นาที ทำให้ข้ามไปฝั่งเกาลูนหรือต่อรถไฟไปจุดอื่นได้รวดเร็วโดยไม่ต้องพึ่งแท็กซี่ ส่วนศูนย์ประชุม Hong Kong Convention and Exhibition Centre (HKCEC) ที่จัดงานใหญ่ระดับนานาชาติอยู่ห่างเดินราว 7 นาที ทำให้ที่นี่เป็นตัวเลือกยอดนิยมของนักธุรกิจที่มาประชุมด้วย จากตรงนี้นั่งรถไฟฟ้าหรือแท็กซี่ไม่กี่นาทีก็ถึงย่านช้อปปิ้งคอสเวย์เบย์ ย่านการเงินเซ็นทรัล หรือ Star Ferry ที่นั่งเรือข้ามอ่าวชมวิวได้ สรุปง่าย ๆ คือถ้าอยากได้ทำเลที่เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้าและใกล้ศูนย์ประชุม แต่ยังได้พักในมุมเงียบสงบเป็นส่วนตัวของหว่านไจ๋ ไม่ต้องทนความจอแจตลอดเวลา ทำเลริมน้ำแบบนี้ถือว่าตอบโจทย์ลงตัว
ข้อที่อยากให้รู้ก่อนจอง
พูดกันตรง ๆ เพื่อช่วยตัดสินใจ — เรื่องแรกที่ควรเข้าใจก่อนคือเรื่อง วิว เพราะนี่คือบูทีคหรูในหว่านไจ๋ฝั่งใน ไม่ใช่โรงแรมที่ขายวิว Victoria Harbour จัดเต็มแบบฝั่งจิมซาจุ่ย ห้องส่วนใหญ่จึงมองออกไปเห็นวิวเมืองหรือตึกรอบข้างมากกว่าวิวอ่าวสวย ๆ ใครที่ฝันถึงการตื่นมาเจอวิวฮาร์เบอร์เต็มหน้าต่างอาจต้องปรับความคาดหวัง หรือสอบถามประเภทห้องที่มองเห็นอ่าวบางส่วนตอนจอง เรื่องที่สองคือ ราคาและจุดขาย — ราคาที่นี่อยู่ในระดับลักชัวรีเต็มตัว และสิ่งที่คุณจ่ายไปคือดีไซน์ละเมียด บริการบัตเลอร์ที่ดูแลถึงตัว และอาหารมิชลิน ไม่ใช่ความอลังการของตัวอาคารหรือสระดาดฟ้าวิวเมือง ใครคาดหวังโรงแรมไอคอนิกตึกสูงไว้ถ่ายรูปลงโซเชียลอาจรู้สึกว่าภายนอกดูเรียบไป แต่ถ้าให้ค่ากับความเป็นส่วนตัวและบริการเนียน ๆ จะรู้สึกคุ้มมาก สุดท้ายคือเรื่อง การเดินเข้าเมือง — แม้จะเดินถึงสถานี Exhibition Centre ได้ แต่ก็ไม่ได้ติดสถานี MTR สายหลักแบบโรงแรมกลางคอสเวย์เบย์หรือเซ็นทรัล การเดินไปย่านช้อปปิ้งต้องผ่านสะพานลอยและถนนใหญ่เล็กน้อย ถ้าตั้งใจมาช้อปปิ้งเดินเที่ยวทั้งวันเป็นหลัก ลองเช็กเส้นทางให้ชัดก่อน
สรุปจากทีมเรา
จากที่ทีมเราไล่อ่านรีวิวจริงมาหลายเสียง The St. Regis Hong Kong คือโรงแรมที่ขาย ดีไซน์ละเมียดของ André Fu บริการบัตเลอร์ระดับเลิศ และอาหารมิชลินสองดาวสองร้าน ได้อย่างหนักแน่นจนได้คะแนนรีวิวสูงเป็นพิเศษ เสียงที่ชมเป็นเอกฉันท์ที่สุดคือความรู้สึกเหมือนได้พักในคฤหาสน์ส่วนตัวที่อบอุ่นและเป็นส่วนตัว บวกกับพนักงานและบัตเลอร์ที่ใส่ใจ จำชื่อและรายละเอียดของแขก จัดการทุกอย่างเนียน ๆ จนหลายคนรู้สึกว่าเป็นโรงแรมที่ดีที่สุดเท่าที่เคยพักในฮ่องกง ถ้าภาพทริปในหัวคุณคือการได้พักในห้องกว้าง ๆ ดีไซน์สวย มีบัตเลอร์ดูแลทุกย่างก้าว ตื่นมาว่ายน้ำในสระในร่มเงียบ ๆ แล้วปิดท้ายวันด้วยมื้อค่ำมิชลินและค็อกเทล Bloody Mary ที่ St. Regis Bar ที่นี่คือตัวเลือกที่จะทำให้ทริปหรูเป็นพิเศษ แต่ถ้าหัวใจของทริปคือวิว Victoria Harbour เต็มตาหรือทำเลติดสถานีรถไฟฟ้าสายหลักไว้ช้อปปิ้งทั้งวัน อาจต้องชั่งใจกับตัวเลือกฝั่งจิมซาจุ่ยหรือคอสเวย์เบย์ด้วย โดยรวมเราให้ 9.5/10 เหมาะที่สุดสำหรับคู่รักและสายลักชูรีที่ให้ค่ากับความเป็นส่วนตัว บริการ และอาหารมากกว่าวิวและความหวือหวาของตัวอาคาร
คะแนนแยกหมวด
ประเมินโดยทีม editorial จากการตรวจสอบข้อมูลและรีวิวจริง
คำตัดสินจริงใจ — ข้อดี & ข้อที่ควรรู้ก่อนจอง
- งานออกแบบโดย André Fu ดีไซเนอร์ชาวฮ่องกงชื่อดัง วางคอนเซ็ปต์ "curated mansion" — ทุกมุมตั้งแต่ล็อบบี้ บันไดวน ไปจนถึงห้องพักเต็มไปด้วยรายละเอียดละเมียด งานศิลป์ พรม และเฟอร์นิเจอร์ที่ดูเหมือนคฤหาสน์ส่วนตัวมากกว่าโรงแรมเชน
- บริการบัตเลอร์ St. Regis ตลอด 24 ชั่วโมงตามธรรมเนียมของแบรนด์ — รีวิวจำนวนมากชมตรงกันว่าพนักงานใส่ใจ จำชื่อและรายละเอียดของแขก จัดการทุกคำขอเนียน ๆ มีบริการรีดผ้า unpacking และชงชายามบ่ายให้ถึงห้อง
- มีห้องอาหารระดับมิชลิน 2 ดาวถึงสองร้านในตึกเดียว — L'Envol อาหารฝรั่งเศสร่วมสมัย และ RUN อาหารกวางตุ้งระดับไฟน์ไดนิ่ง ถือเป็นจุดขายด้านอาหารที่หาได้ยากแม้ในโรงแรมหรูด้วยกัน
- เป็นบูทีคหรูขนาดเล็กเพียงราว 129 ห้อง อัตราส่วนพนักงานต่อแขกสูงมาก ทำให้รู้สึกเป็นส่วนตัวและได้รับการดูแลแบบใกล้ชิด ห้องส่วนใหญ่ก็กว้างขวางกว่ามาตรฐานโรงแรมในฮ่องกงอย่างเห็นได้ชัด
- เปิดปี 2019 จึงใหม่และทันสมัย มีสปา Iridium สระว่ายน้ำในร่มพร้อมแสงธรรมชาติ ฟิตเนส คอลเลกชันงานศิลป์กว่า 200 ชิ้นทั่วโรงแรม และทำเลริมน้ำหว่านไจ๋ที่เดินถึงสถานี Exhibition Centre และศูนย์ประชุม HKCEC ได้สบาย
- เป็นบูทีคขนาดเล็กในย่านหว่านไจ๋ฝั่งใน ไม่ใช่โรงแรมที่ขายวิว Victoria Harbour จัดเต็มแบบฝั่งจิมซาจุ่ย ห้องส่วนใหญ่มองออกไปเห็นวิวเมือง/ตึกรอบข้างมากกว่าวิวอ่าวสวย ๆ ใครเน้นวิวฮาร์เบอร์เป็นหลักอาจต้องปรับความคาดหวัง
- ราคาอยู่ในระดับลักชัวรีเต็มตัว และจุดขายหลักคือดีไซน์ บริการ และอาหาร ไม่ใช่ความอลังการของตัวอาคารหรือสระดาดฟ้าวิวเมือง ใครคาดหวังโรงแรมไอคอนิกถ่ายรูปลงโซเชียลอาจรู้สึกว่าภายนอกดูเรียบไป
- ทำเลหว่านไจ๋ฝั่งริมน้ำเงียบสงบก็จริง แต่เดินไปย่านช้อปปิ้งหรือสถานีรถไฟฟ้าสายหลักต้องเดินผ่านสะพานลอยและถนนใหญ่เล็กน้อย ไม่ได้ติดสถานี MTR สายหลักแบบโรงแรมกลางคอสเวย์เบย์หรือเซ็นทรัล
เหมาะกับใคร
Match Score ตามไลฟ์สไตล์การเดินทาง
สิ่งอำนวยความสะดวก
ทำเล & สถานที่ใกล้เคียง
กิจกรรมน่าทำใกล้ Wan Chai
ทัวร์รายวัน ตั๋วเข้าชม และกิจกรรมรอบ Wan Chai — จองล่วงหน้าบน Klook รับ e-ticket ในมือถือ
ดูกิจกรรมใน Wan Chaiลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม
เคล็ดลับจากทีมรีวิว
- ใช้บริการบัตเลอร์ให้คุ้ม — ทักไปได้ตลอด 24 ชม. ทั้งขอรีดผ้า unpacking จองร้าน หรือชงเครื่องดื่มต้อนรับ เป็นจุดเด่นที่รีวิวชมมากที่สุดและสมราคาที่จ่าย
- ลองมื้อพิเศษที่ห้องอาหารในโรงแรมสักร้าน — L'Envol อาหารฝรั่งเศสหรือ RUN กวางตุ้ง ทั้งคู่ระดับมิชลิน 2 ดาว ควรจองล่วงหน้านานโดยเฉพาะวันหยุดสุดสัปดาห์เพราะที่นั่งเต็มเร็ว
- เดินออกไปทางสถานี Exhibition Centre (สาย East Rail) ที่เพิ่งเปิดใหม่ ราว 5 นาที จากตรงนั้นข้ามไปฝั่งเกาลูนหรือต่อรถไฟไปจุดอื่นได้สะดวกโดยไม่ต้องพึ่งแท็กซี่