Residence Hotel Vaduz
โดยทีม TopOfHotel
Residence Hotel Vaduz คือ บูทีคดีไซน์ที่อยู่ใจกลางถนนคนเดินใต้ปราสาทพอดี มีศิลปะร่วมสมัยทั้งตึกและห้องอาหารโดยเชฟมิชลิน Martin Weber — เด่นที่บรรยากาศและการกินมากกว่าขนาดห้อง
Residence Hotel Vaduz คือ บูทีคดีไซน์ที่อยู่ใจกลางถนนคนเดินใต้ปราสาทพอดี มีศิลปะร่วมสมัยทั้งตึกและห้องอาหารโดยเชฟมิชลิน Martin Weber — เด่นที่บรรยากาศและการกินมากกว่าขนาดห้อง
รีวิวเชิงลึก
เดินเข้าตึกแล้วเหมือนหลุดเข้าแกลเลอรี
ลองนึกภาพตึกในซอยคนเดินใจกลางเมืองหลวงที่เล็กที่สุดประเทศหนึ่งในยุโรป — ภายนอกเรียบ ๆ ดูไม่ออกว่ามีอะไรซ่อนอยู่ จนคุณก้าวเข้าประตู Residence Hotel Vaduz แล้วเจอภาพศิลปะร่วมสมัยขนาดใหญ่ประดับล็อบบี้ ผนังบันไดทุกชั้นมีงานติดเรียงรายเหมือนกำลังเดินอยู่ในแกลเลอรีเล็ก ๆ ของตัวเอง โรงแรมแห่งนี้เป็นบูทีคขนาดราว 30 ห้องในย่าน Mitteldorf บนถนนคนเดิน Städtle ที่เป็นหัวใจของวาดุซ ตึกตกแต่งสไตล์ร่วมสมัยโทนอบอุ่นด้วยไม้และโทนเทาเข้ม ตัดด้วยงานศิลปะสีสันจัด ๆ ของศิลปินยุโรปกลางที่เจ้าของสะสมเอง รีวิวจำนวนมากชมตรงกันว่าบรรยากาศของที่นี่ไม่เหมือนโรงแรมเชนที่อื่นในย่านเดียวกัน รู้สึกใกล้ชิดส่วนตัวกว่าและมีตัวตนชัดเจน เหมือนนอนอยู่บ้านของนักสะสมงานศิลป์ที่เก๋พอจะเปิดให้คนภายนอกเข้าพัก
ห้องพักและบัลโคนีวิวปราสาท
ห้องในตึกแบ่งเป็นไม่กี่ประเภทตั้งแต่ Classic ไปจนถึงสวีต ที่น่าจองที่สุดคือห้องประเภท Deluxe ที่มีบัลโคนีหันออกไปทางเนินเขา ซึ่งตั้งของ ปราสาท Vaduz ที่ราชวงศ์ลิกเตนสไตน์ยังอยู่จริงในปัจจุบัน เปิดประตูระเบียงตอนเช้าออกมาดื่มกาแฟแก้วแรกพร้อมเห็นป้อมหินสีอ่อนตั้งโดดเด่นเหนือป่าสน คือภาพจำที่หลายคนเขียนรีวิวถึงเป็นอันดับต้น ๆ ภายในห้องตกแต่งสะอาด พื้นไม้โอ๊ค เตียงนุ่ม ผ้าปูเรียบกริบ ห้องน้ำแยกฝักบัวกับโถส้วม ส่วนผลิตภัณฑ์อาบน้ำเป็นแบรนด์ออร์แกนิกของยุโรปกลิ่นไม่ฉุน แต่ละห้องไม่ใช่ห้องขนาดยักษ์แบบโรงแรมใหม่ตามเมืองใหญ่ — ขนาดเหมาะกับการนอนพักไม่กี่คืนแบบทริปยุโรป สบายและฟังก์ชันครบ ไม่ฟุ่มเฟือยเกินจำเป็น คอนเซ็ปต์ของที่นี่คือดีไซน์ใส่ใจมากกว่าพื้นที่ใหญ่โต ใครชอบโรงแรมที่ทุกมุมมีรายละเอียดให้สังเกตน่าจะถูกใจ
มื้อค่ำกับเชฟมิชลินใต้หลังคาเดียวกัน
ไฮไลต์ที่คนภายนอกตามมาแม้ไม่ได้พักคือ ห้องอาหาร ในโรงแรมที่อยู่ภายใต้การดูแลของเชฟ Martin Weber ที่เคยคว้าดาวมิชลินมาแล้ว เมนูเปลี่ยนตามฤดูกาล เน้นวัตถุดิบจากฟาร์มในลิกเตนสไตน์และพื้นที่ใกล้เคียงในออสเตรียกับสวิตเซอร์แลนด์ จานเด่นมีตั้งแต่ชีสท้องถิ่นย่างเสิร์ฟกับมะเดื่อสด สเต๊กเนื้อ Alpine ผ่านการบ่มกับเครื่องเทศ ไปจนถึงเมนูปลาเรนโบว์เทราต์จากแม่น้ำไรน์ คู่ไปกับไวน์ของลิกเตนสไตน์ที่หากินยากเพราะประเทศนี้ผลิตในปริมาณจำกัดแทบไม่ส่งออก บรรยากาศห้องอาหารเงียบสงบ แสงไฟอบอุ่นเหมาะคืนพิเศษ ส่วนอาหารเช้าเสิร์ฟแบบกึ่งบุฟเฟต์ มีเบเกอรีอบสด ๆ ชีสและแฮมท้องถิ่น ไข่ทำสดตามสั่ง ผลไม้ตามฤดูกาล และกาแฟชั้นดีที่หลายคนชมว่าดีจนแทบไม่อยากออกไปร้านอื่น ในตึกยังมีบาร์เล็ก ๆ ให้นั่งจิบไวน์ก่อนเข้าห้อง และซาวน่ากับฟิตเนสไว้ผ่อนคลายหลังเดินสำรวจเมืองมาทั้งวัน
ข้อที่อยากให้รู้ก่อนจอง
พูดกันตรง ๆ เพื่อช่วยตัดสินใจ — ข้อที่รีวิวติงบ่อยที่สุดคือ ขนาดห้อง Classic ที่เล็กกว่าที่ราคาควรเป็น โดยเฉพาะช่วงพีคที่ราคาขยับไปแตะระดับ ฿18,000 ต่อคืน ทำให้บางคนรู้สึกว่าควรได้พื้นที่กว้างขึ้น ถ้ามีงบยืดหยุ่นได้แนะนำให้อัปเกรดเป็นประเภท Deluxe ขึ้นไปเพราะจะได้ทั้งพื้นที่และบัลโคนีวิวปราสาทคุ้มกว่ามาก ข้อที่สองคือเรื่อง ราคาที่ขึ้นแรงในช่วงเทศกาลและงาน State Visit ในวาดุซ ซึ่งบางครั้งราคาพุ่งเกือบเท่าตัวภายในไม่กี่วัน คนที่วางแผนตรงกับเทศกาล National Day ในเดือนสิงหาคมหรือช่วงคริสต์มาสควรจองล่วงหน้าหลายเดือน ข้อสุดท้ายคือเรื่อง เสียงจากถนนคนเดิน เพราะตัวตึกอยู่บน Städtle ที่นักท่องเที่ยวเดินผ่านตลอดทั้งวัน ห้องที่หันออกถนนจะได้ยินเสียงคุยและล้อกระเป๋าเลื่อนเป็นพัก ๆ ใครหลับยากแนะนำขอห้องที่หันเข้าด้านในของตึก ส่วนข้อจำกัดอีกอย่างที่ควรรู้คือลิกเตนสไตน์ไม่มีรถไฟของตัวเอง — สถานีรถไฟที่ใกล้ที่สุดอยู่ที่เมือง Sargans ของสวิตเซอร์แลนด์ ต้องต่อรถบัสประมาณ 25 นาทีจากโรงแรม สำหรับคนเดินทางด้วยรถสาธารณะควรเผื่อเวลาในการต่อรถไว้ด้วย
สรุปจากทีมเรา
จากที่ทีมเราอ่านรีวิวจริงหลายเสียง Residence Hotel Vaduz คือบูทีคโฮเทลที่ขาย ทำเลใจกลางเมืองหลวงเล็ก ๆ + ดีไซน์เต็มงานศิลปะ + อาหารระดับเชฟมิชลิน ได้อย่างกลมกล่อมที่สุดของวาดุซ ถ้าภาพทริปในหัวคุณคือเดินสำรวจประเทศที่เล็กที่สุดในยุโรปด้วยเท้า เดินขึ้นปราสาท ลงมาดูพิพิธภัณฑ์ศิลปะ ปิดค่ำด้วยมื้อค่ำในห้องอาหารของโรงแรมพร้อมไวน์ท้องถิ่น แล้วกลับขึ้นห้องที่บัลโคนีหันออกหาปราสาทบนเนิน ที่นี่คือตัวเลือกที่ลงตัวที่สุดในประเทศ แต่ถ้าคุณมองหาห้องกว้างขวางขนาดสวีตเชนใหญ่ในราคาประหยัด หรือเดินทางด้วยรถไฟเป็นหลัก ความคาดหวังกับขนาดห้องและความเข้าถึงสถานีอาจต้องปรับนิดหน่อย โดยรวมเราให้ 8.9/10 เหมาะที่สุดสำหรับคู่รัก สายดีไซน์ และนักเดินทางที่อยากใช้ชีวิตหนึ่งคืนเต็ม ๆ กับเมืองหลวงเล็ก ๆ ที่หาประสบการณ์แบบนี้ที่อื่นไม่ได้
คะแนนแยกหมวด
ประเมินโดยทีม editorial จากการตรวจสอบข้อมูลและรีวิวจริง
คำตัดสินจริงใจ — ข้อดี & ข้อที่ควรรู้ก่อนจอง
- ทำเลใจกลาง Mitteldorf บนถนนคนเดิน Städtle เดินออกประตูก็เจอ Kunstmuseum Liechtenstein พิพิธภัณฑ์ไปรษณีย์ และร้านอาหารท้องถิ่นแทบทุกร้านของวาดุซ
- บูทีคขนาดเล็กราว 30 ห้องที่สะสมงานศิลปะร่วมสมัยจริงทั้งตึก รีวิวจำนวนมากชมว่าเดินดูภาพระหว่างชั้นได้เพลินเหมือนอยู่แกลเลอรี
- ห้องอาหารในโรงแรมอยู่ภายใต้การดูแลของเชฟ Martin Weber ที่เคยคว้าดาวมิชลิน ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นและไวน์ลิกเตนสไตน์ที่หากินยาก
- ห้องประเภทดีลักซ์มีบัลโคนีหันออกไปทางเนินเขาที่ตั้งปราสาท Vaduz — ตื่นเช้ามากาแฟแก้วแรกได้วิวปราสาทเต็มตา
- บริการพนักงานพูดอังกฤษและเยอรมันชัด ใส่ใจช่วยแนะนำเส้นทางเดินป่าขึ้นปราสาทและจัดเก็บกระเป๋าให้ก่อนเช็กอินได้สบาย ๆ
- ห้อง Classic ขนาดเล็กกว่าที่หลายคนคาดจากระดับราคา โดยเฉพาะช่วงพีคที่ราคาขยับไปแตะ ฿18,000 ทำให้รู้สึกว่าควรได้พื้นที่กว้างกว่านี้
- ราคาช่วงเทศกาลและงาน State Visit สามารถพุ่งขึ้นเกือบเท่าตัวภายในไม่กี่วัน หากไม่จองล่วงหน้าอาจเจอเรตที่แพงเกินคาด
- ตัวตึกอยู่บนถนนคนเดินที่นักท่องเที่ยวเดินผ่านตลอดวัน ห้องที่หันออกถนนอาจได้ยินเสียงคนคุยช่วงเย็น ถ้าหลับยากแนะนำขอห้องหันเข้าด้านหลัง
เหมาะกับใคร
Match Score ตามไลฟ์สไตล์การเดินทาง
สิ่งอำนวยความสะดวก
ทำเล & สถานที่ใกล้เคียง
กิจกรรมน่าทำใกล้ Vaduz
ทัวร์รายวัน ตั๋วเข้าชม และกิจกรรมรอบ Vaduz — จองล่วงหน้าบน Klook รับ e-ticket ในมือถือ
ดูกิจกรรมใน Vaduzลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม
เคล็ดลับจากทีมรีวิว
- ขอห้องประเภทดีลักซ์ที่มีบัลโคนีหันออกไปทางปราสาท — ตื่นมาเห็นปราสาทบนเนินขณะดื่มกาแฟคือภาพจำที่ดีที่สุดของทริปลิกเตนสไตน์
- จองโต๊ะห้องอาหารของเชฟ Martin Weber ล่วงหน้าตั้งแต่ก่อนเดินทาง โดยเฉพาะคืนวันศุกร์-เสาร์ ที่นั่งเต็มเร็วเพราะคนนอกโรงแรมก็ตามมาทาน
- เดินขึ้นปราสาท Vaduz ใช้เส้นทาง Fürstensteig ที่เริ่มจากหลังโรงแรมราว 5 นาที ใช้เวลาขึ้นประมาณ 25 นาที — เลือกไปช่วงเช้าหรือเย็นเพื่อเลี่ยงแดดและถ่ายรูปได้สวยสุด