Lao Poet Hotel
โดยทีม TopOfHotel
Lao Poet Hotel คือ บูทีคดีไซน์หรูบนที่ดินของกวีลาวคนสำคัญ ที่หยิบกลิ่นอาย Indochine ยุค 1930 มาเล่าใหม่อย่างมีรสนิยม — เด่นที่ดีไซน์ ทำเลกลางเมืองเก่า และรูฟท็อปอินฟินิตี้พูลวิวสวยสุดในเวียงจันทน์
Lao Poet Hotel คือ บูทีคดีไซน์หรูบนที่ดินของกวีลาวคนสำคัญ ที่หยิบกลิ่นอาย Indochine ยุค 1930 มาเล่าใหม่อย่างมีรสนิยม — เด่นที่ดีไซน์ ทำเลกลางเมืองเก่า และรูฟท็อปอินฟินิตี้พูลวิวสวยสุดในเวียงจันทน์
รีวิวเชิงลึก
ดีไซน์และที่มาของชื่อ
ลองนึกภาพตึก 8 ชั้นใจกลางเมืองเก่าเวียงจันทน์ ที่ตั้งอยู่บนที่ดินผืนเดิมของ Maha Sila Viravong หรือที่คนลาวเรียกท่านว่า Maha Keo กวีและนักประวัติศาสตร์คนสำคัญของลาว ผู้ปริวรรตวรรณกรรมท้าวฮุ่งท้าวเจือง ลูกหลานของท่านอยากเล่าเรื่องของบรรพบุรุษผ่านพื้นที่นี้ ก็เลยตั้งใจสร้าง Lao Poet Hotel ขึ้นมาเมื่อปี 2018 หยิบกลิ่นอาย Indochine ยุค 1930 ที่ร่วมสมัยกับชีวิตของท่านมาเล่าใหม่อย่างมีรสนิยม เปิดประตูเข้าล็อบบี้ปุ๊บจะเจอกระเบื้องเอ็นคอสติกลายเรขาคณิตเขียวมอส ราวบันไดเหล็กดัดดำเส้นบาง ๆ พัดลมเพดานหมุนช้า ๆ ผ้าม่านลินินสีครีม และเฟอร์นิเจอร์ไม้เข้ม ๆ ที่จับคู่กับโซฟากำมะหยี่สีน้ำตาลและทองอ่อน รวมถึงคอลเลกชันภาพถ่ายและบทกวีของ Maha Keo ที่ติดผนังในมุมต่าง ๆ ให้แขกเดินอ่านเล่นได้ทั่วโรงแรม ห้องพักทั้ง 55 ห้องวางคอนเซ็ปต์เดียวกัน — โทนไม้-ครีม-มอสเขียว เพดานสูง บัลโคนีส่วนตัวเกือบทุกห้อง หัวเตียงเป็นผ้าหุ้มลายฝรั่งเศสคลาสสิก กระเบื้องห้องน้ำขาวคุมโทนกับอ่างฝัง รายละเอียดเล็ก ๆ อย่างที่กั้นน้ำในห้องอาบและก๊อกทองเหลืองเก่า ๆ ดูแล้วรู้สึกได้ทันทีว่าทีมดีไซน์ตั้งใจมาก ใครชอบโรงแรมที่มีบุคลิกชัด เล่าเรื่องเป็น และถ่ายรูปได้ทุกมุม น่าจะตกหลุมรักตั้งแต่ก้าวเข้ามา
รูฟท็อปและห้องอาหาร
ถ้าหัวใจดวงหนึ่งของโรงแรมนี้คือดีไซน์ อีกดวงหนึ่งก็ต้องยกให้รูฟท็อปชั้นบนสุด — อินฟินิตี้พูล ขอบสระลงไปทาบเส้นขอบฟ้าของเวียงจันทน์ มองเห็นหลังคาวัดทรงล้านช้าง ยอดธาตุหลวงสีทอง ปาตูไซ และเส้นแม่น้ำโขงในเฟรมเดียว รีวิวบอกตรงกันว่าวิวนี้คือ "วิวเมืองที่สวยที่สุดของเวียงจันทน์" ข้าง ๆ สระมีบาร์ Le Belvédère ที่เปิดช่วงเย็น เสิร์ฟค็อกเทลฝรั่งเศส-ลาวร่วมสมัย ถ้ามาช่วง 17.30–18.30 น. จะได้พระอาทิตย์ตกหลังหลังคาวัดในจังหวะที่หลายคนถึงกับนั่งเงียบไม่พูดอะไรนานหลายนาที ลงมาที่ชั้นล่างคือ Le Hanuman Restaurant ห้องอาหารหลักของโรงแรมที่เสิร์ฟครัวลาว-ฝรั่งเศสร่วมสมัย เมนูเปลี่ยนตามฤดูกาล ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นเป็นหลัก ตั้งแต่ปลานิลแม่โขงไปจนถึงเนื้อโคขุนน้ำพอง อาหารเช้าก็เป็นแบบ à la carte ไม่ใช่บุฟเฟต์ตามสไตล์บูทีค สั่งครัวซองต์อบใหม่ ๆ ไข่เบเนดิกต์ และข้าวเปียกลาวมาตามใจ บริการเสิร์ฟใส่ใจมาก พนักงานจำชื่อแขกได้เร็วและเข้ามาเติมกาแฟแบบไม่ต้องเรียก นอกจากนี้ยังมีสปาเล็ก ๆ ใต้ตึก ฟิตเนสครบเครื่อง และ concierge ที่ช่วยจัดทัวร์หลวงพระบาง รถส่งสนามบิน รถเช่า หรือแม้แต่จองร้านอาหารริมโขงให้ได้แบบไม่ต้องสั่งล่วงหน้านาน
ทำเลใจกลางเมืองเก่า
ทำเลของ Lao Poet เป็นอีกข้อที่ทำให้โรงแรมนี้ได้คะแนนสูง ตั้งอยู่ย่าน Ban Haysoke ติดคอร์ริดอร์ถนน Setthathirath ซึ่งเป็นเส้นหลักของเมืองเก่าเวียงจันทน์ — เดินออกจากล็อบบี้แค่ไม่กี่ก้าวก็เจอร้านกาแฟบูทีค แกลเลอรีอาร์ต ร้านขายผ้าทอลาว และวัดเก่าสไตล์ล้านช้างกระจายอยู่รอบ ๆ เดินถึง Patuxai (ประตูชัย) ราว 10 นาที, ตลาดเช้า (Talat Sao) ราว 6 นาที, น้ำพุนางเงือก/เส้นทางริมแม่น้ำโขงประมาณ 8 นาที และวัดสีสะเกดที่มีพระพุทธรูปกว่าหมื่นองค์ก็เดินถึงในระยะใกล้ ๆ จากสนามบินวัตไต (VTE) นั่งรถราว 10–15 นาที สั่ง concierge จัดรถส่งล่วงหน้าได้ในราคาที่ไม่แพง เวียงจันทน์ไม่มีรถไฟใต้ดิน คนส่วนใหญ่เดินทางด้วยตุ๊กตุ๊กหรือ Grab/Loca แต่ทำเลของโรงแรมนี้ทำให้แทบไม่ต้องนั่งรถเลย เดินเที่ยวซึมซับบรรยากาศเมืองเก่าได้ทั้งวัน ตอนเย็นเดินไปตลาดกลางคืนริมโขงที่เปิดประมาณ 18.00 น. กลับมานั่งบาร์รูฟท็อปต่อปิดท้ายวันได้แบบฟิน ๆ
ข้อที่อยากให้รู้ก่อนจอง
พูดกันตรง ๆ เพื่อช่วยตัดสินใจ — เสียงติงที่เจอบ่อยที่สุดคือเรื่อง ขนาดห้อง โดยเฉพาะห้อง Deluxe ราคาเริ่มต้นที่มีพื้นที่ราว 26–28 ตร.ม. ซึ่งดูจากภาพในเว็บอาจรู้สึกว่ากว้างกว่าจริง พอเช็คอินแล้วเจอกระเป๋าใหญ่สองใบกับโต๊ะทำงาน + อาร์มแชร์มู้ดดี ๆ ก็เริ่มเดินกันลำบาก ถ้ามากันคู่ที่กระเป๋าเยอะหรือชอบห้องโล่ง ๆ ขอ Junior Suite หรือ Suite ขึ้นไปจะคุ้มกว่ามาก อีกข้อที่บางรีวิวพูดถึงคือ ราคา ที่เริ่มต้นราว ฿3,500/คืน ซึ่งสูงกว่าค่ามาตรฐานโรงแรมในเวียงจันทน์ที่ปกติ ฿1,500–2,500 คนที่เคยพักแค่ระดับกลางในเวียงจันทน์อาจรู้สึกว่ากระโดด แต่ถ้าเทียบกับบูทีคหรูระดับเดียวกันในย่างกุ้ง หลวงพระบาง หรือเสียมเรียบก็ถือว่าเป็นราคาที่สมเหตุสมผลและคุ้มกับดีไซน์ที่ได้ ลิฟต์มีตัวเดียวและทำงานค่อนข้างช้าในช่วง check-in/out รวมห้องที่หันออกถนน Setthathirath อาจได้ยินเสียงมอเตอร์ไซค์ตอนเช้าตรู่บ้าง คนหลับยากแนะนำขอห้องชั้นสูง ๆ ที่หันเข้าด้านในจะเงียบกว่า น้ำในก๊อกบางช่วงเป็นไปตามมาตรฐานเวียงจันทน์ — แรงดันโอเค แต่ใช้ขวดน้ำแร่ที่โรงแรมเตรียมไว้ดื่มจะปลอดภัยกว่า
สรุปจากทีมเรา
จากที่ทีมเรานั่งไล่อ่านรีวิวจริงและเทียบกับโรงแรมระดับเดียวกันในเวียงจันทน์ Lao Poet Hotel คือบูทีคที่ขาย ดีไซน์มู้ดดี ๆ พร้อมเรื่องเล่ามีรากเหง้า ได้อย่างเต็มภาคภูมิ ถ้าภาพทริปในหัวคุณคือตื่นเช้ามาทานครัวซองต์อบใหม่ที่ระเบียง เดินเล่นเมืองเก่ารอบโรงแรม ขึ้นบาร์รูฟท็อปจิบค็อกเทลตอนพระอาทิตย์ตก แล้วกลับมาแช่อินฟินิตี้พูลก่อนนอน — Lao Poet ลงตัวกับคุณมาก ๆ แต่ถ้าคุณเป็นสายเที่ยวสบายงบประหยัด ใช้ห้องแค่นอน หรือต้องการห้องกว้างทำงานยาว ๆ ราคานี้อาจไม่คุ้มเท่าโรงแรมระดับกลางใกล้ ๆ กัน โดยรวมเราให้ 9.2/10 เหมาะที่สุดสำหรับคู่รักฮันนีมูน นักท่องเที่ยวสายดีไซน์ และคนที่อยากได้บูทีคหรูใจกลางเมืองเก่าที่ถ่ายรูปได้ทุกมุม พร้อมการันตีคุณภาพด้วยรางวัล Michelin Key Hotel 2024 ที่ไม่ได้ติดง่าย ๆ ในประเทศนี้
คะแนนแยกหมวด
ประเมินโดยทีม editorial จากการตรวจสอบข้อมูลและรีวิวจริง
คำตัดสินจริงใจ — ข้อดี & ข้อที่ควรรู้ก่อนจอง
- ดีไซน์ Indochine ยุค 1930 ผสมโมเดิร์นโดยทีมที่ตั้งใจมาก — กระเบื้องเอ็นคอสติก ราวเหล็กดัด เฟอร์นิเจอร์ไม้ ผ้ามอสกรีน เป็นโรงแรมที่รีวิวบอกตรงกันว่า "ถ่ายรูปได้ทุกมุม"
- รูฟท็อปอินฟินิตี้พูลชั้นบนสุดพร้อมบาร์ Le Belvédère ที่หลายเสียงยกให้เป็นวิวเมืองที่สวยที่สุดในเวียงจันทน์ — มองเห็นหลังคาวัด ปาตูไซ และแม่น้ำโขงในมุมเดียว
- ทำเลใจกลางย่าน Ban Haysoke ติดถนน Setthathirath เดินถึง Patuxai 10 นาที ตลาดเช้าและริมแม่น้ำโขงราว 6–8 นาที สะดวกทั้งเดินเที่ยวและหาร้านอาหารยามค่ำ
- บริการพนักงานอบอุ่นและตั้งใจ รีวิวจำนวนมากชมว่าจำชื่อแขก เตรียมรถส่งสนามบิน และช่วยจัดทัวร์/รถเช่าให้ได้แบบไม่ต้องสั่ง รวมถึงครัวอาหารเช้าที่เสิร์ฟแบบ à la carte ไม่ใช่บุฟเฟต์ตามสไตล์บูทีค
- ได้รางวัล Michelin Key Hotel 2024 ซึ่งเป็นหนึ่งในไม่กี่โรงแรมในลาวที่ได้การรับรอง สะท้อนถึงงานบริการและประสบการณ์รวมที่ผ่านมาตรฐาน
- ห้อง Deluxe ราคาเริ่มต้นมีขนาดราว 26–28 ตร.ม. ซึ่งเล็กกว่าที่หลายคนคาดจากภาพในเว็บ ถ้ามากันคู่พร้อมกระเป๋าใหญ่หลายใบอาจรู้สึกแน่น ขอ Junior Suite ขึ้นไปจะสบายกว่ามาก
- ราคาเริ่มต้นราว ฿3,500/คืน สูงกว่ามาตรฐานเวียงจันทน์พอตัว ใครคุ้นกับโรงแรมเวียงจันทน์ราคา ฿1,500–2,500 อาจรู้สึกว่ากระโดด แต่ถ้าเทียบกับบูทีคหรูระดับเดียวกันในเอเชียก็ถือว่าเป็นราคาที่สมเหตุสมผล
- ลิฟต์มีตัวเดียวและค่อนข้างช้าในช่วง check-in/out รวมถึงห้องที่หันออกถนน Setthathirath อาจได้ยินเสียงรถมอเตอร์ไซค์ตอนเช้าตรู่ คนหลับยากแนะขอห้องชั้นสูงหันเข้าด้านใน
เหมาะกับใคร
Match Score ตามไลฟ์สไตล์การเดินทาง
สิ่งอำนวยความสะดวก
ทำเล & สถานที่ใกล้เคียง
กิจกรรมน่าทำใกล้ Vientiane
ทัวร์รายวัน ตั๋วเข้าชม และกิจกรรมรอบ Vientiane — จองล่วงหน้าบน Klook รับ e-ticket ในมือถือ
ดูกิจกรรมใน Vientianeลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม
เคล็ดลับจากทีมรีวิว
- ขอห้อง Junior Suite ขึ้นไปถ้ามากันคู่กับกระเป๋าใหญ่ — ห้อง Deluxe ราคาเริ่มต้นมู้ดดีจริง แต่พื้นที่เล็กกว่าที่ภาพในเว็บทำให้รู้สึก
- ขึ้นไปจิบเครื่องดื่มที่บาร์รูฟท็อป Le Belvédère ช่วง 17.30–18.30 น. จะได้พระอาทิตย์ตกหลังหลังคาวัด เป็นช่วงเวลาที่รีวิวเรียกว่า "สวยจนต้องนั่งเงียบ ๆ"
- เดินจากโรงแรมไปริมแม่น้ำโขงราว 8 นาทีตอนเย็น ตลาดกลางคืน Vientiane Night Market เปิดประมาณ 18.00 น. กลับมาเดินถ่ายรูปตึกโรงแรมตอนกลางคืนเก๋มาก