Hotel Reykjavik Centrum
โดยทีม TopOfHotel
Hotel Reykjavik Centrum คือ การได้นอนบนถนนสายเก่าแก่ที่สุดของเรคยาวิก เหนือซากบ้านยาว Viking อายุพันปี พร้อมศูนย์นิทรรศการในตัว ทำเลเดินถึงท่าเรือเก่าและร้านดังในไม่กี่นาที
Hotel Reykjavik Centrum คือ การได้นอนบนถนนสายเก่าแก่ที่สุดของเรคยาวิก เหนือซากบ้านยาว Viking อายุพันปี พร้อมศูนย์นิทรรศการในตัว ทำเลเดินถึงท่าเรือเก่าและร้านดังในไม่กี่นาที
รีวิวเชิงลึก
ห้องพักและบรรยากาศ
ลองนึกภาพโรงแรมที่ตั้งอยู่บน Aðalstræti ซึ่งแปลตรงตัวว่า "ถนนสายหลัก" และเป็นถนนสายเก่าแก่ที่สุดของเมืองเรคยาวิก — บ้านไม้สีอ่อนหลังเล็กของโรงแรมที่สร้างขึ้นในปี 1764 ถือเป็นบ้านที่เก่าแก่ที่สุดในเมืองนี้ทั้งเมือง การบูรณะของ Hotel Reykjavik Centrum ทำได้น่ารักมาก เขาเก็บโครงไม้ดั้งเดิม หน้าต่างบานเล็ก ๆ และผนังด้านนอกสีพาสเทลที่ดูเข้ากับท้องฟ้าสีเทาของไอซ์แลนด์ไว้อย่างพิถีพิถัน แล้วเชื่อมกับอาคารใหม่ที่อยู่ติดกันอย่างกลมกลืน รวมเป็น 89 ห้องกระจายตัวอยู่ในหลายโซน ห้องพักด้านในตกแต่งสไตล์นอร์ดิกโมเดิร์น พื้นไม้สีอุ่น โทนผ้าม่านและเครื่องนอนเป็นสีครีม-เทาสบายตา เปิดประตูเข้ามาให้ความรู้สึกอบอุ่นทันทีหลังจากที่ลากกระเป๋าฝ่าลมหนาวเข้ามา หลายห้องเปิดผ้าม่านออกมาเจอจัตุรัส Ingólfstorg ที่มีรูปปั้นนักตั้งถิ่นฐานคนแรกของไอซ์แลนด์ ส่วนห้องในตึกเก่าบางห้องมีคานไม้แท้บนเพดานและรูปทรงไม่เป็นสี่เหลี่ยมเป๊ะตามผังตึกโบราณ — นี่แหละคือเสน่ห์ที่โรงแรมเชนใหญ่ ๆ ไม่มี รีวิวหลายเสียงชมตรงกันว่าเตียงนุ่มสบาย ห้องสะอาด และมีอุปกรณ์ครบ ตื่นเช้ามาในห้องที่อยู่บนบ้านอายุ 260 ปี ขณะหิมะกำลังโปรยอยู่นอกหน้าต่าง — บรรยากาศแบบนี้ตราตรึงใจจริง ๆ
เรื่องราวของตึกและศูนย์นิทรรศการ Viking
สิ่งที่ทำให้ Hotel Reykjavik Centrum พิเศษกว่าโรงแรมอื่นในเมืองอย่างชัดเจน คือสิ่งที่อยู่ ใต้ ตัวอาคาร ระหว่างการก่อสร้างต่อเติมโรงแรมในช่วงต้นยุค 2000 คนงานบังเอิญขุดเจอซากบ้านยาว (longhouse) ของชาว Viking ฝังอยู่ใต้ดิน นักโบราณคดีเข้ามาตรวจสอบและพบว่ามีอายุย้อนไปถึงราวปี 870 ก่อนการตั้งถิ่นฐานอย่างเป็นทางการของเรคยาวิกในปี 874 เสียอีก แทนที่จะรื้อทิ้งเพื่อสร้างต่อ ทางโครงการตัดสินใจเก็บซากไว้ทั้งหมดและสร้างพิพิธภัณฑ์ครอบทับชื่อ The Settlement Exhibition (Landnámssýningin) ทุกวันนี้แขกของโรงแรมเดินลงบันไดไม่กี่ขั้นก็เข้าไปยืนเหนือซากกำแพงหินอายุพันกว่าปีได้เลย มีจอแสดงผลและไฟส่องที่อธิบายชีวิตของคนยุค Viking ในแต่ละมุมของบ้าน เป็นการเริ่มต้นทริปเรคยาวิกที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่จะหาได้ ไม่ใช่ทุกโรงแรมในโลกจะบอกได้ว่า "เรามีพิพิธภัณฑ์โบราณคดีในตัว" — ที่นี่บอกได้แบบไม่ต้องโม้ ส่วนตัวบ้านไม้ปี 1764 ที่อยู่ติดกันก็มีเรื่องราวของตัวเอง เคยเป็นบ้านพักของเจ้าหน้าที่และพ่อค้าในยุคที่เรคยาวิกยังเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ เดินผ่านระเบียงไม้แล้วจินตนาการได้ไม่ยากว่าเมื่อสองศตวรรษก่อนชีวิตที่นี่เป็นอย่างไร
ทำเลและการเดินเที่ยว
ทำเลของที่นี่คือไพ่เด็ดของคนที่อยากเที่ยวเรคยาวิกแบบทิ้งรถ — โรงแรมตั้งอยู่บนถนน Aðalstræti ใจกลางย่าน 101 Reykjavik ซึ่งเป็นรหัสไปรษณีย์ของเมืองเก่าที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องมา เปิดประตูออกไปก็เจอ จัตุรัส Ingólfstorg เลย เดินต่ออีกราว 3 นาทีถึง ท่าเรือเก่า (Old Harbour) ที่มีร้านอาหาร ร้านไอศกรีม และจุดขึ้นเรือชมวาฬ จาก Aðalstræti เดินตรงไปทางทิศตะวันออกประมาณ 8 นาทีคือ Harpa Concert Hall ตึกกระจกหกเหลี่ยมไอคอนิกริมทะเลที่ทุกคนต้องถ่ายรูป เดินขึ้นเนินไปอีกราว 12 นาทีเจอโบสถ์ Hallgrímskirkja หอคอยคอนกรีตสูงตระหง่านที่เป็นแลนด์มาร์กของเมือง ส่วน ถนน Laugavegur สายช้อปปิ้งหลักก็อยู่ห่างเดินไม่กี่นาที เต็มไปด้วยร้านเสื้อผ้านอร์ดิก ร้านดีไซน์ และร้านอาหารทันสมัย การเดินทางจากสนามบินก็สะดวกมาก รถบัส Flybus และ Reykjavik Excursions มีจุดขึ้น-ลงหน้าโรงแรมพอดี ใช้เวลาราว 45 นาทีจาก Keflavík ราคาประหยัดกว่าแท็กซี่หลายเท่า ส่วนใครจะไปทัวร์แสงเหนือหรือ Golden Circle ก็มีคอนเซียร์จคอยช่วยจองรถรับที่หน้าโรงแรมได้เลย — ไม่ต้องลากกระเป๋าเดินไกลให้เปลืองพลัง
ข้อที่อยากให้รู้ก่อนจอง
พูดกันตรง ๆ เพื่อช่วยตัดสินใจ — เรื่องแรกที่ต้องเตรียมใจคือ ราคา ค่าห้องในเรคยาวิกแพงตามค่าครองชีพของไอซ์แลนด์อยู่แล้ว ที่นี่ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น เริ่มต้นราว ฿11,500/คืน และถ้าตกหน้าไฮซีซั่นช่วงล่าแสงเหนือสามารถพุ่งไปถึงราว ฿21,000 ผู้ที่มาจากเอเชียอาจรู้สึกตึงงบได้ ขอให้รู้ตัวก่อนจอง อีกข้อคือ ไม่มีสปาและสระว่ายน้ำ ในตัวโรงแรม ใครคาดหวังบ่อน้ำพุร้อนแบบไอซ์แลนด์ในห้องพักจะผิดหวัง แต่ข่าวดีคือบ่อสาธารณะอย่าง Sundhöllin อยู่ห่างไปไม่กี่นาทีโดยรถ และ Blue Lagoon ก็ขับรถถึงในราว 45 นาที เรื่องห้องพักเองก็มีบางจุดที่ต้องรับรู้ — เพราะเป็นการบูรณะตึกเก่า บางห้องค่อนข้างเล็กและรูปทรงไม่เป็นสี่เหลี่ยมมาตรฐาน เพดานในตึกประวัติศาสตร์อาจเตี้ยกว่าโรงแรมใหม่ ใครต้องการห้องกว้างควรระบุตอนจองหรือดูภาพห้องแต่ละแบบให้ละเอียด สุดท้ายคือ เสียงรบกวน ย่าน 101 นี้คือศูนย์กลางบาร์และไนต์ไลฟ์ของเรคยาวิก ช่วงคืนวันศุกร์-เสาร์ค่อนข้างคึกคักจนถึงดึก ห้องที่หันออกถนน Aðalstræti หรือจัตุรัส Ingólfstorg อาจได้ยินเสียงจากย่านบันเทิงบ้าง คนที่หลับยากควรขอห้องด้านในของอาคารหรืออุปกรณ์ตัวช่วยหลับเอาไว้ ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แต่รู้ไว้ก่อนจะเซอร์ไพรส์น้อยลง
สรุปจากทีมเรา
จากที่ทีมเราไล่อ่านรีวิวจริงหลายเสียงทั้งบน Agoda Booking และ Tripadvisor ภาพรวมตรงกันว่า Hotel Reykjavik Centrum คือโรงแรมที่ขาย "ทำเล + เรื่องราวประวัติศาสตร์" ได้อย่างเต็มเปา 89 ห้องในตึกอายุ 260 ปีบนถนนสายเก่าแก่ที่สุดของเมือง พร้อมศูนย์นิทรรศการ Viking อายุพันปีอยู่ในตัวอาคาร — เป็นประสบการณ์ที่หาที่ไหนในเรคยาวิกไม่ได้ ทำเลเดินถึงทุกจุดเที่ยวหลักของเมืองเก่าในไม่กี่นาที เปิดประตูออกไปเจอจัตุรัสกลางเมืองที่มีนักท่องเที่ยวเดินเล่นทั้งวัน บุฟเฟต์เช้าไอซ์แลนดิกได้รับคำชมเป็นพิเศษ และคู่รักให้คะแนนทำเลถึง 9.8 ซึ่งสะท้อนว่าโรงแรมนี้เหมาะมากสำหรับการมาเรคยาวิกแบบไม่ต้องใช้รถ ถ้าคุณเป็นคนที่หลงเรื่องราว ชอบนอนในตึกประวัติศาสตร์มากกว่าตึกแก้วใหม่เอี่ยม และต้องการแค่ฐานพักที่อบอุ่นเดินสะดวกในเมืองเก่า ที่นี่คือคำตอบ แต่ถ้าคุณตามหาโรงแรมแบบมีสปา-สระว่ายน้ำ-ฟิตเนสครบ หรืออยากได้ห้องกว้างขวางขนาดมาตรฐานเชนใหญ่ ที่นี่อาจไม่ตอบโจทย์เต็มที่ โดยรวมเราให้ 8.7/10 เหมาะที่สุดสำหรับคู่รัก คนเดินทางคนเดียวที่รักประวัติศาสตร์ และนักท่องเที่ยวสายวัฒนธรรมที่อยากเริ่มทริปไอซ์แลนด์ด้วยการก้าวออกจากประตูแล้วเดินสำรวจหัวใจของเมืองหลวงเหนือสุดของโลกใบนี้
คะแนนแยกหมวด
ประเมินโดยทีม editorial จากการตรวจสอบข้อมูลและรีวิวจริง
คำตัดสินจริงใจ — ข้อดี & ข้อที่ควรรู้ก่อนจอง
- ทำเลใจกลางเมืองเก่าบนถนน Aðalstræti สายเก่าแก่ที่สุดของเรคยาวิก เดินไม่กี่นาทีถึงท่าเรือเก่า Harpa Concert Hall ร้านอาหารและแกลเลอรีดัง ๆ ของย่าน 101
- อาคารประวัติศาสตร์ปี 1764 ถือเป็นบ้านที่เก่าแก่ที่สุดของเมือง บูรณะเก็บโครงและรายละเอียดเดิมไว้อย่างใส่ใจ ให้กลิ่นอายเรคยาวิกแท้ ๆ ที่หาจากโรงแรมแบรนด์เชนไม่ได้
- มี The Settlement Exhibition ศูนย์นิทรรศการในตัวอาคารที่จัดแสดงซากบ้านยาว Viking อายุราว 1,150 ปี — ลงไปชมประวัติศาสตร์ก่อนออกไปเที่ยวได้เลยโดยไม่ต้องเดินไปไหน
- ห้องพักตกแต่งสไตล์นอร์ดิกโมเดิร์น พื้นไม้สีอุ่น เตียงสบาย โทนสะอาดตา เปิดผ้าม่านมาเจอจัตุรัส Ingólfstorg หรือซอกถนนเก่าแก่ของเมือง
- บุฟเฟต์อาหารเช้าได้รับคำชมจากรีวิวหลายเสียง มีเมนูไอซ์แลนดิกดั้งเดิมอย่างปลารมควัน ขนมปังไรย์ และโยเกิร์ต Skyr ทำให้เริ่มวันได้ดีท่ามกลางอากาศหนาว
- ราคาห้องไม่ถูกแม้ตามมาตรฐานไอซ์แลนด์ที่ค่าครองชีพสูงอยู่แล้ว และไม่มีสปาหรือสระว่ายน้ำในโรงแรม ใครคาดหวังสิ่งอำนวยความสะดวกเต็มรูปแบบควรปรับความคาดหวัง
- บางห้องค่อนข้างเล็กและรูปทรงไม่เป็นมาตรฐานตามโครงสร้างของอาคารเก่า โดยเฉพาะห้องในตึกประวัติศาสตร์ดั้งเดิมที่เพดานเตี้ยและพื้นที่จำกัด
- ทำเลใจกลาง 101 อยู่ใกล้บาร์และร้านอาหารที่คึกคักช่วงสุดสัปดาห์ ห้องที่หันออกถนนอาจได้ยินเสียงจากย่านบันเทิงตอนดึก ผู้หลับยากควรขอห้องด้านในของอาคาร
เหมาะกับใคร
Match Score ตามไลฟ์สไตล์การเดินทาง
สิ่งอำนวยความสะดวก
ทำเล & สถานที่ใกล้เคียง
กิจกรรมน่าทำใกล้ Reykjavik
ทัวร์รายวัน ตั๋วเข้าชม และกิจกรรมรอบ Reykjavik — จองล่วงหน้าบน Klook รับ e-ticket ในมือถือ
ดูกิจกรรมใน Reykjavikลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม
เคล็ดลับจากทีมรีวิว
- ลงไปชม The Settlement Exhibition ใต้อาคารก่อนออกไปเที่ยว แขกของโรงแรมเข้าได้สะดวกที่สุด และจะเข้าใจเรื่องราวของเรคยาวิกตั้งแต่ก้าวแรกที่ Viking ปักหลัก
- ขอห้องในอาคารหลักที่หันเข้าด้านในแทนห้องที่หันออกถนน Aðalstræti หรือ Ingólfstorg ถ้านอนหลับยาก เพราะย่านนี้คึกคักช่วงสุดสัปดาห์
- นั่งรถ Flybus หรือ Reykjavik Excursions จากสนามบิน Keflavík ลงป้ายเมืองที่อยู่หน้าโรงแรมพอดี ประหยัดกว่าแท็กซี่ราว 3-4 เท่าและสะดวกกว่าลากกระเป๋าเดินไกล