Reykjavik Konsulat Hotel, Curio Collection by Hilton
โดยทีม TopOfHotel
Konsulat คือ บูทีก Hilton ในตึกสถานกงสุลเก่าใจกลาง 101 ที่อบอุ่นเหมือนบ้านมากกว่าโรงแรมเชน — เด่นที่ทำเลเดินถึงทุกจุด บรรยากาศนอร์ดิก และคะแนนทำเล 9.7 ที่หาดูได้ยากในเรคยาวิก
Konsulat คือ บูทีก Hilton ในตึกสถานกงสุลเก่าใจกลาง 101 ที่อบอุ่นเหมือนบ้านมากกว่าโรงแรมเชน — เด่นที่ทำเลเดินถึงทุกจุด บรรยากาศนอร์ดิก และคะแนนทำเล 9.7 ที่หาดูได้ยากในเรคยาวิก
รีวิวเชิงลึก
เสน่ห์ของตึกสถานกงสุลกลางเมืองเก่า
ลองนึกภาพตึกเก่าสีเทาอ่อนหน้าต่างบานสูงตั้งอยู่บนถนน Hafnarstræti ใจกลางเรคยาวิก ตึกเดียวกันนี้เคยใช้เป็นสถานกงสุลและที่ทำการพาณิชย์ในยุคที่ไอซ์แลนด์เริ่มเปิดประเทศสู่โลกกว้างเมื่อกว่า 100 ปีก่อน — ทุกวันนี้มันถูกแปลงโฉมอย่างประณีตเป็น Reykjavik Konsulat Hotel, Curio Collection by Hilton บูทีกหรู 4 ดาว 89 ห้องที่ยังคงเก็บกลิ่นอายของยุคนั้นไว้แบบไม่สะดุดตา ผนังหนา หน้าต่างบานสูง บันไดไม้เก่า และความเงียบสงบของตึกที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมานับศตวรรษ เปิดประตูเข้าล็อบบี้ปุ๊บจะเจอเตาผิงอุ่น ๆ โซฟาหนังนั่งสบาย ขนสัตว์พาดพนัก และโคมไฟอบอุ่นที่ส่องให้ตึกดูเหมือนบ้านของเพื่อนชาวไอซ์แลนด์ฐานะดีมากกว่าโรงแรมเชน ห้องพักตกแต่งสไตล์ นอร์ดิกร่วมสมัย โทนไม้อ่อน สีเทาสงบ ผ้าขนสัตว์ และไฟเหลืองนวลที่ทำให้ห้องอุ่นทันทีที่ก้าวเข้าไป หลังจากตากลมเย็นของเรคยาวิกมาทั้งวัน บางห้องเปิดออกมาเจอวิวมุมหลังคาสีสันของเมืองเก่า บางห้องไกล ๆ เห็นภูเขา Esja ยอดหิมะอยู่ลิบ ๆ เตียงนุ่ม ผ้าปูที่นอนหนา ของอาบน้ำแบรนด์ Scandinavian รีวิวจำนวนมากชมตรงกันว่า "อบอุ่นเหมือนเข้าบ้าน" ซึ่งเป็นคำอธิบายที่ตรงที่สุด
Bathhouse ฟิตเนส และของอบอุ่นในตึก
หัวใจของการพักที่ไอซ์แลนด์คือ การได้แช่น้ำอุ่นหลังโดนลมหนาวมาทั้งวัน และ Konsulat เข้าใจเรื่องนี้ดี ภายในตึกมี bathhouse เล็ก ๆ แบบไอซ์แลนด์ให้แขกแช่ผ่อนคลาย ไม่ต้องนั่งรถออกไป Blue Lagoon ทุกวัน บรรยากาศเงียบ แสงเหลืองนวล กลิ่นไม้ และความรู้สึกว่าได้คลายขาเมื่อยจากการเดินเที่ยวเป็นชั่วโมง ๆ ข้าง ๆ กันมี ฟิตเนส เปิด 24 ชั่วโมง อุปกรณ์ครบสำหรับคนที่อยากออกกำลังแม้ในวันที่ข้างนอกลมแรงจนไม่อยากออกไปไหน ล็อบบี้และโซนนั่งเล่นด้านล่างมี เตาผิง และเครื่องดื่มอุ่น ๆ ให้บริการตลอดวัน เหมาะนั่งจิบกาแฟอ่านหนังสือ จัดแผนเที่ยววันถัดไป หรือนัดเพื่อนคุยก่อนออกไปกินมื้อค่ำ ส่วน อาหารเช้า เน้นวัตถุดิบท้องถิ่นแบบไอซ์แลนด์ — ขนมปังสดอบใหม่ ชีสและโยเกิร์ต Skyr ปลาทะเลรมควัน ไข่ดี ๆ และกาแฟร้อนแก้วโต รีวิวชมว่าจริงใจ ไม่ฟู่ฟ่า แต่อิ่มและอร่อยจนพร้อมออกเดินทั้งวัน ในฐานะที่อยู่ในเครือ Curio Collection by Hilton สิ่งที่นักเดินทางสายสะสมไมล์ชอบคือ ยังกด Hilton Honors ได้เต็มที่ ใช้สิทธิ์อัปเกรด late check-out และของอภินันท์เหมือนโรงแรม Hilton ทั่วไป แต่ได้คาแรคเตอร์ของบูทีกในตึกประวัติศาสตร์ที่หาไม่ได้จากห้องเชนหน้าตาเหมือนกันทั่วโลก
ทำเลเดินถึงทุกจุดของย่าน 101
ถ้ามีไพ่เด็ดสักใบของโรงแรมนี้ ก็คือ ทำเล ที่รีวิวให้คะแนนสูงถึง 9.7 — เป็นตัวเลขที่หาดูได้ยากแม้ในเรคยาวิก เปิดประตูออกจากตึกก็อยู่บน Hafnarstræti ถนนสายเก่าที่กึ่งคนเดินกึ่งย่านการค้า เดินลงไปไม่กี่นาทีจะเจอ ท่าเรือเก่า (Old Harbour) ที่มีร้านอาหารทะเลและจุดออกเรือชมวาฬ จากตรงนี้ทอดสายตาออกไปคือทะเลและภูเขา Esja ที่ปกคลุมด้วยหิมะเกือบทั้งปี เดินอีกราว 5 นาทีคือ Harpa Concert Hall ตึกกระจกหกเหลี่ยมไอคอนิกริมน้ำที่ออกแบบโดย Olafur Eliasson ส่วน Hallgrímskirkja โบสถ์ทรงไอคอนิคของเรคยาวิกอยู่ปลายถนน Skólavörðustígur หรือที่นักท่องเที่ยวเรียกว่า Rainbow Street เพราะมีแถบสีรุ้งทาบนถนนตลอดสาย — เดินขึ้นเนินเบา ๆ ราว 10 นาทีก็ถึง รอบ ๆ โรงแรมยังเต็มไปด้วยร้านเด่นของย่าน 101 ทั้งร้านกาแฟ Reykjavik Roasters, ร้านฮอตด็อก Bæjarins Beztu Pylsur, ร้านขายขนสัตว์ Lopapeysa, แกลเลอรี่ศิลปะเล็ก ๆ และบาร์คราฟต์เบียร์ที่คึกคักยามค่ำคืน ใครไม่อยากเช่ารถก็อยู่ที่นี่ได้สบาย เพราะเดินถึงเกือบทุกจุดของเมือง สำหรับการเดินทางเข้า–ออกเมือง สนามบินนานาชาติ Keflavík (KEF) อยู่ห่างราว 50 กม. นั่ง Flybus หรือ Airport Direct ราว 45–60 นาที มีจุดรับ–ส่งใกล้โรงแรม
ข้อที่อยากให้รู้ก่อนจอง
พูดกันตรง ๆ เพื่อช่วยตัดสินใจ ข้อแรกที่ควรรู้คือ ขนาดห้อง — เพราะเป็นการบูรณะอาคารเก่ากว่าหนึ่งศตวรรษ ห้องบางประเภท โดยเฉพาะ classic room ในชั้นที่ผังเดิมแคบ จึงไม่ได้กว้างขวางแบบ Hilton ใหม่ ๆ ที่ออกแบบจากกระดาษเปล่า รีวิวบางส่วนสะท้อนว่าห้องเล็กกว่าที่คาดจากแบรนด์ Hilton ใครต้องการพื้นที่กว้างขึ้นแนะนำให้อัปเกรดเป็นห้องคอร์เนอร์หรือสวีต ซึ่งมักได้วิวดีกว่าด้วย ข้อสองคือ ราคาช่วงไฮซีซั่น ที่กระโดดสูงพอควร — ทั้งฤดูร้อน (มิถุนายน–สิงหาคม) ที่นักท่องเที่ยวมาดูพระอาทิตย์เที่ยงคืน และฤดูออโรรา (ตุลาคม–มีนาคม) ที่ราคาแตะเพดาน ฿17,000+ ต่อคืน ถ้าวางแผนล่วงหน้าได้ การจองหลายเดือนก่อนหรือเลือกช่วง shoulder season (กันยายน, เมษายน, ต้นพฤษภาคม) มักได้ราคาที่คุ้มกว่ามาก ข้อสามเรื่อง เสียงจากถนน — Hafnarstræti เป็นย่านที่คึกคักยามค่ำคืน โดยเฉพาะคืนสุดสัปดาห์ ห้องที่หันออกถนนอาจได้ยินเสียงนักท่องเที่ยวเดินผ่านหรือบาร์ใกล้เคียง ใครหลับยากควรแจ้งล่วงหน้าให้จัดห้องหันเข้าฝั่งในตึก สุดท้ายคือเรื่อง ที่จอดรถ — โรงแรมไม่มีลานจอดในตัว ถ้าเช่ารถต้องจอดในลานสาธารณะข้างเคียงและมีค่าใช้จ่ายแยก แต่ถ้าเที่ยวเรคยาวิกแบบเดินทั้งวันก็แทบไม่จำเป็นต้องเช่ารถเลย
สรุปจากทีมเรา
จากที่ทีมเราอ่านรีวิวจริงหลายร้อยเสียง Reykjavik Konsulat Hotel, Curio Collection by Hilton คือโรงแรมที่ขาย ความอบอุ่นแบบบ้านนอร์ดิกในตึกประวัติศาสตร์ใจกลาง 101 ได้อย่างลงตัว ถ้าคุณภาพในหัวคือทริปไอซ์แลนด์ที่ตื่นเช้ามาเดินถึง Harpa ภายใน 5 นาที จิบกาแฟดูทะเลที่ท่าเรือเก่า เดินขึ้น Rainbow Street ไป Hallgrímskirkja แล้วกลับมาแช่ bathhouse คลายขาก่อนออกล่าออโรราคืนถัดไป — ที่นี่คือฐานทัพที่ลงตัวที่สุดในเรคยาวิก พร้อมข้อดีของการสะสมคะแนน Hilton Honors ในแพ็กเกจของบูทีกที่มีคาแรคเตอร์ของตัวเอง แต่ถ้าคุณคาดหวังห้องกว้างขวางแบบ Hilton ใหม่ หรือสิ่งอำนวยความสะดวกระดับรีสอร์ทใหญ่ คุณอาจรู้สึกว่าห้องเล็กไปสักนิด เพราะนี่คือบูทีกในตึกเก่าไม่ใช่โรงแรมที่สร้างจากกระดาษเปล่า โดยรวมเราให้ 9.0/10 — เหมาะที่สุดสำหรับคู่รัก สายลักชูรีนอร์ดิก และสมาชิก Hilton Honors ที่อยากได้บรรยากาศบ้านอบอุ่นกลางเมืองเก่ามากกว่าโรงแรมเชนหน้าตาเหมือนกันทั่วโลก
คะแนนแยกหมวด
ประเมินโดยทีม editorial จากการตรวจสอบข้อมูลและรีวิวจริง
คำตัดสินจริงใจ — ข้อดี & ข้อที่ควรรู้ก่อนจอง
- ทำเลใจกลาง 101 Downtown บนถนน Hafnarstræti ที่รีวิวให้คะแนนทำเล 9.7 — เดินถึง Harpa Concert Hall ราว 5 นาที, ท่าเรือเก่า 3 นาที, และถนน Rainbow Street (Skólavörðustígur) ที่เป็นหัวใจการเดินเล่นของเรคยาวิก
- ตึกประวัติศาสตร์อายุกว่า 100 ปี เคยเป็นสถานกงสุลและที่ทำการพาณิชย์ ผ่านการบูรณะคงเส้นสายเดิมของหน้าต่างบานสูง ผนังหนา และบันไดไม้ ให้บรรยากาศเหมือนพักในบ้านเก่าใจกลางเมืองมากกว่าโรงแรมเชน
- อยู่ในเครือ Curio Collection by Hilton — สะสมคะแนน Hilton Honors ได้ ใช้สิทธิ์สมาชิกได้เต็มที่ ขณะเดียวกันก็ยังคงความเป็นบูทีกที่มีเอกลักษณ์ของตัวเอง ไม่ใช่ห้องเชนหน้าตาเหมือนกันทั่วโลก
- พื้นที่ส่วนกลางอบอุ่นแบบนอร์ดิก ล็อบบี้มีเตาผิง โซฟาหนัง ขนสัตว์พาดพนัก เหมาะนั่งจิบกาแฟอ่านหนังสือในวันที่ลมข้างนอกแรง พร้อม bathhouse แบบไอซ์แลนด์และฟิตเนสในตึก
- บริการพนักงานได้คำชมว่าอบอุ่นและตั้งใจดูแล จดจำชื่อแขก ช่วยจัดทัวร์ออโรรา/Golden Circle และแนะนำร้านอาหารท้องถิ่นแบบเพื่อนบอกเพื่อน ไม่ใช่บริการแบบมาตรฐานเชน
- เนื่องจากเป็นอาคารเก่า ห้องบางประเภท (โดยเฉพาะ classic) มีขนาดเล็กกว่า Hilton ทั่วไป และผังห้องไม่เท่ากันทุกห้อง — ใครต้องการพื้นที่กว้างควรอัปเกรดเป็นห้องคอร์เนอร์หรือสวีต
- ราคาช่วง high season (มิถุนายน–สิงหาคม และฤดูออโรรา ตุลาคม–มีนาคม) กระโดดสูงและขึ้นชนเพดาน ฿17,000+ ต่อคืน ทำให้คุ้มสุดถ้าจองล่วงหน้าหลายเดือนหรือไปช่วง shoulder season
- อยู่บนถนนคนเดินที่คึกคักทั้งวัน ห้องที่หันออกถนน Hafnarstræti อาจได้ยินเสียงนักท่องเที่ยวและบาร์ใกล้เคียงตอนสุดสัปดาห์ — คนหลับยากควรขอห้องหันเข้าฝั่งในตึก
เหมาะกับใคร
Match Score ตามไลฟ์สไตล์การเดินทาง
สิ่งอำนวยความสะดวก
ทำเล & สถานที่ใกล้เคียง
กิจกรรมน่าทำใกล้ Reykjavik
ทัวร์รายวัน ตั๋วเข้าชม และกิจกรรมรอบ Reykjavik — จองล่วงหน้าบน Klook รับ e-ticket ในมือถือ
ดูกิจกรรมใน Reykjavikลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม
เคล็ดลับจากทีมรีวิว
- ขอห้องชั้นบนฝั่งหันออกถนน Hafnarstræti ในวันธรรมดา — ได้วิวมุมเมืองเก่าและไกล ๆ เห็นภูเขา Esja แต่ถ้ามาช่วงสุดสัปดาห์แนะนำให้สลับเป็นห้องหันเข้าฝั่งในตึกเพื่อเลี่ยงเสียงบาร์ยามดึก
- ใช้ bathhouse ของโรงแรมในเย็นวันที่มาถึง ก่อนออกล่าออโรราคืนนั้น — ช่วยคลายขาเมื่อยจากการบินยาวและร่างกายอุ่นทนลมหนาวกลางคืนได้ดีขึ้นมาก
- ขอให้พนักงานที่ concierge จองทัวร์ Golden Circle หรือ South Coast แทนการจองออนไลน์เอง เพราะมักได้ทัวร์รถเล็กกลุ่มย่อยที่ดีกว่า และจัดรถมารับหน้าโรงแรมแบบไม่ต้องเดินไปจุดนัด