Hotel Montefiore
โดยทีม TopOfHotel
Hotel Montefiore คือ การได้นอนในวิลลา Bauhaus อายุร้อยปีกลางย่าน White City กับห้องอาหารฝรั่งเศส-เวียดนามและอาหารเช้าระดับตำนานของเทลอาวีฟ — เด่นที่เสน่ห์และเรื่องราว มากกว่าขนาดห้องหรือสิ่งอำนวยความสะดวก
Hotel Montefiore คือ การได้นอนในวิลลา Bauhaus อายุร้อยปีกลางย่าน White City กับห้องอาหารฝรั่งเศส-เวียดนามและอาหารเช้าระดับตำนานของเทลอาวีฟ — เด่นที่เสน่ห์และเรื่องราว มากกว่าขนาดห้องหรือสิ่งอำนวยความสะดวก
รีวิวเชิงลึก
ห้องพักและการตกแต่ง
ลองนึกภาพวิลลาสามชั้นสีครีมหลังเล็กกะทัดรัด ติดถนนเงียบ ๆ ในย่าน White City ของเทลอาวีฟ บานหน้าต่างไม้บานเกล็ดเปิดออกรับแสงเช้า ระเบียงโค้งของยุค Bauhaus 1920 ยังคงเส้นสายเรียบโก้ — นั่นคือภาพแรกที่คุณจะเจอเมื่อมาถึง Hotel Montefiore โรงแรมบูทีค 12 ห้องที่กลุ่ม R2M ซึ่งเป็นเจ้าของร้าน Brasserie ในเมืองหยิบตึกประวัติศาสตร์มาบูรณะเปิดใหม่ในปี 2008 เปิดประตูเข้ามาแล้วจะรู้สึกเหมือนเดินเข้าไปในนิยายปารีสยุค 1930 ผสมเสน่ห์เลแวนต์ — เพดานสูงราว 3.5 เมตร พื้นไม้โอ๊กเงาวับ ผ้าม่านเวลเวตยาวจรดพื้นสีเขียวเข้มและน้ำตาลอบอุ่น เตียงขนาด King โอบด้วยผ้าฝ้ายอียิปต์เนื้อนุ่ม โต๊ะเขียนหนังสือไม้สักวางคู่กับเก้าอี้บุหนัง โคมไฟตั้งโต๊ะแบบ Art Deco ปล่อยแสงสีอำพันให้ห้องอุ่น ๆ ห้องน้ำมีอ่างเหล็กหล่อแบบยุโรปคลาสสิก กระเบื้องลายขาว-ดำ และโถส้วมเซรามิกแบบเก่า แต่ละห้องตกแต่งต่างกันเล็กน้อยตามตำแหน่งในตึก บางห้องหันออกสวนหลังตึกที่มีต้นจาคารันดาออกดอกสีม่วงในฤดูใบไม้ผลิ บางห้องหันออกถนน Montefiore ที่ได้เห็นชีวิตย่าน White City ตอนเช้า ไม่ได้เน้นความใหญ่หรือฟู่ฟ่า แต่เน้นรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ทำให้รู้สึกว่ามีคนใส่ใจคิดทุกตารางนิ้ว
อาหารและสิ่งอำนวยความสะดวก
ถ้าจะพูดว่ามีหัวใจสักดวงของโรงแรมนี้ ก็คงเป็นห้องอาหาร The Brasserie ชั้นล่าง ซึ่งจริง ๆ มาก่อนตัวโรงแรมเสียอีก กลุ่ม R2M เปิดร้านนี้ก่อนแล้วค่อยขยายขึ้นมาทำโรงแรม คอนเซ็ปต์อาหารเป็นฝรั่งเศสครีโอลผสมเวียดนาม ซึ่งเป็นการผสมที่หาที่อื่นในเทลอาวีฟไม่ค่อยเจอ เมนูที่รีวิวพูดถึงบ่อยคือเฝอเนื้อรสจัดจ้าน เป็ดย่างห้าเครื่องเทศ ปลาทอดราดซอสมะนาวเปรี้ยว และครีมบรูเล่ปิดท้าย ห้องอาหารตกแต่งเป็นบรัสเซอรีปารีสยุคเก่า โต๊ะหินอ่อนกลม เก้าอี้ Thonet ไม้โค้งสีดำ กระจกเงาบานใหญ่บนผนัง ทำให้รู้สึกเหมือนนั่งกินมื้อค่ำในมงต์มาร์ตมากกว่าตะวันออกกลาง อาหารเช้าที่นี่คือสิ่งที่ทำให้คนกลับมาพักซ้ำที่สุด — เสิร์ฟแบบ à la carte ไม่ใช่บุฟเฟต์ มีครัวซองต์อบสดจากเตาฟืน ขนมปังโฮมเมด ไข่ Shakshuka ในกระทะเหล็กหล่อร้อน ๆ ไข่ลวก ออมเล็ต ชีสและแยมที่ทำเอง น้ำผลไม้คั้นสด กาแฟ Lavazza บางคนยกให้เป็น "อาหารเช้าโรงแรมที่ดีที่สุดในเทลอาวีฟ" ที่ระบุชื่อตรง ๆ มากที่สุดในบรรดารีวิวที่เราอ่าน นอกจากนั้นบนชั้นล่างยังมีไลบรารี่/ห้องรับแขกเล็ก ๆ ที่มีเปียโนตั้งไว้และตู้หนังสือเต็มผนัง สำหรับนั่งจิบกาแฟตอนบ่ายหรืออ่านหนังสือ — ไม่มีสระว่ายน้ำ ไม่มีฟิตเนส ไม่มีสปา ที่นี่เลือกขายเสน่ห์และอาหารแทนสิ่งอำนวยความสะดวก
ทำเลและการเดินทาง
ทำเลของ Hotel Montefiore เป็นไพ่เด็ดที่ทำให้โรงแรมเล็ก ๆ นี้กลายเป็นไอคอนของเทลอาวีฟได้ ตั้งอยู่บนถนน Montefiore เส้นเล็ก ๆ ที่เงียบสงบแต่ห่างจากบูเลอวาร์ด Rothschild หัวใจของย่าน White City แค่ราว 3 นาทีเดิน บนบูเลอวาร์ดยาวกว่า 1.5 กิโลเมตรนี้คือพิพิธภัณฑ์เปิดของสถาปัตยกรรม Bauhaus มรดกโลกของยูเนสโก — มีตึกแนวโมเดิร์นนิสต์ยุค 1930 กว่า 4,000 หลัง คาเฟ่ดี ๆ ทุก ๆ ร้อยเมตร ร้านบูทีกของดีไซเนอร์รุ่นใหม่ และซุ้มจักรยานเช่าให้ปั่นไปสำรวจเมือง เดินอีกราว 8 นาทีก็ถึงสถานี Allenby ของรถไฟฟ้าใต้ดิน Red Line ที่เชื่อมเหนือ-ใต้เมือง ตลาด Carmel ที่คึกคักด้วยแผงผักผลไม้และของกินอยู่ห่างราว 10 นาทีเดิน ส่วนชายหาดเมดิเตอร์เรเนียนเดินไปได้ราว 15–20 นาที หรือนั่งสกูตเตอร์ไฟฟ้า 5 นาที จากสนามบินนานาชาติ Ben Gurion ขับรถมาราว 20–25 นาที ตามสภาพจราจร แท็กซี่จากสนามบินราคาประมาณ 150–180 เชเกล (ราว ฿1,400–1,700) สรุปง่าย ๆ คือถ้าอยากตื่นมาเดินซึมซับสถาปัตยกรรม Bauhaus จิบกาแฟตามคาเฟ่ในย่าน Rothschild แล้วค่ำ ๆ เดินไปกินซีฟู้ดที่ Neve Tzedek หรือ Florentin ทำเลนี้ตอบโจทย์เกือบสมบูรณ์แบบ
ข้อที่อยากให้รู้ก่อนจอง
พูดกันตรง ๆ เพื่อช่วยตัดสินใจ — ข้อแรกที่ต้องรู้คือเป็นตึกประวัติศาสตร์สูง 3 ชั้น ไม่มีลิฟต์ ใครได้ห้องชั้น 2 หรือ 3 ต้องเดินขึ้นบันไดพร้อมกระเป๋า พนักงานช่วยถือกระเป๋าให้ได้ แต่ถ้าเดินทางลำบาก กระเป๋าใหญ่ ๆ สองสามใบ หรือมาพร้อมเด็กเล็ก ควรขอห้องชั้น 1 ตอนจองเลย ข้อสองคือห้องพักบางห้องเล็กกว่าที่ภาพในเว็บดูเหมือน โดยเฉพาะห้อง Classic Room ที่เป็นเรตเริ่มต้น บางรีวิวบอกว่าพื้นที่นั่งเล่นจำกัด เหมาะใช้นอนพักมากกว่าใช้ชีวิตในห้องนาน ๆ ถ้าราคาส่วนต่างไม่มาก แนะนำอัปเกรดเป็น Junior Suite จะได้พื้นที่นั่งเล่นและฟีลคลาสสิกเต็มที่กว่า ข้อสามคือสิ่งอำนวยความสะดวก — ไม่มีสระว่ายน้ำ ไม่มีฟิตเนสในตึก ไม่มีสปา ถ้าหวังโรงแรมรีสอร์ตเต็มสูบที่นี่ไม่ใช่ ตัวมันขายเสน่ห์โรงแรมเล็กและอาหารเป็นหลัก ข้อสี่คือเรื่องเสียง ห้องที่หันออกถนน Montefiore แม้จะเป็นถนนรอง แต่ก็มีรถผ่านช่วงกลางวัน และร้านอาหาร The Brasserie ชั้นล่างเปิดถึงดึก บางคืนอาจได้ยินเสียงจากร้านได้บ้าง ถ้าหลับยากให้ขอห้องชั้น 3 ที่หันออกสวนหลังตึกไว้ก่อน สุดท้ายเรื่องอาหารเช้า — แม้รีวิวจะชมท่วมท้น แต่ที่นั่งจำกัดและคนนอกก็เดินเข้ามากินได้ บางช่วงสุดสัปดาห์โต๊ะเต็มยาวจนเที่ยง ควรจองโต๊ะตอนเข้าพักหรือไปแต่เช้าจะดีกว่า
สรุปจากทีมเรา
จากที่ทีมเรานั่งไล่อ่านรีวิวจริงทั้ง Booking, Agoda และ Tripadvisor หลายร้อยเสียง Hotel Montefiore คือโรงแรมบูทีคที่ขายเสน่ห์ของวิลลา Bauhaus อายุร้อยปี อาหารเช้าและห้องอาหารระดับเมือง และบริการอบอุ่นแบบโรงแรม 12 ห้องที่จดจำชื่อแขกได้ ถ้าภาพทริปในหัวคุณคือการตื่นเช้ามากินครัวซองต์อบสดและไข่ Shakshuka ในกระทะเหล็กหล่อ เดินเล่นบนบูเลอวาร์ด Rothschild ดูตึก Bauhaus ทั้งบ่าย แล้วกลับมานั่งจิบไวน์ที่ Brasserie ก่อนเข้านอนในห้องเพดานสูงกับอ่างเหล็กหล่อ — ที่นี่คือตัวเลือกที่ลงตัวที่สุดของเทลอาวีฟ แต่ถ้าคุณอยากได้สระว่ายน้ำ ฟิตเนส สปา และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันแบบโรงแรมใหญ่ ที่นี่ไม่ใช่คำตอบ และตึกไม่มีลิฟต์ก็เป็นเรื่องที่ต้องชั่งใจถ้าคุณเดินทางลำบาก โดยรวมเราให้ 9.2/10 เหมาะที่สุดสำหรับคู่รัก คนเดินทางคู่เพื่อนสายเดินทางเชิงวัฒนธรรม และนักเดินทางคนเดียวที่หลงเสน่ห์โรงแรมเล็กมีเรื่องราว มากกว่าโรงแรมใหญ่สิ่งอำนวยความสะดวกครบ
คะแนนแยกหมวด
ประเมินโดยทีม editorial จากการตรวจสอบข้อมูลและรีวิวจริง
คำตัดสินจริงใจ — ข้อดี & ข้อที่ควรรู้ก่อนจอง
- วิลลา Bauhaus ปี 1920 ที่บูรณะอย่างประณีต — เพดานสูงราว 3.5 เมตร พื้นไม้โอ๊ก ผ้าม่านเวลเวต และอ่างน้ำเหล็กหล่อ ให้บรรยากาศเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในนิยายปารีสยุค 1930
- ห้องอาหาร The Brasserie ชั้นล่างเสิร์ฟอาหารฝรั่งเศสครีโอลผสมเวียดนาม — เมนูเป็ดย่างห้าเครื่องเทศและเฝอเนื้อที่หลายรีวิวบอกว่าหาที่อื่นไม่เจอในเมืองนี้
- อาหารเช้าที่รีวิวจำนวนมากยกให้ดีที่สุดในเทลอาวีฟ — ครัวซองต์อบสด ไข่ในเตาฟืน ชีสและแยมโฮมเมด เสิร์ฟถึงโต๊ะแบบ à la carte ไม่ใช่บุฟเฟต์
- ทำเลใจกลาง White City บนถนน Montefiore เดินถึงบูเลอวาร์ด Rothschild ราว 3 นาที ใกล้คาเฟ่ ร้านบูทีค และตึก Bauhaus มรดกโลกของยูเนสโกเต็มย่าน
- บริการพนักงานอบอุ่นแบบโรงแรมบูทีคจริง ๆ — มีแค่ 12 ห้องเลยจดจำชื่อแขกได้ ดูแลรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่โรงแรมใหญ่ทำไม่ได้
- ตึกประวัติศาสตร์ 3 ชั้นไม่มีลิฟต์ — ถ้าได้ห้องชั้น 2-3 ต้องหิ้วกระเป๋าขึ้นบันได ไม่เหมาะกับคนเดินทางลำบากหรือกระเป๋าเดินทางใบใหญ่
- ห้องพักบางห้องเล็กกว่าที่ภาพถ่ายดูในเว็บ โดยเฉพาะห้องเริ่มต้น (Classic) บางรีวิวบอกว่าพื้นที่นั่งเล่นจำกัด เหมาะนอนพักมากกว่าใช้ชีวิตในห้องนาน ๆ
- ไม่มีสระว่ายน้ำ ไม่มีฟิตเนสในตึก และไม่มีสปา — ถ้าหวังสิ่งอำนวยความสะดวกแบบโรงแรมรีสอร์ตเต็มสูบ ที่นี่ไม่ใช่ และห้องที่ติดถนน Montefiore อาจได้ยินเสียงจราจรช่วงกลางวัน
เหมาะกับใคร
Match Score ตามไลฟ์สไตล์การเดินทาง
สิ่งอำนวยความสะดวก
ทำเล & สถานที่ใกล้เคียง
กิจกรรมน่าทำใกล้ Tel Aviv
ทัวร์รายวัน ตั๋วเข้าชม และกิจกรรมรอบ Tel Aviv — จองล่วงหน้าบน Klook รับ e-ticket ในมือถือ
ดูกิจกรรมใน Tel Avivลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม
เคล็ดลับจากทีมรีวิว
- ขอห้องชั้น 2 หรือ 3 ที่หันออกสวนหลังตึกแทนถนน Montefiore เพื่อเลี่ยงเสียงรถ — ห้องเลขท้ายคู่มักเงียบกว่า
- จองอาหารเช้าก่อนเข้าพัก เพราะที่นั่งจำกัดและคนนอกก็เดินเข้ามากินได้ — บางช่วงโต๊ะเต็มยาวจนเที่ยง
- ขออัปเกรดเป็นห้อง Junior Suite ถ้าราคาต่างไม่เกิน 30% — ได้พื้นที่นั่งเล่นเพิ่มมากและฟีลห้องคลาสสิกเต็มที่กว่า Classic Room มาก