Hodges Bay Resort & Spa
โดยทีม TopOfHotel
Hodges Bay คือ รีสอร์ตคอนเทมโพรารีออล-อินคลูซีฟที่ทำเลใกล้สนามบินที่สุด 15 นาทีถึง พร้อมเกาะส่วนตัว Prickly Pear Island ที่นั่งเรือไปได้ในไม่กี่นาที 3 ร้านอาหาร สปา และคลับเด็ก — เหมาะกับครอบครัวที่ไม่อยากเสียเวลาเดินทางหลังลงเครื่อง
Hodges Bay คือ รีสอร์ตคอนเทมโพรารีออล-อินคลูซีฟที่ทำเลใกล้สนามบินที่สุด 15 นาทีถึง พร้อมเกาะส่วนตัว Prickly Pear Island ที่นั่งเรือไปได้ในไม่กี่นาที 3 ร้านอาหาร สปา และคลับเด็ก — เหมาะกับครอบครัวที่ไม่อยากเสียเวลาเดินทางหลังลงเครื่อง
รีวิวเชิงลึก
ห้องพักและความสะดวกจากทำเลใกล้สนามบิน
ลองนึกภาพรีสอร์ต 5 ดาวที่ขับจากสนามบินมาแค่ 15 นาทีก็ถึง — นั่นแหละคือ Hodges Bay Resort & Spa รีสอร์ตคอนเทมโพรารีออล-อินคลูซีฟ 79 ห้องและวิลล่าบนชายฝั่งเหนือของแอนทีกัว เปิดในปี 2016 หลังการปรับปรุงครั้งใหญ่จากรีสอร์ตเดิมที่อยู่มาก่อน ทำเลใกล้สนามบินทำให้ที่นี่เป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งสำหรับคนที่ไม่อยากเสียเวลาเดินทางหลังลงเครื่อง โดยเฉพาะนักเดินทางจากเอเชียที่ใช้เวลาบินเกือบ 30 ชั่วโมงและอยากเข้าห้องพักให้เร็วที่สุด ห้องเริ่มจาก Studio Suite ขนาด 45 ตร.ม. ที่ดีไซน์โทนน้ำเงิน-ขาวสไตล์ contemporary Caribbean ที่สดชื่น เปิดประตูระเบียงปุ๊บได้ลมทะเลทันที ไปจนถึงวิลล่า 2-4 ห้องนอนสำหรับครอบครัวใหญ่ที่มีสระว่ายน้ำส่วนตัวและห้องครัวครบ ทุกห้องมีเตียงคิงไซส์ที่นุ่มกำลังดี Wi-Fi ฟรีตลอดทริป มินิบาร์เติมทุกวัน และห้องน้ำที่กว้างพอเหมาะ รีวิวจำนวนมากชมว่าห้องสะอาดและทันสมัย แม้จะไม่หรูจัดเท่ารีสอร์ตระดับ Jumby Bay หรือ Curtain Bluff แต่ก็ได้ความรู้สึกของรีสอร์ตที่เพิ่งปรับปรุงและทุกอย่างดูใหม่ ไม่มีรอยใช้งานหนัก
เกาะส่วนตัวและกิจกรรมที่เป็นไฮไลต์
เสน่ห์ที่ทำให้ Hodges Bay แตกต่างจากรีสอร์ตอื่นในแอนทีกัวคือ Prickly Pear Island เกาะส่วนตัวที่ห่างฝั่งเพียง 1 กิโลเมตร นั่งเรือของรีสอร์ตที่วิ่งทุก 30 นาทีเพียง 5 นาทีถึง บนเกาะเป็นทรายขาวละเอียดมีบาร์ที่เสิร์ฟค็อกเทล ร้านอาหารที่เสิร์ฟซีฟู้ดสดและสลัด พร้อมจุด snorkeling ใต้น้ำที่เห็นปะการังและฝูงปลาน้อยใกล้ฝั่งโดยไม่ต้องดำลึก แขกหลายคนใช้เวลาทั้งวันที่นี่เพราะรู้สึกเหมือนได้เกาะส่วนตัวจริง ๆ ไม่มีนักท่องเที่ยวคนอื่นรบกวน — รวมในแพ็กเกจ All-inclusive ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม กลับมาที่รีสอร์ตหลักมี 3 ร้านอาหาร Indigo on the Beach เสิร์ฟอาหารแคริบเบียน-ฟิวชั่นริมทะเล The Verandah เป็นห้องอาหารสากลสำหรับมื้อเช้าและกลางวันแบบบุฟเฟต์ และ La Lanterna ห้องอาหารอิตาเลียนสำหรับมื้อค่ำหรู ทุกร้านรวมในแพ็กเกจ All-inclusive รวมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และไม่มีแอลกอฮอล์ตลอดวัน Soul Spa มี 5 ห้องทรีตเมนต์เน้นทรีตเมนต์ฮอลิสติกผสมผสานเทคนิคแคริบเบียนกับสมัยใหม่ และคลับเด็ก Sandcastle Kids Club สำหรับเด็ก 4-12 ปีเปิดทุกวันมีกิจกรรมศิลปะ ทำขนม snorkeling มือใหม่ และกิจกรรมบนชายหาด สระว่ายน้ำมี 2 สระ (ผู้ใหญ่และเด็ก) ฝั่ง watersports มีอุปกรณ์ snorkeling, kayaking, paddleboarding, hobie cat sailing ให้ใช้ฟรี
ทำเลและความเป็นมิตรกับครอบครัว
Hodges Bay อยู่บน ชายฝั่งเหนือ ของแอนทีกัว ห่างจากสนามบินนานาชาติ V.C. Bird (ANU) เพียง 15 นาทีโดยรถ และห่างจากเมืองหลวง St John's ราว 20 นาทีที่สามารถไปช้อปปิ้งและสำรวจตลาดท้องถิ่นได้ ใกล้รีสอร์ตเป็นย่าน Cedar Grove ที่มีร้านอาหารท้องถิ่นและซูเปอร์มาร์เก็ต ห่างไปอีกหน่อยคือ Devil's Bridge อุทยานแห่งชาติที่มีสะพานหินธรรมชาติเด่นและวิวมหาสมุทรแอตแลนติกที่สวยงาม รีสอร์ตจัดทริปไปได้ในเวลาราวครึ่งวัน ทำเลใกล้สนามบินมีข้อดีหลายอย่าง — นอกจากประหยัดเวลาเดินทางแล้ว ยังเหมาะกับคนที่อยากออกไปสำรวจเกาะหลายจุดเพราะจุดที่นี่อยู่ทางเหนือเหมาะเป็นฐาน สิ่งที่ทำให้ Hodges Bay น่าจองอีกอย่างคือ ความเป็นมิตรกับครอบครัว ที่ราคาเข้าถึงได้กว่ารีสอร์ตหรูอื่น Sandcastle Kids Club ดูแลเด็กดี พนักงานเป็นกันเอง และทั้งรีสอร์ตให้ความรู้สึกผ่อนคลายไม่อึดอัด รีวิวพ่อแม่หลายคนบอกว่ารู้สึกว่าได้ใช้เวลากับครอบครัวจริง ไม่ต้องคิดเรื่องค่าใช้จ่ายเพิ่มในทุกมื้อหรือทุกกิจกรรมเพราะ All-inclusive รวมครบจริง พนักงานพูดได้ภาษาอังกฤษและสเปนเป็นหลัก จดจำชื่อแขกได้ดีในช่วงทริปยาว
ข้อที่อยากให้รู้ก่อนจอง
พูดกันตรง ๆ เพื่อช่วยตัดสินใจ ข้อแรกคือ ชายหาดรีสอร์ต Hodges Bay เองเป็นชายหาดที่แคบและไม่กว้างใหญ่เท่าชายหาดฝั่งใต้ของเกาะ น้ำตื้นจริงแต่ทรายไม่ละเอียดสไตล์ Strand Beach ของ Carlisle Bay — ทั้งนี้ก็เลยมี Prickly Pear Island ส่วนตัวให้เลือกไปได้ในยามที่อยากได้หาดที่กว้างกว่า ข้อสองคือ ระดับความหรู ของรีสอร์ตเอง — ดีไซน์ทันสมัยและสะอาดตา แต่ยังไม่ถึงระดับ Carlisle Bay, Jumby Bay หรือ Hermitage Bay บางรีวิวบอกว่าให้ความรู้สึกเป็นรีสอร์ตปานกลางอัพเกรดเป็น 5 ดาวมากกว่ารีสอร์ตหรูดั้งเดิม ใครคาดหวังประสบการณ์ลักชูรีระดับสูงสุดอาจรู้สึกว่าธรรมดาไปหน่อย ข้อสามคือ เสียงเครื่องบิน — ฝั่งเหนือใกล้สนามบินทำให้ได้ยินเสียงเครื่องบินบินผ่านในบางช่วงของวัน แม้จะไม่บ่อยและไม่ดังจนกวนการนอนตามรีวิวส่วนใหญ่ แต่ก็เป็นข้อสังเกตที่บางคนพูดถึง ข้อสุดท้ายคือ การเดินทางจากเอเชีย ต้องต่อเครื่อง 1-2 ครั้งผ่านลอนดอน ไมอามี หรือนิวยอร์ก ใช้เวลารวมเกือบ 30 ชั่วโมง วางแผนพักผ่อนยาวไม่ต่ำกว่า 6 คืน
สรุปจากทีมเรา
จากที่ทีมเราลองไล่อ่านรีวิวจริงและแกะเสน่ห์ของที่นี่ Hodges Bay Resort & Spa คือรีสอร์ตที่ขาย ความสะดวกใกล้สนามบินรวมกับเกาะส่วนตัวและ All-inclusive ที่ราคาเข้าถึงได้ ได้ลงตัวที่สุด ถ้าภาพทริปในหัวคุณคือลงเครื่องแล้วถึงห้องในครึ่งชั่วโมง นั่งเรือไปเกาะส่วนตัวกินซีฟู้ดและ snorkeling ทั้งวัน กลับมามื้อค่ำที่ห้องอาหารอิตาเลียน แล้วให้ลูกอยู่ที่ Sandcastle Kids Club ขณะคุณไปสปา ที่นี่คือคำตอบที่ลงตัวสุด ๆ และ ราคาเริ่มต้น ฿14,000/คืนรวมทุกอย่าง ก็เป็นจุดที่ตอบโจทย์ครอบครัวที่อยากได้รีสอร์ต 5 ดาวโดยไม่ทุ่มสุด แต่ถ้าคุณคาดหวังประสบการณ์ลักชูรีระดับสูงสุดแบบ Jumby Bay ชายหาดทรายขาวกว้างใหญ่แบบฝั่งใต้ หรือบรรยากาศเงียบสงบไม่มีเสียงเครื่องบินเลย ที่นี่อาจดูทันสมัยแต่ไม่ถึงระดับลักชูรีสุดขีด โดยรวมเราให้ 8.7/10 เหมาะที่สุดสำหรับครอบครัวลักชูรีงบกลาง-สูง คู่รักที่อยากใช้เวลาในรีสอร์ตเป็นหลัก และนักเดินทางจากเอเชียที่อยากประหยัดเวลาเดินทางหลังบินไกล
คะแนนแยกหมวด
ประเมินโดยทีม editorial จากการตรวจสอบข้อมูลและรีวิวจริง
คำตัดสินจริงใจ — ข้อดี & ข้อที่ควรรู้ก่อนจอง
- ใกล้สนามบินที่สุดในบรรดารีสอร์ต 5 ดาว — ใช้เวลาขับเพียง 15 นาที เหมาะกับคนที่ไม่อยากเสียเวลาเดินทางหลังลงเครื่อง หรือบินยาวจากเอเชียมาแล้วอยากเช็กอินถึงห้องเร็วที่สุด
- เกาะส่วนตัว Prickly Pear Island ห่างฝั่งเพียง 5 นาทีโดยเรือของรีสอร์ตที่วิ่งทุก 30 นาที — มีบาร์ ร้านอาหาร ชายหาดทรายขาว และจุด snorkeling ใต้น้ำให้ไปใช้เวลาทั้งวันโดยไม่ต้องจ่ายเพิ่ม
- แพ็กเกจ All-inclusive รวมครบจริง — อาหารทุกมื้อใน 3 ร้านหลัก เครื่องดื่มทั้งวัน watersports (snorkeling, kayaking, paddleboarding, hobie cat) มินิบาร์เติมทุกวัน Wi-Fi และ Sandcastle Kids Club สำหรับเด็ก 4-12 ปี
- ราคาเข้าถึงได้กว่ารีสอร์ตหรูอื่นในแอนทีกัวระดับเดียวกัน — Studio Suite เริ่มต้น ฿14,000/คืนรวมทุกอย่าง ในขณะที่ Carlisle Bay หรือ Curtain Bluff เริ่มต้น 24-35,000/คืน
- ดีไซน์โทนน้ำเงิน-ขาว contemporary Caribbean ดูสดชื่น สะอาด และทันสมัย ทุกห้องมีระเบียงและ Wi-Fi ฟรีตลอดทริป
- ชายหาดรีสอร์ต Hodges Bay ไม่ใหญ่และไม่กว้างเท่าชายหาดฝั่งใต้ของเกาะ เป็นหาดแคบและน้ำตื้นจริงแต่ทรายไม่ละเอียดสไตล์ Strand Beach ของ Carlisle Bay — ทั้งนี้ก็เลยมี Prickly Pear Island ส่วนตัวให้เลือกไปได้
- ดีไซน์ทันสมัยและสะอาดตา แต่ระดับความหรูยังไม่ถึง Carlisle Bay หรือ Jumby Bay — บางรีวิวบอกว่าให้ความรู้สึกเป็นรีสอร์ตปานกลางอัพเกรดเป็น 5 ดาวมากกว่ารีสอร์ตหรูดั้งเดิม
- ฝั่งเหนือใกล้สนามบินทำให้ได้ยินเสียงเครื่องบินบินผ่านในบางช่วงของวัน แม้จะไม่บ่อยและไม่ดังจนกวนการนอน แต่ก็เป็นข้อสังเกตที่บางรีวิวพูดถึง
เหมาะกับใคร
Match Score ตามไลฟ์สไตล์การเดินทาง
สิ่งอำนวยความสะดวก
ทำเล & สถานที่ใกล้เคียง
กิจกรรมน่าทำใกล้ St John's
ทัวร์รายวัน ตั๋วเข้าชม และกิจกรรมรอบ St John's — จองล่วงหน้าบน Klook รับ e-ticket ในมือถือ
ดูกิจกรรมใน St John'sลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม
เคล็ดลับจากทีมรีวิว
- นั่งเรือไป Prickly Pear Island ในวันที่อากาศแจ่ม — บาร์บนเกาะเสิร์ฟค็อกเทลและซีฟู้ดสด จุด snorkeling ใต้น้ำเห็นปะการังและปลาน้อยได้ใกล้ฝั่งโดยไม่ต้องดำลึก เป็นไฮไลต์ที่หลายแขกบอกว่าคุ้มกว่ามากอยู่ที่หาดรีสอร์ตทั้งวัน
- ใช้ทำเลใกล้สนามบินให้เป็นประโยชน์ — ถ้าบินมาจากเอเชียที่ใช้เวลาเกือบ 30 ชั่วโมง จองที่นี่คืนแรกเพื่อพักหลับให้เต็มที่ก่อนย้ายไปรีสอร์ตอื่นฝั่งใต้ ช่วยลดความเหนื่อยลงไปได้มาก
- ขอ Studio Suite ฝั่ง Beachfront ถ้าได้ — แม้จะแพงกว่า Garden View ราว 15% แต่วิวที่เปิดประตูระเบียงเจอทะเลตรง ๆ ทำให้รู้สึกคุ้มทุกบาทและถ่ายรูปสวยกว่ามาก