Blue Waters Resort & Spa
โดยทีม TopOfHotel
Blue Waters คือ บูทีกรีสอร์ตสไตล์โคโลเนียลอังกฤษบนแหลมที่มี 3 ชายหาดส่วนตัว 5 ร้านอาหาร สปา และเทนนิส — เป็นเวเดียร์ยอดนิยมของชาวอังกฤษมาตั้งแต่ปี 1961 และเป็นสถานที่จัดงานแต่งงานสไตล์อังกฤษคลาสสิกที่ติดท็อปของเกาะ
Blue Waters คือ บูทีกรีสอร์ตสไตล์โคโลเนียลอังกฤษบนแหลมที่มี 3 ชายหาดส่วนตัว 5 ร้านอาหาร สปา และเทนนิส — เป็นเวเดียร์ยอดนิยมของชาวอังกฤษมาตั้งแต่ปี 1961 และเป็นสถานที่จัดงานแต่งงานสไตล์อังกฤษคลาสสิกที่ติดท็อปของเกาะ
รีวิวเชิงลึก
ห้องพักและเสน่ห์โคโลเนียลที่ทำให้คนอังกฤษกลับมาซ้ำ
ลองนึกภาพรีสอร์ตที่เปิดมาตั้งแต่ปี 1961 และยังคงรักษาเสน่ห์โคโลเนียลอังกฤษเอาไว้พร้อมความสะดวกสมัยใหม่ — นั่นแหละคือ Blue Waters Resort & Spa บูทีกรีสอร์ต 5 ดาว 76 ห้องสวีตและวิลล่าบนแหลม Soldier's Bay ฝั่งเหนือของแอนทีกัว บริหารโดย Elite Island Resorts และผ่านการปรับปรุงครั้งใหญ่หลายรอบเพื่อรักษาความคลาสสิกพร้อมยกระดับสิ่งอำนวยความสะดวก ห้องเริ่มจาก Tropical Room ขนาด 35 ตร.ม. ในตึกที่ดูเก่าและสไตล์คลาสสิกจริง ไปจนถึง Cove Suites ในวิงค์ใหม่ที่ดีไซน์ผสม colonial กับโมเดิร์น และ Rock Cottage Villa 3 ห้องนอนสำหรับครอบครัวใหญ่ที่มีสระว่ายน้ำส่วนตัว ดีไซน์ภายในเป็น colonial British ที่ผสม Caribbean — พื้นไม้สักขัดเงา ผ้าลายดอกไม้แบบอังกฤษ ของตกแต่งวินเทจ โคมไฟทองเหลือง และเฉดสีอบอุ่นโทนครีม-น้ำตาล-เขียวอ่อน ทำให้ทุกห้องดูมีเสน่ห์ของยุคก่อนผสมสะดวกสบายของยุคนี้ เตียงคิงไซส์นุ่มกำลังดี ผ้าปูคุณภาพสูง ห้องน้ำมีอ่างน้ำแยกฝัก รีวิวจำนวนมากชมว่าเข้าห้องแล้วรู้สึกเหมือนอยู่ในนิยายคลาสสิกอังกฤษ และนั่นแหละคือเสน่ห์ที่ทำให้ ฐานแขกประจำชาวอังกฤษ กลับมาซ้ำหลายเจเนอเรชั่น
3 หาดส่วนตัว 5 ร้านอาหาร และสปาที่ครบ
เสน่ห์ที่ทำให้ Blue Waters แตกต่างคือ 3 ชายหาดทรายขาวส่วนตัว บนแหลมเดียวกัน Soldier's Bay เป็นหาดหลักที่กว้างใหญ่ที่สุด มีเตียงผ้าใบ ร่มฟาง และบริการเครื่องดื่มจาก Bartley's bar ริมหาด เหมาะกับครอบครัวและเล่นน้ำ Pineapple Beach อยู่ทางทิศตะวันออกของแหลม เงียบสงบใต้ร่มมะพร้าวเหมาะกับการอ่านหนังสือและพักผ่อน Conch Bay เป็นหาดที่ส่วนตัวที่สุดทางตะวันตก เล็กแต่ทรายขาวละเอียดมาก เหมาะกับฮันนีมูนและคู่รักที่อยากความเป็นส่วนตัว เดินเลียบหาดจาก Soldier's Bay ไป Pineapple Beach ใช้เวลาราว 10 นาที ผ่านพืชเขตร้อนและบางคนเจอเต่าทะเลเล็ก ๆ ในช่วงฤดูวางไข่ ฝั่งอาหารมีถึง 5 ร้าน หลากสไตล์ที่ทำให้ไม่ต้องออกจากรีสอร์ตเลยตลอดทริป — Pelican Restaurant เสิร์ฟอาหารแคริบเบียน-อินเตอร์ ทรอปิคอลริมทะเลสำหรับมื้อกลางวันและเย็น Vyvien's Restaurant ที่เน้นซีฟู้ดสดและกุ้งล็อบสเตอร์ Cove Restaurant ที่เป็นไฟน์ไดนิ่งเย็นเสิร์ฟ tasting menu 5-7 คอร์สที่จับคู่ไวน์ The Palm Restaurant อาหารฟิวชั่นเอเชียที่เป็นเซอร์ไพรส์สำหรับแขก และ Bartley's bar by the pool สำหรับมื้อกลางวันชิล ๆ Elemis Spa มี 4 ห้องทรีตเมนต์เน้นทรีตเมนต์ฮอลิสติกผสมเทคนิคแคริบเบียน และมี เทนนิส 2 คอร์ต พร้อมโค้ช สระว่ายน้ำ 3 สระ (รวมสระอินฟินิตี้ที่หันออกทะเล) ฝั่ง watersports มีอุปกรณ์ snorkeling, kayaking, paddleboarding, windsurfing, hobie cat sailing ให้ใช้ฟรี
ทำเลและเสน่ห์ของรีสอร์ตงานแต่ง
Blue Waters อยู่บนแหลม Soldier's Bay ชายฝั่งเหนือของแอนทีกัว ห่างจากสนามบินนานาชาติ V.C. Bird (ANU) เพียง 20 นาทีและจากเมืองหลวง St John's เพียง 15 นาที เป็นทำเลที่สะดวกที่สุดในบรรดารีสอร์ตหรูบนเกาะ ใครอยากเข้าเมืองช้อปปิ้งสำรวจตลาด Heritage Quay หรือเที่ยวพิพิธภัณฑ์ของเกาะก็สามารถเดินทางได้ในไม่กี่นาที ใกล้รีสอร์ตยังมีสนามกอล์ฟ Cedar Valley Golf Club 18 หลุมที่นักกอล์ฟชาวอังกฤษมักวางทริปเล่น และห่างไปอีกหน่อยคือ Stingray City Antigua ที่ลุยน้ำตื้นเล่นกับปลากระเบนได้ สิ่งที่ทำให้ Blue Waters เป็นที่นิยมพิเศษคือ การจัดงานแต่งงาน รีสอร์ตเป็นเวเดียร์ยอดนิยมของชาวอังกฤษและยุโรปมาหลายทศวรรษ มี Pavilion ริมทะเลที่จัดพิธีแต่งงานได้พร้อมวิวพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดของเกาะ ทีมจัดงานแต่งงานมีประสบการณ์ดูแลคู่บ่าวสาวกว่า 100 คู่ต่อปี รวมตั้งแต่ทีมเตรียมตัวเจ้าสาว ดอกไม้ เค้ก ถ่ายภาพ ไปจนถึงงานเลี้ยงในห้องอาหาร Pelican หรือ Cove ภาพถ่ายงานแต่งใน Blue Waters มีเสน่ห์ของ colonial British classic ที่ทำให้แม้ภาพดูเก่าไปสิบปีก็ยังคงสวยและไม่ดูล้าสมัย เป็นเหตุผลที่คู่บ่าวสาวชาวอังกฤษหลายคู่เลือกที่นี่
ข้อที่อยากให้รู้ก่อนจอง
พูดกันตรง ๆ เพื่อช่วยตัดสินใจ ข้อแรกคือ ดีไซน์โคโลเนียลคลาสสิก ของ Blue Waters — ผ้าลายดอกไม้แบบอังกฤษ ของตกแต่งวินเทจ พื้นไม้สัก โคมไฟทองเหลือง ที่ดูคลาสสิกอบอุ่นมีเสน่ห์ของยุคก่อน แต่ใครคาดหวังโมเดิร์นมินิมัลแบบ Carlisle Bay หรือ Hodges Bay อาจรู้สึกว่าเก่าและไม่ทันสมัย ส่วนนี้ขึ้นอยู่กับรสนิยมส่วนตัวอย่างแท้จริง ข้อสองคือ เป็น All-inclusive optional ไม่บังคับ — ต้องเลือกแพ็กเกจตอนจอง ถ้าไม่ได้เลือก All-inclusive ต้องจ่ายค่าอาหารและเครื่องดื่มแยกซึ่งราคาในรีสอร์ตสูงกว่าที่คาดบ้าง โดยเฉพาะมื้อค่ำที่ Cove Restaurant ที่เป็นไฟน์ไดนิ่ง คิดราคาแบบ tasting menu ที่ราคาอยู่ระดับ ฿4,500-6,500/คน ถ้าวางแผนทริปยาวแนะนำเลือกแพ็กเกจ All-inclusive จะคุ้มกว่า ข้อสามคือ เสียงเครื่องบิน ฝั่งเหนือใกล้สนามบินอาจได้ยินเสียงเครื่องบินบินผ่านในบางช่วงของวัน แม้จะไม่บ่อยและไม่ดังจนกวนการนอน แต่ก็เป็นข้อสังเกตที่บางรีวิวพูดถึง ข้อสุดท้ายคือ การเดินทางจากเอเชีย ต้องต่อเครื่อง 1-2 ครั้งผ่านลอนดอน ไมอามี หรือนิวยอร์ก ใช้เวลารวมเกือบ 30 ชั่วโมง วางแผนพักผ่อนยาวไม่ต่ำกว่า 6-7 คืน
สรุปจากทีมเรา
จากที่ทีมเราลองไล่อ่านรีวิวจริงและแกะเสน่ห์ของที่นี่ Blue Waters Resort & Spa คือบูทีกรีสอร์ตที่ขาย เสน่ห์โคโลเนียลอังกฤษคลาสสิกผสม 3 หาดส่วนตัวและ 5 ร้านอาหารหลากสไตล์ ได้ลงตัวที่สุดในแอนทีกัว ถ้าภาพทริปในหัวคุณคือเข้าห้องสไตล์ colonial British ที่มีเตียงไม้สักและผ้าลายดอกไม้ เดินลงหาดทรายขาวที่เลือกได้ตามอารมณ์ มื้อค่ำที่ Cove Restaurant แล้วชมพระอาทิตย์ตกที่ Pavilion ริมทะเลพร้อมไวน์เก่าเก็บ ที่นี่คือคำตอบที่ลงตัวสุด ๆ และความที่ เปิดมาตั้งแต่ปี 1961 ทำให้ทุกอย่างที่นี่มีเรื่องราวและเสน่ห์ที่รีสอร์ตเปิดใหม่ทำไม่ได้ สำหรับคู่ที่วางแผน งานแต่งงานสไตล์อังกฤษคลาสสิก Blue Waters คืออันดับต้น ๆ ที่ควรพิจารณา แต่ถ้าคุณคาดหวังดีไซน์โมเดิร์นมินิมัลแบบรีสอร์ตเปิดใหม่ ห้องดีไซเนอร์ทันสมัย หรือ All-inclusive ที่บังคับไม่ต้องคิดเรื่องราคาอาหารเพิ่ม ที่นี่อาจดูคลาสสิกเกินไปและซับซ้อนในการจอง โดยรวมเราให้ 8.8/10 เหมาะที่สุดสำหรับคู่รัก คู่บ่าวสาวที่วางแผนงานแต่งสไตล์อังกฤษ ครอบครัวที่ชอบบรรยากาศคลาสสิกอบอุ่น และนักเดินทางที่ให้ค่ากับประวัติศาสตร์และเรื่องราวมากกว่าความทันสมัย
คะแนนแยกหมวด
ประเมินโดยทีม editorial จากการตรวจสอบข้อมูลและรีวิวจริง
คำตัดสินจริงใจ — ข้อดี & ข้อที่ควรรู้ก่อนจอง
- ทำเลบนแหลม Soldier's Bay มีชายหาดทรายขาว 3 หาดส่วนตัวให้เลือกตามอารมณ์ — Soldier's Bay หาดหลักที่กว้างใหญ่, Pineapple Beach ที่เงียบสงบใต้ร่มมะพร้าว, และ Conch Bay ที่ส่วนตัวที่สุดเหมาะกับฮันนีมูน
- 5 ร้านอาหารหลากสไตล์ในรีสอร์ตเดียว — Pelican Restaurant อาหารแคริบเบียน-อินเตอร์ ทรอปิคอลริมทะเล, Vyvien's Restaurant ที่เน้นซีฟู้ดสด, Cove Restaurant ที่เป็นไฟน์ไดนิ่งเย็น, The Palm Restaurant อาหารฟิวชั่นเอเชีย และ Bartley's bar by the pool สำหรับมื้อกลางวันชิล
- สไตล์ colonial British ผสม Caribbean ที่คลาสสิกและอบอุ่น พื้นไม้สัก ผ้าลายดอกไม้ ของตกแต่งวินเทจ ทำให้ทุกห้องและทุกพื้นที่ดูมีเสน่ห์ของยุคก่อนผสมสะดวกสบายของยุคนี้
- เป็นเวนูงานแต่งงานสไตล์อังกฤษคลาสสิกที่ติดท็อปของเกาะ — มีศาลา Pavilion ริมทะเลและทีมจัดงานแต่งที่มีประสบการณ์ดูแลคู่บ่าวสาวจากสหราชอาณาจักรและยุโรปมาหลายทศวรรษ
- เปิดมาตั้งแต่ปี 1961 มีฐานแขกประจำที่กลับมาซ้ำหลายเจเนอเรชั่น พนักงานหลายคนทำงานที่นี่ 15-25 ปี จดจำชื่อแขกและความชอบได้ดี
- ดีไซน์ colonial British ที่คลาสสิก ผ้าลายดอกไม้ ของตกแต่งวินเทจ พื้นไม้สัก — ใครคาดหวังโมเดิร์นมินิมัลแบบ Carlisle Bay หรือ Hodges Bay อาจรู้สึกว่าเก่าและไม่ทันสมัย
- เป็นรีสอร์ต <strong>All-inclusive optional</strong> ไม่บังคับ ต้องเลือกแพ็กเกจตอนจอง — ถ้าไม่ได้เลือก All-inclusive ต้องจ่ายค่าอาหารและเครื่องดื่มแยกซึ่งราคาในรีสอร์ตสูงกว่าที่คาดบ้าง
- ฝั่งเหนือใกล้สนามบินอาจได้ยินเสียงเครื่องบินบินผ่านในบางช่วงของวัน แม้จะไม่บ่อยและไม่ดังจนกวนการนอน แต่ก็เป็นข้อสังเกตที่บางรีวิวพูดถึง
เหมาะกับใคร
Match Score ตามไลฟ์สไตล์การเดินทาง
สิ่งอำนวยความสะดวก
ทำเล & สถานที่ใกล้เคียง
กิจกรรมน่าทำใกล้ St John's
ทัวร์รายวัน ตั๋วเข้าชม และกิจกรรมรอบ St John's — จองล่วงหน้าบน Klook รับ e-ticket ในมือถือ
ดูกิจกรรมใน St John'sลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม
เคล็ดลับจากทีมรีวิว
- จองห้องในตึก Cove ถ้าได้ — เป็นวิงค์ใหม่ที่ปรับปรุงล่าสุด ดีไซน์ผสม colonial กับโมเดิร์นได้ลงตัว และตั้งอยู่ใกล้ Conch Bay หาดที่ส่วนตัวที่สุด เหมาะกับฮันนีมูนหรือคู่รัก
- ลองมื้อค่ำที่ Cove Restaurant ที่เป็นไฟน์ไดนิ่ง — เสิร์ฟ tasting menu 5-7 คอร์สที่จับคู่ไวน์ ราคาแพงกว่าร้านอื่นในรีสอร์ตแต่ระดับ Michelin guide อย่างชัดเจน รีวิวซอมเมลิเยร์หลายเสียงชม
- เดินเลียบหาดจาก Soldier's Bay ไป Pineapple Beach ตอนเช้าหรือเย็น — ใช้เวลาราว 10 นาที ผ่านพืชเขตร้อนและบางคนเจอเต่าทะเลเล็ก ๆ บนทรายในช่วงฤดูวางไข่