อาหารในกรินเดลวัลด์ไม่ซับซ้อนแต่อร่อยจริง เพราะวัตถุดิบมาจากวัวที่เดินเล็มหญ้าบนทุ่งอัลไพน์แทบจะในสายตา ชีสสวิสจากแบร์เนอร์โอเบอร์ลันด์ โดยเฉพาะกรูแยร์และเอม็องทาลเป็นส่วนผสมหลักในอาหารแทบทุกจาน รสชาติเข้มข้นกว่าชีสสวิสที่ขายในซูเปอร์มาร์เก็ตบ้านเราอย่างเทียบไม่ได้ มาถึงแล้วต้องกินฟองดูอย่างน้อยหนึ่งมื้อ ไม่งั้นถือว่ายังมาไม่ถึงสวิตเซอร์แลนด์
#1 ฟองดูชีส · Cheese Fondue
อาหารซิกเนเจอร์สวิสที่กรินเดลวัลด์ทำได้ดีมากเพราะชีสมาจากพื้นที่ใกล้เคียง สูตรดั้งเดิมใช้ชีสกรูแยร์และวาชรองผสมกับไวน์ขาวแห้งและกระเทียม ละลายจนข้นเหนียวสมบูรณ์แบบ กินโดยเสียบขนมปังแห้งบนก้านเหล็กยาวแล้ววนในหม้อ ควรหมุนก้านเสมอเพื่อป้องกันชีสไหม้ก้นหม้อ มีกฎสังคมสวิสว่าถ้าขนมปังหลุดลงหม้อต้องเลี้ยงเพื่อนร่วมโต๊ะ ความอบอุ่นของประสบการณ์นี้เกินกว่าแค่อาหาร
- สั่งฟองดูชีสล้วน (Fondue Moitié-Moitié) เพื่อรสชาติสมดุลที่สุด อย่าสั่งเวอร์ชันที่มีส่วนผสมเพิ่มมากมายในครั้งแรก
- ชาวสวิสดั้งเดิมดื่มชาร้อนหรือไวน์ขาวแห้งกับฟองดู ไม่ดื่มน้ำเย็นเพราะเชื่อว่าทำให้ชีสจับตัวในกระเพาะ
- ฟองดูมื้อเย็นในร้านดีๆ มักราคา 30-45 CHF ต่อคน ถ้าจะประหยัดลองร้านพิซซ่าอิตาเลียนในหมู่บ้านที่มักมีฟองดูในเมนูด้วย
#2 ราเคลตต์ · Raclette
อาหารสวิสที่เรียบง่ายแต่เสพติดง่ายมาก ชีสราเคลตต์ครึ่งล้อถูกนำเข้าใกล้ความร้อนจนชีสขอบล้อละลาย จากนั้นขูดราดลงบนมันฝรั่งต้มร้อนๆ เสิร์ฟพร้อมหัวหอมดองเล็ก (cornichons) และแตงกวาดอง ชื่อ raclette มาจากคำภาษาฝรั่งเศส racler ที่แปลว่า 'ขูด' ตรงกับวิธีการปรุง รสชาติชีสเข้มข้นหอมมันตัดกับความเปรี้ยวอ่อนของผักดองได้ลงตัวอย่างน่าประหลาด ราคาสบายกว่าฟองดูเล็กน้อย
- สั่งมันฝรั่งต้มเพิ่มได้ (Pellkartoffeln) โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มในร้านส่วนใหญ่ ชีสราเคลตต์หนึ่งส่วนกินคู่กับมันฝรั่ง 2-3 หัวพอดี
- ราเคลตต์แบบโต๊ะส่วนตัวใช้เตาไฟฟ้าเล็กกินเองที่โต๊ะเป็นแบบที่นิยมกว่า ต่างจากแบบดั้งเดิมที่ใช้เตาถ่านกลางร้าน
- ชีสราเคลตต์สวิสแท้จากแบร์เนอร์โอเบอร์ลันด์มีรสนุ่มกว่าชีสราเคลตต์ฝรั่งเศส ลองถามพนักงานว่าร้านใช้ชีสจากแหล่งไหน
#3 เรินสติ (มันฝรั่งทอดกรอบสวิส) · Rösti
อาหารประจำชาติสวิสที่เรียบง่ายที่สุดแต่ทำให้ถูกยากมาก เรินสติของดีต้องใช้มันฝรั่งขูดหยาบที่ผ่านการต้มครึ่งสุกก่อน แล้วทอดในเนยจนทั้งสองด้านกรอบสีทอง เนื้อในนุ่มชุ่มเนย เสิร์ฟเป็นเมนูหลักพร้อมไข่ดาว ชีสละลาย เบคอนรมควัน หรือผักโขม ชาวสวิสเรียกคำว่า Röstigraben (ร่องเรินสติ) เพื่อบอกเส้นแบ่งวัฒนธรรมสวิสเยอรมัน-ฝรั่งเศส เพราะฝั่งเยอรมันกินเรินสติมากกว่า กรินเดลวัลด์อยู่ฝั่งสวิสเยอรมันจึงเรินสติที่นี่ดีเป็นพิเศษ
- เรินสติที่ดีต้องทำสดใหม่ ไม่ใช่อุ่นจากแช่แข็ง ถามพนักงานว่าทำสดไหม (fresh-made) ก่อนสั่ง
- เรินสติเป็นเมนูอาหารเช้าหรือกลางวันที่ดีที่สุด ราคาชุดเช้า 15-22 CHF พร้อมกาแฟ ถ้ากินมื้อค่ำอาจแพงกว่า
- ลองสั่ง Bernese Rösti ที่มีชีสกรูแยร์ หัวหอม และเบคอนผสมในตัวเรินสติเอง เป็นสูตรที่ชาวแบร์เนอร์โอเบอร์ลันด์ชื่นชอบ
#4 เอล์พเลอร์มากาโรนี (มักกะโรนีอัลไพน์) · Älplermagronen
อาหารต้นตำรับของคนเลี้ยงวัวบนเนินเขาสวิสที่ทำจากวัตถุดิบที่มีอยู่บนทุ่งหญ้าสูง มักกะโรนีต้มผสมกับมันฝรั่งต้ม ชีสเนยแข็ง หัวหอมผัดเนย และน้ำครีม กินคู่กับซอสแอปเปิ้ล (Apfelmus) ที่ฟังดูแปลกแต่รสหวานเปรี้ยวอ่อนตัดความเข้มข้นของชีสได้อย่างลงตัว เป็นอาหารที่ให้พลังงานสูงเหมาะสำหรับวันที่เดินป่ามาหนักและหิวมาก คนสวิสถือเป็นอาหาร Comfort Food แบบแท้จริง
- ลองสั่งในร้านอาหารบนภูเขา เช่น ที่สถานีเฟิร์สต์หรือไคลน์ไชเดกก์ จะรู้สึกว่าอาหารนี้เหมาะกับบรรยากาศมากกว่าในร้านในหมู่บ้าน
- ซอสแอปเปิ้ลที่เสิร์ฟคู่เป็นส่วนสำคัญ อย่าข้าม ลองตักชีสมักกะโรนีคู่กับซอสแอปเปิ้ลพร้อมกัน
- เอล์พเลอร์มากาโรนีเป็นมื้อกลางวันที่คุ้มค่าที่สุด ราคา 18-25 CHF แต่อิ่มมากจนไม่ต้องกินมื้อเย็น
#5 ช็อกโกแลตสวิส · Swiss Chocolate
สวิตเซอร์แลนด์ผลิตช็อกโกแลตที่ดีที่สุดในโลกและกินมากที่สุดต่อหัวประชากรในโลกเช่นกัน แบรนด์ระดับตำนานอย่าง Lindt, Toblerone, Cailler และ Frey ล้วนเป็นสวิส แต่ช็อกโกแลตจากร้านเล็กๆ ในหมู่บ้านอัลไพน์มักใช้นมวัวสดจากท้องถิ่นที่ให้รสชาติมัน เข้มข้น และหอมกว่าช็อกโกแลตในซูเปอร์มาร์เก็ตอย่างเห็นได้ชัด ช็อกโกแลตนมสวิสแท้จะละลายช้ากว่าในปากและให้ความหอมนมวัวที่แตกต่างกัน
- ซื้อช็อกโกแลตจากร้านของฝากในกรินเดลวัลด์แทนสนามบินเพราะราคาถูกกว่า 20-30% และมีรุ่นท้องถิ่นหาไม่ได้ที่สนามบิน
- Chocolate Fondue เป็นของหวานที่หลายร้านเสิร์ฟ ช็อกโกแลตสวิสละลายพร้อมให้จิ้มผลไม้สด เหมาะสำหรับมื้อเย็นพิเศษ
- Toblerone ขายทุกที่แต่ Läderach และ Camille Bloch เป็นแบรนด์ที่ชาวสวิสท้องถิ่นชอบกินเองมากกว่า หาซื้อได้ในซูเปอร์มาร์เก็ต Migros หรือ Coop
#6 เค้กเมอแรงก์ครีม (เมอแรงก์กรินเดลวัลด์) · Meringue with Double Cream
ของหวานที่กรินเดลวัลด์และแบร์เนอร์โอเบอร์ลันด์ขึ้นชื่อโดยเฉพาะ เมอแรงก์กรอบแห้งคู่กับ double cream สด (ครีมที่ไม่ผ่านการตี ข้นหนาแบบที่หาไม่ได้นอกสวิตเซอร์แลนด์) เป็นคู่ที่เกิดมาเพื่อกันราวกับตั้งใจออกแบบ เมอแรงก์สวิสกรอบนอกนุ่มในผิดจากเมอแรงก์ที่อื่น เพราะอบที่อุณหภูมิต่ำนานหลายชั่วโมง ความหวานละมุนของเมอแรงก์กับความมันหนักของครีมสดทำให้กินจนหมดโดยไม่รู้ตัว
- Double cream สวิสมีไขมันสูงมาก (45-50%) ต่างจาก whipping cream ทั่วไป รสชาตินุ่มมันกว่ามาก อย่าพลาดลองแบบดั้งเดิมนี้
- Meiringen เมืองใกล้กรินเดลวัลด์อ้างว่าเป็นต้นกำเนิดของเมอแรงก์ ถ้ามีโอกาสแวะเมืองนี้เพื่อลองเมอแรงก์จากร้านต้นตำรับ
- ร้านขนมใน Grindelwald มักทำเมอแรงก์สดทุกวัน ซื้อกลับโรงแรมได้แต่ต้องกินภายในวัน ถ้าเก็บนานจะดูดความชื้นและเหนียว
เที่ยว 6 จุดนี้ — พักย่านไหนดีในกรินเดลวัลด์?
เลือกที่พักทำเลดี = เที่ยวสะดวก ประหยัดเวลาเดินทาง ทีมเราคัดโรงแรมจริงเรตติ้งสูงในกรินเดลวัลด์ ให้แล้ว พร้อมเทียบราคา Agoda · Booking · Trip.com ในคลิกเดียว
Belvedere Swiss Quality Hotel
ลิงก์จองเป็นลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม รายละเอียด
Hotel Bergwelt
ลิงก์จองเป็นลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม รายละเอียด
Eiger Selfness Hotel
ลิงก์จองเป็นลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม รายละเอียด
Aspen Alpin Lifestyle Hotel
ลิงก์จองเป็นลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม รายละเอียด
ทัวร์ ตั๋วเข้าชม & กิจกรรมในกรินเดลวัลด์
ทัวร์รายวัน ตั๋วเข้าชม และของจำเป็นสำหรับทริป Grindelwald — จองล่วงหน้าบน Klook รับ e-ticket ในมือถือ
ลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม
สรุปก่อนเก็บกระเป๋า
ร้านอาหารในกรินเดลวัลด์ส่วนใหญ่เปิดตามฤดูกาล ช่วงไฮซีซันฤดูหนาว (ธันวาคม-มีนาคม) และฤดูร้อน (มิถุนายน-กันยายน) ร้านเปิดครบ ช่วง Shoulder season อาจหาร้านเปิดได้ยากขึ้น จองโต๊ะล่วงหน้าสำหรับมื้อค่ำเสมอ โดยเฉพาะร้านที่มีชื่อเสียง