บอร์โดเคยถูกมองว่าเป็นเมืองเก่าขรึมที่ยึดติดกับประเพณีไวน์ แต่ในทศวรรษที่ผ่านมาเมืองนี้เปลี่ยนโฉมไปอย่างสิ้นเชิง ย่านริมแม่น้ำ 6 กิโลเมตรถูกยกระดับเป็นพรอมนาดระดับโลก และ Cité du Vin พิพิธภัณฑ์ไวน์ทันสมัยที่สุดในโลกก็เปิดขึ้นในปี 2016 บอร์โดปัจจุบันคือจุดหมายที่รวมประวัติศาสตร์ อาหาร และไวน์ชั้นเลิศไว้ด้วยกันอย่างลงตัวที่สุดในฝรั่งเศส
#1 Place de la Bourse และกระจกน้ำ · Place de la Bourse and Miroir d'Eau
ไฮไลต์สูงสุดของบอร์โดที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องมาถ่ายรูป จัตุรัสสร้างในศตวรรษที่ 18 สมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 เป็นตัวอย่างสถาปัตยกรรมนีโอคลาสสิกที่งดงามที่สุดในฝรั่งเศส และตรงหน้าจัตุรัสคือ Miroir d'Eau แผ่นกระจกน้ำบางเพียง 2 เซนติเมตรที่สะท้อนภาพอาคารได้คมชัดจนแทบแยกไม่ออกว่าอันไหนจริง กระจกน้ำยังมีหมอกพ่นออกมาเป็นระยะ บรรยากาศโรแมนติกมากโดยเฉพาะช่วงเย็นเมื่อแสงสีทองสาดส่อง
- กระจกน้ำมีหมอกพ่นทุก 23 นาที ถ้าอยากได้รูปในหมอกขาวต้องรอจังหวะ
- มาช่วง golden hour ก่อนพระอาทิตย์ตก 1 ชั่วโมงเพื่อแสงสีทองสวยที่สุด
- ลานกระจกน้ำเปิดตั้งแต่เมษายน-ตุลาคม ช่วงฤดูหนาวอาจปิดปรับปรุง เช็คล่วงหน้า
#2 Cité du Vin — พิพิธภัณฑ์ไวน์โลก · Cité du Vin
พิพิธภัณฑ์ไวน์ที่ล้ำสมัยและน่าประทับใจที่สุดในโลก เปิดในปี 2016 ด้วยงบก่อสร้างกว่า 81 ล้านยูโร รูปทรงอาคารโค้งเกลียวออกแบบมาจากไวน์ที่หมุนในแก้ว ภายในมีนิทรรศการ 20 โซนที่พานักท่องเที่ยวสำรวจโลกไวน์ผ่านประสาทสัมผัสทุกด้าน ตั้งแต่ประวัติศาสตร์ 8,000 ปีของไวน์ ไร่องุ่นทั่วโลก ไปจนถึงสุนทรียศาสตร์การดื่ม ชั้นบนสุดมีบาร์ชมวิว 360 องศาของบอร์โดพร้อมไวน์หนึ่งแก้วรวมอยู่ในราคาบัตร
- ซื้อตั๋วออนไลน์ล่วงหน้าเพราะช่วง high season ขายหมดเร็ว บัตรราคาราว 22 ยูโร
- จัดเวลาอย่างน้อย 3 ชั่วโมงเพื่อสำรวจครบทุกโซน รวมถึงชั้นบนชมวิว
- แนะนำซื้อ audio guide ภาษาอังกฤษ นิทรรศการจะเข้าใจลึกขึ้นมากโดยเฉพาะโซนการผลิตไวน์
#3 Saint-Émilion — หมู่บ้านไร่องุ่นมรดกโลก · Saint-Émilion
หมู่บ้านไวน์ที่งดงามที่สุดในฝรั่งเศสและได้รับการยกย่องจาก UNESCO เป็นมรดกโลกในปี 1999 ทั้งภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรมรวมถึงไร่องุ่นและสถาปัตยกรรมในหมู่บ้าน ถนนหินกรวดคับแคบเต็มไปด้วยร้านไวน์ เซลาร์ทดลองชิม และร้านอาหารชั้นเยี่ยม หมู่บ้านสร้างบนหินปูนที่มีอุโมงค์ใต้ดินกว่า 200 กิโลเมตร ใช้เก็บไวน์และเคยใช้เป็นที่หลบภัยสมัยสงคราม ไร่องุ่นชั้นนำอย่าง Château Ausone และ Château Cheval Blanc อยู่แถบนี้
- จองทัวร์ชิมไวน์ที่ château ล่วงหน้าอย่างน้อย 1 สัปดาห์ บางแห่งต้องนัดล่วงหน้าเป็นเดือน
- เดือนกันยายน-ตุลาคมคือ vendange (ฤดูเก็บเกี่ยว) บรรยากาศไร่องุ่นสวยที่สุดและมักมีงานเทศกาล
- หมู่บ้านมีนักท่องเที่ยวหนาแน่นมากช่วง peak season แนะนำมาแต่เช้า 9-10 น. ก่อนรถทัวร์มาถึง
#4 มหาวิหาร Saint-André และหอ Pey-Berland · Bordeaux Cathedral and Tour Pey-Berland
มหาวิหารโกธิคขนาดใหญ่อายุกว่า 1,000 ปีที่เคยเป็นสถานที่จัดพิธีอภิเษกสมรสของพระเจ้าหลุยส์ที่ 7 กับเอเลนอร์แห่งอากีแตนในปี 1137 ตัวมหาวิหารเป็นส่วนหนึ่งของมรดกโลก UNESCO และอยู่บนเส้นทางแสวงบุญ Santiago de Compostela ด้านข้างมีหอระฆัง Tour Pey-Berland สูง 66 เมตรที่สร้างแยกกันตามธรรมเนียมสถาปัตยกรรมทางใต้ของฝรั่งเศส ขึ้นบันได 230 ขั้นเพื่อชมวิวพาโนรามาของบอร์โดทั้งเมือง
- เข้าชมมหาวิหารฟรี แต่ขึ้นหอ Tour Pey-Berland เสียค่าเข้าประมาณ 7 ยูโร
- เช้าวันอาทิตย์มีพิธีมิสซา มหาวิหารเต็มไปด้วยชาวบ้าน บรรยากาศจริงและงดงามมาก
- บันได Tour Pey-Berland แคบและชัน ไม่เหมาะสำหรับผู้มีปัญหาเรื่องพื้นที่จำกัดหรือเวียนหัวความสูง
#5 สะพาน Pont de Pierre และย่านริมน้ำ · Pont de Pierre
สะพานหินที่เก่าแก่และสวยงามที่สุดของบอร์โด สร้างขึ้นตามพระบัญชาของนโปเลียนระหว่างปี 1810-1822 เพื่อใช้ในการรบสงครามคาบสมุทร ตัวสะพานมี 17 โค้งซึ่งเชื่อว่าสัมพันธ์กับตัวอักษร 17 ตัวในชื่อ Napoléon Bonaparte การเดินข้ามสะพานนี้ให้มุมมองที่ดีที่สุดของ quai (ท่าเรือ) บอร์โดและแนวอาคารมรดกโลกตลอดฝั่งตะวันตก และฝั่งตะวันออกให้เข้าถึงย่าน La Bastide ที่มีร้านกาแฟ ตลาด และสวนสาธารณะ
- เดินข้ามสะพานจากฝั่งเมืองไปฝั่ง La Bastide เพื่อมุมถ่ายรูปที่ดีที่สุดของแนวอาคารริมแม่น้ำ
- ตลาดเช้า Marché des Quais เปิดทุกวันอาทิตย์ใต้สะพาน ขายผลผลิตท้องถิ่นและชีส
- ย่าน Saint-Michel ทางใต้ของสะพานมีร้านวินเทจ บิสโทร และชุมชนพหุวัฒนธรรมที่บอร์โดจริงๆ — ไม่ใช่แค่สำหรับนักท่องเที่ยว
#6 ไร่องุ่น Médoc — ทริปชิมไวน์วันเดียว · Médoc Wine Route
คาบสมุทร Médoc คือหัวใจของการผลิตไวน์โบร์โดที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก ที่นี่มี château ชั้นนำระดับ Grand Cru Classé กว่า 60 แห่งที่ผลิตไวน์ขายในราคาหลายหมื่นบาทต่อขวด ตลอดเส้นทาง D2 หรือ Route des Châteaux นักท่องเที่ยวสามารถแวะชิมไวน์ที่ château เปิดรับ เช่น Château Margaux หรือ Château Beychevelle บรรยากาศชนบทฝรั่งเศสแท้ๆ ทุ่งองุ่นสลับกับ château แบบพระราชวังขนาดย่อม
- จองทัวร์ châteaux ล่วงหน้าบนเว็บของแต่ละแห่ง หลายแห่งไม่รับ walk-in โดยเฉพาะ château ชื่อดัง
- เช่ารถหรือจ้างรถพร้อมคนขับ (ไม่ดื่มแอลกอฮอล์) เพราะขนส่งสาธารณะในแถบนี้จำกัดมาก
- ฤดูเก็บเกี่ยว (vendange) กันยายน-ตุลาคม บางที่เปิดให้นักท่องเที่ยวร่วมเก็บองุ่น ประสบการณ์หายากมาก
เที่ยว 6 จุดนี้ — พักย่านไหนดีในบอร์โด?
เลือกที่พักทำเลดี = เที่ยวสะดวก ประหยัดเวลาเดินทาง ทีมเราคัดโรงแรมจริงเรตติ้งสูงในบอร์โด ให้แล้ว พร้อมเทียบราคา Agoda · Booking · Trip.com ในคลิกเดียว
La Halte Montaigne
ลิงก์จองเป็นลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม รายละเอียด
Duplex Saint Jean – SuperBordeaux
ลิงก์จองเป็นลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม รายละเอียด
Best Western Plus Gare Saint-Jean
ลิงก์จองเป็นลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม รายละเอียด
All Suites Appart Hotel Bordeaux Marne
ลิงก์จองเป็นลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม รายละเอียด
ทัวร์ ตั๋วเข้าชม & กิจกรรมในบอร์โด
ทัวร์รายวัน ตั๋วเข้าชม และของจำเป็นสำหรับทริป Bordeaux — จองล่วงหน้าบน Klook รับ e-ticket ในมือถือ
ลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม
สรุปก่อนเก็บกระเป๋า
บอร์โดเที่ยวได้สบายตลอดทั้งปี แต่ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน-ตุลาคม) คือช่วงเก็บเกี่ยวองุ่น บรรยากาศไร่องุ่นงดงามที่สุดและมีเทศกาลไวน์มากมาย วางแผนอย่างน้อย 3-4 วันเพื่อสำรวจตัวเมืองและทำทริปวันเดียวไปไร่องุ่น Saint-Émilion หรือ Médoc