วลาดิวอสต็อกคือเมืองที่ทำให้คุณรู้สึกว่าอยู่ที่สุดขอบโลก — อย่างดีที่สุด เมืองท่าริมทะเลญี่ปุ่นแห่งนี้เป็นทั้งปลายทางของรถไฟสายทรานส์ไซบีเรียที่ยาวที่สุดในโลก และเป็นประตูสู่ตะวันออกไกลของรัสเซีย เดินขึ้นเนินชมสะพานแขวนสีทองที่ตัดกับท้องฟ้าสีฟ้า นั่งรถรางเก่าข้ามเมือง หรือล่องเรือรอบเกาะรัสสกี ที่นี่ไม่ได้แค่สวยงาม แต่มีวิญญาณของเมืองท่าที่แท้จริง
#1 สะพานทองโกลเดนฮอร์น (Zolotoy Most) · Golden Horn Bridge
สัญลักษณ์ใหม่ที่กลายเป็นหน้าตาของวลาดิวอสต็อกสมัยใหม่ สะพานแขวนขึงด้วยสายเคเบิลสีทองอ่อนเปิดใช้งานปี 2012 ข้ามอ่าวโกลเดนฮอร์นด้วยความยาวช่วงกลาง 737 เมตร ชื่อและรูปทรงได้รับแรงบันดาลใจจากสะพานโกลเดนเกตในซานฟรานซิสโก ยามพระอาทิตย์ตกดินสีทองสาดส่องตัวสะพานพร้อมกับแสงเมืองยิ่งงดงาม มีทางเดินสำหรับคนเดินเท้าและจักรยานให้ข้ามสะพานได้
- เดินข้ามสะพานฝั่งคนเดินเท้าเพื่อรับลมทะเลและถ่ายภาพวิวเมือง ใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที
- ยามเย็น 17.00-19.00 น. แสงพระอาทิตย์ตกทำให้สะพานเปล่งประกายทองจริงๆ ชัตเตอร์ทำงานได้ทุกมุม
- มุมถ่ายภาพสะพานสวยที่สุดจากฝั่ง Korabelnaya Naberezhnaya หรือจากยอดเขาอินทรีด้านบน
#2 สะพานรัสสกี (Russky Bridge) · Russky Bridge
สะพานแขวนที่มีเสาสูงที่สุดในโลกเมื่อสร้างเสร็จในปี 2012 ความสูงเสา 321 เมตร ช่วงกลางสะพาน 1,104 เมตร สร้างขึ้นเพื่อรองรับการประชุม APEC 2012 ที่เกาะรัสสกี ปัจจุบันเชื่อมมหาวิทยาลัยสหพันธ์ตะวันออกไกล (FEFU) กับตัวเมือง ขับรถข้ามสะพานเองได้และแวะชมวิวทะเลญี่ปุ่นที่เปิดกว้างออกไปไม่สิ้นสุด วิศวกรรมอันน่าทึ่งที่ควรค่าแก่การเห็นด้วยตา
- ไม่มีทางเดินเท้าข้ามสะพานนี้ ต้องนั่งรถโดยสารหรือแท็กซี่เท่านั้น สามารถหยุดถ่ายรูปได้ที่จุดพักริมสะพาน
- ต่อเนื่องทริปไปเกาะรัสสกีเพื่อชมวิวอ่าว Peter the Great จากฝั่งเกาะ ซึ่งสวยมากในวันฟ้าใส
- ถ่ายภาพสะพานจากระยะไกลได้ดีที่สุดจากฝั่ง Novik Bay ทางตอนเหนือของเกาะรัสสกี
#3 จุดชมวิวยอดเขาอินทรี (Eagle's Nest Hill) · Eagle's Nest Hill
จุดชมวิวที่ดีที่สุดของวลาดิวอสต็อกซึ่งอยู่ใจกลางเมืองพอดี จากยอดเขาเตี้ยสูง 199 เมตร มองเห็นพาโนรามา 360 องศาครอบคลุมอ่าวโกลเดนฮอร์น สะพานทองสีเหลืองทอง สะพานรัสสกีขาวตระหง่าน เกาะรัสสกี และท่าเรือพร้อมเรือรบและเรือสินค้าจอดเรียงราย มีกระเช้าไฟฟ้าเก่าแก่ขึ้นลงจากย่านตลาดด้านล่าง ถ่ายภาพได้สวยทุกช่วงวัน
- กระเช้าไฟฟ้า (Funicular) เก่าแก่อาจปิดซ่อมบำรุงเป็นบางช่วง ตรวจสอบก่อนขึ้น เดินขึ้นทางบันไดใช้เวลาเพียง 10-15 นาที
- เช้าตรู่ก่อน 8 น. อากาศเย็น หมอกทะเลลอยตัวบนอ่าว เป็นมุมที่ช่างภาพชอบมากที่สุด
- ยามค่ำไฟเมืองและสะพานสว่างสะท้อนน้ำในอ่าว สวยมากแต่ต้องระวังพื้นขรุขระเมื่อมืด
#4 สถานีรถไฟวลาดิวอสต็อก (ปลายสายทรานส์ไซบีเรีย) · Vladivostok Railway Station
สถานีรถไฟประวัติศาสตร์ที่สร้างในปี 1912 สไตล์รัสเซียนรีไวเวิล หลังคาสีแดงอิฐและลวดลายแกะสลักประณีต คือจุดสิ้นสุดของทางรถไฟทรานส์ไซบีเรีย ระยะทาง 9,288 กิโลเมตรจากมอสโก สัญลักษณ์บอกระยะทางหน้าสถานีคือจุดที่นักเดินทางทุกคนต้องมาถ่ายรูป ภายในสถานีมีนิทรรศการประวัติรถไฟและห้องพักอาร์ตเดโคสวยงาม แม้ไม่ได้ขึ้นรถไฟก็ควรเดินเข้าไปชม
- หินอนุสรณ์หน้าสถานีจารึก 9288 km คือระยะทางถึงมอสโก — จุดถ่ายรูปสำคัญที่ทุกคนไม่ควรพลาด
- ชั้นสองมีห้องรอผู้โดยสารตกแต่งด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนังสวยงาม เข้าชมได้ฟรีแม้ไม่มีตั๋ว
- รถไฟ Rossiya No.1 ออกจากสถานีนี้ตรงถึงมอสโกใช้เวลา 6 วัน 3 คืน ตรวจตารางเวลาที่เคาน์เตอร์ข้อมูล
#5 เกาะรัสสกี (Russky Island) · Russky Island
เกาะขนาดใหญ่ฝั่งตรงข้ามอ่าวที่เคยเป็นเขตทหารปิดมาหลายสิบปี ก่อนเปิดให้สาธารณะช่วง APEC 2012 ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยสหพันธ์ตะวันออกไกล (FEFU) วิทยาเขตใหม่ริมทะเล เกาะมีชายหาดหินกรวดที่ว่างเปล่าและน้ำใส มีป้อมปราการรัสเซียโบราณซ่อนอยู่ในป่า และจุดชมวิวช่องแคบที่มองเห็นสะพานรัสสกีสวยงามมาก เงียบสงบต่างจากตัวเมืองอย่างสิ้นเชิง
- เช่าจักรยานหรือรถยนต์เพื่อสำรวจเกาะ — ระบบรถโดยสารในเกาะยังไม่ครอบคลุม เส้นทางบางส่วนเป็นถนนดิน
- ป้อมปราการ Novik และ Bezymyannaya Battery เปิดให้เข้าชมฟรี ตั้งอยู่ในป่าต้องเดินเท้าเข้าไป
- น้ำทะเลที่เกาะรัสสกีใสมากในฤดูร้อน แต่เย็นมาก อุณหภูมิน้ำสูงสุดประมาณ 20-22 องศาในเดือนสิงหาคม
#6 ป้อมปราการวลาดิวอสต็อก (Vladivostok Fortress Museum) · Vladivostok Fortress
ระบบป้อมปราการทางทหารที่สร้างขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ถึงต้นศตวรรษที่ 20 เพื่อปกป้องท่าเรือแห่งนี้จากการรุกรานจากทะเล ป้อมหลายแห่งยังคงสภาพดีและเปิดให้เข้าชม ป้อมที่ดีที่สุดคือ Vladivostok Fortress Museum ในย่านกลางเมือง มีอาวุธ รถถัง และห้องบัญชาการจัดแสดงไว้ อุโมงค์ใต้ดินยาวหลายกิโลเมตรให้ความรู้สึกเหมือนย้อนเวลากลับไปยุคสงคราวเย็น
- ค่าเข้าพิพิธภัณฑ์ป้อมหลัก ประมาณ 300-400 รูเบิล นำทัวร์ในอุโมงค์ภาษาอังกฤษต้องนัดล่วงหน้า
- สวมรองเท้าที่เดินได้ดี อุโมงค์บางส่วนมีพื้นลื่นและชันต้องระมัดระวัง นำไฟฉายไปด้วย
- บริเวณเนินเขาโดยรอบมีป้อมขนาดเล็กที่เปิดโล่งฟรีหลายแห่ง ลองสำรวจเพิ่มเติมหลังชมพิพิธภัณฑ์
เที่ยว 6 จุดนี้ — พักย่านไหนดีในวลาดิวอสต็อก?
เลือกที่พักทำเลดี = เที่ยวสะดวก ประหยัดเวลาเดินทาง ทีมเราคัดโรงแรมจริงเรตติ้งสูงในวลาดิวอสต็อก ให้แล้ว พร้อมเทียบราคา Agoda · Booking · Trip.com ในคลิกเดียว
VLADIVOSTOK Grand Hotel & SPA
ลิงก์จองเป็นลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม รายละเอียด
Lido Central Hotel
ลิงก์จองเป็นลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม รายละเอียด
Equator Congress Hotel
ลิงก์จองเป็นลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม รายละเอียด
Mina Hotel Arbat
ลิงก์จองเป็นลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม รายละเอียด
ทัวร์ ตั๋วเข้าชม & กิจกรรมในวลาดิวอสต็อก
ทัวร์รายวัน ตั๋วเข้าชม และของจำเป็นสำหรับทริป Vladivostok — จองล่วงหน้าบน Klook รับ e-ticket ในมือถือ
ลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม
สรุปก่อนเก็บกระเป๋า
วลาดิวอสต็อกสวยที่สุดในช่วงฤดูร้อน (มิถุนายน-สิงหาคม) เมื่ออากาศเย็นสบาย ทะเลสีฟ้าใส และผู้คนออกมาใช้ชีวิตริมน้ำ ฤดูหนาว (ธันวาคม-กุมภาพันธ์) หนาวจัดถึงติดลบ 20 องศา แต่ทิวทัศน์หิมะขาวปกคลุมเมืองก็งดงามในแบบของตัวเอง วางแผนอย่างน้อย 3 วันเพื่อไม่รีบร้อน