เซนต์จอห์นส์เป็นเมืองหลวงเล็ก ๆ ที่อัดแน่นไปด้วยเรื่องราว ทั้ง มหาวิหารหอคู่สีขาว ที่ตั้งเด่นบนเนิน ป้อมปราการสมัยอังกฤษ ตลาดสด ย่านช้อปริมท่าเรือ และทะเลแคริบเบียนที่ใส่จนเห็นพื้นทราย ทุกที่เดินถึงหรือนั่งแท็กซี่ไม่กี่นาที เหมาะทั้งคนลงเรือสำราญและคนพักยาว
#1 มหาวิหารเซนต์จอห์น · St. John's Cathedral
หอคู่สีขาวสูงตระหง่านนี้คือสัญลักษณ์ของเซนต์จอห์นส์ มองเห็นได้แทบทุกมุมเมือง โบสถ์หลังปัจจุบันสร้างปี 1845 เป็นหลังที่สามบนจุดเดิม หลังก่อน ๆ พังเพราะแผ่นดินไหว จุดเด่นคือออกแบบเป็น 'อาคารซ้อนอาคาร' เสริมโครงไม้สนด้านในกันแผ่นดินไหวและพายุเฮอริเคน ที่ประตูมีรูปปั้นนักบุญจอห์นสองท่านซึ่งกองทัพเรืออังกฤษยึดมาจากเรือฝรั่งเศสปี 1756 ภายในเย็นสบายและเงียบสงบ เหมาะแวะพักหลบแดดเที่ยง ขอบอกตามตรงว่าด้านนอกบางช่วงยังบูรณะอยู่ อาจมีนั่งร้านบังมุมถ่ายรูปสวย ๆ ไปบ้าง
- แต่งกายสุภาพ ปิดไหล่และเข่า เพราะยังเป็นโบสถ์ที่ใช้ประกอบพิธีจริง
- เข้าชมฟรีแต่มีกล่องรับบริจาคบำรุงโบสถ์ หยอดเล็กน้อยเป็นน้ำใจ
- เดินขึ้นเนินมาทางถนนเชิร์ชจะได้มุมถ่ายหอคู่เต็มองค์สวยที่สุด
#2 เรดคลิฟฟ์คีย์ · Redcliffe Quay
ย่านช้อปริมน้ำสุดมีเสน่ห์ อาคารอิฐสมัยจอร์เจียนทาสีพาสเทลสดใส เชื่อมกันด้วยทางเดินไม้ ร่มรื่นด้วยต้นไม้เขตร้อน เต็มไปด้วยร้านบูติก แกลเลอรี ร้านกาแฟ และร้านอาหารน่านั่ง เดิมที่นี่เคยเป็นลานกักทาสก่อนการเลิกทาสปี 1834 จึงมีป้ายเล่าประวัติให้อ่านระหว่างเดิน บรรยากาศชิลกว่าโซนช้อปปลอดภาษีฝั่งเฮอริเทจคีย์ เหมาะเดินเล่นถ่ายรูปและหาของกินเบา ๆ บอกไว้ก่อนว่าวันที่ไม่มีเรือสำราญเข้า ร้านบางร้านอาจปิดหรือเงียบเหงาไปนิด
- เดินเชื่อมไปเฮอริเทจคีย์ได้ในไม่กี่นาที เที่ยวสองย่านรวดเดียวคุ้ม
- ราคาของที่ระลึกต่อรองได้บ้าง ลองถามดูก่อนตัดสินใจ
- มีร้านอาหารท้องถิ่นเสิร์ฟปลาสดและอาหารแคริบเบียน นั่งริมน้ำได้บรรยากาศ
#3 พิพิธภัณฑ์แอนติกาและบาร์บูดา · Museum of Antigua and Barbuda
พิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ในอาคารศาลอาณานิคมที่สร้างปี 1747 ซึ่งเป็นอาคารเก่าแก่ที่สุดในเมืองที่ยังใช้งานอยู่ ภายในเล่าเรื่องราวของแอนติกาตั้งแต่ยุคชนพื้นเมืองอาราวัก การมาถึงของอาณานิคม อุตสาหกรรมน้ำตาลและประวัติทาส ไปจนถึงการเลิกทาสและวัฒนธรรมร่วมสมัย มีของจัดแสดงน่าสนใจอย่างไม้ตีคริกเก็ตของเซอร์วิเวียน ริชาร์ดส์ ตำนานนักคริกเก็ต ขนาดไม่ใหญ่ เดินชมจบได้ใน 45 นาทีถึงหนึ่งชั่วโมง เหมาะคนอยากเข้าใจเกาะนี้ให้ลึกขึ้น พูดตรง ๆ ว่าการจัดแสดงค่อนข้างเรียบง่ายแบบพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น ไม่ได้ไฮเทค
- ค่าเข้าไม่แพงและรายได้ช่วยบำรุงรักษาอาคารประวัติศาสตร์
- เริ่มเที่ยวที่นี่ก่อนจะช่วยให้เข้าใจที่อื่น ๆ ในเมืองมากขึ้น
- มีร้านขายหนังสือและของที่ระลึกเกี่ยวกับประวัติเกาะ น่าแวะ
#4 ป้อมเจมส์ · Fort James
ป้อมปราการเก่าตั้งอยู่ปลายแหลมคุมปากอ่าวเซนต์จอห์นส์ อังกฤษสร้างช่วงปี 1706-1739 เพื่อป้องกันการรุกรานจากฝรั่งเศส ตั้งชื่อตามพระเจ้าเจมส์ที่ 2 ปัจจุบันยังเหลือคลังดินปืน ปืนใหญ่หลายกระบอก และฐานกำแพงให้เดินชม จุดขายจริง ๆ คือวิวทะเลกว้างสุดลูกหูลูกตาและหาดทรายเล็ก ๆ ข้าง ๆ ป้อม เหมาะมาถ่ายรูปและชมพระอาทิตย์ตก บอกไว้ตามตรงว่าตัวป้อมไม่ได้บูรณะเต็มที่ ดูเป็นซากปรักหักพังมากกว่าพิพิธภัณฑ์ แต่บรรยากาศและวิวคุ้มค่าการแวะ
- มาช่วงเย็นเพื่อชมพระอาทิตย์ตกเหนือทะเล เป็นจุดชมที่สวยมาก
- พื้นเป็นหินและหญ้าไม่เรียบ ใส่รองเท้าเดินสบายดีกว่ารองเท้าแตะ
- มีบาร์ริมหาดข้างป้อม แวะดื่มน้ำมะพร้าวหรือเบียร์เย็น ๆ ได้
#5 อู่เรือเนลสัน · Nelson's Dockyard
มรดกโลกยูเนสโกและเป็นอู่เรือจอร์เจียนแห่งเดียวในโลกที่ยังเปิดใช้งานต่อเนื่อง ตั้งชื่อตามพลเรือเอกเนลสันที่เคยประจำการที่นี่ระหว่างปี 1784-1787 ภายในเป็นอาคารหินเก่าที่บูรณะเป็นพิพิธภัณฑ์ ร้านอาหาร โรงแรมเล็ก และท่าจอดเรือยอชต์หรู เดินชมเพลินทั้งประวัติศาสตร์และบรรยากาศริมอ่าวที่สวยมาก ตั๋วใบเดียวราว 15 ดอลลาร์สหรัฐ ครอบคลุมชิร์ลีย์ไฮตส์ด้วย คุ้มสุด ๆ ขอเตือนว่าอยู่ไกลจากเมือง ควรเผื่อเวลาเดินทางและทำให้เป็นทริปครึ่งวันถึงเต็มวัน
- ซื้อตั๋วรวมที่เที่ยวได้ชิร์ลีย์ไฮตส์และดาวส์ฮิลล์ด้วย วางแผนเที่ยวต่อเนื่อง
- เช่ารถหรือเหมาแท็กซี่จะคล่องตัวกว่ารถประจำทางมาก
- มีร้านอาหารริมอ่าวบรรยากาศดี เผื่อเวลานั่งทานมื้อกลางวัน
#6 ชิร์ลีย์ไฮตส์ · Shirley Heights
จุดชมวิวที่ดีที่สุดของแอนติกา เคยเป็นป้อมทหารบนหน้าผาเหนืออิงลิชฮาร์เบอร์ ใช้คุมอ่าวและส่งสัญญาณธงไปยังป้อมอื่น ปัจจุบันอาคารเก่าบูรณะเป็นร้านอาหารและจุดชมวิว มองลงไปเห็นอ่าวรูปทรงสวยกับเรือยอชต์เรียงราย ไฮไลต์คือปาร์ตี้บาร์บีคิวเย็นวันอาทิตย์ที่มีวงสตีลแบนด์ เรกเก้ และพระอาทิตย์ตก คึกคักสุด ๆ ขอกระซิบว่าเย็นวันอาทิตย์คนเยอะมาก ถ้าอยากได้มุมดี ๆ ควรไปก่อนพระอาทิตย์ตกอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมง
- มาเย็นวันอาทิตย์เพื่อปาร์ตี้บาร์บีคิวและดนตรีสด แต่ต้องเผื่อรถติดและคนแน่น
- พกแจ็กเก็ตบางหรือผ้าคลุม ลมบนหน้าผาแรงและเย็นตอนค่ำ
- ตั๋วเข้าอู่เรือเนลสันใช้เข้าที่นี่ได้ด้วย เก็บไว้ให้ดี
#7 อ่าวดิกเคนสัน · Dickenson Bay
หาดทรายขาวละเอียดน้ำใสนิ่งที่ขึ้นชื่อที่สุดใกล้เมือง อยู่ชายฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือ เรียงรายด้วยรีสอร์ต บาร์ริมหาด ร้านอาหาร และจุดให้เช่าอุปกรณ์กีฬาทางน้ำ เหมาะทั้งคนอยากนอนอาบแดด เล่นน้ำ พายเรือ หรือลองเจ็ตสกี นอกอ่าวมีเกาะเล็ก ๆ และแนวปะการังยาวราวหนึ่งไมล์ให้ดำน้ำตื้น น้ำตื้นและคลื่นเบาจึงเหมาะพาเด็กมาด้วย ขอบอกตามตรงว่าเป็นหาดยอดนิยมจึงค่อนข้างพลุกพล่านในวันเรือสำราญเข้า ถ้าอยากเงียบให้มาเช้ามาก ๆ
- เก้าอี้ชายหาดของรีสอร์ตมักต้องเสียค่าเช่าหรือซื้อเครื่องดื่มแลก
- มาช่วงเช้าจะได้หาดเงียบและที่จอดสบายกว่า
- พกแว่นดำน้ำตื้นไปเอง จะได้ลองดูปะการังนอกอ่าวฟรี ๆ
#8 เบ็ตตีส์โฮป · Betty's Hope
ไร่อ้อยน้ำตาลเก่าก่อตั้งปี 1650 เคยเป็นไร่เรือธงของแอนติกาภายใต้ตระกูลคอดดริงตันยาวนานเกือบ 300 ปี จุดเด่นคือกังหันลมหินคู่ที่ใช้บดอ้อย กังหันเก่าแห่งหนึ่งยังมีเครื่องจักรดั้งเดิมหลงเหลืออยู่ภายในเป็นแห่งเดียวบนเกาะ ปัจจุบันบูรณะเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง มีกังหันที่ซ่อมแล้ว ถังเก็บน้ำ และซากสิ่งก่อสร้างให้เดินชม พร้อมป้ายเล่าประวัติน้ำตาลและทาส ขอเตือนว่าเป็นพื้นที่กลางแจ้งโล่ง แดดแรงและร่มน้อย ควรพกหมวกกับน้ำดื่มไปด้วย
- พกหมวก แว่นกันแดด และน้ำดื่ม เพราะพื้นที่เปิดโล่งแดดจัด
- รวมไว้ในเส้นทางเดียวกับสะพานปีศาจทางตะวันออก เที่ยวต่อเนื่องคุ้มกว่า
- ลองหาช่วงที่กังหันเปิดให้ชมเครื่องจักรด้านใน จะได้เห็นของจริง
#9 สะพานปีศาจ · Devil's Bridge
สะพานหินธรรมชาติริมฝั่งแอตแลนติกทางตะวันออกของเกาะ เกิดจากคลื่นและแนวปะการังกัดเซาะหินปูนนานนับล้านปี รอบ ๆ มีรูพ่นน้ำ (blowhole) ที่คลื่นดันน้ำพุ่งขึ้นมาเป็นละอองน่าตื่นตา ตัวสะพานอยู่ในอุทยานแห่งชาติอินเดียนทาวน์ใกล้แหลมอินเดียนทาวน์ ด้วยลมการค้าและไม่มีแผ่นดินกั้นไปถึงยุโรป คลื่นที่นี่จึงแรงและทรงพลัง ชื่อ 'สะพานปีศาจ' มาจากเรื่องเล่าเศร้าสมัยทาส บรรยากาศดิบและสวยแบบธรรมชาติ ขอย้ำเรื่องความปลอดภัย หินลื่นและคลื่นแรงมาก ห้ามเดินบนสะพานหรือเข้าใกล้ขอบเด็ดขาด
- ห้ามเดินบนตัวสะพานหรือยืนใกล้ขอบ คลื่นซัดแรงและหินลื่นอันตรายถึงชีวิต
- ใส่รองเท้ายึดเกาะดี พื้นหินขรุขระและเปียกลื่น
- มาช่วงคลื่นแรงจะได้เห็นน้ำพุ่งจากรูพ่นน้ำชัดและน่าตื่นเต้นที่สุด
#10 สนามกีฬาเซอร์วิเวียน ริชาร์ดส์ · Sir Vivian Richards Stadium
สนามคริกเก็ตระดับนานาชาติที่สร้างปี 2006 ตั้งชื่อตามเซอร์วิเวียน ริชาร์ดส์ ตำนานกัปตันทีมเวสต์อินดีสชาวแอนติกา จุได้ราว 10,000 ที่นั่ง ขยายเป็น 20,000 ได้ด้วยอัฒจันทร์ชั่วคราว เป็นสถานที่จัดแมตช์คริกเก็ตและล่าสุดยังเคยใช้จัดการแข่งขันระดับโลก สำหรับคนรักคริกเก็ตหรืออยากสัมผัสกีฬาประจำชาติแคริบเบียน การได้มาดูแมตช์สดที่นี่เป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้ที่อื่น ขอบอกตามตรงว่านอกวันแข่งสนามค่อนข้างเงียบและไม่มีอะไรให้ชมมาก ควรเช็กตารางแข่งก่อนวางแผนมา
- เช็กตารางแข่งคริกเก็ตล่วงหน้า มาตรงวันแข่งจะได้บรรยากาศเต็มที่
- วันแข่งใหญ่ควรซื้อตั๋วล่วงหน้าและเผื่อเวลาเดินทางเพราะคนเยอะ
- พกหมวกและครีมกันแดด อัฒจันทร์บางส่วนกลางแจ้งแดดแรง
เที่ยว 10 จุดนี้ — พักย่านไหนดีในเซนต์จอห์นส์?
เลือกที่พักทำเลดี = เที่ยวสะดวก ประหยัดเวลาเดินทาง ทีมเราคัดโรงแรมจริงเรตติ้งสูงในเซนต์จอห์นส์ ให้แล้ว พร้อมเทียบราคา Agoda · Booking · Trip.com ในคลิกเดียว
Hermitage Bay
ลิงก์จองเป็นลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม รายละเอียด
Jumby Bay Island, an Oetker Collection Hotel
ลิงก์จองเป็นลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม รายละเอียด
Carlisle Bay Antigua
ลิงก์จองเป็นลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม รายละเอียด
Sandals Grande Antigua Resort & Spa
ลิงก์จองเป็นลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม รายละเอียด
ทัวร์ ตั๋วเข้าชม & กิจกรรมในเซนต์จอห์นส์
ทัวร์รายวัน ตั๋วเข้าชม และของจำเป็นสำหรับทริป Saint Johns — จองล่วงหน้าบน Klook รับ e-ticket ในมือถือ
ลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม
สรุปก่อนเก็บกระเป๋า
เซนต์จอห์นส์เที่ยวจบได้ใน 1-2 วันแบบไม่รีบ แต่ถ้ามีเวลาเช่ารถออกไปทางใต้สู่อู่เรือเนลสันและชิร์ลีย์ไฮตส์ หรือไปสะพานปีศาจทางตะวันออก จะเห็นแอนติกาอีกมุมที่งดงาม เก็บกระเป๋าให้มีครีมกันแดดกับรองเท้าเดินสบาย แล้วออกไปสนุกกันได้เลย