โรเทนบวร์ก (Rothenburg ob der Tauber) คือ เมืองยุคกลางที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของเยอรมนี บนเส้นทางโรแมนติก (Romantic Road) ทั้งเมืองล้อมด้วยกำแพงหินที่ยังเดินได้รอบ บ้านไม้ครึ่งปูนสีพาสเทล และตรอกหินที่เหมือนหลุดจากเทพนิยาย เราคัด 10 จุดที่ไปจริงแล้วประทับใจ พร้อมทิปเรื่องช่วงเวลาและฝูงคนแบบไม่อ้อมค้อม
#1 พลอนไลน์ · Plönlein
พลอนไลน์คือมุมที่ถูกถ่ายรูปมากที่สุดของโรเทนบวร์ก และอาจเป็นภาพ "เมืองเทพนิยายเยอรมัน" ที่คุณเคยเห็นบนโปสการ์ดมาแล้ว เป็นทางแยกเล็ก ๆ ที่บ้านไม้ครึ่งปูนสีเหลืองหลังจิ๋วตั้งอยู่ตรงกลาง ขนาบด้วยหอคอยซีเบอร์สทางซ้ายและหอโคโบลเซลเลอร์ทางขวา ภาพดูสมมาตรราวกับจัดฉาก แต่ทุกอย่างเป็นของจริงตั้งแต่ยุคกลาง พูดตรง ๆ ว่าจุดนี้คนเยอะมากตลอดวัน บางทียืนรอถ่ายรูปกันเป็นคิว ถ้าอยากได้รูปโล่ง ๆ ต้องมาก่อน 8 โมงเช้าจริง ๆ ไม่งั้นได้แต่หัวคนเต็มเฟรม
- มาก่อน 8 โมงเช้า หรือหลัง 6 โมงเย็น คนจะน้อยที่สุด
- เดินลงเนินไปทางหอโคโบลเซลเลอร์จะได้มุมถ่ายรูปที่กว้างขึ้น
- ช่วงคริสต์มาสและฤดูใบไม้ร่วงสวยที่สุดแต่คนแน่นสุดเช่นกัน
#2 จัตุรัสตลาดและศาลาว่าการ · Market Square & Town Hall (Rathaus)
จัตุรัสตลาด (Marktplatz) เป็นหัวใจของเมืองมาตั้งแต่ยุคกลาง รายล้อมด้วยบ้านไม้ครึ่งปูนหลากสีและศาลาว่าการ (Rathaus) ที่ผสมสถาปัตยกรรมโกธิคกับเรอเนสซองส์เข้าด้วยกัน ไฮไลต์จริง ๆ คือหอคอยศาลาว่าการสูงราว 60 เมตร ที่ปีนขึ้นไปชมวิวหลังคากระเบื้องสีแดงทั้งเมืองกับหุบเขาเทาเบอร์ได้ บอกก่อนว่าบันไดขึ้นหอคอยแคบและชันมาก ช่วงท้ายต้องคลานแทบจะตัวลีบ คนกลัวที่แคบหรือมีปัญหาเข่าอาจลำบาก แต่วิวบนนั้นคุ้มค่าเหนื่อยจริง ๆ
- ค่าขึ้นหอคอยราว 2.50 ยูโร จ่ายเงินสด เตรียมเหรียญไป
- บันไดแคบมากช่วงท้าย คนตัวใหญ่หรือกลัวที่แคบพิจารณาก่อน
- ดูนาฬิกากลควงเหล้าที่หน้าต่างราทส์เฮอเรนทรินค์ชตูเบทุกชั่วโมง
#3 กำแพงเมืองยุคกลาง · Town Wall (Stadtmauer)
หนึ่งในไม่กี่เมืองของเยอรมนีที่ยังเดินบนกำแพงเมืองได้เกือบรอบ ทางเดินบนกำแพงยาวราว 4 กิโลเมตร มีหลังคาไม้คลุมส่วนใหญ่ ผ่านหอคอยและประตูเมืองรวมกว่า 40 จุด ระหว่างเดินจะมองลงไปเห็นหลังคากระเบื้องแดงสลับกับสวนหลังบ้านของคนท้องถิ่น และดีที่สุดคือ "เข้าฟรี" ไม่ต้องเสียค่าตั๋ว เดินครบรอบใช้เวลาราวชั่วโมงครึ่ง ข้อควรรู้คือทางเดินค่อนข้างแคบ พื้นไม่เรียบ และบางช่วงมืดในอุโมงค์ ใส่รองเท้าผ้าใบไปจะปลอดภัยกว่ารองเท้าลื่น ๆ มาก
- เข้าฟรีไม่มีค่าตั๋ว เริ่มเดินจากประตูเรอเดอร์ทอร์ได้เลย
- ใส่รองเท้าผ้าใบ พื้นไม่เรียบและบางช่วงมืด
- ไม่ต้องเดินครบรอบก็ได้ เลือกช่วงเรอเดอร์ทอร์-เคลลิงเงนทอร์ที่วิวสวยสุด
#4 โบสถ์เซนต์เจมส์ · St. James's Church
โบสถ์โกธิคหลังใหญ่ที่สร้างระหว่างปี 1311-1484 และเป็นจุดแวะบนเส้นทางแสวงบุญสู่ซานติอาโกเดกอมโปสเตลา ไฮไลต์ที่ทำให้คนทั่วโลกมาคือ "แท่นบูชาพระโลหิตศักดิ์สิทธิ์" ผลงานแกะไม้ของทิลมัน รีเมนชไนเดอร์ ปรมาจารย์ช่างแกะไม้ยุคปลายโกธิค ราวปี 1500-1505 ที่ละเอียดจนใบหน้าตัวละครดูมีชีวิต ไม่ลงสีไม่ปิดทองแต่ยิ่งงดงาม ต้องเข้าใจก่อนว่าโบสถ์นี้เก็บค่าเข้า (ราว 3 ยูโร) ไม่ใช่โบสถ์ฟรีแบบที่หลายคนคาด แต่สำหรับคนรักศิลปะแกะไม้ บอกเลยว่าคุ้มทุกเซนต์
- ค่าเข้าราว 3 ยูโร เดินขึ้นไปชมแท่นบูชาบนระเบียงชั้นบนทางตะวันตก
- ช่วงเช้ามีแสงส่องเข้ากระจกสีสวยที่สุด
- เงียบและเคารพสถานที่ เพราะยังเป็นโบสถ์ที่ใช้ประกอบพิธีจริง
#5 พิพิธภัณฑ์อาชญากรรมยุคกลาง · Medieval Crime Museum
พิพิธภัณฑ์กฎหมายและอาชญากรรมยุคกลางที่ใหญ่และสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป จัดแสดงเครื่องมือทรมาน เครื่องลงโทษแบบประจาน (เช่นหน้ากากแห่งความอับอาย) เอกสารการพิจารณาคดีแม่มด และวิวัฒนาการของระบบยุติธรรมกว่าพันปี ฟังดูน่ากลัวแต่จริง ๆ จัดแสดงอย่างมีข้อมูลและให้บริบททางประวัติศาสตร์ดีมาก มีป้ายอธิบายภาษาอังกฤษครบ เดินดูจริงจังใช้เวลาราว 1.5-2 ชั่วโมง เตือนไว้ว่าบางส่วนค่อนข้างหนักและไม่เหมาะกับเด็กเล็ก ส่วนคนชอบประวัติศาสตร์มืด ๆ จะติดใจ
- ค่าเข้าราว 9 ยูโร เผื่อเวลาอย่างน้อย 1.5 ชั่วโมง
- มีป้ายอธิบายภาษาอังกฤษครบทุกห้อง
- เนื้อหาบางส่วนหนัก ไม่เหมาะเด็กเล็กหรือคนจิตอ่อน
#6 เคเทอ โวลฟาร์ท และพิพิธภัณฑ์คริสต์มาสเยอรมัน · Käthe Wohlfahrt & German Christmas Museum
ร้านของประดับคริสต์มาสในตำนานที่เปิดทั้งปีราวกับวันคริสต์มาสไม่เคยจบ ภายในเหมือนถ้ำมหัศจรรย์ที่อัดแน่นด้วยเครื่องประดับต้นคริสต์มาส ตุ๊กตาแกะไม้ พีระมิดคริสต์มาสหมุนได้ และต้นไม้ยักษ์กลางร้านที่ประดับไฟเป็นพันดวง ด้านบนยังมีพิพิธภัณฑ์คริสต์มาสเยอรมัน เล่าที่มาของธรรมเนียมคริสต์มาสและของประดับโบราณ ขอเตือนตามตรงว่าของที่นี่ราคาไม่เบาเลย และร้านคนแน่นมากช่วงไฮซีซัน แต่ต่อให้ไม่ซื้ออะไร การเดินดูบรรยากาศก็สนุกเหมือนเข้าสวนสนุก
- เข้าชมร้านฟรี แต่พิพิธภัณฑ์ด้านบนเก็บค่าเข้าแยกราว 5 ยูโร
- ของราคาค่อนข้างสูง ตั้งงบก่อนเข้าจะดีกว่า
- ช่วงเที่ยงคนแน่นที่สุด มาเช้าหรือใกล้ปิดจะเดินสบายกว่า
#7 ประตูเรอเดอร์ทอร์ · Röder Gate (Rödertor)
ประตูเมืองทางตะวันออกที่ยังคงสภาพสมบูรณ์ และเป็นจุดเริ่มเดินกำแพงเมืองที่นิยมที่สุด หอคอยหินสูงตระหง่านคู่กับด่านเก็บภาษีโบราณ ปีนขึ้นหอคอยได้ในราคาย่อมเยา จะเห็นวิวเมืองเก่ามุมสูงที่ต่างจากหอคอยศาลาว่าการ ที่นี่ยังมีนิทรรศการเล็ก ๆ เล่าเหตุการณ์คืนที่เมืองโดนระเบิดช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง และการบูรณะเมืองกลับมาเหมือนเดิม จุดนี้คนน้อยกว่าใจกลางเมืองมาก เหมาะกับคนอยากได้รูปประตูยุคกลางสวย ๆ แบบไม่ต้องแย่งมุมกับใคร
- ปีนหอคอยได้ค่าเข้าไม่กี่ยูโร วิวเมืองมุมสูงคุ้มค่า
- เป็นจุดเริ่มเดินกำแพงเมืองที่สะดวกที่สุด
- คนน้อยกว่าใจกลางเมือง ถ่ายรูปสบายทั้งวัน
#8 สวนปราสาท · Castle Garden (Burggarten)
สวนสาธารณะบนที่ตั้งของปราสาทเก่าที่ถูกแผ่นดินไหวทำลายไปเมื่อปี 1356 ปัจจุบันเป็นลานหญ้ากว้าง แปลงดอกไม้ และต้นไม้ใหญ่ จุดเด่นจริง ๆ ไม่ใช่ตัวสวน แต่เป็น "วิว" ที่ปลายสวน ซึ่งมองลงไปเห็นหุบเขาเทาเบอร์ ไร่องุ่น และเงาเมืองเก่าตั้งอยู่บนหน้าผา เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่คนท้องถิ่นชอบมานั่งเล่น เข้าฟรีและเงียบสงบกว่าในเมืองมาก ข้อเดียวที่ต้องบอกคือ ทางเดินมาสวนต้องผ่านประตูปราสาทและลงเนินนิดหน่อย วันแดดแรงควรพกน้ำและหมวกไป
- เข้าฟรี เปิดตลอด เหมาะมานั่งพักหลีกหนีฝูงคน
- มาช่วงพระอาทิตย์ตกเพื่อชมวิวหุบเขาที่สวยที่สุด
- พกน้ำและหมวกในวันแดดแรง เพราะที่ปลายสวนร่มน้อย
#9 หุบเขาเทาเบอร์และทอปเปลอร์ชเลิสเชน · Tauber Valley & Topplerschlösschen
ถ้าเบื่อฝูงคนในเมือง ลองเดินลงหุบเขาเทาเบอร์ตามทางเดินเลียบแม่น้ำที่ร่มรื่นและเงียบสงบ ระหว่างทางจะเจอสะพานหินโค้งสองชั้นเก่าแก่ และทอปเปลอร์ชเลิสเชน บ้านพักตากอากาศหลังเล็กสีฟ้าของนายกเทศมนตรีไฮน์ริช ทอปเปลอร์ ที่สร้างตั้งแต่ปี 1388 รูปทรงแปลกตาเหมือนบ้านลอยน้ำ เปิดให้เข้าชมเฟอร์นิเจอร์เก่าภายในเป็นบางวัน วิวเมืองมองจากหุบเขาขึ้นไปสวยมาก แต่ต้องเตรียมใจว่าขากลับต้องเดินขึ้นเนินชัน เหนื่อยพอควร ใครเข่าไม่ดีพิจารณาก่อน
- ขาลงสบายแต่ขากลับขึ้นเนินชัน เผื่อแรงและเวลาไว้
- ทอปเปลอร์ชเลิสเชนเปิดเฉพาะบางวัน เช็กเวลาก่อนไป
- เหมาะกับคนชอบเดินเล่นเงียบ ๆ หนีฝูงนักท่องเที่ยว
#10 ทัวร์ยามเฝ้าเมืองยามค่ำ · Night Watchman's Tour
กิจกรรมที่หลายคนบอกว่าเป็นไฮไลต์ของทริปโรเทนบวร์ก ทัวร์เดินเท้าราว 45-60 นาที นำโดยชายแต่งกายเป็นยามเฝ้าเมืองยุคกลาง ห่มเสื้อคลุมดำ ถือโคมไฟกับง้าว เดินพาชมตรอกซอกซอยพร้อมเล่าประวัติเมืองแบบขำ ๆ ปนสาระ ตั้งแต่ชีวิตคนยุคกลาง โรคระบาด ไปจนถึงคืนที่เมืองเกือบโดนทำลายในสงครามโลกครั้งที่สอง ทัวร์ภาษาอังกฤษมีทุกคืนช่วงไฮซีซัน ไม่ต้องจองล่วงหน้า แค่ไปรวมตัวที่จัตุรัสตลาด ข้อควรรู้คือทัวร์ยอดนิยมมาก บางคืนคนเป็นร้อย ถ้าอยากได้ยินชัดควรไปยืนใกล้ ๆ ผู้นำทัวร์
- ทัวร์ภาษาอังกฤษมักเริ่มราว 2 ทุ่ม ไม่ต้องจอง จ่ายสดราว 9 ยูโร
- ไปรวมตัวที่จัตุรัสตลาดก่อนเวลา 10-15 นาทีเพื่อหาที่ยืนดี
- คนเยอะมากบางคืน ยืนใกล้ผู้นำทัวร์จะได้ยินชัดกว่า
เที่ยว 10 จุดนี้ — พักย่านไหนดีในโรเทนบวร์ก?
เลือกที่พักทำเลดี = เที่ยวสะดวก ประหยัดเวลาเดินทาง ทีมเราคัดโรงแรมจริงเรตติ้งสูงในโรเทนบวร์ก ให้แล้ว พร้อมเทียบราคา Agoda · Booking · Trip.com ในคลิกเดียว
BurgGartenpalais Rothenburg
ลิงก์จองเป็นลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม รายละเอียด
Hotel Hornburg Rothenburg
ลิงก์จองเป็นลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม รายละเอียด
Hotel Spitzweg Rothenburg
ลิงก์จองเป็นลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม รายละเอียด
Hotel Eisenhut Rothenburg
ลิงก์จองเป็นลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม รายละเอียด
ทัวร์ ตั๋วเข้าชม & กิจกรรมในโรเทนบวร์ก
ทัวร์รายวัน ตั๋วเข้าชม และของจำเป็นสำหรับทริป Rothenburg — จองล่วงหน้าบน Klook รับ e-ticket ในมือถือ
ลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม
สรุปก่อนเก็บกระเป๋า
โรเทนบวร์กเล็กพอที่จะเดินครบใน 1-2 วัน แต่เสน่ห์จริงอยู่ที่ช่วงเช้าตรู่ก่อนทัวร์มาถึง กับยามค่ำหลังนักท่องเที่ยวกลับ ถ้ามีเวลาแนะนำให้ค้างคืนสักคืน แล้วเดินกำแพงเมืองตอนพระอาทิตย์ตก คุณจะเข้าใจว่าทำไมที่นี่ถูกเรียกว่าเมืองเทพนิยายของเยอรมนี