เรคยาวิกคือเมืองหลวงที่อยู่เหนือสุดของโลก เล็ก กะทัดรัด เดินเที่ยวได้สบาย แต่อัดแน่นด้วยสถาปัตยกรรมเก๋ ศิลปะริมทะเล และธรรมชาติระดับโลกที่อยู่ห่างออกไปแค่ชั่วโมงเดียว ไกด์เล่มนี้คัด 10 จุดที่เราไปมาเองและคิดว่าคุ้มค่าที่สุด พร้อมทิปจริงเรื่องเวลา ราคา และการเดินทาง
#1 โบสถ์ฮัตล์กรีมสคิร์คยา · Hallgrímskirkja
โบสถ์ลูเทอแรนสูง 74.5 เมตรหลังนี้คือสัญลักษณ์ของเรคยาวิกที่มองเห็นได้แทบทุกมุมเมือง ตัวอาคารออกแบบให้คล้ายเสาหินบะซอลต์ที่หลอมไหลลงมาตามธรรมชาติไอซ์แลนด์ สร้างนานเกือบ 50 ปีกว่าจะเสร็จในปี 1986 ภายในโล่งเรียบเงียบสงบ จุดไฮไลต์จริง ๆ คือลิฟต์ขึ้นหอคอยชมวิว 360 องศาเห็นหลังคาบ้านสีสันสดใสทั้งเมืองและภูเขาเอสยาไกล ๆ บอกตรง ๆ ว่าช่วงเรือสำราญเข้าเมืองคิวลิฟต์ยาวมาก เผื่อเวลาและไปเช้าจะสบายใจกว่า
- ซื้อตั๋วขึ้นหอคอยแยกต่างหาก เข้าโบสถ์ชั้นล่างฟรี
- ไปก่อน 10 โมงเช้าเลี่ยงกลุ่มทัวร์เรือสำราญ
- วันอาทิตย์มีพิธีอาจปิดหอคอยชั่วคราว เช็กเวลาก่อน
#2 ฮาร์ปา คอนเสิร์ตฮอลล์ · Harpa Concert Hall
ฮาร์ปาเป็นหอแสดงคอนเสิร์ตและศูนย์ประชุมริมทะเลที่เปิดปี 2011 ออกแบบโดยร่วมมือกับศิลปิน Olafur Eliasson ผนังกระจกหกเหลี่ยมหลายพันบานสะท้อนแสงเปลี่ยนสีตามท้องฟ้าและทะเล สวยจนกลายเป็นจุดถ่ายรูปยอดฮิต เดินเข้าไปด้านในฟรี ขึ้นบันไดชมโถงกระจกที่แสงทะลุเป็นลายเรขาคณิตทั่วพื้น มีร้านกาแฟและช็อปของฝากดีไซน์เก๋ ทิปจริงคือถ้าอยากได้ภาพผนังเรืองแสงสวย ๆ ให้มาตอนค่ำหลังไฟในอาคารเปิด จะได้เอฟเฟกต์เต็มที่กว่ากลางวัน
- เข้าชมโถงด้านในฟรี ไม่ต้องมีตั๋วคอนเสิร์ต
- มาตอนค่ำเพื่อเห็นผนังกระจกเรืองแสง
- เช็กตารางคอนเสิร์ตล่วงหน้า บางคืนมีโชว์ดนตรีพื้นเมือง
#3 เพร์ลาน · Perlan
เพร์ลานคืออาคารโดมแก้วที่ตั้งอยู่บนถังเก็บน้ำร้อนยักษ์ ภายในเป็นพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่สนุกที่สุดของเมือง มีถ้ำน้ำแข็งจำลองที่เดินเข้าไปได้จริง นิทรรศการธารน้ำแข็ง ภูเขาไฟ นกพัฟฟิน และท้องฟ้าจำลองฉายแสงเหนือแบบสมจริง ชั้นบนสุดมีจุดชมวิว 360 องศาเห็นเมืองและอ่าวทั้งหมด เหมาะมากถ้าฟ้าปิดออกไปเที่ยวนอกเมืองไม่ได้ ราคาบัตรค่อนข้างสูงสำหรับครอบครัว แนะนำซื้อบัตรรวมล่วงหน้าออนไลน์จะคุ้มกว่าซื้อหน้างาน
- ซื้อบัตรรวมออนไลน์ล่วงหน้าได้ส่วนลดมากกว่า
- จุดชมวิวชั้นบนสุดเข้าฟรีแม้ไม่ซื้อบัตรนิทรรศการ
- เผื่อเวลาอย่างน้อย 1.5-2 ชั่วโมงสำหรับนิทรรศการครบ
#4 ประติมากรรมซันโวเอเจอร์ (ซอลฟาร์) · The Sun Voyager (Sólfar)
ซันโวเอเจอร์เป็นประติมากรรมเหล็กกล้ารูปทรงคล้ายโครงเรือไวกิ้งที่ตั้งหันหน้าออกทะเล ผลงานของ Jón Gunnar Árnason ที่จริง ๆ สื่อถึงเรือแห่งความฝันและการเดินทางสู่แสงสว่าง ไม่ใช่เรือไวกิ้งอย่างที่หลายคนเข้าใจ เป็นจุดถ่ายรูปฟรีที่สวยที่สุดจุดหนึ่งของเมือง โดยมีภูเขาเอสยาเป็นฉากหลังเหนือผืนน้ำ บอกตรง ๆ ว่าช่วงกลางวันคนเยอะและแย่งมุมถ่ายรูปกันพอสมควร ถ้าอยากได้ภาพเงียบ ๆ พร้อมแสงทองให้มาช่วงพระอาทิตย์ขึ้นหรือตก
- มาช่วงพระอาทิตย์ขึ้นหรือตกเพื่อแสงทองและคนน้อย
- ลมริมทะเลแรงมาก เตรียมเสื้อกันลมไว้
- เดินเลียบทะเลต่อไป Harpa ได้สบายในเส้นทางเดียว
#5 ถนนเลากาเวกูร์ · Laugavegur
เลากาเวกูร์คือถนนช้อปปิ้งสายหลักและเก่าแก่ที่สุดของเรคยาวิก หัวใจของย่าน 101 ที่นักท่องเที่ยวต้องเดินสักครั้ง สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านขายเสื้อสเวตเตอร์ขนแกะ ของดีไซน์ไอซ์แลนด์ คาเฟ่ ร้านอาหาร และผนังสตรีทอาร์ตสีสันจัดจ้านที่เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ค่ำคืนวันศุกร์-เสาร์ย่านนี้คือศูนย์กลางชีวิตกลางคืนของเมือง ทิปจริงคือของในร้านนักท่องเที่ยวราคาแพงพอควร ถ้าอยากได้เสื้อ lopapeysa แท้ลองเทียบราคาหลายร้านหรือหาร้านท้องถิ่นนอกถนนสายหลัก
- เทียบราคาเสื้อขนแกะหลายร้านก่อนซื้อ ร้านนักท่องเที่ยวแพงกว่า
- ตามหาสตรีทอาร์ตในตรอกซอกซอยรอบ ๆ ด้วย
- ร้านอาหารริมถนนสายหลักราคาสูง ลองเดินเข้าซอยจะถูกกว่า
#6 ทะเลสาบเทียร์นิน · Tjörnin
เทียร์นินเป็นทะเลสาบเล็ก ๆ กลางเมืองเก่าที่ชาวเรคยาวิกเรียกง่าย ๆ ว่า The Pond เป็นมุมพักผ่อนที่สงบและถ่ายรูปสวยที่สุดมุมหนึ่ง รอบทะเลสาบมีบ้านไม้สีสันสดใสสไตล์นอร์ดิก ศาลากลางเมือง และพิพิธภัณฑ์ศิลปะ มีนกน้ำกว่า 40 ชนิดมาอาศัย ทั้งเป็ด ห่าน และหงส์ ฤดูหนาวบางส่วนกลายเป็นลานสเก็ตน้ำแข็งธรรมชาติ ทิปจริงคือทางเมืองสูบน้ำร้อนใต้ดินมาช่วยไม่ให้บางมุมแข็งจนนกไม่มีที่อยู่ อย่าเดินบนน้ำแข็งเองเพราะหนาไม่เท่ากันทุกจุด
- อย่าเดินบนน้ำแข็งเอง บางจุดบางและอันตราย
- พกขนมปังธัญพืชให้นกแทนขนมปังขาวที่ไม่ดีต่อนก
- เดินรอบทะเลสาบต่อไปสวน Hljómskálagarðurinn ได้
#7 พิพิธภัณฑ์แห่งชาติไอซ์แลนด์ · National Museum of Iceland
ถ้าอยากเข้าใจไอซ์แลนด์จริง ๆ ที่นี่คือจุดเริ่มต้น พิพิธภัณฑ์แห่งชาติเล่าเรื่องตั้งแต่ยุคไวกิ้งตั้งถิ่นฐานราวปี 870 จนถึงปัจจุบัน ผ่านดาบ เครื่องประดับ เรือ เครื่องแต่งกาย และข้าวของในชีวิตประจำวันที่จัดแสดงอย่างทันสมัยเข้าใจง่าย ไฮไลต์คือรูปปั้นพระเล็ก ๆ และประตูไม้แกะสลักโบราณที่เป็นสมบัติชาติ ขนาดกำลังดี เดินครบในราว 1.5-2 ชั่วโมงไม่เหนื่อยเกินไป ทิปจริงคือปิดวันจันทร์ในฤดูหนาว เช็กวันเปิดก่อนไปจะได้ไม่เสียเที่ยว มีคาเฟ่เล็ก ๆ ให้พักด้วย
- ปิดวันจันทร์ช่วงฤดูหนาว ต้องเช็กก่อนไป
- ใช้ Reykjavík City Card เข้าฟรีพร้อมพิพิธภัณฑ์อื่น
- มีออดิโอไกด์ภาษาอังกฤษช่วยเข้าใจประวัติได้ลึกขึ้น
#8 บลูลากูน · Blue Lagoon
บลูลากูนคือบ่อน้ำพุร้อนสีฟ้าน้ำนมท่ามกลางทุ่งลาวาสีดำ ที่กลายเป็นภาพจำของไอซ์แลนด์ น้ำอุ่น 38-40 องศาอุดมแร่ซิลิกาและสาหร่ายที่ดีต่อผิว มีมาสก์โคลนซิลิกาให้พอกฟรี บาร์ลอยน้ำ และซาวน่าวิวทุ่งลาวา บรรยากาศผ่อนคลายมากโดยเฉพาะตอนไอน้ำลอยกรุ่นในอากาศเย็น ทิปจริงและสำคัญคือต้องจองล่วงหน้าออนไลน์เสมอ เพราะที่นี่ขายตามรอบและเต็มเร็วมาก โดยเฉพาะช่วงเย็น ราคาค่อนข้างสูงแต่รวมผ้าเช็ดตัวและเครื่องดื่มในบางแพ็กเกจ
- ต้องจองรอบล่วงหน้าออนไลน์เสมอ เดินเข้าไม่ได้
- เคลือบครีมนวดผมหนา ๆ เพราะแร่ซิลิกาทำให้ผมแห้งกระด้าง
- อยู่ระหว่างทางสนามบิน นัดแวะตอนมาถึงหรือก่อนบินกลับได้
#9 อุทยานแห่งชาติทิงเวลลีร์ · Þingvellir
ทิงเวลลีร์คือมรดกโลกที่อัดแน่นทั้งประวัติศาสตร์และธรณีวิทยา เป็นที่ตั้งของสภาอัลธิงกี รัฐสภากลางแจ้งที่เก่าแก่ที่สุดในโลกตั้งแต่ปี 930 และยังเป็นจุดเดียวบนบกที่เดินอยู่ในหุบเขารอยแยกระหว่างแผ่นเปลือกโลกอเมริกาเหนือกับยูเรเชียได้จริง เดินในซอกหินบะซอลต์สูงตระหง่านพร้อมน้ำใสจนเห็นก้นบ่อ เป็นจุดแรกของเส้นทางกอลเดนเซอร์เคิลคลาสสิก ทิปจริงคือลานจอดรถเก็บค่าธรรมเนียมแยกจากค่าเข้าอุทยาน และต้องจ่ายออนไลน์หรือที่ตู้ ไม่งั้นโดนปรับ
- จ่ายค่าจอดรถออนไลน์หรือที่ตู้ ไม่งั้นโดนปรับ
- ใส่รองเท้ากันลื่นเพราะทางเดินหินอาจเปียก
- รวมกับ Geysir และน้ำตก Gullfoss เป็นทริปกอลเดนเซอร์เคิลวันเดียว
#10 น้ำตกกุลล์ฟอสส์ · Gullfoss
กุลล์ฟอสส์หรือน้ำตกทองคำคือน้ำตกที่ทรงพลังและโด่งดังที่สุดของไอซ์แลนด์ น้ำจากแม่น้ำฮวีตาไหลลดหลั่นสองชั้นแล้วทิ้งตัวลงหุบเขาลึกอย่างดุดัน ในวันแดดออกมักมีสายรุ้งพาดผ่านละอองน้ำ ภาพที่หลายคนตามล่า มีทางเดินชมหลายระดับ ทั้งจุดชมวิวบนสูงและทางเดินลงไปใกล้ขอบน้ำตกที่สัมผัสละอองได้เต็ม ๆ เป็นจุดปิดท้ายกอลเดนเซอร์เคิลที่ตราตรึงที่สุด ทิปจริงคือทางเดินลงล่างลื่นและเปียกมาก โดยเฉพาะฤดูหนาวที่กลายเป็นน้ำแข็ง ต้องระวังและบางครั้งปิดทางเพื่อความปลอดภัย
- ทางเดินลงใกล้น้ำตกลื่นมาก ใส่รองเท้ากันลื่นและระวัง
- พกเสื้อกันฝนเพราะละอองน้ำเปียกตัวได้ง่าย
- ฤดูหนาวบางช่วงปิดทางเดินล่าง ดูป้ายเตือนก่อนลง
เที่ยว 10 จุดนี้ — พักย่านไหนดีในเรคยาวิก?
เลือกที่พักทำเลดี = เที่ยวสะดวก ประหยัดเวลาเดินทาง ทีมเราคัดโรงแรมจริงเรตติ้งสูงในเรคยาวิก ให้แล้ว พร้อมเทียบราคา Agoda · Booking · Trip.com ในคลิกเดียว
The Reykjavik EDITION
ลิงก์จองเป็นลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม รายละเอียด
Kvosin Downtown Hotel
ลิงก์จองเป็นลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม รายละเอียด
Black Pearl Luxury Apartments
ลิงก์จองเป็นลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม รายละเอียด
Reykjavik Konsulat Hotel, Curio Collection by Hilton
ลิงก์จองเป็นลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม รายละเอียด
ทัวร์ ตั๋วเข้าชม & กิจกรรมในเรคยาวิก
ทัวร์รายวัน ตั๋วเข้าชม และของจำเป็นสำหรับทริป Reykjavík — จองล่วงหน้าบน Klook รับ e-ticket ในมือถือ
ลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม
สรุปก่อนเก็บกระเป๋า
เสน่ห์ของเรคยาวิกคือทุกอย่างอยู่ใกล้กันจนเดินเที่ยวในเมืองได้ทั้งวัน แล้วค่อยเช่ารถหรือจอยทัวร์ออกไปสัมผัสน้ำตก รอยเลื่อนเปลือกโลก และบ่อน้ำพุร้อนในวันถัดไป วางแผนเผื่อสภาพอากาศที่เปลี่ยนเร็ว แล้วเมืองเล็ก ๆ ทางเหนือนี้จะตราตรึงใจไม่รู้ลืม