ร้านอาหารและคาเฟ่ที่ดีที่สุดในดูไบ
ที่กิน · ดูไบ

10 ร้านอาหาร & คาเฟ่ที่ดีที่สุดในดูไบ — กินที่ไหนดี อัปเดต 2026

T ทีมรีวิว TopOfHotel เผยแพร่ 21 มิถุนายน 2026 อัปเดต 21 มิถุนายน 2026 6 นาทีอ่าน
✓ คัดร้านจริง มีแหล่งอ้างอิง✓ อัปเดต มิถุนายน 2569✓ ครอบคลุมทุกช่วงราคา
หาที่พักในดูไบ

ดูไบ เป็นเมืองที่มีร้านอาหารและคาเฟ่ให้เลือกมากจนเลือกไม่ถูก ตั้งแต่อาหารท้องถิ่นขึ้นชื่อ สตรีทฟู้ดริมทาง คาเฟ่บรรยากาศดี ไปจนถึงร้านไฟน์ไดนิ่งระดับรางวัล บทความนี้ทีมเราอ่านรีวิวจริงมาเป็นร้อย แล้วคัดเฉพาะ 10 ร้านที่ดีที่สุดในดูไบ ที่คุ้มค่าแก่การไปลองจริง ๆ — แต่ละร้านเราสรุปให้ครบทั้งเมนูเด่น จุดเด่นและข้อควรรู้ ช่วงราคาต่อคน เวลาเปิด–ปิด ทำเล และช่องทางจอง พร้อมรูปจริงของร้าน ให้คุณวางแผนมื้ออร่อยในทริปได้ง่าย ๆ ไม่ว่าจะงบไหนหรือชอบกินสไตล์ใด และถ้ากำลังมองหาที่พักทำเลดีใกล้ร้านเด็ดเหล่านี้ เราคัดโรงแรมแนะนำพร้อมเทียบราคามาให้ด้วยเลย

1

🌟Trèsind Studio · Tresind Studio

📍 Palm Jumeirah Modern Indian fine dining ฿฿฿฿
🕐 เวลาเปิดอังคาร–เสาร์ สองรอบ 18:00 และ 21:15 น. · ปิดวันอาทิตย์
💴 ราคา/คนราว 1,350 ดิรฮัม/คน (~13,500 บาท) สำหรับเซ็ตชิม ยังไม่รวมเครื่องดื่ม
⭐ รีวิวTripAdvisor 4.5/5 (ราว 2,000 รีวิว) · 3 ดาวมิชลิน
📍 ที่อยู่St. Regis Gardens, The Palm Jumeirah, Dubai
🍽️ เมนูเด่นรถเข็นชาต (chaat trolley)วากิวทรัฟเฟิลคอร์มาปานีปูรีมะขวิดเซ็ตชิมสี่ภูมิภาคอินเดีย

ถ้าถามเรา นี่คือร้านที่พลิกโฉมอินเดียนไฟน์ไดนิ่งทั้งวงการ — ปี 2025 มันคว้า 3 ดาวมิชลิน กลายเป็นร้านอาหารอินเดียร้านแรกของโลกที่ทำได้ แถมติดอันดับ 27 ของ World's 50 Best 2025 และที่ 3 ของ MENA 2026 เชฟ Himanshu Saini เสิร์ฟเซ็ตเซอร์ไพรส์ที่พาลิ้มรสอินเดียครบสี่ภูมิภาคผ่านเมนูโมเดิร์นอย่างรถเข็นชาต (chaat trolley) ที่กลายเป็นตำนาน วากิวทรัฟเฟิลคอร์มา และปานีปูรีมะขวิด ในห้องเล็กๆ เพียง 20 ที่นั่งต่อรอบ หน้าครัวเปิด บรรยากาศใกล้ชิดสุดๆ

เคล็ดลับ: มีแค่ 20 ที่นั่งต่อรอบ (สองรอบ 18:00 และ 21:15 น.) โต๊ะเต็มเร็วมาก ควรจองล่วงหน้าหลายสัปดาห์ผ่าน OpenTable หรือติดต่อร้านโดยตรง เมนูเป็นเซ็ตชิมเซอร์ไพรส์อย่างเดียว ราคาราว 1,350 ดิรฮัม/คน (~13,500 บาท) ยังไม่รวมไวน์แพร์ริ่ง เผื่อเวลา 2.5–3 ชั่วโมง อยู่ที่ St. Regis Gardens บนปาล์มจูไมราห์ ไม่มีสถานีเมโทรใกล้ ควรนั่งแท็กซี่หรือขับรถไป

✅ ข้อดี
  • 3 ดาวมิชลิน อินเดียนร้านแรกของโลก
  • งานพลานติ้งและครีเอทิวิตี้ระดับโลก
  • บริการอบอุ่น ใส่ใจ ไม่เกร็ง
  • ห้องเล็กใกล้ชิด หน้าครัวเปิด
⚠️ ข้อสังเกต
  • ต้องจองล่วงหน้าหลายสัปดาห์
  • ราคาสูง เซ็ตเดียวเท่านั้น
  • บางรีวิวติงว่าคอนเซ็ปต์เยอะจนดูโชว์
2

🍒Orfali Bros Bistro

📍 Wasl 51, Jumeirah Creative Middle Eastern / Syrian ฿฿฿
🕐 เวลาเปิดรอบค่ำอย่างเดียว ราว 20:00–23:00 ทุกวัน (หลังรีโนเวตต้นปี 2026)
💴 ราคา/คนเซตชิม 13 คอร์สราว 850 ดิรฮัม/คน (ประมาณ 8,500 บาท)
⭐ รีวิวTripAdvisor 4.8
📍 ที่อยู่Wasl 51 Mall, Al Wasl Rd, Jumeirah 1, Dubai
🍽️ เมนูเด่นCorn Bomb (พาร์เมซานบ่ม 36 เดือน)Orfali Bayıldi (มะเขือยาวมักดูส + มูฮัมมารา)Kebab bel Karaz (เคบับวากิว ซอสเชอร์รีเปรี้ยว)Umami Éclair

ร้านของสามพี่น้องออร์ฟาลีที่อพยพจากอเลปโป ซีเรีย มาปักหลักที่ดูไบ แล้วปั้นจนคว้าดาวมิชลินหนึ่งดวงและเคยขึ้นอันดับ 1 ของ MENA's 50 Best สิ่งที่ทำให้ที่นี่พิเศษคือการหยิบรสเลแวนต์คุ้นเคยมาเล่าใหม่ผ่านเทคนิคฝรั่งเศสและความละเอียดแบบญี่ปุ่น จานที่คนพูดถึงไม่หยุดคือ Corn Bomb ที่ใช้พาร์เมซานบ่ม 36 เดือน, Orfali Bayıldi มะเขือยาวหมักแบบมักดูส และ Kebab bel Karaz เคบับวากิวราดซอสเชอร์รีเปรี้ยว แต่ละจานมาพร้อมเรื่องเล่าจากทีมงานที่เสิร์ฟ

เคล็ดลับ: จองล่วงหน้าเป็นสิ่งจำเป็น ที่นั่งน้อยและคิวยาว walk-in มักถูกปฏิเสธ จองผ่านระบบ SevenRooms บนเว็บร้านได้เลย เมนูหลักเป็นเซตชิม OG Menu ราว 395 ดิรฮัม/คน และ Voyage Menu ราว 850 ดิรฮัม/คน (ประมาณ 3,900-8,500 บาท) ร้านอยู่ใน Wasl 51 Mall ถนน Al Wasl ย่าน Jumeirah 1 นั่งแท็กซี่สะดวกกว่ารถไฟฟ้าเพราะไม่มีสถานีเมโทรใกล้ ปิดวันอังคาร วันอาทิตย์มีรอบกลางวันเพิ่ม

✅ ข้อดี
  • ครีเอทีฟจัดจ้าน รสเลแวนต์เล่าใหม่แบบมีชั้นเชิง
  • บริการอบอุ่น มีเรื่องเล่าประกอบทุกจาน
  • ดาวมิชลิน + เคยที่ 1 MENA's 50 Best
  • คุ้มค่าเมื่อเทียบกับไฟน์ไดนิ่งดาวมิชลินร้านอื่น
⚠️ ข้อสังเกต
  • จองยากมาก ที่นั่งน้อย
  • พื้นที่ร้านเล็ก
  • เป็นเซตชิมเป็นหลัก ไม่ค่อยยืดหยุ่นสำหรับสั่งตามใจ
3

🍣Zuma Dubai

📍 DIFC Contemporary Japanese izakaya ฿฿฿฿
🕐 เวลาเปิดอาทิตย์-ศุกร์ 12:00-15:30, เสาร์-อาทิตย์เริ่มบ่าย · ดินเนอร์ทุกวัน 18:30 ถึงเที่ยงคืน (พฤ-เสาร์ ถึงตี 1) · บาร์ถึงตี 2
💴 ราคา/คนราว 350-700 ดิรฮัม/คน (ประมาณ 3,000-6,600 บาท)
⭐ รีวิวTripAdvisor 4.4/5 (~3,300 รีวิว) · Michelin Guide Dubai (Selected)
📍 ที่อยู่Gate Village 06, Podium Level, DIFC · เดินจากสถานี Emirates Towers ~5 นาที
🍽️ เมนูเด่นปลาหิมะหมักมิโสะย่าง (black cod miso)เนื้อสันในผัดเผ็ดซาชิมิหางเหลืองพอนสึทรัฟเฟิลของย่างจากเตาโรบาตะ

เปิดตั้งแต่ปี 2008 และกลายเป็นหมุดนัดพบของนักธุรกิจ DIFC จนถึงวันนี้ Zuma เป็นญี่ปุ่นร่วมสมัยสไตล์อิซากายะที่เสิร์ฟจานเล็กมาแชร์กันเป็นซีเควนซ์ พื้นที่สามชั้นแบ่งเป็นซูชิเคาน์เตอร์ เตาโรบาตะ และบาร์ค็อกเทลที่คึกคักถึงตี 2 ซิกเนเจอร์ที่ทุกโต๊ะสั่งคือปลาหิมะหมักมิโสะย่างจนหวานนุ่ม เนื้อสันในผัดเผ็ด และซาชิมิหางเหลืองราดพอนสึทรัฟเฟิล ได้รับเลือกเข้า Michelin Guide Dubai และถือเป็นหนึ่งในร้านญี่ปุ่นที่ดังที่สุดของเมือง ถ้าถามเรา จุดเด่นคือรสชาติที่คงเส้นคงวากับบรรยากาศหรูแต่มีชีวิตชีวา

เคล็ดลับ: จองล่วงหน้าเสมอผ่าน SevenRooms โดยเฉพาะดินเนอร์และช่วงสุดสัปดาห์ที่เต็มเร็ว มื้อกลางวันเงียบกว่าและคุ้มกว่ามากถ้าอยากลองบรรยากาศ สั่งปลาหิมะมิโสะ เนื้อสันในผัดเผ็ด และของย่างจากโรบาตะเป็นหลัก งบราว 350-700 ดิรฮัม/คน (ราว 3,000-6,600 บาท) ยิ่งสั่งค็อกเทลยิ่งบวก มีดรสโค้ดสุภาพ ห้ามกางเกงขาสั้น-รองเท้าแตะ อยู่ Gate Village ใน DIFC เดินจากสถานีรถไฟใต้ดิน Emirates Towers ราว 5 นาที

✅ ข้อดี
  • ปลาหิมะมิโสะซิกเนเจอร์ที่คงคุณภาพ
  • บรรยากาศหรูแต่คึกคักมีชีวิตชีวา
  • ค็อกเทลและบาร์ระดับรางวัล
  • ทำเลใจกลาง DIFC เดินจากรถไฟใต้ดินได้
⚠️ ข้อสังเกต
  • ราคาสูง ยิ่งสั่งค็อกเทลยิ่งบาน
  • ต้องจองล่วงหน้า ช่วงพีคเต็มเร็ว
  • มีดรสโค้ดสุภาพ ห้ามขาสั้น-รองเท้าแตะ
4

🐠Ossiano

📍 Atlantis The Palm Seafood fine dining (underwater) ฿฿฿฿
💴 ราคา/คนราว AED 1,250/คน (คอร์สชิม 9 จาน เมื่อเปิดปกติ)
⭐ รีวิวTripadvisor 4.5 (ราว 1,757 รีวิว) · Michelin 1 ดาว
📍 ที่อยู่Atlantis The Palm, Palm Jumeirah, Dubai (ไม่มีรถไฟฟ้าถึงตรง)
🍽️ เมนูเด่นคอร์สชิมซีฟู้ดตามฤดูกาลKing Crab กับ lobster chawanmushiCaviarLobster bisque

นี่คือห้องอาหารใต้น้ำในตำนานของ Atlantis The Palm ที่ผนังทั้งด้านเป็นกระจกมองเข้าไปใน Ambassador Lagoon ปลาฉลาม กระเบน และสัตว์ทะเลกว่า 65,000 ตัวว่ายผ่านโต๊ะคุณจริงๆ ระหว่างมื้อ Ossiano ได้ดาวมิชลิน 1 ดวงจากคอร์สซีฟู้ดสร้างสรรค์ที่เชฟ Grégoire Berger วางรากฐานไว้ รีวิวชื่นชมตรงกันเรื่องเทคนิคจัดจาน การจับคู่รสที่กล้าแต่บาลานซ์ และบริการที่เนียนจนแทบไม่รู้สึกตัว บรรยากาศแบบนี้หาที่ไหนในดูไบไม่ได้อีกแล้ว จึงเป็นหมุดหมายมื้อพิเศษระดับ once-in-a-lifetime ของนักชิมทั่วโลก

เคล็ดลับ: สำคัญมาก: ตั้งแต่เมษายน 2026 Atlantis พัก Ossiano ชั่วคราวเพื่อปรับคอนเซปต์/เมนู ยังไม่ประกาศวันเปิดใหม่ ตรวจสถานะกับโรงแรมก่อนวางแผนเสมอ เมื่อเปิดปกติจะเสิร์ฟเฉพาะคอร์สชิม 9 จานตอนค่ำ ราคาราว AED 1,250 ต่อคน (เฉพาะอาหาร) โต๊ะติดกระจกจองยากสุด ควรจองล่วงหน้าหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน มี dress code smart ให้แต่งเรียบร้อย อยู่ปลายเกาะ Palm Jumeirah ในตัว Atlantis ควรนั่งแท็กซี่หรือรถโรงแรม เพราะไม่มีรถไฟฟ้าถึงตรง

✅ ข้อดี
  • ห้องอาหารใต้น้ำวิวตู้ปลา 65,000 ตัว หาที่ไหนไม่ได้
  • ดาวมิชลิน 1 ดวง คอร์สซีฟู้ดเทคนิคสูง
  • บริการเนียน มืออาชีพ เอาใจใส่
  • มื้อพิเศษระดับ once-in-a-lifetime
⚠️ ข้อสังเกต
  • พักให้บริการชั่วคราวตั้งแต่เม.ย. 2026 เช็กสถานะก่อน
  • ราคาสูงมาก คอร์สราว AED 1,250/คน
  • โต๊ะติดกระจกต้องจองล่วงหน้าหลายเดือน
5

🍋La Petite Maison

📍 DIFC French-Mediterranean (Niçoise) ฿฿฿฿
🕐 เวลาเปิดจันทร์–พฤหัส 12:00–15:30 และ 18:00–23:30 · ศุกร์ 12:00–16:00 และ 18:00–23:30 · เสาร์–อาทิตย์ 12:30–16:00 และ 18:00–23:30 (บาร์เปิดทุกวัน 12:00–01:00)
💴 ราคา/คนราว AED 300-500+/คน มื้อค่ำ (ราว 2,900-4,900 บาท) · มื้อกลางวันราว AED 200-250/คน
⭐ รีวิวGoogle 4.5 (2,300+) · TripAdvisor 4.5 (1,465)
📍 ที่อยู่Gate Village 8, DIFC · ใกล้สถานีเมโทร Financial Centre
🍽️ เมนูเด่นเอสการ์โกกระเทียม-พาร์สลีย์ไก่อบมะนาว-กระเทียมบูราตาสลัดกราแตงโดฟินัวส์

LPM (ย่อจาก La Petite Maison) เปิดใน DIFC ตั้งแต่ปี 2010 และกลายเป็นห้องอาหารในตำนานของย่านการเงินดูไบ อาหารเป็นสไตล์ French Riviera–เมดิเตอร์เรเนียนแบบนีซ เสิร์ฟกลางโต๊ะแบบแบ่งกันกินในบรรยากาศบราสเซอรีเพดานสูง สว่าง ครัวเปิด และเสียงพูดคุยครึกครื้น ไม่มีเมนูของหวานเป็นเล่ม—พนักงานเข็นถาดมาให้เลือกตรงโต๊ะ เอสการ์โกกระเทียม-พาร์สลีย์ถูกยกให้เป็นจานเด่นที่หลายรีวิวเรียกว่าดีที่สุดในเมือง ร้านติดทั้ง Michelin Guide และ MENA's 50 Best และเคยได้ตำแหน่ง Restaurant of the Decade จาก Time Out Dubai

เคล็ดลับ: ร้านดังมากและที่นั่งเต็มเร็ว—จองล่วงหน้าหลายวันผ่าน SevenRooms โดยเฉพาะมื้อค่ำและสุดสัปดาห์ มื้อกลางวันเงียบกว่าและคุ้มกว่า (ราว AED 200-250/คน) ส่วนมื้อค่ำสั่งซิกเนเจอร์กับไวน์รวมราว AED 300-500+/คน สั่งแบบแชร์กลางโต๊ะ: เริ่มด้วยเอสการ์โกและบูราตา ตามด้วยไก่อบมะนาว-กระเทียมและกราแตงโดฟินัวส์ ปิดท้ายด้วยถาดของหวาน อยู่ Gate Village 8 ใน DIFC ใกล้สถานีเมโทร Financial Centre

✅ ข้อดี
  • เอสการ์โกซิกเนเจอร์ที่หลายรีวิวยกว่าดีที่สุดในเมือง
  • บรรยากาศบราสเซอรีสว่างและมีชีวิตชีวา
  • เสิร์ฟกลางโต๊ะแบ่งกันกิน เหมาะมาเป็นกลุ่ม
  • การันตีด้วย Michelin Guide + MENA's 50 Best
⚠️ ข้อสังเกต
  • จองยาก ต้องล่วงหน้าหลายวัน
  • ราคาสูง มื้อค่ำแตะ AED 300-500+/คน
  • ช่วงพีคเสียงดังและแน่น
6

🏮Al Fanar Restaurant & Café · Al Fanar Restaurant and Cafe

📍 Al Seef / Dubai Festival City Emirati ฿฿
🕐 เวลาเปิดทุกวัน ราว 9:30–23:00
💴 ราคา/คนราว 1,400-2,400 บาท/คน (150-250 ดีแรห์ม, มื้อเย็น)
⭐ รีวิวGoogle 4.5 (~2,682)
📍 ที่อยู่Al Seef Heritage Village, ริมคลอง Dubai Creek · สถานีเมโทร Al Fahidi/Al Ghubaiba
🍽️ เมนูเด่นมัจบูส (ข้าวหมกเครื่องเทศ)ถาดซีฟู้ดย่างลูไกมัตราดน้ำเชื่อมอินทผลัมชาการัก

ถ้าอยากรู้ว่าอาหาร "เอมิเรตส์" แท้ๆ หน้าตาเป็นยังไง ที่นี่คือคำตอบ — Al Fanar เปิดปี 2011 ในฐานะร้านอาหารเอมิเรตส์แท้เจ้าแรกของดูไบ และสาขา Al Seef ก็ได้เข้า Michelin Guide 2025 (Selected) สิ่งที่ทำให้เราคัดร้านนี้คือบรรยากาศ: ตั้งอยู่ในหมู่บ้านมรดก Al Seef ริมคลอง Dubai Creek จำลองบ้านเมืองดูไบยุคก่อนน้ำมัน มีเรือไม้ลอยผ่าน โคมไฟ กำแพงปูนเก่า เมนูซิกเนเจอร์อย่างมัจบูส (ข้าวหมกเครื่องเทศ) เจชีด ถาดซีฟู้ดย่าง และลูไกมัต (โดนัทจิ๋วราดน้ำเชื่อมอินทผลัม) ปิดท้ายด้วยชาการัก เป็นการชิมวัฒนธรรมท้องถิ่นจริงๆ ไม่ใช่แค่ร้านอาหารตะวันออกกลางทั่วไป

เคล็ดลับ: เดินทางง่ายจากสถานีเมโทร Al Fahidi หรือ Al Ghubaiba แล้วเดินเข้าย่าน Al Seef ริมคลอง เปิดทุกวันประมาณ 9:30–23:00 ช่วงเย็นวันหยุดสุดสัปดาห์คนแน่น แนะนำโทรจองล่วงหน้า (+971 4 396 6669) หรือจองผ่านเว็บร้าน—walk-in ได้แต่อาจต้องรอ นั่งริมระเบียงมองเรือจะฟินสุด งบราว 150–250 ดีแรห์ม/คน (ราว 1,400–2,400 บาท) สั่งมัจบูส ถาดซีฟู้ดแบ่งกัน แล้วปิดด้วยลูไกมัตกับชาการัก อย่าพลาด

✅ ข้อดี
  • อาหารเอมิเรตส์แท้หายาก เข้า Michelin Guide 2025
  • ทำเลริมคลอง Dubai Creek บรรยากาศดูไบเก่า
  • ซีฟู้ดสด บริการเป็นกันเอง
  • เหมาะไปเป็นครอบครัว มีที่นั่งกลางแจ้ง
⚠️ ข้อสังเกต
  • ช่วงเย็นวันหยุดคนเยอะ อาจต้องรอ
  • ไม่มีจองผ่าน OpenTable ต้องโทร/เว็บร้านเอง
7

🫖Arabian Tea House

📍 Al Fahidi Historical District Emirati café / tea house ฿฿
🕐 เวลาเปิดเปิดทุกวัน 07:00–23:00
💴 ราคา/คนราว 225 AED/สองคน (ราว 2,200 บาท) หรือชุดมื้อเช้าราว 85 AED/คน
⭐ รีวิวGoogle 4.8 (19,000+)
📍 ที่อยู่Al Fahidi Street, Bastakiya, Bur Dubai · สถานีเมโทร Al Fahidi
🍽️ เมนูเด่นSpecial Emirati Breakfast Trayบาลาลีต (Balaleet)มัคบูสปลา (Fish Machboos)ลุไกมัต (Luqaimat)

ซ่อนตัวอยู่ในลานบ้านเก่าย่านประวัติศาสตร์ Al Fahidi (Bastakiya) ร้านนี้เปิดมาตั้งแต่ปี 1997 และกลายเป็นหมุดหมายอันดับต้นๆ ของคนที่อยากลองอาหารเอมิเรตแท้ๆ จุดขายคือบรรยากาศ — โต๊ะไม้ เก้าอี้หวายทาสีขาว ผ้าคลุมลายพื้นเมือง ใต้ร่มไม้และผนังบ้านปะการังเก่า ให้ความรู้สึกเหมือนนั่งจิบชาในดูไบยุคก่อนตึกระฟ้า เมนูขึ้นชื่อคือ Special Emirati Breakfast Tray ที่รวมบาลาลีต ชีส ถั่ว แยม และขนมพื้นเมืองไว้ในถาดเดียว คู่กับชาสมุนไพรให้เลือกหลายสิบชนิด เป็นร้านที่ทั้งนักท่องเที่ยวและคนดูไบเองยกให้เป็นประสบการณ์วัฒนธรรมมากกว่าแค่มื้ออาหาร

เคล็ดลับ: ไปช่วงเช้าเพื่อสั่งชุด Emirati Breakfast Tray (ราว 85 AED) เป็นไฮไลต์ที่ต้องลอง หรือช่วงบ่ายมานั่งจิบชาชิลๆ เลี่ยงแดดเที่ยง มื้อสองคนตกราว 225 AED เมนูแนะนำอื่นคือมัคบูสปลา ฮารีส และของหวานลุไกมัต ร้านเป็นที่นิยมมากช่วงสุดสัปดาห์ ควรจองล่วงหน้าผ่านเว็บร้าน อยู่ในย่าน Al Fahidi เดินจากสถานีเมโทร Al Fahidi (สายสีเขียว) ราว 5–10 นาที หรือใกล้ Dubai Museum

✅ ข้อดี
  • บรรยากาศบ้านเก่า Bastakiya ถ่ายรูปสวย
  • อาหารเอมิเรตแท้ ราคาคุ้ม
  • พอร์ชันใหญ่ ชาให้เลือกหลากหลาย
  • บริการเป็นมิตร
⚠️ ข้อสังเกต
  • คิวยาว/แน่นช่วงสุดสัปดาห์และมื้อเช้า
  • ที่นั่งกลางแจ้งร้อนช่วงกลางวันหน้าร้อน
  • ควรจองล่วงหน้า
8

🍛Ravi Restaurant

📍 Satwa Pakistani / North Indian ฿
🕐 เวลาเปิดราว 12:00–02:00 ทุกวัน (เปิดยาวถึงดึก)
💴 ราคา/คนถูกมาก ราวคนละไม่กี่ร้อยบาท
⭐ รีวิวGoogle 4.0 (7,000+ รีวิว), TripAdvisor 4.2
📍 ที่อยู่8 9th St, Al Satwa · ใกล้สถานี World Trade Centre (ราว 2 กม.)
🍽️ เมนูเด่นMutton PeshawariChicken TikkaDal Fryโรตีอบสด

ตำนานร้านปากีสถานของดูไบที่เปิดในย่านซัตวามาตั้งแต่ปี 1978 — เริ่มจากร้านเล็กๆ ของครอบครัวชาวลาฮอร์ แล้วกลายเป็นหมุดหมายที่ทั้งคนงาน คนท้องถิ่น และนักท่องเที่ยวหลั่งไหลมา เสน่ห์ของที่นี่คือความ 'no-frills' จริงๆ โต๊ะพลาสติก โต๊ะรวม บรรยากาศแบบ Old Dubai ที่หาไม่ได้แล้วในดูไบยุคหรู แต่รสชาติจัดจ้านถึงเครื่อง เมนูที่รีวิวยกให้เป็นพระเอกคือ Mutton Peshawari เนื้อแกะเปื่อยนุ่มกับเครื่องเทศหอมเข้ม เสิร์ฟคู่โรตีร้อนๆ อบสดจากเตา ร้านนี้ดังจนแอนโธนี บอร์เดนเคยแวะมาถ่ายทำ ทำให้ชื่อ Ravi's ติดหูนักเดินทางทั่วโลก

เคล็ดลับ: ราคาถูกจนน่าตกใจ มื้อสำหรับสองคนมักจบราวหลักร้อยดีแรห์มต้นๆ (คนละไม่กี่ร้อยบาท) จุดที่ต้องรู้: รับเงินสดเท่านั้น เตรียมแบงก์ไปให้พอ ไม่รับจองล่วงหน้า เดินเข้าได้เลย ช่วงค่ำถึงดึกคนเยอะและอาจต้องรอโต๊ะ ร้านเปิดยาวถึงตี 2 เหมาะแวะมื้อดึก สั่ง Mutton Peshawari, Chicken Tikka, Dal Fry กับโรตีร้อนๆ ไว้ก่อนไม่พลาด ทำเลอยู่ซัตวา สถานีรถไฟใต้ดินที่ใกล้สุดคือ World Trade Centre แต่ไกลราว 2 กม. นั่งแท็กซี่สะดวกกว่า

✅ ข้อดี
  • รสชาติจัดจ้านถึงเครื่อง ออเทนติกปากีสถาน
  • ราคาถูกมาก คุ้มค่าสุดๆ
  • บรรยากาศ Old Dubai ตำนานตั้งแต่ปี 1978
  • เปิดยาวถึงตี 2 แวะมื้อดึกได้
⚠️ ข้อสังเกต
  • รับเงินสดเท่านั้น
  • ร้านเรียบง่ายแบบโรงอาหาร แน่นช่วงค่ำ
  • บางเมนูหมดเป็นบางช่วง
9

🍢Al Ustad Special Kabab

📍 Bur Dubai (Mankhool) Iranian kebab house ฿
🕐 เวลาเปิดเสาร์–พฤหัส 11:00–24:00 · ศุกร์ 17:30–24:00
💴 ราคา/คนราว 250–400 บาท/คน (~30 ดิรฮัม)
⭐ รีวิวTripAdvisor 4.4 (382 รีวิว)
📍 ที่อยู่Al Mussallah Rd, Al Hamriya, Bur Dubai · ใกล้สถานีเมโทร Al Fahidi
🍽️ เมนูเด่นSpecial Kabab (เคบับไก่หมักโยเกิร์ต)เคบับเนื้อแกะJoojeh Kabab ไก่หญ้าฝรั่น

ร้านเคบับอิหร่านเปิดตั้งแต่ปี 1978 ในบูร์ดูไบ นับเป็นร้านอิหร่านที่เก่าแก่ที่สุดของเมือง บริหารกันมาแบบครอบครัว พระเอกคือเคบับไก่หมักโยเกิร์ตกับมะนาว (Special Kabab / Kabab Khas) เนื้อนุ่มฉ่ำ เสิร์ฟคู่ข้าวหุงเหลืองหอมและซอสสูตรร้าน สิ่งที่ทำให้คนจำได้ไม่ใช่แค่รสชาติ แต่คือผนังที่แปะรูปแขกคนดัง ทั้งเชื้อพระวงศ์ดูไบ ดาราบอลลีวูดและนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่มาถ่ายกับผู้ก่อตั้งผู้ล่วงลับ Mohammed Al Ansari รวมถึงโต๊ะกระจกที่อัดแบงก์เงินจากหลายประเทศไว้ข้างใน เป็นบรรยากาศบ้านๆ อบอุ่นที่หาไม่ได้ในดูไบยุคหรู

เคล็ดลับ: ราคาถูกมากเมื่อเทียบกับดูไบ เฉลี่ยราวคนละ 30 ดิรฮัม (ประมาณ 300 บาท) สั่ง Special Kabab ไก่หมักโยเกิร์ตเป็นหลัก เสริมด้วยเคบับเนื้อแกะหรือ joojeh ไก่หญ้าฝรั่น ร้านเล็กและคนแน่นช่วงค่ำ อาจต้องรอโต๊ะ ไปช่วงเปิดใหม่หรือหลังทุ่มครึ่งจะสบายกว่า เปิดเสาร์–พฤหัส 11 โมงเช้าถึงเที่ยงคืน ส่วนวันศุกร์เปิดบ่ายห้าโมงครึ่ง (ปิดช่วงเที่ยงวันศุกร์) อยู่ถนน Al Mussallah ย่าน Al Hamriya/Mankhool เดินจากสถานีเมโทร Al Fahidi ได้

✅ ข้อดี
  • เคบับไก่หมักโยเกิร์ตนุ่มฉ่ำ รสเป็นเอกลักษณ์
  • ราคาถูกมากสำหรับดูไบ
  • บรรยากาศตำนานผนังรูปคนดัง
  • เสิร์ฟไว พนักงานเป็นกันเอง
⚠️ ข้อสังเกต
  • ร้านเล็ก คนแน่นช่วงค่ำ อาจต้องรอโต๊ะ
  • ปิดช่วงเที่ยงวันศุกร์
  • ที่นั่งเรียบง่าย ไม่ใช่ร้านหรู
10

The Espresso Lab

📍 Dubai Design District (d3) Specialty coffee café ฿฿
🕐 เวลาเปิดเปิดทุกวัน ตั้งแต่เช้า (~07:00) ถึงค่ำ — เวลาปิดต่างกันตามแหล่ง แนะนำเช็ก Google Maps ก่อนไปช่วงดึก
💴 ราคา/คนราว 150-350 บาท/คน (กาแฟ + ของทานเล่น)
⭐ รีวิวGoogle 4.4 (1,764)
📍 ที่อยู่Unit 8, Building 7, Dubai Design District (d3), Zaabeel · เดินทางด้วยแท็กซี่สะดวกสุด
🍽️ เมนูเด่นV60 single origin (Ethiopian/Panama)Flat whiteMatcha latteZa'atar-labneh cruffin

ปิดท้ายลิสต์ด้วยร้านกาแฟ specialty ที่คนดูไบสายกาแฟจริงจังยกให้เป็นเบอร์ต้นๆ ของเมือง The Espresso Lab คั่วเมล็ดเอง และทีมบาริสต้าเคยคว้าแชมป์เวที UAE Barista & Brewers Championship มาแล้วหลายสมัย สาขาในย่านดีไซน์ Dubai Design District (d3) เป็นห้องโปร่งโทนเทา-ขาวมินิมอลกลางตึกครีเอทีฟ บรรยากาศเงียบนิ่งเหมาะนั่งจิบยาวหรือหอบงานมาทำ จุดขายคือกาแฟ filter อย่าง V60 เมล็ด Ethiopian/Panama ที่รีวิวชมเรื่องกลิ่นผลไม้สดใส เสิร์ฟแบบให้เกียรติเมล็ด ไม่มีน้ำตาลบนโต๊ะ เป็นร้านสำหรับคนที่อยากชิมกาแฟตามคาแรกเตอร์จริงของมัน

เคล็ดลับ: แวะช่วงสายๆ ถึงบ่ายจะได้บรรยากาศสงบสุด ไม่ต้องจอง เดินเข้าได้เลย ถ้าเป็นครั้งแรกอาจหาทางเข้ายากนิดหน่อยเพราะอยู่ในตึก Building 7 ของ d3 (มีที่นั่งด้านนอกด้วย) สั่งได้ไม่พลาดคือ cold/hot V60 เมล็ด single origin, flat white, matcha latte ส่วนของทานเล่นที่คนพูดถึงคือ cruffin ซาตาร์-ลาบเนห์ กับ tiramisu กาแฟแก้วละหลักร้อยต้นๆ (ราว 150-300 บาท) เดินทางสะดวกด้วยแท็กซี่/ราคาเดินทางเข้าออก d3 สถานีรถไฟไม่ได้อยู่ติด

✅ ข้อดี
  • กาแฟ filter/V60 single origin คุณภาพระดับแชมป์บาริสต้า
  • คั่วเมล็ดเอง คาแรกเตอร์กาแฟชัด
  • บรรยากาศมินิมอลเงียบ เหมาะนั่งทำงาน
  • มีเบเกอรี่เด่นอย่าง cruffin ซาตาร์-ลาบเนห์
⚠️ ข้อสังเกต
  • ห้องมินิมอลเสียงก้อง ช่วงคนเยอะอาจไม่เงียบ
  • หาทางเข้าครั้งแรกงงเล็กน้อย
  • ไม่มีสถานีรถไฟติดร้าน ต้องนั่งแท็กซี่

คำถามที่พบบ่อย

จองร้านดังหรือร้านยอดนิยมในดูไบต้องทำยังไง?

ร้านยอดนิยมและร้านระดับมิชลินหลายแห่งต้องจองล่วงหน้า บางร้านจองผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ (เช่น TableCheck) หรือให้โรงแรมช่วยติดต่อให้ ดูช่องทางจองของแต่ละร้านได้ในลิสต์ด้านบน

กินร้านอาหารในดูไบควรเตรียมงบเท่าไหร่ต่อคน?

มีตั้งแต่สตรีทฟู้ดและร้านท้องถิ่นราคาย่อมเยา ไปจนถึงไฟน์ไดนิ่งระดับหลักพันถึงหลักหมื่น เราระบุช่วงราคาต่อคนไว้ในทุกร้าน เพื่อให้เลือกตามงบได้ง่าย

อยากตระเวนกินหลายร้านในดูไบ ควรพักย่านไหน?

เลือกโรงแรมใจกลางเมืองหรือใกล้ย่านร้านอาหารที่สนใจ จะเดินทางไปกินสะดวกกว่า — เราคัดโรงแรมแนะนำพร้อมเทียบราคา Agoda · Booking · Trip.com ไว้ท้ายบทความ

ข้อมูลร้านในบทความนี้อัปเดตล่าสุดเมื่อไหร่?

เราอัปเดตข้อมูลเป็นระยะและอ้างอิงจากแหล่งรีวิวจริง (เช่น Michelin, Tabelog, TripAdvisor) แต่ราคาและเวลาเปิด-ปิดอาจเปลี่ยนแปลง แนะนำเช็กกับร้านอีกครั้งก่อนไป

หมายเหตุ: ร้านทั้งหมดคัดจากแหล่งรีวิวจริง (Michelin · TripAdvisor · เว็บร้าน) ราคาและเวลาเปิดอาจเปลี่ยนแปลง แนะนำเช็กก่อนไป

T
ทีมรีวิว TopOfHotel

TopOfHotel คือทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการคัดเลือกและรีวิวโรงแรม ทำงานมาตั้งแต่ปี 2017 — เราคัดกรองและประเมินโรงแรมจากข้อมูลรอบด้านอย่างตั้งใจและจริงใจ ไม่รับเงินแลกอันดับ เพื่อให้คุณเลือกที่พักได้ดีที่สุด

🏨 ดูที่พักดูไบ เทียบราคา 3 เว็บ →