ออร์เฮอิอุล เวคิ หรือ Old Orhei คือสุดยอดแลนด์มาร์กของมอลโดวา อยู่ห่างจากกรุงคีชีเนาแค่ราว 50 นาที เป็นหุบเขาหินปูนที่แม่น้ำเรอุตกัดเซาะเป็นโค้งงดงาม ซ้อนทับด้วยประวัติศาสตร์กว่า 2,000 ปี ทั้งป้อมเกตา-ดาเซีย เมืองยุคโกลเดนฮอร์ด และวัดถ้ำที่ขุดเข้าไปในหน้าผา ที่นี่เล็กแต่อัดแน่น เดินเที่ยวได้ภายในครึ่งวันถึงหนึ่งวันเต็ม
#1 วัดถ้ำเปชเตรา (Peștera) · Peștera Cave Monastery
ไฮไลต์ตัวจริงของออร์เฮอิอุล เวคิ คือวัดถ้ำที่พระขุดเข้าไปในหน้าผาหินปูนตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 ตัวโบสถ์เล็ก ๆ และห้องนักบวชอยู่สูงจากผิวน้ำ 70-80 เมตร เดินลงบันไดจากหอระฆังด้านบนเข้าไปในถ้ำจะเจอโบสถ์ออร์โธดอกซ์ที่ยังใช้สวดมนต์อยู่จริง แล้วทะลุออกไปยืนริมหน้าผาชมวิวหุบเขาแบบเต็มตา จุดที่ขลังที่สุดคือความเงียบในถ้ำ ขอบอกตรง ๆ ว่าบันไดค่อนข้างชันและพื้นลื่นเวลาฝนตก ใส่รองเท้าผ้าใบกันลื่นไปจะดีกว่ารองเท้าแตะมาก ๆ
- แต่งตัวสุภาพ ผู้หญิงควรพกผ้าคลุมศีรษะ ห้ามใส่กางเกงขาสั้นเข้าโบสถ์
- ระวังบันไดหินชันและลื่น โดยเฉพาะหลังฝนตก
- ในถ้ำมืดและแคบ เปิดไฟฉายมือถือไว้จะเดินสะดวกกว่า
#2 โบสถ์เซนต์แมรี + หอระฆัง · Church of the Ascension of St Mary & Bell Tower
เดินเลยวัดถ้ำขึ้นไปบนสันเขาจะเจอโบสถ์ยอดแหลมคู่สีขาวอุทิศให้พระแม่มารี สร้างปี 1905 และเพิ่งบูรณะใหม่ ตั้งเด่นเป็นแลนด์มาร์กที่คุณเห็นในรูปโปสการ์ดทุกใบของออร์เฮอิอุล เวคิ ข้าง ๆ มีหอระฆังเก่าจากปี 1820 และกางเขนหินจากศตวรรษที่ 17-18 ที่ชาวบ้านถือว่าศักดิ์สิทธิ์ จุดนี้เป็นที่ถ่ายรูปยอดฮิตเพราะฉากหลังคือหุบเขาทั้งหมด มีนักท่องเที่ยวเล่าว่าเจองานแต่งงานท้องถิ่นพอดี บรรยากาศอบอุ่นมาก แต่ถ้ามีพิธีในโบสถ์ควรรอและไม่รบกวน
- เป็นโบสถ์ที่ใช้งานจริง หากมีพิธีกรรมให้เคารพและไม่ส่งเสียงดัง
- มุมถ่ายรูปสวยสุดอยู่ทางทิศตะวันออกของโบสถ์ ฉากหลังเป็นหุบเขา
- ลมบนสันเขาแรง พกแจ็กเก็ตบาง ๆ ไว้แม้หน้าร้อน
#3 จุดชมวิวสันเขาบูตูเชนี · Butuceni Promontory Viewpoint
ถ้าให้เลือกจุดเดียวที่ทำให้ทั้งทริปคุ้มค่า ผมยกให้สันเขาบูตูเชนีนี่แหละ สันหินปูนยาวราว 3 กิโลเมตรที่แม่น้ำเรอุตโค้งล้อมเกือบรอบ มองลงไปเห็นหมู่บ้าน ทุ่งนา และโค้งน้ำสีเขียวมรกตเป็นภาพเดียวกัน จุดชมวิวบางจุดเป็นหน้าผาเปิดโล่งไม่มีราวกั้น สวยจริงแต่ต้องระวังมาก โดยเฉพาะถ้าพาเด็กไปด้วย ช่วงพระอาทิตย์ตกแสงจะอาบหน้าผาหินเป็นสีทองสวยจนลืมหายใจ แนะนำให้เผื่อเวลานั่งเฉย ๆ ซึมซับบรรยากาศสักพัก
- หน้าผาบางจุดไม่มีราวกั้น อย่าเข้าใกล้ขอบเกินไปและดูแลเด็กใกล้ชิด
- พกน้ำดื่มไปเอง บนสันเขาไม่มีร้านขายของ
- ลมแรงและไม่มีร่มเงา หน้าร้อนควรมีหมวกและครีมกันแดด
#4 หุบเขาแม่น้ำเรอุต · Răut River Gorge
แม่น้ำเรอุตคือศิลปินตัวจริงที่ปั้นภูมิทัศน์ทั้งหมดนี้ มันคดเคี้ยวกัดเซาะหินปูนจนเกิดเป็นโค้งน้ำลึกและหน้าผาชัน บางจุดสูงเกือบ 90 องศา เป็นแม่น้ำที่ยาวที่สุดที่ไหลอยู่ในมอลโดวาทั้งสาย กิจกรรมยอดนิยมคือพายเรือคายัคเลียบหุบเขา เส้นทางมาตรฐานยาวราว 16.5 กิโลเมตร ใช้เวลา 5-6 ชั่วโมง ได้มุมมองหน้าผาจากด้านล่างที่ต่างจากบนสันเขาโดยสิ้นเชิง บอกตรง ๆ ว่าน้ำค่อนข้างเย็นและบริการคายัคมีจำกัด ควรจองล่วงหน้ากับเกสต์เฮาส์ในพื้นที่
- อยากพายคายัคต้องจองล่วงหน้าผ่านเกสต์เฮาส์หรือผู้ให้บริการในบูตูเชนี
- ฤดูที่น้ำเหมาะแก่การพายคือปลายฤดูใบไม้ผลิถึงต้นฤดูใบไม้ร่วง
- ถ้าไม่พายเรือ เดินเลียบริมน้ำชมวิวก็สวยและฟรี
#5 หมู่บ้านบูตูเชนี · Butuceni Village
บูตูเชนีคือหมู่บ้านมอลโดวาแบบดั้งเดิมที่ตั้งอยู่บนสันเขาเดียวกับวัดถ้ำ บ้านหินปูนสีขาว รั้วไม้ ถนนดินแคบ ๆ และสวนองุ่นทำให้รู้สึกเหมือนหยุดเวลาไว้เมื่อร้อยปีก่อน ที่นี่มีเกสต์เฮาส์แบบ eco-resort ที่เสิร์ฟอาหารมอลโดวาแท้จากวัตถุดิบในสวนตัวเอง พร้อมเวิร์กช็อปทำอาหารและดนตรีพื้นบ้าน ผมแนะนำให้ค้างคืนที่นี่สักคืนจริง ๆ เพราะตอนกลางวันนักท่องเที่ยวเยอะ แต่พอเย็นรถทัวร์กลับหมด หมู่บ้านจะเงียบสงบสวยอีกแบบ ข้อควรรู้คือร้านอาหารมีจำกัด ควรจองมื้อเย็นล่วงหน้า
- จองที่พักและมื้อเย็นล่วงหน้า ตัวเลือกในหมู่บ้านมีไม่มาก
- ลองสั่งอาหารพื้นบ้านอย่าง mămăligă และไวน์ท้องถิ่น
- ถนนเป็นดินและหิน รถเก๋งเตี้ยขับระวังหน่อย
#6 หมู่บ้านเทรบูเจนี · Trebujeni Village
เทรบูเจนีคือหมู่บ้านที่ชาวเมืองออร์เฮอิอุล เวคิ ย้ายมาตั้งถิ่นฐานเมื่อราวศตวรรษที่ 18 อยู่ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำจากบูตูเชนี วิวจากฝั่งเทรบูเจนีมองข้ามไปเห็นสันเขาและโบสถ์ยอดแหลมเป็นมุมคลาสสิกที่ช่างภาพชอบมาก หมู่บ้านนี้เงียบและท้องถิ่นกว่า มีเกสต์เฮาส์เล็ก ๆ และเป็นจุดเริ่มต้นเส้นทางเดินเท้า Butuceni-Piatra ที่เหมาะกับการดูนก เพราะในเขตนี้มีนกราว 100 ชนิด คิดเป็นหนึ่งในสามของนกทั้งหมดในมอลโดวา ขอเตือนว่าสิ่งอำนวยความสะดวกน้อยกว่าบูตูเชนี ควรเตรียมตัวมาให้พร้อม
- เป็นจุดถ่ายรูปสันเขาและโบสถ์จากระยะไกลที่สวยที่สุด
- เริ่มเส้นทางเดินดูนก Butuceni-Piatra ได้จากแถวนี้
- ร้านค้าและบริการมีน้อย เตรียมน้ำและของกินมาเอง
#7 ศูนย์นิทรรศการและพิพิธภัณฑ์โบราณคดี · Old Orhei Exhibition Centre & Archaeology Museum
ก่อนขึ้นสันเขา แวะเข้าศูนย์นิทรรศการใกล้สะพานสักครึ่งชั่วโมงจะช่วยให้เข้าใจสิ่งที่เห็นมากขึ้นเยอะ ที่นี่จัดแสดงของที่ขุดพบในพื้นที่ ทั้งเครื่องปั้นดินเผา เหรียญ หัวลูกศร และข้าวของยุคกลางศตวรรษที่ 14-16 รวมถึงเรื่องราวของป้อมเกตา-ดาเซีย เมืองยุคโกลเดนฮอร์ด และมัสยิดเก่า ที่นี่ยังขายแผนที่และคู่มือภาษาอังกฤษราคาไม่กี่สิบเลอูที่มีประโยชน์มากสำหรับเดินเที่ยวเอง บอกตรง ๆ ว่าพิพิธภัณฑ์ไม่ได้ใหญ่โต แต่คุ้มค่าเวลาเพราะทำให้กองหินที่ดูเหมือนธรรมดากลายเป็นเรื่องเล่าที่มีชีวิต
- ซื้อแผนที่และคู่มือภาษาอังกฤษที่นี่ก่อนขึ้นสันเขา ช่วยได้มาก
- เช็กเวลาเปิด-ปิดล่วงหน้า บางวันปิดเร็ว
- มีห้องน้ำและที่จอดรถบริเวณนี้ ใช้บริการก่อนเดินขึ้นเขา
#8 พิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ์ (บ้านชาวนาดั้งเดิม) · Ethnographic Museum (Traditional Peasant Household)
ในหมู่บ้านบูตูเชนีมีบ้านชาวนาเก่าที่ทำเป็นพิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ์ จัดแบบครัวเรือนมอลโดวาในศตวรรษที่ 19-20 ครบทั้งตัวบ้านหลัก ห้องใต้ดิน เตาอบผลไม้ และโรงสีข้าวแบบมือหมุน ผ้าปักลายและพรมทอมือทำให้เห็นวิถีชีวิตชนบทที่หาดูยากแล้วในปัจจุบัน ที่นี่เล็กและเรียบง่าย แต่ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนเข้าไปเยี่ยมบ้านคุณยาย เหมาะแวะตอนเดินเที่ยวในหมู่บ้าน ข้อควรรู้คือบางครั้งต้องตามหาคนดูแลมาเปิดให้ ลองถามชาวบ้านหรือเกสต์เฮาส์ใกล้ ๆ ได้
- บางครั้งต้องถามชาวบ้านให้ช่วยตามคนมาเปิด อย่ารีบไป
- ค่าเข้าไม่แพง เตรียมเงินสดเลอูเล็กน้อยติดตัว
- ถ่ายรูปได้แต่ควรขออนุญาตคนดูแลก่อน
#9 ซากโรงอาบน้ำตาตาร์ (เฟเรเดอู) · Tatar Baths (Feredeu)
ริมแม่น้ำเรอุตยังเหลือซากโรงอาบน้ำตาตาร์ที่ชาวบ้านเรียกว่า เฟเรเดอู แปลว่าโรงอาบน้ำหรือสปาของเมือง มันเป็นหนึ่งในสามโรงอาบน้ำสาธารณะสมัยยุคโกลเดนฮอร์ดในศตวรรษที่ 14 สร้างแบบฮัมมัมตุรกี มีหลายห้องและระบบทำความร้อนใต้พื้น ทุกวันนี้เหลือแค่ฐานอิฐ แต่ก็เป็นหลักฐานชัดเจนว่าครั้งหนึ่งที่นี่เคยเป็นเมืองมุสลิมที่รุ่งเรือง บอกตามตรงว่าถ้าไม่มีป้ายอธิบายอาจดูเหมือนแค่กองอิฐ แนะนำให้อ่านข้อมูลจากพิพิธภัณฑ์ก่อนมาดู จะอินกว่ามาก
- อ่านข้อมูลจากศูนย์นิทรรศการก่อน จะเข้าใจซากปรักหักพังมากขึ้น
- อยู่ริมน้ำ ทางเดินอาจเฉอะแฉะหลังฝน ใส่รองเท้ากันเปื้อน
- เหมาะรวมกับการเดินเลียบแม่น้ำในทริปเดียวกัน
#10 อารามกูร์กี · Curchi Monastery
ถ้ามีเวลาเหลือ แนะนำให้แวะอารามกูร์กีที่อยู่ในป่าออร์เฮย ห่างจาก Old Orhei ราว 30-40 นาที เป็นอารามออร์โธดอกซ์ที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของมอลโดวา มหาวิหารสีเหลืองสไตล์บาโรกออกแบบโดยศิษย์ในสายของสถาปนิก Rastrelli มีโดมสูงที่สุดในประเทศ ก่อตั้งช่วงปี 1773-1775 เคยถูกใช้เป็นโรงพยาบาลจิตเวชสมัยโซเวียตก่อนกลับมาเป็นอารามอีกครั้งในปี 2005 บรรยากาศร่มรื่นเงียบสงบ เหมาะปิดท้ายทริป ข้อควรรู้คือไม่มีรถสาธารณะตรงสะดวก ถ้าไม่มีรถส่วนตัวอาจต้องเหมารถหรือไปกับทัวร์
- ไม่มีรถสาธารณะสะดวก แนะนำเช่ารถหรือไปกับทัวร์รวมกับ Old Orhei
- แต่งกายสุภาพ ผู้หญิงเตรียมผ้าคลุมศีรษะและกระโปรงยาว
- มีร้านกาแฟและที่จอดรถ เหมาะแวะพักก่อนกลับคีชีเนา
เที่ยว 10 จุดนี้ — พักย่านไหนดีในออร์เฮอิอุล เวคิ?
เลือกที่พักทำเลดี = เที่ยวสะดวก ประหยัดเวลาเดินทาง ทีมเราคัดโรงแรมจริงเรตติ้งสูงในออร์เฮอิอุล เวคิ ให้แล้ว พร้อมเทียบราคา Agoda · Booking · Trip.com ในคลิกเดียว
Vila Roz
ลิงก์จองเป็นลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม รายละเอียด
Eco Resort Butuceni
ลิงก์จองเป็นลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม รายละเอียด
Casa Din Lunca
ลิงก์จองเป็นลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม รายละเอียด
Eco Vila
ลิงก์จองเป็นลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม รายละเอียด
ทัวร์ ตั๋วเข้าชม & กิจกรรมในออร์เฮอิอุล เวคิ
ทัวร์รายวัน ตั๋วเข้าชม และของจำเป็นสำหรับทริป Old Orhei — จองล่วงหน้าบน Klook รับ e-ticket ในมือถือ
ลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม
สรุปก่อนเก็บกระเป๋า
ออร์เฮอิอุล เวคิ ไม่ใช่ที่เที่ยวหวือหวา แต่เป็นความสงบและความขลังที่หาไม่ได้ง่าย ๆ ถ้ามีเวลาแนะนำให้ค้างคืนในหมู่บ้านบูตูเชนีสักคืน เพื่อได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นเหนือหุบเขาแบบไม่มีนักท่องเที่ยว แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมที่นี่ถึงเป็นจุดที่คนมอลโดวาภูมิใจที่สุด