มัลโม่เป็นเมืองที่ เดินเที่ยวสบายที่สุดเมืองหนึ่งของสวีเดน ผสมเสน่ห์เมืองเก่ายุคกลางกับสถาปัตยกรรมล้ำสมัยริมทะเลได้ลงตัว ที่นี่อยู่ห่างจากโคเปนเฮเกนแค่ข้ามสะพานราว 35 นาที จึงเที่ยวสองประเทศได้ในทริปเดียว เราคัด 10 จุดที่ไปจริงแล้วประทับใจมาให้ พร้อมทิปแบบเพื่อนบอกเพื่อน
#1 ตึกเทอร์นิงทอร์โซ · Turning Torso
ตึกบิดเกลียวสูง 190 เมตรหลังนี้คือสัญลักษณ์ของมัลโม่ที่ทุกคนถ่ายรูปด้วย ออกแบบโดยซานติอาโก คาลาตราวา เป็นตึกที่หมุนบิดทีละชั้นจนครบ 90 องศาตั้งแต่ฐานถึงยอด ดูแล้วเหมือนร่างคนกำลังบิดตัว ข้อจริงที่อยากบอกก่อนคือ ข้างในเป็นที่พักอาศัยส่วนตัว เข้าไปไม่ได้นะ เราเที่ยวได้แค่ชมจากภายนอกกับถ่ายรูป แต่บอกเลยว่าตอนพระอาทิตย์ตกริมน้ำย่านนี้สวยมากจนลืมเรื่องเข้าไม่ได้ไปเลย เดินเล่นรอบ ๆ ย่านท่าเรือตะวันตกก็เพลินทั้งวัน
- ข้างในเข้าไม่ได้ เป็นที่พักอาศัย ชมแค่ภายนอกพอ
- มาช่วงเย็นใกล้พระอาทิตย์ตกได้ภาพสวยที่สุด
- เดินเล่นย่านท่าเรือตะวันตกรอบ ๆ ต่อได้ยาว ๆ
#2 ปราสาทมัลโม่ฮุส · Malmö Castle (Malmöhus)
ปราสาทมัลโม่ฮุสคือปราสาทเรอเนสซองส์ที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังเหลืออยู่ในแถบนอร์ดิก สร้างช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 16 เคยเป็นทั้งวังหลวงและคุกมาก่อน วันนี้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์มัลโม่ที่รวมหลายอย่างไว้ในตั๋วใบเดียว ทั้งประวัติศาสตร์เมือง ธรรมชาติวิทยา และอควาเรียมเล็ก ๆ เหมาะมากถ้ามาหน้าหนาวหรือฝนตก เพราะเดินในร่มได้นาน ข้อที่อยากเตือนคือนิทรรศการค่อนข้างกว้างและข้อมูลส่วนใหญ่เป็นภาษาสวีเดน ถ้าอยากเข้าใจลึกควรเผื่อเวลาและใช้แอปแปลช่วย แต่ตัวอาคารกับคูน้ำรอบปราสาทสวยคุ้มค่าเข้าชมแน่นอน
- ตั๋วใบเดียวเข้าได้หลายพิพิธภัณฑ์ในปราสาท คุ้มมาก
- เผื่อเวลาอย่างน้อย 2 ชั่วโมงถ้าอยากดูครบ
- ป้ายส่วนใหญ่เป็นภาษาสวีเดน เตรียมแอปแปลไว้
#3 สะพานเออเรซุนด์ · Øresund Bridge
สะพานเออเรซุนด์คือสะพานข้ามทะเลที่เชื่อมสวีเดนกับเดนมาร์กเข้าด้วยกัน ใครดูซีรีส์ The Bridge จะคุ้นชื่อนี้ดี ความเจ๋งคือมันเป็นทั้งสะพานและอุโมงค์ใต้ทะเลในเส้นเดียว ตรงกลางทะเลจะมีเกาะเทียมเชื่อมสองส่วนเข้าหากัน วิธีเที่ยวที่คนนิยมคือนั่งรถไฟข้ามไปโคเปนเฮเกนเลย ใช้เวลาแค่ราว 35 นาที ได้เห็นวิวทะเลกว้างสุดสายตา ข้อจริงคือถ้าอยากถ่ายรูปสะพานเต็ม ๆ ต้องไปจุดชมวิวริมน้ำในเมือง เพราะตอนนั่งรถไฟผ่านจะมองไม่เห็นทั้งตัวสะพาน อย่าเข้าใจผิดว่าจะได้ภาพสวยจากบนรถไฟนะ
- นั่งรถไฟข้ามไปโคเปนเฮเกนได้ใน 35 นาที
- อยากถ่ายรูปสะพานเต็ม ๆ ต้องไปจุดชมวิวริมน้ำในเมือง
- เตรียมพาสปอร์ตเผื่อด่านตรวจระหว่างประเทศ
#4 จัตุรัสลิลลาทอร์ก · Lilla Torg
ลิลลาทอร์กแปลว่า จัตุรัสเล็ก เป็นมุมที่น่ารักที่สุดของเมืองเก่ามัลโม่ พื้นปูหินกรวด ล้อมด้วยบ้านไม้โครงครึ่งปูนสีสันสดใสตั้งแต่ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 16 เป็นใจกลางสังคมของชาวเมืองมาตั้งแต่อดีต ตอนนี้เต็มไปด้วยร้านอาหารและบาร์ที่ตั้งโต๊ะออกมานั่งกลางแจ้ง บรรยากาศหน้าร้อนคึกคักสุด ๆ ข้อที่อยากบอกตามตรงคือร้านรอบจัตุรัสราคาค่อนข้างสูงเพราะเป็นทำเลทอง ถ้าอยากประหยัดแนะนำมานั่งจิบกาแฟแก้วเดียวซึมซับบรรยากาศ แล้วเดินไปกินมื้อหลักย่านอื่นจะคุ้มกว่า แต่ค่ำคืนหน้าร้อนที่นี่มีเสน่ห์จริง
- ร้านรอบจัตุรัสราคาสูง เหมาะนั่งจิบกาแฟมากกว่ามื้อหลัก
- หน้าร้อนช่วงค่ำบรรยากาศดีที่สุด
- อยู่ติดจัตุรัสใหญ่ Stortorget เดินต่อได้เลย
#5 จัตุรัสสตอร์ทอร์เก็ต · Stortorget
สตอร์ทอร์เก็ตแปลว่า จัตุรัสใหญ่ เป็นจัตุรัสหลักของมัลโม่ที่เริ่มสร้างตั้งแต่ปี 1538 ตรงนี้เป็นที่ตั้งของศาลาว่าการเมือง (Rådhus) อาคารหน้าตาสง่างามสไตล์ดัตช์เรอเนสซองส์ กลางจัตุรัสมีรูปปั้นทหารม้าของกษัตริย์คาร์ลที่ 10 กุสตาฟ และน้ำพุเก่าให้ถ่ายรูป รอบ ๆ ยังมีอาคารประวัติศาสตร์อย่างบ้านของเยอเกน ค็อกและโรงแรมเครเมอร์ ข้อที่อยากบอกคือจัตุรัสนี้เป็นที่โล่งกว้าง ช่วงลมแรงหน้าหนาวจะหนาวมาก แต่ช่วงมีตลาดนัดหรือเทศกาลตามฤดูกาลจะคึกคักน่าเดินสุด ๆ เช็กปฏิทินกิจกรรมก่อนไปจะเจอบรรยากาศพิเศษ
- เช็กปฏิทินกิจกรรม อาจเจอตลาดนัดหรือเทศกาลตามฤดู
- อยู่ติดลิลลาทอร์ก เดินเที่ยวสองจัตุรัสรวดเดียวได้
- หน้าหนาวลมแรง แต่งตัวให้อบอุ่น
#6 โบสถ์เซนต์ปีเตอร์ · St. Peter's Church (Sankt Petri Kyrka)
โบสถ์เซนต์ปีเตอร์หรือซังต์เปตรีเป็นโบสถ์อิฐสไตล์โกธิกที่เก่าแก่ที่สุดในมัลโม่ สร้างตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 14 ถวายเมื่อปี 1319 ภายในสูงโปร่งสง่างาม จุดเด่นคือแท่นบูชาไม้แกะสลักสูงราว 15 เมตรจากปี 1611 ที่อลังการมาก และจิตรกรรมฝาผนังเก่าในชาเปลพ่อค้า ข้อดีคือเข้าชมฟรีและอยู่ใจกลางเมือง แวะได้ง่ายมาก ข้อที่อยากบอกคือนี่เป็นโบสถ์ที่ยังใช้ประกอบพิธีอยู่ ถ้าไปตรงช่วงมีพิธีหรือซ้อมดนตรีอาจเข้าชมบางส่วนไม่ได้ และควรสำรวมเสียงเพื่อเคารพสถานที่ ใครชอบสถาปัตยกรรมเก่าไม่ควรพลาด
- เข้าชมฟรี อยู่ใจกลางเมืองแวะง่าย
- เป็นโบสถ์ที่ยังใช้งาน ควรสำรวมและเช็กเวลาพิธี
- อย่าพลาดแท่นบูชาไม้แกะสลักสูง 15 เมตร
#7 ย่านเมิลเลวองเงน · Möllevången (Möllan)
เมิลเลวองเงนหรือที่คนเรียกสั้น ๆ ว่า เมิลลัน คือย่านที่มีชีวิตชีวาและหลากวัฒนธรรมที่สุดของมัลโม่ ใจกลางคือจัตุรัสเมิลเลวองส์ทอร์เก็ตที่มีตลาดสดคึกคักทุกวัน รอบ ๆ เต็มไปด้วยร้านอาหารนานาชาติ ร้านขายของจากตะวันออกกลางและทั่วโลก ใครอยากกินฟาลาเฟลอร่อย ๆ ราคาเป็นมิตรต้องมาที่นี่ บรรยากาศต่างจากเมืองเก่าโดยสิ้นเชิง ดิบ จริง และเป็นกันเอง ข้อที่อยากบอกตามตรงคือย่านนี้เป็นย่านที่มีชีวิตของคนทำงานจริง กลางคืนบางมุมอาจดูเงียบและไม่เหมาะเดินคนเดียวดึกมาก แต่ช่วงกลางวันถึงหัวค่ำสนุกและปลอดภัยดี
- มากินฟาลาเฟลและอาหารนานาชาติราคาเป็นมิตร
- ตลาดสดคึกคักที่สุดช่วงสายถึงบ่าย
- กลางวันถึงหัวค่ำเที่ยวสนุก เลี่ยงเดินคนเดียวดึกมาก
#8 โรงอาบน้ำริมทะเลริเบอร์สบอร์ก · Ribersborgs Kallbadhus
ริเบอร์สบอร์กหรือที่คนท้องถิ่นเรียก ริบบัน คือชายหาดยอดนิยมของมัลโม่ที่คนชอบมาว่ายน้ำเปิดทุกฤดูแม้หน้าหนาว จุดเด่นคือโรงอาบน้ำไม้เก่าตั้งแต่ปี 1898 ที่ยื่นออกไปกลางทะเล มีซาวน่าให้นั่งอบแล้วกระโดดลงทะเลเย็นเฉียบสไตล์สแกนดิเนเวียแท้ ๆ วิวทะเลสวยมาก ประสบการณ์ซาวน่าสลับน้ำเย็นนี้คือสิ่งที่คนสวีเดนรักจริง ข้อที่อยากเตือนคือโซนอาบน้ำแยกชาย-หญิงและบางช่วงเป็นแบบเปลือย ต้องเช็กกฎและเวลาเปิดก่อนไป มีค่าเข้า และหน้าหนาวน้ำเย็นจัดมาก ใครไม่ชินอาจแค่ลองซาวน่าก่อนค่อย ๆ ปรับ
- โซนอาบน้ำแยกชาย-หญิง บางช่วงเป็นแบบเปลือย เช็กกฎก่อน
- มีค่าเข้า เตรียมเงินและผ้าเช็ดตัวไป
- หน้าหนาวน้ำเย็นจัด เริ่มจากซาวน่าก่อนค่อยลงน้ำ
#9 พิพิธภัณฑ์อาหารน่าขยะแขยง · Disgusting Food Museum
พิพิธภัณฑ์อาหารน่าขยะแขยงคือประสบการณ์แปลกที่หาที่ไหนไม่ได้ง่าย ๆ จัดแสดงอาหารราว 80 ชนิดจากทั่วโลกที่หลายคนมองว่าน่าขยะแขยง ตั้งแต่หนูตะเภาย่างจากเปรู ชีสหนอนคาซูมาร์ตซูจากซาร์ดิเนีย ไปจนถึงปลาหมักเหม็นสุดขั้วของสวีเดนอย่างซูร์สเตรมมิง ไฮไลต์คือโซนให้ดมและชิมจริง ใครกล้าลองได้ลุ้นกันสุด ๆ และตั๋วเข้าชมเป็นถุงอาเจียนจำลองด้วย ฮามาก ข้อที่อยากบอกคือพิพิธภัณฑ์ค่อนข้างเล็ก ใช้เวลาเดินราว 1 ชั่วโมงก็ครบ ตั๋วราคาไม่ถูกนัก ควรซื้อล่วงหน้าออนไลน์เพราะที่นั่งรอบชิมจำกัด เหมาะกับคนชอบอะไรแปลกใหม่
- ซื้อตั๋วล่วงหน้าออนไลน์ รอบชิมมีจำกัด
- พิพิธภัณฑ์เล็ก เผื่อเวลาราว 1 ชั่วโมงพอ
- กล้าลองดมและชิมจะสนุกที่สุด ตั๋วเป็นถุงอาเจียนจำลอง
#10 ย่านท่าเรือตะวันตก · Western Harbour (Västra Hamnen)
ย่านท่าเรือตะวันตกคือเขตริมทะเลโฉมใหม่ของมัลโม่ที่พลิกจากพื้นที่อุตสาหกรรมเก่ามาเป็นย่านอยู่อาศัยล้ำสมัย เริ่มจากงานนิทรรศการที่อยู่อาศัย Bo01 ปี 2001 ได้ชื่อว่าเป็นย่านคาร์บอนเป็นกลางแห่งแรก ๆ ของยุโรป ใช้พลังงานหมุนเวียนเกือบทั้งหมด เสน่ห์คือทางเดินเลียบน้ำที่คนท้องถิ่นมานั่งเล่น อาบแดด และกระโดดน้ำในหน้าร้อน วิวตึก Turning Torso กับทะเลตอนพระอาทิตย์ตกสวยจนต้องหยุดถ่าย ข้อที่อยากบอกคือย่านนี้เน้นบรรยากาศและสถาปัตยกรรม ไม่ได้มีแหล่งช้อปปิ้งหรือพิพิธภัณฑ์เยอะ เหมาะมาเดินเล่นชิล ๆ ปั่นจักรยาน หรือหามุมนั่งกินของว่างมากกว่าเที่ยวแบบเช็กลิสต์
- มาช่วงเย็นชมพระอาทิตย์ตกริมน้ำสวยที่สุด
- เช่าจักรยานปั่นเลียบทะเลสบายกว่าเดิน
- เน้นบรรยากาศและสถาปัตยกรรม ไม่ใช่ช้อปปิ้ง
เที่ยว 10 จุดนี้ — พักย่านไหนดีในมัลโม่?
เลือกที่พักทำเลดี = เที่ยวสะดวก ประหยัดเวลาเดินทาง ทีมเราคัดโรงแรมจริงเรตติ้งสูงในมัลโม่ ให้แล้ว พร้อมเทียบราคา Agoda · Booking · Trip.com ในคลิกเดียว
Quality Hotel View
ลิงก์จองเป็นลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม รายละเอียด
MJ's
ลิงก์จองเป็นลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม รายละเอียด
Radisson Blu Hotel, Malmö
ลิงก์จองเป็นลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม รายละเอียด
Clarion Hotel Malmö Live
ลิงก์จองเป็นลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม รายละเอียด
ทัวร์ ตั๋วเข้าชม & กิจกรรมในมัลโม่
ทัวร์รายวัน ตั๋วเข้าชม และของจำเป็นสำหรับทริป Malmö — จองล่วงหน้าบน Klook รับ e-ticket ในมือถือ
ลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม
สรุปก่อนเก็บกระเป๋า
มัลโม่เที่ยวได้สบายใน 1-2 วัน เดินเอาก็ถึงเกือบทุกจุด ถ้ามีเวลามากกว่านั้นแนะนำให้ค่อย ๆ ซึมซับบรรยากาศย่านเก่ากับริมทะเลแบบไม่รีบ แล้วต่อรถไฟไปโคเปนเฮเกนอีกวัน คุ้มสุด ๆ สำหรับทริปสแกนดิเนเวีย