มาชูปิกชูคือ หนึ่งใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ เมืองหินของชาวอินคาที่ลอยอยู่เหนือเมฆในเทือกเขาแอนดีสของเปรู ที่นี่ไม่ได้มีแค่ซากเมืองให้ถ่ายรูป แต่มียอดเขาให้ปีน วิหารศักดิ์สิทธิ์ น้ำตกซ่อนตัว และเส้นทางอินคาเทรลในตำนาน เราคัด 10 จุดที่คุ้มที่สุดมาให้ พร้อมทิปจริงที่คนไปมาแล้วอยากบอก
#1 เมืองโบราณมาชูปิกชู · Machu Picchu Citadel
นี่คือพระเอกของทริป เมืองหินของชาวอินคาที่สร้างขึ้นราวศตวรรษที่ 15 แล้วถูกทิ้งร้างจนโลกลืม กระทั่งถูกค้นพบใหม่ในปี 1911 คุณจะได้เดินไปตามลานเกษตรขั้นบันได ผ่านบ้านเรือนหิน วิหาร และจุดชมวิวคลาสสิกที่เห็นเมืองทั้งเมืองกับยอดเขาวายนาปิกชูด้านหลัง สิ่งที่อยากเตือนตรง ๆ คือที่นี่คนเยอะมากและต้องเดินตามวงจร (circuit) ที่กำหนดไว้ ห้ามเดินย้อน เลือกซื้อ circuit ที่ผ่านจุดถ่ายรูป postcard ให้ดี และถ้าได้รอบเช้าจะเจอหมอกสวยกว่าและคนน้อยกว่าช่วงสาย
- ซื้อตั๋วล่วงหน้าออนไลน์อย่างน้อย 1-2 เดือน เพราะมีโควตาคนต่อวันจำกัด
- เลือก circuit ให้ตรงกับสิ่งที่อยากเห็น โดยเฉพาะ circuit ที่มีจุดถ่ายรูปคลาสสิก
- พกพาสปอร์ตตัวจริงไปด้วย เจ้าหน้าที่ตรวจตอนเข้าและประทับตราที่ระลึกได้
#2 ยอดเขาวายนาปิกชู · Huayna Picchu
ยอดเขาแหลม ๆ ที่อยู่ด้านหลังในภาพมาชูปิกชูทุกใบ นี่แหละวายนาปิกชู ที่นี่คือทางขึ้นสำหรับคนชอบความเสียวและวิวจากมุมสูง คุณจะต้องปีนบันไดหินอินคากว่า 1,600 ขั้น บางช่วงแคบ ชัน และมีหน้าผาข้าง ๆ แต่พอถึงยอดจะได้เห็นเมืองมาชูปิกชูทั้งเมืองเล็กจิ๋วอยู่เบื้องล่าง คุ้มกับเหงื่อทุกหยด ข้อควรรู้คือตั๋ววายนาปิกชูมีแค่ 350 ใบต่อวันและขายหมดเร็วมาก ต้องจองพร้อมตั๋วเข้าเมือง ใครกลัวความสูงหรือเป็นโรคหัวใจควรคิดให้ดีก่อนตัดสินใจ
- จองตั๋วปีนวายนาปิกชูล่วงหน้าหลายเดือน เพราะมีแค่ 350 ใบต่อวัน
- ใส่รองเท้าผ้าใบดอกยางดี เพราะบันไดหินลื่นโดยเฉพาะหลังฝน
- ไม่เหมาะกับคนกลัวความสูงมากหรือมีปัญหาหัวใจ-ข้อเข่า
#3 ประตูพระอาทิตย์ (อินตีปุนกู) · Inti Punku (Sun Gate)
อินตีปุนกูแปลว่าประตูพระอาทิตย์ เคยเป็นประตูทางเข้าหลักของเมืองสำหรับคนที่เดินมาตามเส้นทางอินคาเทรล ที่นี่คือจุดที่นักเดินเทรลจะได้เห็นมาชูปิกชูเป็นครั้งแรกตอนแสงแรกของวันสาดส่อง ถ้าคุณไม่ได้เดินเทรลก็ยังเดินขึ้นไปได้จากตัวเมือง ใช้เวลาไป-กลับราว 2 ชั่วโมง ความสูงเพิ่มประมาณ 290 เมตร เส้นทางไม่ชันโหดเท่าวายนาปิกชู แต่เหนื่อยพอตัวเพราะอากาศบาง วิวที่ได้คือมองกลับมาเห็นเมืองทั้งเมืองในมุมที่คนส่วนใหญ่ไม่ได้เห็น เงียบและสงบกว่าจุดอื่นมาก
- ออกเดินแต่เช้าถ้าอยากได้แสงสวยและหลบความร้อนตอนสาย
- พกน้ำให้พอ เพราะไม่มีร้านค้าระหว่างทาง
- ไม่ต้องใช้ตั๋วแยก เดินจากในเขตเมืองได้เลยถ้า circuit อนุญาต
#4 หินอินตีวาตานา (นาฬิกาสุริยะ) · Intihuatana
อินตีวาตานาแปลตรงตัวว่าที่ผูกดวงอาทิตย์ เป็นหินแกะสลักทรงปิรามิดที่ตั้งอยู่บนลานสูงสุดของเมือง ชาวอินคาใช้มันเป็นเหมือนนาฬิกาสุริยะหรือปฏิทินดูการเคลื่อนของดวงอาทิตย์ โดยเฉพาะช่วงครีษมายันและเหมายัน นี่คือหนึ่งในหินศักดิ์สิทธิ์ไม่กี่ก้อนที่รอดจากการทำลายของสเปนมาได้ ทำให้มีความหมายทางจิตวิญญาณสูงมาก ข้อควรรู้คือห้ามแตะหรือเอามือไปวางบนหินเด็ดขาด เจ้าหน้าที่เฝ้าเข้ม และบางวงจรเดินอาจไม่ผ่านจุดนี้ ต้องเช็ก circuit ก่อนซื้อตั๋วถ้าอยากเห็นใกล้ ๆ
- เช็กว่า circuit ที่ซื้อผ่านอินตีวาตานาหรือไม่ เพราะบางเส้นไม่ผ่าน
- ห้ามสัมผัสหินเด็ดขาด เป็นกฎเข้มงวดเพื่อรักษาโบราณสถาน
- ฟังไกด์อธิบายความหมายดาราศาสตร์จะอินกับสถานที่ขึ้นมาก
#5 วิหารพระอาทิตย์ (โตร์เรออน) · Temple of the Sun (Torreón)
วิหารพระอาทิตย์เป็นหนึ่งในงานหินที่ประณีตที่สุดของมาชูปิกชู สังเกตได้จากกำแพงโค้งที่ก่อด้วยหินตัดเรียบเนียนต่อกันสนิทจนไม่ต้องใช้ปูน ตัววิหารสร้างคร่อมก้อนหินธรรมชาติขนาดใหญ่ และมีช่องหน้าต่างที่จัดวางให้แสงอาทิตย์ส่องตรงเข้ามาในวันครีษมายันพอดี สะท้อนความเก่งกาจด้านดาราศาสตร์ของชาวอินคา ใต้วิหารยังมีถ้ำหินที่เชื่อว่าเป็นสุสานหลวง ข้อควรรู้คือเข้าไปด้านในไม่ได้ ต้องชมจากทางเดินด้านนอกเท่านั้น แต่มุมที่มองลงไปเห็นความโค้งของกำแพงก็สวยพอให้หยุดถ่ายรูปนานทีเดียว
- มองหาตำแหน่งที่เห็นกำแพงโค้งเต็ม ๆ จะถ่ายรูปได้สวยที่สุด
- เข้าด้านในไม่ได้ ชมและถ่ายจากทางเดินด้านนอกเท่านั้น
- ให้ไกด์ชี้ช่องหน้าต่างที่จัดวางรับแสงครีษมายัน จะเห็นความอัจฉริยะชัดขึ้น
#6 วิหารสามหน้าต่าง · Temple of the Three Windows
วิหารสามหน้าต่างตั้งอยู่ริมลานศักดิ์สิทธิ์ใจกลางเมือง จุดเด่นคือกำแพงหินที่เจาะช่องหน้าต่างทรงสี่เหลี่ยมคางหมูสามช่องเรียงกันอย่างสมมาตร เชื่อกันว่าทั้งสามหน้าต่างเป็นสัญลักษณ์ของสามโลกในความเชื่ออินคา คือโลกบน โลกมนุษย์ และโลกใต้ดิน แทนด้วยนกคอนดอร์ เสือพูมา และงู งานก่อหินที่นี่เนียนและตรงเป๊ะจนน่าทึ่งว่าทำได้อย่างไรเมื่อหลายร้อยปีก่อน เป็นจุดที่ไกด์มักหยุดเล่าเรื่องนาน ถ่ายรูปสวยเพราะมองทะลุหน้าต่างออกไปเห็นหุบเขาด้านหลัง อยากให้มาช่วงคนไม่เยอะจะได้มุมโล่ง ๆ
- ลองถ่ายรูปมองทะลุหน้าต่างออกไปเห็นวิวหุบเขาด้านหลัง
- อยู่ติดกับลานศักดิ์สิทธิ์ ชมพร้อมวิหารหลักได้ในจุดเดียว
- ฟังเรื่องสัญลักษณ์สามโลกจากไกด์จะเข้าใจความหมายลึกขึ้น
#7 ยอดเขามาชูปิกชู · Machu Picchu Mountain
ถ้าวายนาปิกชูเสียวเกินไป ยอดเขามาชูปิกชูคือทางเลือกที่สูงกว่า (ราว 3,082 เมตร) แต่ทางเดินกว้างและปลอดภัยกว่า ไม่มีบันไดแคบ ๆ ริมหน้าผาให้เสียวขวัญ การปีนใช้เวลาไป-กลับราว 3-4 ชั่วโมง ผ่านป่าเมฆที่มีกล้วยไม้ เฟิร์น และนกหลากชนิด พอถึงยอดจะได้วิว 360 องศา เห็นทั้งเมืองมาชูปิกชูเล็กจิ๋วเบื้องล่าง แม่น้ำอูรูบัมบาคดเคี้ยว และเทือกเขารอบด้าน หลายคนบอกว่าวิวจากยอดนี้กว้างและอลังการกว่าวายนาปิกชูด้วยซ้ำ แต่ต้องแลกกับการเดินบันไดกว่า 1,600 ขั้นแบบขึ้นยาว ๆ ใครฟิตหน่อยจะสนุก
- เหมาะกับคนกลัวความสูงที่อยากได้วิวสูงแต่ทางปลอดภัยกว่าวายนาปิกชู
- จองตั๋วแยกล่วงหน้า และเริ่มปีนแต่เช้าเพราะมีกำหนดเวลาปิดทาง
- พกน้ำและของกินเล่นไปด้วย เพราะใช้เวลานานและไม่มีร้านบนเขา
#8 ยอดเขาปูตูกูซี · Putucusi Mountain
ปูตูกูซีแปลว่าภูเขาแห่งความสุขในภาษาเกชัว เป็นยอดเขาที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มองข้าม เพราะอยู่ฝั่งตรงข้ามและต้องปีนจากเมืองอากวัสกาลิเอนเตสเอง จุดเด่นคือมันให้วิวมาชูปิกชูในมุมที่ต่างออกไปแบบฟรี ๆ ไม่ต้องใช้ตั๋วเข้าเมือง แต่ขอเตือนตรง ๆ ว่าเส้นทางนี้ลุยและอันตรายกว่าที่คิด มีช่วงต้องปีนบันไดไม้แนวดิ่งสูงชัน บางช่วงปิดเป็นพัก ๆ เพราะบันไดชำรุดหรือฝนตก ก่อนไปต้องเช็กสถานะเส้นทางกับคนท้องถิ่นเสมอ เหมาะกับสายแอดเวนเจอร์ที่มีประสบการณ์จริง ๆ ไม่ใช่มือใหม่
- เช็กกับคนท้องถิ่นก่อนเสมอว่าเส้นทางเปิดหรือปิด เพราะปิดบ่อย
- ไม่เหมาะกับมือใหม่หรือคนกลัวความสูง เพราะมีบันไดไม้แนวดิ่ง
- ออกเดินแต่เช้าและอย่าไปคนเดียว เพื่อความปลอดภัย
#9 สวนและน้ำตกมานดอร์ · Mandor Gardens & Waterfall
ถ้าเที่ยวมาชูปิกชูเสร็จแล้วยังมีเวลาเหลือ มานดอร์คือมุมสงบที่หลายคนไม่รู้ เป็นสวนธรรมชาติของครอบครัวท้องถิ่นที่ดูแลเรื่องการอนุรักษ์ มีน้ำตกสูงราว 30 เมตร กับกล้วยไม้กว่า 200 ชนิด เป็นจุดดูนกชั้นดี ทั้งนกแก้ว นกฮัมมิงเบิร์ด และนกนานาชนิด เดินจากตัวเมืองไปตามทางรถไฟราว 1 ชั่วโมงก็ถึง ที่นี่เงียบและร่มรื่น เหมาะกับคนอยากหนีฝูงนักท่องเที่ยว ข้อควรรู้คือต้องเดินเลียบรางรถไฟ ต้องระวังรถไฟด้วย และมีค่าเข้าเล็กน้อยเพราะเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล ฤดูแล้งจะเดินสบายกว่าหน้าฝน
- มีค่าเข้าเล็กน้อยเพราะเป็นพื้นที่ส่วนบุคคลของครอบครัวท้องถิ่น
- ต้องเดินเลียบรางรถไฟ คอยฟังเสียงและหลบรถไฟให้ดี
- พกกล้องส่องนกหรือเลนส์ซูม เพราะเป็นจุดดูนกที่ดีมาก
#10 เมืองอากวัสกาลิเอนเตส · Aguas Calientes (Machupicchu Pueblo)
อากวัสกาลิเอนเตส หรือที่เรียกกันว่าเมืองมาชูปิกชู คือเมืองเล็ก ๆ ที่เป็นประตูสู่เมืองโบราณ แทบทุกคนต้องค้างที่นี่ 1 คืนก่อนขึ้นเขา ตัวเมืองอยู่ในหุบเขาลึกริมแม่น้ำ มีตลาดงานคราฟต์ ร้านอาหาร และโรงแรมเรียงราย ไฮไลต์คือบ่อน้ำพุร้อนที่เป็นที่มาของชื่อเมือง (อากวัสกาลิเอนเตสแปลว่าน้ำร้อน) แช่ผ่อนคลายขาหลังเดินทั้งวันได้ดี ขอเตือนเรื่องราคาตรง ๆ ว่าของกินของใช้ที่นี่แพงกว่าที่อื่นในเปรูพอควร เพราะทุกอย่างต้องขนมาทางรถไฟ วางแผนซื้อของจำเป็นมาจากกุสโกจะประหยัดกว่า
- ของกินของใช้ที่นี่แพงกว่าปกติ ซื้อของจำเป็นมาจากกุสโกล่วงหน้า
- จองโรงแรมและรถไฟล่วงหน้า โดยเฉพาะช่วงไฮซีซัน
- ลองแช่บ่อน้ำพุร้อนตอนเย็นเพื่อคลายเมื่อยหลังเดินทั้งวัน
เที่ยว 10 จุดนี้ — พักย่านไหนดีในมาชูปิกชู?
เลือกที่พักทำเลดี = เที่ยวสะดวก ประหยัดเวลาเดินทาง ทีมเราคัดโรงแรมจริงเรตติ้งสูงในมาชูปิกชู ให้แล้ว พร้อมเทียบราคา Agoda · Booking · Trip.com ในคลิกเดียว
Sumaq Machu Picchu Hotel
ลิงก์จองเป็นลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม รายละเอียด
Sanctuary Lodge, A Belmond Hotel, Machu Picchu
ลิงก์จองเป็นลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม รายละเอียด
Tierra Viva Machu Picchu Hotel
ลิงก์จองเป็นลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม รายละเอียด
El MaPi by Inkaterra
ลิงก์จองเป็นลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม รายละเอียด
ทัวร์ ตั๋วเข้าชม & กิจกรรมในมาชูปิกชู
ทัวร์รายวัน ตั๋วเข้าชม และของจำเป็นสำหรับทริป Machu Picchu — จองล่วงหน้าบน Klook รับ e-ticket ในมือถือ
ลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม
สรุปก่อนเก็บกระเป๋า
มาชูปิกชูต้องวางแผนล่วงหน้าจริง ๆ ทั้งตั๋วเข้า รอบเวลา และตั๋วปีนเขาที่ขายหมดเป็นเดือน ๆ อย่าไปแบบ walk-in เด็ดขาด ถ้าจัดเวลาได้ดีและเลือกรอบเช้าตรู่ คุณจะได้เห็นเมืองโบราณค่อย ๆ โผล่จากสายหมอก เป็นภาพที่ติดตาไปทั้งชีวิต