เลอมอร์นคือคาบสมุทรเล็ก ๆ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของมอริเชียส ที่รวมทุกอย่างไว้ในที่เดียว — ภูเขา Le Morne Brabant มรดกโลก หาดทรายขาวที่หลายคนยกให้สวยที่สุดของเกาะ และน่านน้ำที่นักไคต์เซิร์ฟทั่วโลกบินมาเล่น ที่นี่ไม่ใช่เมืองท่องเที่ยวจอแจ แต่เป็นมุมเงียบ ๆ ที่ธรรมชาติยังบริสุทธิ์มาก ทริปนี้เราคัด 10 จุดที่ไปจริงแล้วประทับใจ ทั้งบนคาบสมุทรและรอบ ๆ ที่ขับรถถึงได้สบาย ๆ
#1 เดินเขา เลอมอร์น บราบันต์ · Le Morne Brabant
ภูเขาหินบะซอลต์สูง 556 เมตรที่เป็นสัญลักษณ์ของทั้งมอริเชียส และได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก UNESCO ปี 2008 ในฐานะที่หลบภัยของทาสหลบหนีในอดีต เส้นทางเดินช่วงแรกเดินสบาย ค่อย ๆ ชัน แต่ครึ่งหลังโขดหินเยอะและชันมากจนต้องปีนช่วยมือ ใช้เวลาไป-กลับราว 3-4 ชั่วโมง พอถึงจุดชมวิวจะเห็นทะเลสาบสีฟ้าใส ภูเขาเขียวขจี และเงา “น้ำตกใต้น้ำ” ลิบ ๆ แอบบอกตามตรงว่าแดดที่นี่แรงมาก ถ้าออกสายจะร้อนทรมาน ควรเริ่มเดินก่อน 8 โมงเช้า
- จ้างไกด์ท้องถิ่นช่วงพ้นป้ายห้ามเข้า เพราะเส้นทางช่วงบนไม่มีป้ายชัดเจน
- ใส่รองเท้าผ้าใบดอกยางลึก พื้นหินลื่นมากตอนเช้ามีน้ำค้าง
- พกน้ำอย่างน้อยคนละ 1.5 ลิตร ไม่มีร้านค้าระหว่างทางเลย
#2 หาดสาธารณะเลอมอร์น · Le Morne Public Beach
หลายคนยกให้เป็นหาดที่สวยที่สุดในมอริเชียส และไปแล้วก็เข้าใจเลยว่าทำไม ทรายขาวละเอียดเหมือนแป้ง น้ำใสไล่เฉดฟ้าจนถึงเทอร์ควอยซ์ มีต้นปาล์มเรียงราย และมีภูเขา Le Morne Brabant เป็นฉากหลังให้ทุกรูปดูเหมือนโปสการ์ด เป็นหาดสาธารณะที่เข้าฟรี มีร่มเงาใต้ต้นไม้ให้ปูเสื่อนอนเล่นได้ทั้งวัน น้ำตื้นและสงบเหมาะพาเด็กลงเล่น แต่ขอเตือนว่าวันหยุดสุดสัปดาห์คนท้องถิ่นมาปิกนิกเยอะมาก ถ้าอยากได้บรรยากาศเงียบ ๆ ให้มาวันธรรมดาช่วงเช้า
- มาวันธรรมดาเลี่ยงฝูงชนคนท้องถิ่นที่มาปิกนิกเสาร์-อาทิตย์
- พกร่มหรือเต็นท์ชายหาดมาเอง เพราะร่มเงาธรรมชาติมีจำกัด
- ระวังของมีค่า ไม่ควรทิ้งกระเป๋าไว้ตอนลงน้ำ
#3 อนุสรณ์เส้นทางทาส · Slave Route Monument
พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่เชิงเขา Le Morne Brabant สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงการเลิกทาส เพราะที่นี่คือจุดที่ทาสหลบหนีเคยมาอาศัยซ่อนตัว มีตำนานเล่าว่าปี 1835 เมื่อตำรวจขึ้นมาประกาศการปลดปล่อย ทาสบนยอดเขากลับเข้าใจผิดคิดว่าจะมาจับ จึงเลือกกระโดดหน้าผาแทนการกลับไปเป็นทาส ที่นี่มีประติมากรรมหินและบทกวีจารึกไว้ให้อ่าน บรรยากาศเงียบสงบและชวนคิด ใช้เวลาเดินชมไม่นานแต่เพิ่มความหมายให้ทริปมาก เหมาะแวะก่อนหรือหลังเดินเขา
- แวะรวมกับการเดินเขาได้เลย เพราะอยู่จุดเดียวกัน
- อ่านป้ายบรรยายภาษาอังกฤษให้ครบ จะเข้าใจประวัติศาสตร์มากขึ้น
- แต่งกายสุภาพและสำรวมเพราะเป็นสถานที่รำลึก
#4 ไคต์เซิร์ฟทะเลสาบเลอมอร์น · Le Morne Lagoon Kitesurfing
เลอมอร์นเป็นจุดไคต์เซิร์ฟระดับโลก เพราะลมการค้าทิศตะวันออกเฉียงใต้พัดสม่ำเสมอเกือบทุกวัน โดยเฉพาะช่วงมิถุนายน-ตุลาคม ทะเลสาบด้านในน้ำตื้นและนิ่ง เหมาะมือใหม่ฝึกได้สบาย ส่วนคลื่นนอกแนวปะการังอย่าง “One Eye” เป็นคลื่นในตำนานที่เก็บไว้ให้มือโปรเท่านั้น มีโรงเรียนและศูนย์เช่าอุปกรณ์หลายแห่งบนคาบสมุทร เรียนคอร์สเริ่มต้นได้เลยแม้ไม่เคยเล่น แอบบอกว่าราคาคอร์สที่นี่ไม่ถูก และต้องจองล่วงหน้าช่วงไฮซีซั่นเพราะครูเต็มเร็วมาก
- จองคอร์สหรือครูล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ช่วงมิ.ย.-ต.ค.
- มือใหม่ให้อยู่ในทะเลสาบด้านในเท่านั้น อย่าออกไปแนว One Eye เด็ดขาด
- เช็กพยากรณ์ลมก่อนจอง บางวันลมเบาเล่นไม่สนุก
#5 เกาะอีลโอเบนิติเย · Île aux Bénitiers
เกาะเล็ก ๆ ยาวราว 2 กิโลเมตรนอกชายฝั่งทางเหนือของคาบสมุทร เป็นจุดทริปเรือยอดฮิตของเลอมอร์น เกาะนี้มีสวนมะพร้าว หาดทรายขาวยาว และน้ำทะเลใสจนเห็นพื้นทราย ทริปเรือมักรวมจุดดำน้ำตื้นกับบาร์บีคิวกลางวันบนเกาะ ระหว่างทางถ้าโชคดีจะเจอฝูงโลมาว่ายเล่นในทะเลสาบด้วย เป็นวันที่ผ่อนคลายมาก ได้ทั้งว่ายน้ำ นอนอาบแดด และกินอาหารทะเลสด ๆ ข้อควรรู้คือทริปเรือคนเยอะ ถ้าอยากเงียบ ๆ ให้เลือกทัวร์เรือเล็กแบบส่วนตัวจะดีกว่าเรือคาตามารันใหญ่
- เลือกทัวร์เรือเล็กส่วนตัวถ้าอยากเลี่ยงนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่
- ทาครีมกันแดดแบบ reef-safe เพราะจะดำน้ำตื้นใกล้ปะการัง
- พกเงินสดเผื่อค่าเครื่องดื่มหรือทิปบนเรือ
#6 คริสตัลร็อก · Crystal Rock
ก้อนหินปะการังที่โผล่ขึ้นกลางทะเลสาบสีฟ้าใสหน้าเกาะอีลโอเบนิติเย กลายเป็นจุดถ่ายรูปไอคอนิกของฝั่งตะวันตก เพราะหินสีน้ำตาลตัดกับน้ำสีเทอร์ควอยซ์รอบตัวสวยเกินจริง เข้าถึงได้ด้วยเรือเท่านั้น มักเป็นจุดแวะของทริปเรือไปเกาะ ให้ลงดำน้ำตื้นรอบ ๆ ซึ่งมีปลาเขตร้อนหลากสีและปะการังที่ยังสมบูรณ์ น้ำตรงนี้ตื้นพอจะยืนถ่ายรูปได้ในบางจุด แต่บอกตามตรงว่าช่วงเที่ยงเรือทัวร์มาออกันเยอะมากจนถ่ายรูปสวย ๆ ลำบาก ถ้าอยากได้ภาพโล่ง ๆ ต้องมาเรือรอบเช้าแรก
- มาเรือรอบเช้าแรกถ้าอยากได้รูปไม่มีคนและเรือบัง
- ระวังพื้นปะการัง ใส่รองเท้ายางถ้าจะลงยืน
- เก็บมือถือ/กล้องในถุงกันน้ำเพราะต้องลงเรือเล็ก
#7 ดินเจ็ดสีชามาเรล · Seven Coloured Earths
ปรากฏการณ์ธรณีวิทยาชื่อดังที่สุดของมอริเชียส เป็นเนินทรายเล็ก ๆ ที่ทรายแยกเป็นชั้นสีต่าง ๆ ราว 7 สี ทั้งแดง น้ำตาล ม่วง เขียว น้ำเงิน เกิดจากหินบะซอลต์สลายเป็นดินที่มีเหล็กและอะลูมิเนียม ทำให้แต่ละสีตกตะกอนแยกชั้นกันเองตามธรรมชาติ ที่น่าทึ่งคือต่อให้เอาทรายมาผสมกัน มันก็จะแยกกลับเป็นชั้นสีเหมือนเดิม ที่นี่อยู่ในเขตอนุรักษ์มีรั้วกั้นและจุดชมวิว เดินดูสบาย ๆ พร้อมแวะดูเต่ายักษ์ในสวนเดียวกัน บอกตามตรงว่าสีจะสดที่สุดตอนแดดเช้าหรือหลังฝน ถ้ามาเที่ยงแดดจ้าสีจะดูจืดไปนิด
- มาช่วงเช้าหรือหลังฝนตก สีดินจะสดและคมที่สุด
- ซื้อตั๋วรวมที่เที่ยวน้ำตกชามาเรลในจุดเดียวจะคุ้มกว่า
- ห้ามปีนหรือเหยียบเนินทราย ดูจากจุดชมวิวเท่านั้น
#8 น้ำตกชามาเรล · Chamarel Waterfall
น้ำตกสายเดียวที่สูงที่สุดในมอริเชียส น้ำตกลงมาราว 95 เมตรท่ามกลางป่าเขียวครึ้ม เป็นภาพที่ทรงพลังและสงบในเวลาเดียวกัน จุดชมวิวหลักอยู่ใกล้ทางเข้าเขตดินเจ็ดสี เดินไม่กี่นาทีก็เห็นน้ำตกเต็มสาย ใครชอบลุยมีทางเดินลงไปใกล้แอ่งน้ำด้านล่างได้ แต่ทางชันและลื่นมาก ต้องระวัง บางช่วงยังมีกิจกรรมโรยตัว abseiling สำหรับสายแอดเวนเจอร์ด้วย แอบบอกว่าช่วงหน้าแล้งน้ำจะน้อยลงเห็นเป็นสายเล็ก ถ้าอยากเห็นน้ำตกเต็มสายอลังให้มาช่วงหลังฤดูฝนราวกุมภาพันธ์-เมษายน
- มาหลังฤดูฝน (ก.พ.-เม.ย.) น้ำตกจะเต็มสายสวยที่สุด
- ถ้าจะเดินลงแอ่งน้ำด้านล่าง ใส่รองเท้ากันลื่นและเผื่อเวลา
- ชมจากจุดชมวิวด้านบนก็เห็นเต็มตาแล้ว ไม่ต้องลงก็ได้
#9 อุทยานแห่งชาติแบล็กริเวอร์กอร์จส์ · Black River Gorges National Park
อุทยานแห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดของมอริเชียส มีเส้นทางเดินป่ากว่า 60 กิโลเมตรพาไปจุดชมวิวและน้ำตก เข้าฟรีไม่มีค่าธรรมเนียม ที่นี่เป็นบ้านของป่าฝนและสัตว์เฉพาะถิ่นที่หาดูยาก ทั้งนกพิราบสีชมพูและนกแก้วเอคโค่ที่เกือบสูญพันธุ์ เส้นทางมีให้เลือกทั้งเดินเล่นสบาย ๆ และเทรลโหดสำหรับสายลุย จุดชมวิว Gorges Viewpoint เห็นหุบเขาเขียวสุดลูกหูลูกตา เหมาะมากสำหรับคนรักธรรมชาติ บอกตามตรงว่าบางเทรลยาวและไม่มีร่มเง มาก ควรเริ่มเช้าและเตรียมน้ำให้พอ อย่ามาช่วงบ่ายแก่เพราะมืดเร็วในป่า
- เริ่มเดินแต่เช้าและพกน้ำให้พอ เพราะเทรลยาวและไม่มีร้านค้า
- เลือกเส้นทางตามระดับความฟิต มีทั้งสั้นง่ายและยาวโหด
- ใส่รองเท้าเดินป่า ทางบางช่วงเป็นโคลนและลื่นหลังฝน
#10 ดูโลมาที่อ่าวทามาแรง · Tamarin Bay Dolphin Watching
อ่าวทามาแรงคือจุดดูโลมาที่ดีที่สุดของมอริเชียส ทุกเช้าหลังออกหากินทั้งคืน ฝูงโลมาทั้งพันธุ์สปินเนอร์และโลมาปากขวดจะว่ายเข้ามาในอ่าวน้ำตื้นเพื่อพักผ่อนและเลี้ยงลูก ทัวร์เรือจะออกเช้ามากช่วง 6-9 โมงเพื่อให้เจอโลมาตอนที่ยังเล่นน้ำใกล้ชายฝั่ง บางทัวร์ให้ลงว่ายน้ำด้วยซ้ำ เป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นและน่ารักมาก ขอแนะนำให้เลือกทัวร์ที่ทำตามกฎรักษาระยะห่างกับโลมา ไม่ไล่ต้อน เพื่อไม่รบกวนสัตว์ บอกตามตรงว่าต้องตื่นเช้ามากและบางวันคลื่นแรงอาจเมาเรือได้
- เลือกทัวร์ที่รักษาระยะห่างและไม่ไล่ต้อนโลมา เพื่อท่องเที่ยวอย่างมีจริยธรรม
- ตื่นแต่เช้าจริง ๆ เรือออกราว 6-7 โมงเช้า
- กินยาแก้เมาเรือล่วงหน้าถ้าไม่ชินคลื่น
เที่ยว 10 จุดนี้ — พักย่านไหนดีในเลอมอร์น?
เลือกที่พักทำเลดี = เที่ยวสะดวก ประหยัดเวลาเดินทาง ทีมเราคัดโรงแรมจริงเรตติ้งสูงในเลอมอร์น ให้แล้ว พร้อมเทียบราคา Agoda · Booking · Trip.com ในคลิกเดียว
Dinarobin Beachcomber Golf Resort & Spa
ลิงก์จองเป็นลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม รายละเอียด
JW Marriott Mauritius Resort
ลิงก์จองเป็นลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม รายละเอียด
LUX* Le Morne
ลิงก์จองเป็นลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม รายละเอียด
Boutik Le Morne Holiday Apartments
ลิงก์จองเป็นลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม รายละเอียด
ทัวร์ ตั๋วเข้าชม & กิจกรรมในเลอมอร์น
ทัวร์รายวัน ตั๋วเข้าชม และของจำเป็นสำหรับทริป Le Morne — จองล่วงหน้าบน Klook รับ e-ticket ในมือถือ
ลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม
สรุปก่อนเก็บกระเป๋า
เลอมอร์นเหมาะกับคนที่อยากพักจริง ๆ ไม่ใช่มาวิ่งเช็กลิสต์ ตื่นเช้าเดินเขา บ่ายลงทะเลสาบ เย็นนั่งดูพระอาทิตย์ตกหลังภูเขา แค่นี้ก็คุ้มค่าทั้งวันแล้ว อยากได้เวลาคุณภาพและธรรมชาติเต็มปอด ที่นี่ตอบโจทย์มาก แนะนำให้พักอย่างน้อย 2-3 คืนจะได้ไม่รีบ