อาหารแถบทะเลสาบโคโมเป็นลอมบาร์เดียแบบต้นตำรับ ไม่ฉูดฉาดแต่ลึกซึ้ง ปลาจากทะเลสาบสดตลอดปี ชีสและเนื้อจากเชิงเขาแอลป์ และพาสตาทำมือที่สูตรยังเหมือนเดิมมาหลายร้อยปี อาหารที่นี่กินดีที่สุดในร้านริมน้ำเล็กๆ ที่เจ้าของทำเองและรู้จักชาวประมงมาทั้งชีวิต ไม่จำเป็นต้องหาร้านมิชลินเพื่อกินดี
#1 มิสโซลตีโน (ปลาตากแดดแบบโคโม) · Missoltino
อาหารประจำถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ที่สุดของทะเลสาบโคโม มีประวัติยาวนานกว่า 500 ปี ทำจากปลา Agone (คล้ายปลาซาร์ดีน) ที่จับจากทะเลสาบช่วงฤดูใบไม้ผลิ นำมาตากแดดและดองในเกลือและใบลอเรลในกระป๋องดีบุก นานหลายเดือนจนเนื้อกลายเป็นสีน้ำตาลเข้มและรสอูมามิเข้มข้น เสิร์ฟย่างบนถ่านคู่กับโพเลนตาร้อนและน้ำมันมะกอกดี สัมผัสแรกอาจแปลกสำหรับคนที่ไม่คุ้น แต่ชาวโคโมถือว่านี่คือรสชาติแห่งบ้านเกิด
- ขอย่างสดใหม่หน้าร้าน อย่าสั่งแบบเสิร์ฟเย็นเพราะรสชาติต่างกันมาก ปลาต้องร้อนถึงจะหอมควัน
- กินคู่กับโพเลนตาเนื้อเหลวแบบ polenta morbida ไม่ใช่แบบแข็งทอด รสจะกลมกล่อมกว่า
- หาซื้อกระป๋องมิสโซลตีโนเป็นของฝากได้ที่ร้านขายของชำในเมืองโคโม ราคา 8-15 ยูโรต่อกระป๋อง
#2 ริซอตโต้ปลาทะเลสาบ · Risotto with Lake Fish
ริซอตโต้เป็นอาหารหลักของลอมบาร์เดียและเวอร์ชันทะเลสาบโคโมใช้ปลาสดจากทะเลสาบแทนอาหารทะเล ปลา Lavarello หรือ Coregone (ปลาในทะเลสาบที่เนื้อขาวนุ่ม) ผัดกับหอมแดงและไวน์ขาว Lugana แล้วผสมกับข้าว Carnaroli หรือ Arborio ค่อยๆ ราดน้ำซุปทีละน้อยจนข้าวนุ่มเหนียวแต่ยังมีไส้นิดหน่อย ใส่เนยและ Parmigiano-Reggiano เมื่อสุก รสชาติเบาและสดกว่าริซอตโต้อาหารทะเล เหมาะกับอากาศทะเลสาบมากกว่า
- ถามพนักงานว่าใช้ปลาอะไรวันนี้ ปลา Lavarello และ Coregone ให้รสดีที่สุด ปลา Agone เนื้อเข้มกว่า
- ริซอตโต้ดีต้องรอ 18-20 นาทีหลังสั่ง ถ้าร้านเสิร์ฟเร็วมากแสดงว่าทำไว้ล่วงหน้า
- กินเป็น primo (อาหารจานแรก) แล้วตามด้วยปลาย่างเป็น secondo เพื่อสัมผัสปลาทะเลสาบในสองรูปแบบ
#3 ปิซซ็อกเกรี (พาสตาบัควีทแห่งวาลเตลลีนา) · Pizzoccheri
พาสตาชนิดเดียวที่ทำจากแป้งบัควีทเกือบทั้งหมด มาจากหุบเขา Valtellina เหนือทะเลสาบโคโม รสชาติเข้มข้นและดินกว่าพาสตาข้าวสาลีทั่วไป ต้มร่วมกับมันฝรั่งและกะหล่ำปลีในหม้อเดียวกัน แล้วคลุกกับเนย กระเทียมทอดทอง ชีส Casera และ Parmigiano-Reggiano ให้เข้ากัน เสิร์ฟร้อนและกินทันที ไม่ควรทิ้งไว้นาน เป็นอาหารที่อิ่มและอบอุ่น เหมาะกับอากาศฤดูหนาวของแอลป์แต่ร้านในเมืองโคโมเสิร์ฟตลอดปี
- ชีส Casera DOP เป็นชีสประจำถิ่นที่ทำให้ปิซซ็อกเกรีแตกต่าง ถ้าร้านใช้ชีสอื่นแทนจะรสต่างกันมาก
- ปิซซ็อกเกรีเต็มท้องมาก กินเป็นอาหารจานเดียวได้เลย ไม่จำเป็นต้องสั่งเพิ่ม
- ซื้อแป้งปิซซ็อกเกรีสำเร็จรูปและชีส Casera เป็นของฝากกลับบ้านได้ที่ซูเปอร์มาร์เก็ตในโคโม
#4 โพเลนตา (ข้าวโพดบดแบบลอมบาร์เดีย) · Polenta
อาหารหลักของชาวลอมบาร์เดียที่มีประวัติยาวนานกว่า 400 ปี เป็นเครื่องเคียงที่จะพบเสมอในร้านอาหารท้องถิ่นรอบทะเลสาบโคโม ข้าวโพดบดละเอียดต้มนานกว่า 45 นาทีกวนตลอดเวลาจนเนื้อเนียนและหอม มีสองแบบหลัก คือ polenta morbida เนื้อเหลวราดเนยและชีส กับ polenta pasticciata แบบอบกับชีสและเห็ด เป็นคู่ที่ลงตัวของมิสโซลตีโนและสตูว์ต่างๆ รสชาติเรียบง่ายแต่ให้พลังงาน เหมาะกับอากาศเย็นของแอลป์
- โพเลนตาแบบดั้งเดิมใช้แป้งข้าวโพดบดหยาบ (fioretto) ให้เนื้อสัมผัสดีกว่าแบบผงสำเร็จรูป ถามพนักงานว่าทำเองหรือไม่
- โพเลนตาเหนียวมากเมื่อเย็น เสิร์ฟร้อนเท่านั้น กินเร็วก่อนที่จะแข็งตัวใต้ชีส
- ซื้อแป้งข้าวโพดบด farina di mais ยี่ห้อ Bramata เป็นของฝากกลับบ้านได้ที่ตลาดสดในเมืองโคโม
#5 ชีสวาชเชริน และชีสท้องถิ่น · Vacherina and Local Alpine Cheese
ภูมิภาคลอมบาร์เดียเป็นแหล่งชีส DOP อิตาลีมากที่สุดในประเทศ และร้านขายชีสในเมืองโคโมและตลาดเช้าในเบลลาจิโอมักมีชีสท้องถิ่นที่หาไม่ได้นอกแคว้น ชีส Bitto DOP จากหุบเขา Valtellina อายุบ่ม 10-12 ปี รสเข้มและซับซ้อน ชีส Taleggio อ่อนนุ่มและหอม ชีส Branzi ที่เปรี้ยวอ่อน ล้วนเป็นผลผลิตจากวัวพื้นเมืองที่เลี้ยงบนทุ่งหญ้าแอลป์สูง สัมผัสรสชาติที่นักชีสต่างชาติต่างพูดถึงเมื่อมาเยือนทางเหนือของอิตาลี
- ชีส Bitto เก่ากว่า 3 ปีขึ้นไปรสจะเข้มมาก เหมาะกินกับน้ำผึ้งป่า ขอชิมก่อนซื้อได้เสมอ
- ตลาดเช้าวันพุธและวันเสาร์ในเมืองโคโม (Piazza San Fedele) มีผู้ขายชีสตรงจากฟาร์มแถบภูเขา
- ชีสบ่มนานสามารถนำกลับไทยได้หากห่อสุญญากาศดี ร้านในตลาดมักห่อให้
#6 เจลาโตช่างฝีมือ (อิตาลีท้องถิ่น) · Artisan Gelato
อิตาลีเหนือมีประเพณีทำเจลาโตที่เก่าแก่และร้านเจลาโตช่างฝีมือรอบทะเลสาบโคโมใช้วัตถุดิบท้องถิ่น เช่น เลมอนจากสวนริมทะเลสาบ ถั่วพิสตาชิโอซิซิลี น้ำผึ้งแอลป์ และนมจากวัวภูเขาลอมบาร์เดีย เจลาโตช่างฝีมือ (artigianale) จะมีเนื้อนุ่ม สีไม่ฉูดฉาด และรสชาติลึกกว่าเจลาโตอุตสาหกรรม รสพิสตาชิโอและรสเลมอนของทะเลสาบโคโมเป็นที่ยอมรับว่าดีที่สุดในอิตาลีเหนือ ไม่ควรปฏิเสธไม่ว่าจะกินมาเต็มท้องแล้วก็ตาม
- มองหาป้าย gelato artigianale หรือ produzione propria หมายความว่าทำเองในร้าน ไม่ใช่เจลาโตสำเร็จรูป
- กรวยราคา 2-3 ยูโร ถ้วยราคาเดียวกัน เลือกตามชอบ ร้านดีๆ จะให้ชิมก่อนได้ 1-2 รส
- รส nocciola (เฮเซลนัท) เป็นรสคลาสสิกที่แตกต่างกันมากระหว่างร้าน ลองชิมเปรียบเทียบสนุกดี
เที่ยว 6 จุดนี้ — พักย่านไหนดีในทะเลสาบโคโม?
เลือกที่พักทำเลดี = เที่ยวสะดวก ประหยัดเวลาเดินทาง ทีมเราคัดโรงแรมจริงเรตติ้งสูงในทะเลสาบโคโม ให้แล้ว พร้อมเทียบราคา Agoda · Booking · Trip.com ในคลิกเดียว
Grand Hotel Villa Serbelloni
ลิงก์จองเป็นลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม รายละเอียด
Hotel Belvedere Bellagio
ลิงก์จองเป็นลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม รายละเอียด
Residenza Luigina Varenna
ลิงก์จองเป็นลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม รายละเอียด
Hotel Du Lac Bellagio
ลิงก์จองเป็นลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม รายละเอียด
ทัวร์ ตั๋วเข้าชม & กิจกรรมในทะเลสาบโคโม
ทัวร์รายวัน ตั๋วเข้าชม และของจำเป็นสำหรับทริป Lake Como — จองล่วงหน้าบน Klook รับ e-ticket ในมือถือ
ลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม
สรุปก่อนเก็บกระเป๋า
อาหารรอบทะเลสาบโคโมจะอร่อยที่สุดเมื่อกินในร้านเล็กๆ ที่เปลี่ยนเมนูตามฤดูกาล ถ้าเห็นกระดานดำที่เขียน pesce del giorno (ปลาวันนี้) หรือ risotto con pesce di lago นั่นคือสัญญาณที่ดีว่าร้านใช้วัตถุดิบสดจากทะเลสาบจริงๆ