ทะเลสาบอัสซาลคือ จุดต่ำสุดบนแผ่นดินของทวีปแอฟริกา อยู่ลึกลงไปถึง 155 เมตรใต้ระดับน้ำทะเล และเค็มกว่าน้ำทะเลทั่วไปถึง 10 เท่า ที่นี่ไม่มีโรงแรมหรูหรือห้างสรรพสินค้า มีแต่ทิวทัศน์ทะเลทราย ภูเขาไฟ และทะเลสาบเกลือที่สวยจนเหมือนหลุดมาจากดาวดวงอื่น ทริปนี้เราคัดมาให้ 10 จุดจริงที่นักเดินทางไปแล้วไม่ผิดหวัง พร้อมทิปแบบเพื่อนบอกเพื่อน
#1 ทะเลสาบอัสซาล · Lake Assal
พระเอกของทริปและเหตุผลที่คนยอมขับรถข้ามทะเลทรายมาถึงที่นี่ ทะเลสาบอัสซาลอยู่ลึก 155 เมตรใต้ระดับน้ำทะเล เป็นจุดต่ำสุดบนแผ่นดินของแอฟริกา และเค็มเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก น้ำสีเทอร์คอยซ์ตัดกับขอบเกลือสีขาวโพลนสวยจนถ่ายรูปไม่หยุดมือ ในช่วงอากาศเย็นยังลงลอยตัวในน้ำได้แบบทะเลเดดซี ทิปจริงคือ ความเค็มจะกัดผิวมาก ถ้ามีแผลเปิดจะแสบทรมาน และเกลือตามขอบทะเลสาบคมบาดเท้าได้ ควรใส่รองเท้าที่ลุยน้ำได้และล้างตัวด้วยน้ำจืดทันทีหลังลงเล่น
- พกน้ำจืดล้างตัวมาเองอย่างน้อยคนละ 2 ลิตร เพราะที่นี่ไม่มีน้ำให้ล้าง
- ใส่รองเท้ายางหรือรองเท้าลุยน้ำ เปลือกเกลือคมบาดเท้าได้จริง
- อย่าลงน้ำถ้ามีแผลเปิด ความเค็มระดับนี้แสบมากจนทนไม่ไหว
#2 ทะเลสาบอับเบ · Lake Abbe
ภูมิประเทศที่เหมือนฉากหนังดาวอังคารจนเคยถูกใช้ถ่ายหนัง ทะเลสาบอับเบขึ้นชื่อเรื่องปล่องหินปูนสูงได้ถึง 50 เมตรที่พ่นไอน้ำร้อนออกมาจากใต้ดิน เกิดจากน้ำใต้พิภพร้อนผสมกับน้ำในทะเลสาบ ยามเช้าจะเห็นฝูงนกฟลามิงโกยืนเรียงในน้ำด่างตัดกับพื้นทะเลทรายแห้งแล้ง บรรยากาศพระอาทิตย์ขึ้นที่นี่คือไฮไลต์ที่คนรีวิวกันมากที่สุด ทิปจริงคือ ทางเข้าทุรกันดารมากต้องใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อ และที่พักเป็นแคมป์เรียบง่าย ไฟฟ้าจำกัด ควรเตรียมไฟฉายและผ้าห่มไปเอง
- นอนค้างแคมป์ 1 คืนเพื่อเก็บพระอาทิตย์ขึ้นและท้องฟ้าดาวเต็มฟ้า
- ที่พักไฟฟ้าจำกัด พกพาวเวอร์แบงก์และไฟฉายคาดหัวไปเอง
- ตื่นเช้ามืดไปดูปล่องไอน้ำตอนแสงแรก ภาพสวยที่สุดและอากาศเย็นสุด
#3 อ่าวกูเบต์ เอล คาราบ (อ่าวปีศาจ) · Ghoubbet-el-Kharab
ชื่อในภาษาอาหรับแปลว่า 'อ่าวของปีศาจ' เป็นอ่าวน้ำลึกราว 200 เมตรล้อมด้วยภูเขาสูงและหน้าผา กลางอ่าวมีเกาะภูเขาไฟสองเกาะที่ชาวบ้านเรียกว่าเกาะปีศาจ คนท้องถิ่นเชื่อว่ามีวิญญาณสิงและไม่กล้าออกเรือยามค่ำคืน ที่นี่กระแสน้ำแรงและมีปลาฉลามชุกชุม กัปตันฌาคส์ กุสโตเคยมาสำรวจในยุค 80 จุดชมวิวริมถนนเหนืออ่าวเป็นมุมถ่ายรูปคลาสสิกระหว่างทางไปอัสซาล ทิปจริงคือ ลมแรงมากบนจุดชมวิว ระวังหมวกและของเบาปลิว และไม่มีราวกั้นริมหน้าผา ต้องระวังเด็กเล็ก
- แวะจุดชมวิวริมถนนระหว่างทาง ไม่ต้องลงเรือก็เห็นเกาะปีศาจชัด
- ลมแรงตลอด จับหมวกและมือถือให้แน่น
- ระวังขอบหน้าผาไม่มีราวกั้น อย่าเข้าใกล้เกินไปเพื่อถ่ายรูป
#4 ภูเขาไฟอาร์ดูโกบา · Ardoukoba Volcano
ภูเขาไฟหนุ่มที่เพิ่งถือกำเนิดในปี 1978 หลังพื้นที่นี้เงียบมานานกว่า 3,000 ปี การปะทุครั้งเดียวในประวัติศาสตร์เกิดรอยแยกยาว 500 เมตรและพ่นลาวาบะซอลต์ไหลลงสู่ทะเลสาบอัสซาลและอ่าวกูเบต์ ทุกวันนี้เหลือทุ่งลาวาสีดำสนิทและปากปล่องให้เดินขึ้นไปชมวิวพาโนรามาของพื้นที่เกลือกับอ่าวปีศาจ เหมาะกับคนชอบธรณีวิทยาและการเดินเทรกสั้น ๆ ทิปจริงคือ หินลาวาคมและร้อนจัดกลางวัน ควรเดินช่วงเช้า ใส่รองเท้าผ้าใบพื้นหนา และไม่มีร่มเงาเลยตลอดทาง
- เดินขึ้นปากปล่องช่วงเช้าก่อน 9 โมง แดดยังไม่เผา
- ใส่รองเท้าพื้นหนา หินลาวาคมบาดและกักความร้อน
- พกน้ำดื่มขึ้นไปเอง ตลอดทางไม่มีร่มเงาและไม่มีร้านค้า
#5 ลานเกลือและคาราวานเกลืออัสซาล · Lake Assal Salt Flats & Caravans
ที่ขอบทะเลสาบมีลานเกลือสีขาวกว้างสุดลูกหูลูกตา ที่นี่ชาวอาฟาร์เก็บเกลือมานานหลายร้อยปี ก่อนบรรทุกบนหลังอูฐเป็นคาราวานข้ามทะเลทรายไปแลกเปลี่ยนถึงที่ราบสูงเอธิโอเปีย เป็นเส้นทางการค้าโบราณที่ยังพอเห็นร่องรอยได้จริง การได้เดินบนลานเกลือขาวโพลนและเห็นผลึกเกลือก่อตัวเป็นรูปร่างแปลกตาคือประสบการณ์ที่หาที่ไหนยาก ทิปจริงคือ แสงสะท้อนจากเกลือจ้ามากทำให้ปวดตาและผิวไหม้ง่าย ต้องใส่แว่นกันแดดและทาครีมกันแดดให้หนา และอย่าเก็บก้อนเกลือเป็นของที่ระลึกหากไกด์ห้าม
- ใส่แว่นกันแดดเข้มและทาครีมกันแดด แสงสะท้อนจากเกลือแรงมาก
- ถามไกด์ก่อนเก็บก้อนเกลือ บางจุดเป็นพื้นที่ทำมาหากินของชาวบ้าน
- ให้เกียรติคนงานเก็บเกลือ ขออนุญาตก่อนถ่ายรูปบุคคลเสมอ
#6 ดำน้ำกับฉลามวาฬอ่าวทัดจูรา · Whale Shark Snorkeling, Gulf of Tadjoura
ถ้าอยากพักจากทะเลทรายร้อน ๆ อ่าวทัดจูราคือสวรรค์ของคนรักทะเล อ่าวนี้เป็นหนึ่งในไม่กี่จุดในโลกที่มีโอกาสสูงได้ว่ายน้ำเคียงข้างฉลามวาฬ ยักษ์ใหญ่ใจดีที่กินแพลงก์ตอน นอกจากนี้ยังมีแนวปะการังและฝูงปลาหลากสีให้ดำน้ำตื้นชม น้ำใสและคลื่นไม่แรงในฤดูที่เหมาะ เป็นกิจกรรมที่ดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติมาจิบูตีจำนวนมาก ทิปจริงคือ ฤดูฉลามวาฬอยู่ราวพฤศจิกายน–กุมภาพันธ์เท่านั้น นอกฤดูแทบไม่เจอ ควรจองทัวร์เรือที่มีใบอนุญาตและไม่ไล่แตะตัวฉลามเพื่อความปลอดภัยของสัตว์
- ไปช่วงพฤศจิกายน–กุมภาพันธ์เท่านั้นจึงมีโอกาสเจอฉลามวาฬ
- เลือกทัวร์ที่ห้ามแตะตัวฉลามและจำกัดจำนวนคนต่อตัว
- พกชุดว่ายน้ำกันแดดแขนยาว ลดผิวไหม้และครีมกันแดดลงทะเลให้น้อย
#7 เมืองทัดจูรา · Tadjoura
หนึ่งในเมืองเก่าแก่ที่สุดของจิบูตี ขึ้นชื่อเรื่องอาคารทาสีขาวสะอาดตา มัสยิดเก่า และหาดทรายใกล้เมือง บรรยากาศเนิบช้าแบบเมืองท่าริมอ่าว เหมาะแวะพักผ่อนตัดกับความแห้งแล้งของทริปทะเลสาบ เดินเล่นริมน้ำ ชิมปลาสด และดูวิถีชีวิตคนท้องถิ่นได้สบาย ๆ เป็นจุดตั้งต้นที่ดีสำหรับขึ้นไปป่าเดย์และเทือกเขาโกดา ทิปจริงคือ ที่นี่เงียบและสิ่งอำนวยความสะดวกจำกัด ร้านอาหารและที่พักมีไม่มาก ควรจองล่วงหน้า และการแต่งกายสุภาพปิดไหล่ปิดเข่าจะได้รับการต้อนรับดีกว่า
- นั่งเรือเฟอร์รีจากเมืองจิบูตีข้ามอ่าวเป็นประสบการณ์คุ้มค่า ราว 2.5 ชม.
- แต่งกายสุภาพปิดไหล่ปิดเข่า เพราะเป็นเมืองมุสลิมเก่าแก่
- จองที่พักล่วงหน้า ตัวเลือกในเมืองมีจำกัดจริง
#8 อุทยานแห่งชาติป่าเดย์ · Day Forest National Park
อุทยานแห่งชาติแห่งเดียวของจิบูตีและเป็นพื้นที่ป่าหายากในประเทศที่แห้งแล้งที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ป่าเดย์เป็นดงต้นจูนิเปอร์แอฟริกาบนความสูงเหนือ 950 เมตร เป็นจุดที่ฝนตกมากที่สุดของประเทศและอากาศเย็นสบายตัดกับทะเลทรายข้างล่าง ที่นี่ยังเป็นบ้านของนกฟรองโคลินจิบูตี นกหายากที่เหลือไม่ถึง 500 ตัวในโลก เหมาะกับคนรักธรรมชาติและดูนก ทิปจริงคือ ทางขึ้นเป็นถนนภูเขาดินลูกรังต้องใช้รถ 4WD และไกด์ท้องถิ่น สัญญาณโทรศัพท์แทบไม่มี ควรแจ้งกำหนดการกับที่พักก่อนขึ้นไป
- ต้องใช้รถ 4WD และไกด์ท้องถิ่น ทางขึ้นเป็นลูกรังชัน
- พกเสื้อกันหนาวบาง ๆ บนเขาอากาศเย็นกว่าด้านล่างมาก
- ถ้าชอบดูนก ตื่นเช้าไปหานกฟรองโคลินจิบูตีที่หายากมาก
#9 เทือกเขาโกดา · Goda Mountains
เทือกเขาสูงราว 1,750 เมตร เป็นพื้นที่เขียวที่ใหญ่ที่สุดและจุดที่สูงเกือบเป็นอันดับสองของจิบูตี ทิวทัศน์ตัดกับทะเลทรายเกลือด้านล่างอย่างสิ้นเชิง บนเขามีหมู่บ้านชาวอาฟาร์ น้ำตกตามฤดูกาล และเส้นทางเดินป่าที่มองลงไปเห็นอ่าวทัดจูราสีฟ้า อากาศเย็นสบายเป็นที่หนีร้อนของคนท้องถิ่น ส่วนหนึ่งของเทือกเขาได้รับการคุ้มครองในอุทยานป่าเดย์ ทิปจริงคือ เส้นทางบางช่วงต้องเดินเท้าและจ้างคนนำทางหมู่บ้าน ไม่มีป้ายบอกทาง ควรเตรียมน้ำและของว่างขึ้นไปเอง และให้เกียรติวิถีชีวิตชาวบ้านบนเขา
- จ้างคนนำทางจากหมู่บ้านท้องถิ่น เส้นทางไม่มีป้ายบอกทาง
- เตรียมน้ำและของว่างเอง บนเขาไม่มีร้านค้า
- ขออนุญาตก่อนถ่ายรูปชาวบ้านและบ้านเรือนเสมอ
#10 ทะเลทรายกร็องด์ บารา · Grand Bara Desert
ที่ราบดินแห้งกว้างสุดสายตาที่เกิดจากก้นทะเลสาบโบราณที่แห้งเหือดไป พื้นเรียบจนใช้จัดงานวิ่งมาราธอนและกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตได้ การขับรถข้ามที่ราบนี้ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บนผืนทรายไม่มีที่สิ้นสุด ภาพถ่ายมุมกว้างกับเส้นขอบฟ้าตรงเป๊ะคือเสน่ห์ของที่นี่ มักเป็นจุดผ่านระหว่างทางลงไปทะเลสาบอับเบ ทิปจริงคือ ในฤดูฝนพื้นดินอาจมีน้ำขังและกลายเป็นโคลนรถติดได้ ควรไปกับคนขับที่รู้เส้นทางและมีรถ 4WD รวมถึงไม่มีน้ำหรือร่มเงาเลย ต้องพกเสบียงให้พอ
- ไปกับคนขับท้องถิ่นที่รู้เส้นทาง พื้นราบเหมือนกันไปหมดหลงได้ง่าย
- เลี่ยงช่วงฝนตก พื้นดินกลายเป็นโคลนรถติดได้
- พกน้ำและเสบียงให้พอ ตลอดที่ราบไม่มีร้านหรือร่มเงา
เที่ยว 10 จุดนี้ — พักย่านไหนดีในทะเลสาบอัสซาล?
เลือกที่พักทำเลดี = เที่ยวสะดวก ประหยัดเวลาเดินทาง ทีมเราคัดโรงแรมจริงเรตติ้งสูงในทะเลสาบอัสซาล ให้แล้ว พร้อมเทียบราคา Agoda · Booking · Trip.com ในคลิกเดียว
Ras Dika Hotel
ลิงก์จองเป็นลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม รายละเอียด
Gadileh Resort Hotel
ลิงก์จองเป็นลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม รายละเอียด
Atlantic Hotel
ลิงก์จองเป็นลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม รายละเอียด
Djibouti Palace Kempinski
ลิงก์จองเป็นลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม รายละเอียด
ทัวร์ ตั๋วเข้าชม & กิจกรรมในทะเลสาบอัสซาล
ทัวร์รายวัน ตั๋วเข้าชม และของจำเป็นสำหรับทริป Lake Assal — จองล่วงหน้าบน Klook รับ e-ticket ในมือถือ
ลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม
สรุปก่อนเก็บกระเป๋า
ทะเลสาบอัสซาลและพื้นที่รอบ ๆ ไม่ใช่ที่เที่ยวสบาย ๆ แต่เป็นประสบการณ์ดิบ ๆ ที่หาไม่ได้จากที่ไหนในโลก ถ้าวางแผนดี เตรียมน้ำ เตรียมรถ และจ้างไกด์ท้องถิ่นที่ไว้ใจได้ คุณจะได้เห็นภูมิประเทศแบบที่ภาพถ่ายยังถ่ายทอดได้ไม่หมด แนะนำให้รวมทริปกับทะเลสาบอับเบเป็นแพ็กเกจ 2 วันจะคุ้มที่สุด