The Wheatbaker
โดยทีม TopOfHotel
The Wheatbaker คือ บูทีกโฮเทลที่ทำให้ลากอสรู้สึกเป็นมนุษย์ขึ้นมาก — เพียง 41 ห้องในย่าน Ikoyi residential luxury งานดีไซน์แอฟริกาคอนเทมโพรารีที่มีคาแรกเตอร์ บริการแบบจำหน้าจำชื่อ และคอลเลกชันงานศิลป์ที่ทำให้รู้สึกว่าได้พักในแกลเลอรีเล็ก ๆ มากกว่าโรงแรมเชน
The Wheatbaker คือ บูทีกโฮเทลที่ทำให้ลากอสรู้สึกเป็นมนุษย์ขึ้นมาก — เพียง 41 ห้องในย่าน Ikoyi residential luxury งานดีไซน์แอฟริกาคอนเทมโพรารีที่มีคาแรกเตอร์ บริการแบบจำหน้าจำชื่อ และคอลเลกชันงานศิลป์ที่ทำให้รู้สึกว่าได้พักในแกลเลอรีเล็ก ๆ มากกว่าโรงแรมเชน
รีวิวเชิงลึก
ห้องพักและการตกแต่ง
ลองนึกภาพบ้านหลังสีอ่อนสไตล์โคโลเนียลร่วมสมัยที่ซ่อนตัวอยู่หลังกำแพงสูงและประตูเหล็กดัดบนถนน Lawrence Road ในย่าน Ikoyi — นั่นแหละ The Wheatbaker เปิดประตูเข้าไปจะเจอคอร์ตยาร์ดเล็ก ๆ ปูหินกับต้นไม้สูง แล้วล็อบบี้สีอบอุ่นที่มีงานศิลป์แอฟริกาคอนเทมโพรารีรอต้อนรับตั้งแต่ก้าวแรก โรงแรมบูทีกหลังนี้เปิดบริการมาตั้งแต่ปี 2011 ออกแบบโดย Olusegun Lasebikan สถาปนิกจาก Brixton ที่ผสมงานสถาปัตยกรรมร่วมสมัยกับกลิ่นอายแอฟริกาตะวันตกได้อย่างมีคาแรกเตอร์ ภายในมี 41 ห้องและสวีต — เลขห้องไม่เยอะแต่ตั้งใจมาก เปิดประตูเข้าห้องไปจะเจอเตียงนุ่มที่คลุมผ้าทอลายท้องถิ่น โซฟานั่งเล่นริมหน้าต่าง โต๊ะไม้สำหรับทำงาน และห้องน้ำหินอ่อนพร้อมฝักบัวแยกอ่าง ผนังทุกห้องมีภาพหรือประติมากรรมจากศิลปินแอฟริกันที่คัดมาเอง บางห้องเป็นภาพถ่าย บางห้องเป็นภาพวาดสีน้ำมัน ทำให้รู้สึกว่าได้พักในแกลเลอรีเล็ก ๆ มากกว่าโรงแรม ห้องชั้นบนหันออกสระและสวนเขตร้อนกลางโรงแรม รีวิวหลายเสียงบอกว่าตื่นมาเปิดม่านเจอใบไม้สีเขียวสดและแสงแดดอุ่น ๆ ในลากอสคือบรรยากาศที่หาได้ยากในเมืองที่ส่วนใหญ่เป็นตึกคอนกรีต ใครเลือกสวีตยังได้พื้นที่นั่งเล่นเพิ่ม โต๊ะทำงานใหญ่ขึ้น และห้องน้ำที่มีอ่างจากุซซี่ ดีไซน์โดยรวมไม่ได้เน้นความหรูจัดเต็มแบบโรงแรมเชน แต่เน้นความมีคาแรกเตอร์และทำให้รู้สึกเหมือนได้พักในบ้านของเพื่อนที่เป็นนักสะสมงานศิลป์
อาหารและสิ่งอำนวยความสะดวก
หัวใจของโรงแรมนี้คือ The Picnic Restaurant ห้องอาหารหลักที่หลายรีวิวยกว่าเป็นหนึ่งในห้องอาหารโรงแรมที่ดีที่สุดในลากอส บรรยากาศตกแต่งไม้กับโทนอบอุ่น เปิดทั้งวัน เสิร์ฟ international + Nigerian fusion ที่มีทั้งเมนูแอฟริกาตะวันตกอย่าง suya เนื้อย่างเครื่องเทศ jollof rice ที่หอมเครื่อง และ snail starter ที่กลายเป็นเมนูพูดถึงในวงสายกินของลากอส คู่กับเมนู international ครบทั้งสเต๊ก ซีฟู้ดสด และพาสต้า มื้อเช้าก็เสิร์ฟแบบ à la carte + บุฟเฟ่ต์ขนาดกะทัดรัด มีไข่ตามสั่ง ขนมปังอบสดทุกเช้า ผลไม้ไนจีเรียอย่างมะเฟือง mango และสับปะรด พร้อมกาแฟคั่วท้องถิ่นที่หอมจัดเต็ม ออกจากห้องอาหารหลักไปอีกฟากคือ Spice Route Lounge บาร์ค็อกเทลที่ออกแบบให้นั่งจิบแบบเงียบ ๆ มีแสงไฟส้มอุ่น เสิร์ฟทั้งค็อกเทลคลาสสิกและซิกเนเจอร์ที่เล่นกับวัตถุดิบไนจีเรีย ลงไปด้านล่างมี สระว่ายน้ำกลางแจ้ง ล้อมสวนเขตร้อน เดคนั่งเล่นกว้าง สปา ที่เน้นทรีตเมนต์น้ำมันแอฟริกาและบำบัดสไตล์ผ่อนคลาย กับ ฟิตเนส ที่อุปกรณ์ครบและเปิดให้แขกทุกห้อง รีวิวจำนวนมากชมตรงกันว่า พนักงาน ของที่นี่จำชื่อแขกได้แบบบูทีกจริง ๆ ใครกลับมาพักรอบสองมักเล่าว่าเช็กอินรอบใหม่พนักงานจำได้ จำเครื่องดื่มที่ชอบ และจัดห้องให้ตามที่เคยขอ คะแนน Agoda 9.0 และ Booking 8.8 สะท้อนชัดว่าจุดแข็งจริง ๆ อยู่ตรงบริการและประสบการณ์แบบบูทีก
ทำเลและการเดินทาง
ทำเลคืออีกไพ่เด็ดของที่นี่ โรงแรมตั้งอยู่ เลขที่ 4 Lawrence Road ใจกลางย่าน Ikoyi ที่ถือเป็น residential luxury district ของลากอส มีบ้านเศรษฐี สถานทูตหลายประเทศ โรงเรียนนานาชาติ และสำนักงานบริษัทข้ามชาติเรียงราย ทำให้ย่านนี้สงบและปลอดภัยกว่าฝั่งเกาะหลักอื่น ๆ มาก เปิดประตูออกจากโรงแรมไปจะเจอถนนกว้างที่มีต้นไม้สองข้างทาง เดินไปไม่ไกลถึง Polo Club Lagos ที่จัดการแข่ง polo สุดสัปดาห์เกือบทุกฤดู และ Ikoyi Club สนามกอล์ฟเก่าแก่ของเมือง เดิน 5 นาทีถึง Lagos Lagoon ที่ช่วงเย็นแสงทองสะท้อนน้ำสวย ห่าง Falomo Bridge ที่ข้ามไป Victoria Island ราว 15 นาทีรถ ใครมาทำงานติดต่อธุรกิจในย่าน VI ที่นี่คือจุดพักที่ลงตัวสุด ห่าง Lekki Conservation Centre ที่มี canopy walk บนยอดไม้สูงที่สุดในแอฟริกาตะวันตกราว 25 นาทีรถ และห่าง Nike Art Centre Lekki แกลเลอรีศิลปะที่ใหญ่ที่สุดในย่านราว 30 นาทีรถ — สำหรับสายอาร์ตที่ชอบงานศิลป์ในโรงแรมอยู่แล้ว ทริปครึ่งวันที่ Nike Art Centre คือต่อยอดที่ลงตัว ส่วนสนามบินนานาชาติ Murtala Muhammed (LOS) อยู่ห่างราว 20 กม. ผ่าน Third Mainland Bridge ทางโรงแรมมีบริการรถรับส่งและ driver service ให้แขกตลอด
ข้อที่อยากให้รู้ก่อนจอง
พูดกันตรง ๆ เพื่อช่วยตัดสินใจ ข้อแรกที่ต้องระวังคือเรื่อง จำนวนห้องที่น้อยมาก เพียง 41 ห้อง ทำให้ จองยาก ช่วงไฮซีซัน (พฤศจิกายน–มีนาคม) และช่วงงานสำคัญในลากอสอย่าง Lagos Fashion Week หรือ Felabration แนะนำให้จองล่วงหน้าอย่างน้อย 2–3 สัปดาห์ ถ้าต้องการสวีตหรือห้องวิวสระต้องจองล่วงหน้านานกว่านั้น ข้อสองคือ ราคาที่ค่อนข้างสูง ห้องเริ่มต้น ฿14,000/คืน และสวีตขึ้นไปถึง ฿30,000/คืน ถือว่าสูงสุดของย่าน Ikoyi ในกลุ่ม 5 ดาวเดียวกัน แต่ส่วนหนึ่งเป็นค่าความเอกซ์คลูซีฟของบูทีก 41 ห้องที่หาคู่แข่งในตลาดยาก ข้อสามที่เจอในบางรีวิวคือ Wi-Fi และไฟฟ้าสำรอง ที่บางครั้งสะดุดตามสภาพโครงสร้างพื้นฐานของลากอสโดยรวม แม้โรงแรมมีระบบสำรองครบ แต่บางเสียงบ่นเรื่องเน็ตในห้องที่ความเร็วไม่สม่ำเสมอช่วงดึก ข้อสี่ที่สำคัญมากและไม่ใช่เรื่องของตัวโรงแรมโดยตรงคือ สถานการณ์ความปลอดภัยของลากอสโดยรวม ที่ปัจจุบันอยู่ใน US Travel Advisory Level 3 (Reconsider Travel) ตัวลากอสเองมี petty crime และจราจรหนาแน่น — แนะนำให้พักใน enclosed luxury hotel แบบนี้ ใช้ driver service ของโรงแรมหรือ Uber/Bolt เท่านั้นเวลาออกข้างนอก และ ไม่เดินกลางคืน แม้ในย่าน Ikoyi ที่ถือว่าปลอดภัยที่สุดของเมือง การเตรียมตัวเรื่องนี้สำคัญพอ ๆ กับการเลือกโรงแรม
สรุปจากทีมเรา
จากที่ทีมเรานั่งไล่อ่านรีวิวจริงหลายร้อยเสียง The Wheatbaker คือบูทีกโฮเทลที่ขายสามอย่างได้อย่างเต็มภาคภูมิ — ความเอกซ์คลูซีฟของ 41 ห้อง ที่ทำให้บริการเป็นแบบจำหน้าจำชื่อจริง ดีไซน์ contemporary African และคอลเลกชันงานศิลป์ ที่ทำให้ทั้งโรงแรมรู้สึกเหมือนแกลเลอรีเล็ก ๆ ที่นอนได้ และ ทำเล Ikoyi residential luxury ที่เดินถึง Polo Club กับสนามกอล์ฟ Ikoyi Club ห่าง Victoria Island แค่ 15 นาทีรถ ถ้าภาพทริปในหัวคุณคือมาประชุมธุรกิจในย่าน VI หรือ Lekki แล้วกลับมานั่งจิบค็อกเทลที่ Spice Route Lounge ต่อด้วยมื้อค่ำที่ Picnic Restaurant ในเมืองที่ตัวเลือกโรงแรมระดับสากลไม่ได้มีเยอะ ที่นี่คือคำตอบที่ลงตัวมาก สำหรับคู่รักที่อยากได้บรรยากาศโรแมนติกแบบบูทีก สำหรับนักธุรกิจที่ให้ค่ากับบริการ personalized และสำหรับคนรักศิลปะที่อยากพักในที่ที่งานศิลป์เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ คะแนน Agoda 9.0 Booking 8.8 และ TripAdvisor 4.5 ไม่ได้มาเพราะโชค โดยรวมทีมเราให้ 8.9/10 — ติดอันดับ #5 ของ Lagos ในการจัดอันดับครั้งนี้เพราะขนาดเล็ก ราคาสูง และความที่ต้องจองล่วงหน้านาน แต่ถ้าได้ห้องแล้ว เราเชื่อว่าเป็นหนึ่งในประสบการณ์โรงแรมที่ดีที่สุดที่ลากอสมีให้
คะแนนแยกหมวด
ประเมินโดยทีม editorial จากการตรวจสอบข้อมูลและรีวิวจริง
คำตัดสินจริงใจ — ข้อดี & ข้อที่ควรรู้ก่อนจอง
- บูทีกขนาดเพียง 41 ห้องบนถนน Lawrence Road ใจกลาง Ikoyi residential luxury district — ได้บรรยากาศเอกซ์คลูซีฟแบบที่โรงแรมเชน 200 ห้องไม่มีทางให้ได้ คะแนน Agoda 9.0 สูงที่สุดในกลุ่มหรูของย่าน
- งานสถาปัตยกรรมและตกแต่งภายในโดย Olusegun Lasebikan สไตล์ contemporary African ที่มีคาแรกเตอร์ บวก <strong>คอลเลกชันงานศิลป์</strong> ที่คัดมาประดับทั้งโรงแรม — เดินไปไหนก็เจอภาพหรือประติมากรรมจากศิลปินแอฟริกัน เหมือนได้พักในแกลเลอรีเล็ก ๆ
- บริการแบบ personalized ที่จำหน้าจำชื่อแขกได้จริง — ขนาดห้อง 41 ห้องทำให้พนักงานรู้จักทุกคน รีวิวจำนวนมากเล่าว่าเช็กอินกลับมารอบสองพนักงานจำได้และจำเครื่องดื่มที่ชอบ
- The Picnic Restaurant เสิร์ฟ international + Nigerian fusion ที่หลายรีวิวยกว่าเป็นหนึ่งในห้องอาหารโรงแรมที่ดีที่สุดในลากอส คู่กับ Spice Route Lounge ที่ออกแบบให้นั่งจิบค็อกเทลแบบเงียบ ๆ ในเมืองที่ปกติเสียงดังตลอดวัน
- ทำเลใกล้ Polo Club Lagos เดินได้ ใกล้ Ikoyi Club สนามกอล์ฟ เดิน 5 นาทีถึง Lagos Lagoon และห่าง Falomo Bridge ไป Victoria Island ราว 15 นาทีรถ — เป็นเซฟโซนที่เหมาะทั้งทริปธุรกิจและทริปพักผ่อน
- ขนาด 41 ห้องทำให้ <strong>จองยาก</strong> ช่วงไฮซีซันและช่วงงานสำคัญในลากอส แนะนำให้จองล่วงหน้าอย่างน้อย 2–3 สัปดาห์ และถ้าต้องการสวีตหรือห้องวิวสระควรจองล่วงหน้านานกว่านั้น
- ราคาห้องเริ่มต้น ฿14,000 และอัปไปถึง ฿30,000/คืนสำหรับสวีต — ถือว่าสูงสุดในกลุ่มโรงแรม 5 ดาวของย่าน Ikoyi แต่ส่วนหนึ่งเป็นค่าความเอกซ์คลูซีฟของบูทีก 41 ห้องที่หาคู่แข่งในตลาดยาก
- Wi-Fi และไฟฟ้าสำรองบางครั้งสะดุดตามสภาพโครงสร้างพื้นฐานของลากอสโดยรวม — แม้โรงแรมมีระบบสำรองครบ แต่บางรีวิวบ่นเรื่องเน็ตในห้องที่ความเร็วไม่สม่ำเสมอช่วงดึก
เหมาะกับใคร
Match Score ตามไลฟ์สไตล์การเดินทาง
สิ่งอำนวยความสะดวก
ทำเล & สถานที่ใกล้เคียง
กิจกรรมน่าทำใกล้ Lagos
ทัวร์รายวัน ตั๋วเข้าชม และกิจกรรมรอบ Lagos — จองล่วงหน้าบน Klook รับ e-ticket ในมือถือ
ดูกิจกรรมใน Lagosลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม
เคล็ดลับจากทีมรีวิว
- ขอห้องชั้นบนฝั่งหันเข้าสระและสวน จะได้บรรยากาศเงียบและแสงเช้านุ่ม ๆ พร้อมวิวต้นไม้สีเขียวของย่าน Ikoyi ที่หาได้ยากในเมืองลากอส
- ลองจองเที่ยงหรือเย็นที่ The Picnic Restaurant แม้ไม่ได้เป็นแขกพัก — เมนู Nigerian fusion อย่าง suya, jollof และ snail starter เป็นที่พูดถึงในวงสายกินของลากอส
- เดินออกประตูโรงแรม 5 นาทีถึง Lagos Lagoon ช่วงเย็นแสงทองสวย และเดินอีกนิดถึง Polo Club Lagos ที่จัด match polo สุดสัปดาห์เกือบทุกฤดู ขอ concierge เช็กตารางให้
- ใช้ <strong>driver service ของโรงแรม</strong> หรือ Uber/Bolt เท่านั้นเวลาออกข้างนอก — ลากอสเป็นเมืองที่ไม่แนะนำเดินกลางคืนแม้ในย่าน Ikoyi เอง