Shangri-La Toronto
โดยทีม TopOfHotel
Shangri-La Toronto คือ การได้พักในตึกกระจกเพรียวสูงที่สุดต้น ๆ ของย่านการเงิน พร้อมสปาฮัมมัมระดับเมือง สระในร่มยาว 20 เมตร และบริการเอเชียนอบอุ่นที่รีวิวยกให้เป็นที่หนึ่ง — เด่นที่บริการ ความครบเครื่องของวงพักผ่อน และทำเลที่เดินถึงทั้งย่านการเงินและโรงละครได้ในตัว
Shangri-La Toronto คือ การได้พักในตึกกระจกเพรียวสูงที่สุดต้น ๆ ของย่านการเงิน พร้อมสปาฮัมมัมระดับเมือง สระในร่มยาว 20 เมตร และบริการเอเชียนอบอุ่นที่รีวิวยกให้เป็นที่หนึ่ง — เด่นที่บริการ ความครบเครื่องของวงพักผ่อน และทำเลที่เดินถึงทั้งย่านการเงินและโรงละครได้ในตัว
รีวิวเชิงลึก
ห้องพักและการตกแต่ง
ลองนึกภาพตึกกระจกเพรียวสูงเสียดฟ้าถึง 65 ชั้นที่ตั้งตระหง่านอยู่บนถนน University Avenue กลางย่านการเงินของโทรอนโต — นั่นแหละคือเสน่ห์แรกของ Shangri-La Toronto โรงแรมในเครือเอเชียชื่อดังที่เปิดให้บริการในปี 2012 โดยยึดพื้นที่ 17 ชั้นล่างของตึก ส่วนชั้นบนเป็นเรสซิเดนซ์ระดับหรู เดินเข้าล็อบบี้แล้วจะเจอบรรยากาศโมเดิร์นโปร่งโล่ง เพดานสูง แสงนวล และงานตกแต่งร่วมสมัยที่แทรกกลิ่นอายเอเชียนแบบสะอาดตาไม่ตะโกน ห้องพักทั้ง 202 ห้องและสวีตกว้างขวางกว่ามาตรฐานใจกลางเมืองอย่างเห็นได้ชัด ตกแต่งโทนอบอุ่นด้วยวัสดุชั้นดี ผ้านวมนุ่ม และห้องน้ำหินอ่อนที่ดูหรูแต่ใช้งานสบาย จุดที่หลายรีวิวตื่นเต้นคือลูกเล่นไฮเทคในห้อง ทั้ง ทีวีที่ฝังอยู่ในกระจกห้องน้ำ แผงควบคุมไฟและม่านแบบแท็บเล็ต และเครื่อง Nespresso ที่พร้อมชงทุกเช้า ที่ฟินสุดต้องยกให้ หน้าต่างบานใหญ่จากพื้นจรดเพดาน ที่หลายห้องเปิดวิว CN Tower ใกล้ ๆ — นึกภาพการได้ตื่นมาจิบกาแฟมองแลนด์มาร์กเมืองและตึกระฟ้ายามเช้าจากเตียงนุ่ม ๆ ยิ่งชั้นสูงยิ่งได้มุมกว้างและเงียบสงบกว่า ใครชอบความหรูแบบโมเดิร์นเรียบโก้ที่มีกลิ่นอายเอเชียนอบอุ่นน่าจะถูกใจมาก
อาหารและสิ่งอำนวยความสะดวก
ถ้าจะพูดถึงไพ่เด็ดด้านอาหารของที่นี่ ก็คงหนีไม่พ้นการที่โรงแรม เชื่อมตรงกับ Momofuku ของเชฟชื่อก้องโลก David Chang ที่ตั้งอยู่ในตึกเดียวกัน — เดินจากล็อบบี้ไม่กี่ก้าวก็ถึงร้านที่ขึ้นชื่อระดับโลก ภายในโรงแรมเองก็มี Bosk ห้องอาหารดีไซน์เก๋ที่ตั้งอยู่ติดผนังกระจกมองออกถนน เสิร์ฟอาหารร่วมสมัยที่เน้นวัตถุดิบท้องถิ่น และ The Lobby Lounge ที่กลายเป็นจุดนัดพบยอดนิยมของคนโทรอนโตสำหรับ afternoon tea พร้อมเสียงเปียโนสดยามบ่ายที่รีวิวหลายเสียงชมว่าบรรยากาศดีจนผ่อนคลาย ส่วนใครชอบค็อกเทลก็มีบาร์สไตล์ Prohibition-era ที่ขรึมเก๋ไว้จิบยามค่ำ ขึ้นไปชั้นห้าคือวงพักผ่อนเต็มสูบที่หลายคนยกให้เป็นจุดขายตัวจริง — สปา Miraj Hammam ที่ขึ้นชื่อเรื่องพิธีฮัมมัมสไตล์ตะวันออกกลางและทรีตเมนต์ผ่อนคลาย สระว่ายน้ำในร่มยาวถึง 20 เมตร ที่ถือว่ายาวกว่าสระโรงแรมกลางเมืองทั่วไปมาก เหมาะทั้งว่ายออกกำลังและแช่คลายเหนื่อย พร้อมสตูดิโอโยคะและฟิตเนสที่มีลู่วิ่งเรียงรายมองวิวเมือง ทุกอย่างถูกจัดวางให้แขกได้พักผ่อนเต็มที่กลางย่านการเงินที่จอแจโดยไม่ต้องก้าวออกจากโรงแรมเลย
ทำเลและการเดินทาง
ทำเลของที่นี่น่าสนใจตรงที่ คาบเกี่ยวสองย่านในตัว โรงแรมตั้งอยู่บนถนน University Avenue ใจกลาง Financial District ย่านการเงินที่เต็มไปด้วยตึกระฟ้าและสำนักงานใหญ่ ทำให้สะดวกมากสำหรับนักเดินทางธุรกิจที่ต้องเข้าประชุม ขณะเดียวกันก็อยู่ติดขอบ Entertainment District — เดินราว 8–10 นาทีก็ถึง CN Tower แลนด์มาร์กของเมือง, สนามกีฬา Rogers Centre และโรงละครสายหลักอย่าง Roy Thomson Hall ที่เป็นบ้านของวงออร์เคสตราเมือง ใครชอบดูโชว์หรือคอนเสิร์ตจะเดินกลับโรงแรมได้สบายหลังจบงาน ฝั่งการเดินทางก็คล่อง เพราะสถานีรถไฟใต้ดิน St. Andrew (สายเหลือง Yonge–University) อยู่ห่างเดินราว 5 นาที กระโดดขึ้นรถไฟใต้ดินเข้าย่านช้อปปิ้งบนถนน Bloor ไปริมทะเลสาบ Ontario หรือต่อสายไปจุดอื่นในเมืองได้โดยไม่ต้องพึ่งแท็กซี่ ใครขับรถเองก็เข้าถึงทางด่วน Gardiner Expressway ได้ไม่ยาก สรุปง่าย ๆ คือถ้าอยากพักในจุดที่สะดวกทั้งงานประชุม การชมโชว์ และเที่ยวแลนด์มาร์กในระยะเดิน แล้วยังต่อรถไฟใต้ดินไปไหนก็คล่อง ทำเลนี้ตอบโจทย์เต็ม ๆ
ข้อที่อยากให้รู้ก่อนจอง
พูดกันตรง ๆ เพื่อช่วยตัดสินใจ ข้อแรกที่เจอบ่อยที่สุดคือเรื่อง ราคาและค่าใช้จ่ายเสริม ที่นี่อยู่ในระดับสูงและมีรายการที่ควรเช็กให้ชัดตอนจอง โดยเฉพาะค่าจอดรถแบบ valet ที่ค่อนข้างแพง และค่าบริการบางอย่างที่อาจบวกเพิ่มจากค่าห้อง ใครงบจำกัดอาจต้องคิดสักนิดว่าความครบเครื่องที่ได้คุ้มกับเงินที่จ่ายไหม ข้อสองคือเรื่อง ย่าน ที่แม้จะสะดวกต่อการทำงาน แต่ Financial District จะคึกคักเฉพาะวันธรรมดาในเวลางาน พอตกเย็นหรือช่วงสุดสัปดาห์ย่านนี้ค่อนข้างเงียบและร้านรวงปิดเร็ว ใครอยากได้บรรยากาศมีชีวิตชีวารอบโรงแรมอาจต้องเดินหรือนั่งรถออกไปย่านอื่นบ้าง ข้อสามคือเรื่อง ดีไซน์ ที่เน้นความโมเดิร์นหรูเรียบ บางรีวิวรู้สึกว่าล็อบบี้และห้องดู "นิ่ง" และเป็นทางการ ขาดเสน่ห์เฉพาะตัวหรือกลิ่นอายท้องถิ่นเมื่อเทียบกับโรงแรมบูทีคที่มีคาแรกเตอร์จัดจ้านกว่า แนะนำให้คาดหวังกับบริการ ความครบเครื่อง และทำเลเป็นหลัก แล้วถือเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นรายละเอียดที่ปรับได้
สรุปจากทีมเรา
จากที่ทีมเรานั่งไล่อ่านรีวิวจริงมาหลายร้อยเสียง Shangri-La Toronto คือโรงแรมที่ขาย "บริการเอเชียนอบอุ่นใส่ใจที่รีวิวยกให้เป็นที่หนึ่ง + วงพักผ่อนครบเครื่องทั้งสปาฮัมมัมและสระในร่มยาว 20 เมตร + ตัวเลือกอาหารหลากหลายที่เชื่อมตรง Momofuku + ทำเลกลางย่านการเงินที่เดินถึงโรงละครและ CN Tower ได้" ได้อย่างเต็มภาคภูมิ ถ้าภาพทริปในหัวคุณคือการได้พักในตึกกระจกสง่างาม ตื่นมามองวิว CN Tower จากเตียง กลับมาแช่สระยาว 20 เมตรและสปา Miraj Hammam แล้วปิดท้ายด้วยมื้อค่ำที่ Momofuku หรือ Bosk และค็อกเทลในบาร์สไตล์ Prohibition ที่นี่คือตัวเลือกที่ลงตัวสุด ๆ โดยเฉพาะสำหรับนักเดินทางธุรกิจและคู่รักสายลักชัวรี แต่ถ้าคุณงบจำกัด หรือมองหาย่านที่มีชีวิตชีวาทั้งกลางวันกลางคืนและโรงแรมที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวมากกว่าความเนี้ยบโมเดิร์น ราคาที่สูงกับย่านการเงินที่เงียบช่วงสุดสัปดาห์อาจไม่ตรงใจที่สุด โดยรวมเราให้ 9.1/10 เหมาะที่สุดสำหรับคู่รัก นักเดินทางธุรกิจ และสายลักชัวรีที่ให้ค่ากับบริการ ความครบเครื่อง และทำเลมากกว่าราคาที่ต้องจ่าย
คะแนนแยกหมวด
ประเมินโดยทีม editorial จากการตรวจสอบข้อมูลและรีวิวจริง
คำตัดสินจริงใจ — ข้อดี & ข้อที่ควรรู้ก่อนจอง
- บริการพนักงานได้รับคำชมตรงกันแทบทุกรีวิวในแบบฉบับ Shangri-La — อบอุ่น ใส่ใจรายละเอียด พาแขกเดินแนะนำโรงแรมเอง และจำชื่อแขกได้ จนหลายคนบอกว่าเป็นเหตุผลหลักที่ประทับใจและอยากกลับมาพักซ้ำ
- ห้องพักทั้ง 202 ห้องกว้างขวางกว่ามาตรฐานใจกลางเมือง ตกแต่งหรูผสานกลิ่นอายเอเชียน มีลูกเล่นไฮเทคอย่างทีวีฝังในกระจกห้องน้ำ แผงควบคุมแบบแท็บเล็ต และหน้าต่างบานใหญ่ที่หลายห้องเปิดวิว CN Tower
- วงพักผ่อนชั้นห้าครบเครื่อง — สปา Miraj Hammam ที่มีพิธีฮัมมัมสไตล์ตะวันออกกลางขึ้นชื่อ สระว่ายน้ำในร่มยาวถึง 20 เมตรที่หาได้ยากในโรงแรมกลางเมือง และฟิตเนสที่รีวิวชมว่าครบครัน
- ตัวเลือกอาหารและเครื่องดื่มหลากหลายในตัว — ห้องอาหาร Bosk ที่ดูดี The Lobby Lounge สำหรับ afternoon tea ที่คนเมืองชอบ บาร์สไตล์ Prohibition และที่เด็ดสุดคือเชื่อมตรงกับ Momofuku ของเชฟ David Chang ระดับโลก
- ทำเลคาบเกี่ยวสองย่านในตัว — เดินถึง CN Tower, Rogers Centre และโรงละครสายหลักอย่าง Roy Thomson Hall ในย่าน Entertainment District ได้ราว 8–10 นาที ขณะเดียวกันก็อยู่ใจกลางย่านการเงินที่สะดวกต่อการประชุม
- ราคาอยู่ในระดับสูงและมีค่าใช้จ่ายเสริมหลายรายการที่ควรเช็กก่อนจอง โดยเฉพาะค่าจอดรถ valet ที่ค่อนข้างแพง และค่าบริการบางอย่างที่อาจบวกเพิ่มจากค่าห้องพอสมควร
- ทำเลกลาง Financial District คึกคักเฉพาะวันธรรมดาในเวลางาน พอตกเย็นหรือช่วงสุดสัปดาห์ย่านนี้ค่อนข้างเงียบเหงา ร้านรวงปิดเร็ว ใครอยากได้บรรยากาศมีชีวิตชีวารอบโรงแรมอาจต้องเดินหรือนั่งรถออกไปย่านอื่น
- ตัวตึกและดีไซน์ห้องเน้นความโมเดิร์นหรูเรียบ บางรีวิวรู้สึกว่าล็อบบี้และห้องดู "นิ่ง" และเป็นทางการ ขาดเสน่ห์เฉพาะตัวหรือกลิ่นอายท้องถิ่นเมื่อเทียบกับโรงแรมบูทีคที่มีคาแรกเตอร์จัดกว่า
เหมาะกับใคร
Match Score ตามไลฟ์สไตล์การเดินทาง
สิ่งอำนวยความสะดวก
ทำเล & สถานที่ใกล้เคียง
กิจกรรมน่าทำใกล้ Toronto
ทัวร์รายวัน ตั๋วเข้าชม และกิจกรรมรอบ Toronto — จองล่วงหน้าบน Klook รับ e-ticket ในมือถือ
ดูกิจกรรมใน Torontoลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม
เคล็ดลับจากทีมรีวิว
- ขอห้องชั้นสูงฝั่งหันออก CN Tower ถ้าอยากได้วิวแลนด์มาร์กเต็มตา — ยิ่งสูงยิ่งได้มุมเส้นขอบฟ้าเมืองกว้างและเงียบกว่าฝั่งที่หันลงถนน University
- ลองจอง afternoon tea ที่ The Lobby Lounge สักรอบ เป็นจุดที่คนเมืองชอบมานั่งและรีวิวชมเรื่องบรรยากาศกับเปียโนสด ควรจองล่วงหน้าช่วงสุดสัปดาห์เพราะที่นั่งเต็มเร็ว
- ใช้สถานีรถไฟใต้ดิน St. Andrew ที่เดินถึงในไม่กี่นาทีเป็นจุดเข้าตัวเมือง จะเลี่ยงรถติดและประหยัดค่าจอดรถ valet ที่ค่อนข้างแพงได้