Shangri-La Kuala Lumpur
โดยทีม TopOfHotel
Shangri-La Kuala Lumpur คือ โอเอซิสรีสอร์ตกลางเมืองในแบบที่เหลือน้อยลงทุกที — สวนเขตร้อน สระใหญ่ บุฟเฟต์ Lemon Garden ระดับตำนาน บวกพนักงานเก๋าที่ทำให้รู้สึกเหมือนกลับบ้าน แลกกับตึกที่อาจดูคลาสสิกกว่าโรงแรมรุ่นใหม่ ๆ ในเมือง
Shangri-La Kuala Lumpur คือ โอเอซิสรีสอร์ตกลางเมืองในแบบที่เหลือน้อยลงทุกที — สวนเขตร้อน สระใหญ่ บุฟเฟต์ Lemon Garden ระดับตำนาน บวกพนักงานเก๋าที่ทำให้รู้สึกเหมือนกลับบ้าน แลกกับตึกที่อาจดูคลาสสิกกว่าโรงแรมรุ่นใหม่ ๆ ในเมือง
รีวิวเชิงลึก
โรงแรมและบรรยากาศ
ลองนึกภาพประตูใหญ่ที่เปิดออกจากความวุ่นวายของถนน Jalan Sultan Ismail เข้ามาเจอล็อบบี้สูงโปร่งกลิ่นตะไคร้หอมจาง ๆ แล้วเดินทะลุไปอีกหน่อยก็เจอสวนเขตร้อนเขียวชอุ่มกับสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ที่ดูเหมือนยกรีสอร์ตในภูเก็ตมาวางกลางเมือง — นั่นคือ Shangri-La Kuala Lumpur เรือธงของเชน Shangri-La ในมาเลเซียที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 1985 จนกลายเป็นหนึ่งในโรงแรมที่คนกัวลาลัมเปอร์ภูมิใจที่สุด ตึกสูงทอดยาวริมถนนใจกลาง Golden Triangle มีห้องพักรวมทั้งหมด 662 ห้องและสวีตหลากหลาย 11 ประเภท เริ่มต้นที่ Deluxe ขนาด 38 ตร.ม. ไปจนถึงสวีตชั้นบนสำหรับใครที่อยากอัปเกรดเข้าชั้น Horizon Club แม้รีโนเวตใหญ่ครั้งล่าสุดในปี 2017 จะทำให้ทุกอย่างดูสดใหม่ขึ้นเยอะ แต่กลิ่นอายความเป็น Shangri-La คลาสสิก — เพดานสูง ผ้าม่านหนา เฟอร์นิเจอร์ไม้ลายสวย ๆ พรมแน่นเดินเงียบ — ก็ยังคงอยู่อย่างน่ารัก คนที่เคยพักแล้วกลับมาซ้ำมักบอกตรงกันว่าเสน่ห์ของที่นี่อยู่ที่ความรู้สึก "ได้พักจริง ๆ" ไม่ใช่แค่นอนค้างคืน
อาหารและสิ่งอำนวยความสะดวก
ถ้ามีหัวใจสักดวงของโรงแรมนี้ คงเป็นห้องอาหาร Lemon Garden บุฟเฟต์ระดับตำนานของ KL ที่คนท้องถิ่นจองกันเต็มทุกสุดสัปดาห์ เสิร์ฟอาหารมาเลย์ อินเดีย จีน ญี่ปุ่น และตะวันตกแบบครบจักรวาลในห้องเพดานสูงที่เปิดออกไปเห็นสวนเขตร้อน มื้อเช้าก็มีไข่เจียวสด ๆ ตามสั่งและบาริสตาชงกาแฟให้หน้าโต๊ะ ส่วนมื้อค่ำสุดสัปดาห์มีโซนซีฟู้ดเปิดที่กุ้งล็อบสเตอร์ปูยังคลานอยู่บนน้ำแข็ง ถัดมาคือ Shang Palace ห้องอาหารจีนกวางตุ้งที่ขึ้นชื่อเรื่องติ่มซำตอนกลางวันและเป็ดปักกิ่งหั่นต่อหน้า ใครชอบบรรยากาศชิล ๆ มี Lemon Garden Sidewalk ร้านเค้กและกาแฟริมสวนสำหรับยามบ่าย และ Lobby Lounge สำหรับ Afternoon Tea กับนักดนตรีเปียโนสด เดินทะลุประตูออกไปด้านหลังคือ สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ในสวนเขตร้อนที่มีต้นปาล์มสูงรายล้อมจนลืมว่ายืนอยู่กลาง Jalan Sultan Ismail รอบสระมีเก้าอี้นอน คาบานา และพูลบาร์ให้สั่งสมูทตี้หรือค็อกเทลมาจิบ ฟิตเนสเปิด 24 ชั่วโมงพร้อมอุปกรณ์ Technogym ครบครัน ส่วน Chi Spa สไตล์หิมาลัยมีทรีตเมนต์นวดดั้งเดิมในห้องส่วนตัวที่เงียบจนได้ยินเสียงตัวเองหายใจ และที่หลายคนยกให้คุ้มที่สุดคือ Horizon Club ชั้นเอ็กซ์คลูซีฟที่มาพร้อมเลานจ์ส่วนตัวเสิร์ฟ Afternoon Tea ตอนบ่าย ค็อกเทลตอนเย็น และเช็กอินส่วนตัวที่เลี่ยงคิวล็อบบี้ ใครงบเอื้อมถึงควรลองสักครั้ง
ทำเลและการเดินทาง
ทำเลของ Shangri-La Kuala Lumpur ถือว่าใจกลาง Golden Triangle เต็ม ๆ ตั้งอยู่บนถนน Jalan Sultan Ismail หนึ่งในถนนสายธุรกิจที่คึกคักที่สุดของเมือง เดินออกจากล็อบบี้ราว 5 นาทีถึงสถานีโมโนเรล Bukit Nanas ที่จะพาขึ้นไปย่าน Bukit Bintang หรือลงไป KL Sentral ได้สะดวก เดินอีกราว 10 นาทีก็ถึง Pavilion KL ห้างหรูที่สุดของเมือง และอีกราว 15 นาทีถึง KLCC พร้อม Petronas Twin Towers ส่วน KL Tower อยู่ฝั่งตรงข้ามถนน เดินขึ้นเนินสั้น ๆ ก็ถึงทางเข้า แต่จุดที่ทำให้ทำเลของที่นี่กลายเป็นแต้มต่อคือ รถ shuttle ฟรี ของโรงแรมที่วิ่งไป KLCC, Pavilion KL และ Starhill ตลอดวัน ทำให้ไม่ต้องเรียก Grab ทุกครั้งที่อยากออกไปช้อปหรือกินข้าว สำหรับคนเดินทางจากสนามบิน KLIA นั่ง KLIA Ekspres ลง KL Sentral ในราว 30 นาที แล้วต่อแท็กซี่อีก 10 นาทีก็ถึงโรงแรม สรุปง่าย ๆ คือถ้าอยากตื่นมาช้อปห้างหรูทั้งวันแล้วกลับมาแช่สระ ต่อด้วยบุฟเฟต์มื้อค่ำที่ Lemon Garden ทำเลตรงนี้ตอบโจทย์แบบเต็มสิบ
ข้อที่อยากให้รู้ก่อนจอง
พูดกันตรง ๆ เพื่อช่วยตัดสินใจ — เสียงติงที่เจอบ่อยที่สุดคือเรื่อง อายุของตึก ที่เปิดมาตั้งแต่ปี 1985 แม้รีโนเวตใหญ่ครั้งล่าสุดในปี 2017 จะทำให้ห้องและสระสดใหม่ขึ้นเยอะ แต่บางมุมของโรงแรม เช่น ทางเดินยาว ๆ และล็อบบี้บางส่วน ก็ยังให้กลิ่นอายคลาสสิกกว่าโรงแรม 5 ดาวรุ่นใหม่อย่าง Four Seasons KL หรือ The RuMa ใครที่ตามหาดีไซน์มินิมอล-โมเดิร์นแบบโรงแรมใหม่ ๆ อาจรู้สึกว่ายังไม่ wow เท่าที่คาด อีกข้อที่บางรีวิวบ่นคือ โรงแรมไม่ติดห้างใด ๆ ถ้าอยากไป Pavilion หรือ Starhill ต้องเดินราว 10 นาที (หน้าร้อน KL ร้อนชื้นพอควร) หรือรอรถ shuttle ของโรงแรมที่บางช่วงอาจรอนาน 15–20 นาที สำหรับคนที่ชินกับโรงแรมที่เดินก้าวเดียวก็ทะลุห้างได้ ที่นี่อาจไม่สะดวกเท่า นอกจากนี้บางรีวิวยังติงว่าห้องน้ำและโต๊ะทำงานในห้อง Deluxe ออกแบบ traditional ไปนิด และ Wi-Fi ในบางห้องสัญญาณตกบ้าง แต่โดยรวมเป็นเรื่องเล็กที่ไม่ทำให้เสียบรรยากาศ
สรุปจากทีมเรา
จากที่ทีมเรานั่งไล่อ่านรีวิวจริงมาหลายร้อยเสียงและเทียบกับโรงแรม 5 ดาวอีกหลายเชนในกัวลาลัมเปอร์ Shangri-La Kuala Lumpur คือโรงแรมที่ขายความเป็น "โอเอซิสรีสอร์ตกลางเมือง" ได้อย่างเต็มภาคภูมิ — สวนเขตร้อนกับสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ที่ดูไม่เหมือนใจกลางเมือง บุฟเฟต์ Lemon Garden ระดับตำนาน รถ shuttle ฟรีที่ทำให้ทำเลใช้งานง่ายขึ้น และพนักงานเก๋าระดับ Shangri-La ดั้งเดิมที่จำแขกได้และดูแลเหมือนครอบครัว ราคาเริ่ม ฿5,200/คืน ถือว่าคุ้มมากเมื่อเทียบกับโรงแรม 5 ดาวอื่น ๆ ในย่านเดียวกัน ถ้าภาพทริปในหัวคุณคือเช้าตื่นมากินบุฟเฟต์ในห้องที่เปิดออกไปเห็นสวน บ่ายแช่สระแบบรีสอร์ต เย็นนั่งรถ shuttle ไปช้อปที่ Pavilion แล้วกลับมาจิบค็อกเทลในเลานจ์ Horizon Club ที่นี่คือคำตอบที่ลงตัวสุด ๆ แต่ถ้าคุณตามหาดีไซน์โมเดิร์นจัดเต็มแบบโรงแรมใหม่ ๆ หรืออยากเดินก้าวเดียวก็ทะลุห้าง อาจเหมาะกับ Four Seasons KL หรือ The RuMa มากกว่า โดยรวมเราให้ 8.8/10 เหมาะที่สุดสำหรับคู่รัก ครอบครัว และนักธุรกิจที่อยากได้บรรยากาศรีสอร์ตกลางเมืองพร้อมบริการระดับเอเชียคลาสสิก
คะแนนแยกหมวด
ประเมินโดยทีม editorial จากการตรวจสอบข้อมูลและรีวิวจริง
คำตัดสินจริงใจ — ข้อดี & ข้อที่ควรรู้ก่อนจอง
- สวนเขตร้อนกลางตึกกับสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ที่ดูเหมือนรีสอร์ตจริง ๆ — รีวิวจำนวนมากบอกว่านี่คือเหตุผลที่กลับมาพักซ้ำ ไม่อยากเชื่อว่าอยู่ใจกลางเมือง
- บุฟเฟต์ Lemon Garden ระดับตำนานของ KL เสิร์ฟอาหารมาเลย์-อินเดีย-ตะวันตก-ญี่ปุ่นครบทุกสาย คนท้องถิ่นจองเต็มทุกสุดสัปดาห์ และห้องอาหารจีนกวางตุ้ง Shang Palace ก็ขึ้นชื่อเรื่องติ่มซำ
- รถรับ-ส่งฟรีของโรงแรมวิ่งระหว่าง KLCC, Pavilion KL และ Starhill ตลอดวัน ทำให้ไม่ต้องเรียก Grab ทุกครั้งที่อยากออกไปช้อปหรือกินข้าว
- พนักงานเก๋ารู้งานและจำแขกได้ รีวิวชมตรงกันว่าบริการอบอุ่นมีเสน่ห์แบบ Shangri-La ดั้งเดิม โดยเฉพาะคนที่อัปเกรดเป็นชั้น Horizon Club จะได้เลานจ์ส่วนตัวพร้อม Afternoon Tea และค็อกเทลตอนเย็น คุ้มมาก
- ทำเลใจกลาง Golden Triangle เดินถึงโมโนเรล Bukit Nanas ราว 5 นาที, Pavilion KL ราว 10 นาที, KLCC/Petronas Twin Towers ราว 15 นาที — สะดวกทั้งช้อป กิน เที่ยว แลนด์มาร์ก
- ตึกเปิดมาตั้งแต่ปี 1985 แม้รีโนเวตใหญ่ครั้งล่าสุดปี 2017 แต่ก็ยังมีบางมุม เช่น ทางเดินยาว ๆ และล็อบบี้บางส่วน ที่ให้กลิ่นอายคลาสสิกกว่าโรงแรม 5 ดาวรุ่นใหม่อย่าง Four Seasons หรือ Ritz-Carlton
- โรงแรมไม่ได้ติดห้างใด ๆ ต้องเดินราว 10 นาทีหรือนั่งรถ shuttle ของโรงแรมไป Pavilion/Starhill ซึ่งบางช่วง shuttle อาจรอนาน 15–20 นาที — สำหรับคนที่อยากเดินก้าวเดียวก็เข้าห้างได้ ที่นี่อาจไม่ตอบโจทย์
- ห้องประเภท Deluxe เริ่มต้นที่ 38 ตร.ม. ถือว่ามาตรฐาน แต่บางรีวิวรู้สึกว่าห้องน้ำกับโต๊ะทำงานออกแบบ traditional ไปนิด ใครชอบ minimal-modern แบบโรงแรมใหม่ ๆ อาจรู้สึกว่ายังไม่ wow
เหมาะกับใคร
Match Score ตามไลฟ์สไตล์การเดินทาง
สิ่งอำนวยความสะดวก
ทำเล & สถานที่ใกล้เคียง
กิจกรรมน่าทำใกล้ Kuala Lumpur
ทัวร์รายวัน ตั๋วเข้าชม และกิจกรรมรอบ Kuala Lumpur — จองล่วงหน้าบน Klook รับ e-ticket ในมือถือ
ดูกิจกรรมใน Kuala Lumpurลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม
เคล็ดลับจากทีมรีวิว
- ถ้างบไหว ขยับมาชั้น Horizon Club ดีกว่ามาก — ได้เลานจ์ส่วนตัวพร้อม Afternoon Tea, ค็อกเทลตอนเย็น และเช็กอินส่วนตัวที่เลี่ยงคิวล็อบบี้ คุ้มกว่าจ่ายบุฟเฟต์เช้านอก
- ขอห้องวิวสวน (Garden Wing) ถ้าอยากบรรยากาศรีสอร์ตจริง ๆ มองออกไปเห็นต้นไม้เขียวและสระว่ายน้ำ ส่วนใครเน้นแลนด์มาร์กให้ขอห้องวิวเมืองที่มองเห็น KL Tower และ Petronas Twin Towers
- เช็กตารางรถ shuttle ฟรีไป KLCC/Pavilion/Starhill ที่ฟรอนต์ตั้งแต่เช็กอิน รถวิ่งทุกประมาณ 20–30 นาที — วางแผนล่วงหน้าจะคุ้มเวลามาก ไม่ต้องเรียก Grab ทุกเที่ยว