Radisson Blu Iveria Hotel Tbilisi
โดยทีม TopOfHotel
Radisson Blu Iveria คือ การได้นอนในตึกไอคอนิกของทบิลิซีที่ผ่านทั้งความรุ่งเรือง สงคราม และการเกิดใหม่ พร้อมรูฟท็อปบาร์วิวเมืองที่อาจสวยที่สุดในเมือง — เด่นที่ทำเลใจกลางและเรื่องราวมากกว่าความใหม่ของห้อง
Radisson Blu Iveria คือ การได้นอนในตึกไอคอนิกของทบิลิซีที่ผ่านทั้งความรุ่งเรือง สงคราม และการเกิดใหม่ พร้อมรูฟท็อปบาร์วิวเมืองที่อาจสวยที่สุดในเมือง — เด่นที่ทำเลใจกลางและเรื่องราวมากกว่าความใหม่ของห้อง
รีวิวเชิงลึก
ตึกไอคอนิกที่ตั้งตระหง่านกลาง Rose Revolution Square
ถ้าคุณยืนอยู่กลางจัตุรัสปฏิวัติกุหลาบของทบิลิซีแล้วเงยหน้ามองขึ้นไป ตึกสูงทรงสี่เหลี่ยมตรงหน้าคุณนั่นแหละคือ Radisson Blu Iveria — หนึ่งในตึกที่เห็นเด่นที่สุดของเส้นขอบฟ้าเมืองนี้ สร้างขึ้นในปี 1967 ภายใต้ชื่อ Hotel Iveria เป็นโรงแรมระบบ Intourist ของยุคโซเวียตที่เคยรับแขก VIP จากทั่วยุโรปตะวันออก ดีไซน์แข็งแกร่งแบบ Brutalist พื้นกระเบื้องลายเรขาคณิตและล็อบบี้สูงโปร่งบอกเล่ายุคสมัยได้อย่างชัดเจน ภายหลังในช่วงสงคราม Abkhazia ราวต้นยุค 90 ตึกนี้กลายเป็นบ้านชั่วคราวให้ผู้ลี้ภัยจอร์เจียกว่า 800–1,000 คนยาวนานกว่าทศวรรษ ระเบียงห้องเต็มไปด้วยผ้าตากและกระถางต้นไม้แทนเฟอร์นิเจอร์โรงแรม จนปี 2004 รัฐบาลตัดสินใจปิดและบูรณะใหม่ทั้งหมด เปิดเป็น Radisson Blu 5 ดาวอีกครั้งในปี 2009 ด้วยห้องพัก 236 ห้อง — สำหรับคนที่รู้ประวัติ การได้พักที่นี่ไม่ใช่แค่เข้าโรงแรม แต่คือการได้นอนในตึกที่ผ่านทั้งความรุ่งเรือง สงคราม และการเกิดใหม่ของเมืองมาด้วยกัน
ห้องพักและการตกแต่ง
เปิดประตูเข้าห้องจะเจอโทนสีอบอุ่นเอิร์ธโทน ผสมเฟอร์นิเจอร์ไม้กับผ้าโทนน้ำตาล-เขียวเรียบ ๆ เน้นความสบายตามากกว่าฟู่ฟ่า เตียงนุ่ม หมอนแน่นกำลังดี ห้องน้ำหินอ่อนพร้อมฝักบัวและอ่างแยกในห้อง executive ที่เด็ดที่สุดของหลายห้องคือ หน้าต่างกระจกบานใหญ่ ที่เปิดวิวออกไปได้สองฝั่ง — ฝั่งหันออกเมืองเก่ามองเห็นเส้นโค้งของสะพานเสาแก้ว Bridge of Peace กับยอดป้อม Narikala บนเนิน และไกลออกไปคือโบสถ์ Sameba ที่ใหญ่ที่สุดในจอร์เจีย ส่วนฝั่ง Rustaveli ได้บรรยากาศถนนใจกลางเมืองที่คึกคักทั้งวันทั้งคืน รีวิวจำนวนมากชมว่าห้องชั้นสูง (ตั้งแต่ชั้น 15 ขึ้นไป) ให้วิวคุ้มค่ามาก โดยเฉพาะเวลาตื่นเช้าเห็นแสงทองสาดผ่านเมืองเก่า ใครชอบนอนเล่นจิบกาแฟมองเมืองนาน ๆ ห้องที่นี่ตอบโจทย์เต็มที่ ทั้งนี้บางรีวิวก็บอกตรง ๆ ว่าดีไซน์ห้องเริ่มดูเก่าเล็กน้อยเทียบกับโรงแรมใหม่ในเมือง — บูรณะมาตั้งแต่ปี 2009 และยังไม่มีการรีโนเวตใหญ่ ใครที่หวังความเนี้ยบแบบโรงแรมบูทีคยุคใหม่อาจต้องปรับความคาดหวังนิดหนึ่ง
รูฟท็อปบาร์ Oxygen สปา และไฮไลต์อื่น ๆ
หัวใจของการพักที่นี่อยู่บนชั้นบนสุดของตึก — Oxygen รูฟท็อปบาร์ที่เปิดวิวเมือง 360 องศา มองเห็นเมืองเก่าทบิลิซีทั้งผืน สะพานเสาแก้ว Bridge of Peace เป็นเส้นโค้งกระจกเรืองแสง ป้อม Narikala บนเนินสูง และยอดโบสถ์ Sameba ลอยอยู่อีกฟากแม่น้ำคูรา ช่วงพระอาทิตย์ตกที่นี่คือชั่วโมงทองที่ที่นั่งริมกระจกเต็มเร็วมาก หลายเสียงรีวิวยกให้เป็น "จุดชมเมืองที่ดีที่สุดของทบิลิซี" และค่าเครื่องดื่มก็ไม่ได้แพงเว่อร์เมื่อเทียบกับวิว ลงไปชั้นใต้ดินคือ สปา Anne Semonin แบรนด์สกินแคร์จากปารีสที่มีห้องทรีตเมนต์ สระว่ายน้ำในร่มยาวกำลังดี ห้องซาวน่า ห้องไอน้ำ และโซนพักผ่อนเงียบสงบ รีวิวชมว่าเหมาะมากสำหรับวันที่เดินเมืองเก่ามาเหนื่อย ๆ แล้วอยากแช่น้ำอุ่นคลายขา ส่วน บุฟเฟต์อาหารเช้า ที่ห้องอาหาร Filini ก็เป็นที่ชื่นชอบ — มีทั้งเมนูจอร์เจียดั้งเดิมอย่างขัชชาปูรีและฮาชาปูรีออกร้อน ๆ ขนมอบสด ผลไม้ ไข่สั่งสด และมุมชีสกับโคลด์คัทยุโรปครบครัน บรรยากาศกว้างโล่งสว่าง ไม่ต้องแย่งโต๊ะแม้ในช่วงไฮซีซั่น
ทำเลใจกลาง Rustaveli ที่เดินถึงทุกที่
ถ้าให้สรุปทำเลของ Radisson Blu Iveria สั้น ๆ ก็คือ "อยู่ตรงจุดที่ดีที่สุดของถนน Rustaveli" — ถนนสายหลักประวัติศาสตร์ของทบิลิซีที่เรียงรายด้วยโรงละครโอเปร่า พิพิธภัณฑ์แห่งชาติจอร์เจีย โบสถ์ Kashveti และร้านรวงเก่าแก่ ออกจากล็อบบี้เดินตรงไปสถานีเมโทร Rustaveli (สายแดง) ราว 5 นาทีก็ขึ้นรถไฟใต้ดินไปไหนในเมืองได้เลย เดินอีกราว 10 นาทีถึง Freedom Square จัตุรัสกลางเมืองที่มีอนุสาวรีย์เซนต์จอร์จยืนเด่น และเดินต่ออีกไม่กี่นาทีก็ทะลุเข้าย่านเมืองเก่า Sololaki ที่เต็มไปด้วยตรอกหินคดเคี้ยว ห้องไวน์ใต้ดิน ร้านอาหารจอร์เจียดั้งเดิม และบ้านโบราณตกแต่งไม้แกะสลัก ใครอยากข้ามแม่น้ำคูราไปย่าน Avlabari หรือลงสะพานเสาแก้วไปยังสวน Rike ก็เดินถึงในไม่เกิน 15–20 นาที จากสนามบินทบิลิซีนั่งรถราว 25–30 นาทีก็ถึง สำหรับนักท่องเที่ยวที่ตั้งใจมาทบิลิซี 3–4 วันแล้วอยากเดินสำรวจเมืองเป็นหลัก ทำเลแบบนี้คือฝันที่หาได้ยากในระดับราคา 5 ดาว
ข้อที่อยากให้รู้ก่อนจอง
พูดกันตรง ๆ เพื่อช่วยตัดสินใจ ข้อแรกที่รีวิวเอ่ยถึงบ่อยที่สุดคือ ความเก่าของดีไซน์ห้อง — โรงแรมบูรณะใหม่ปี 2009 และยังไม่มีการรีโนเวตใหญ่ ดังนั้นเฟอร์นิเจอร์ พรม และงานห้องน้ำในบางห้องอาจสะท้อนวัย 15 ปี ใครชอบดีไซน์ใหม่เฉี่ยวแบบ Stamba Hotel หรือ Rooms Hotel อาจรู้สึกว่าที่นี่ "คลาสสิกไปนิด" ข้อสองคือ เสียงจากถนน Rustaveli — ห้องที่หันออกถนนใหญ่หรือจัตุรัสปฏิวัติกุหลาบอาจได้ยินเสียงรถ แตร และเสียงจากการชุมนุมหรือกิจกรรมในจัตุรัสบ้างในบางช่วง ถ้าหลับยากแนะนำให้ขอห้องชั้นสูงและฝั่งหันออกเมืองเก่าจะเงียบกว่ามาก ข้อสามคือ การบริการที่ไม่สม่ำเสมอ — บางรีวิวบอกว่าเช็คอินช่วงกรุ๊ปทัวร์มาพร้อมกันรอนาน 20–30 นาที และคำขอบางอย่างต้องตามซ้ำ ไม่ได้แย่แต่ก็ไม่ได้เนี้ยบทุกเคสเหมือนเชนแบรนด์ระดับท็อปสุด สุดท้ายคือ สระว่ายน้ำในร่ม ที่ขนาดกำลังดีแต่ไม่ใหญ่มาก ใครคาดหวังสระยาว ๆ ไว้ออกกำลังจริงจังอาจต้องปรับความคาดหวังว่าสระนี้เหมาะแช่ผ่อนคลายมากกว่า
สรุปจากทีมเรา
จากที่ทีมเราไล่อ่านรีวิวจริงหลายร้อยเสียง Radisson Blu Iveria Hotel Tbilisi คือโรงแรมที่ขาย "ทำเลใจกลางเมืองที่ดีที่สุดแห่งหนึ่ง + เรื่องราวของตึกที่มีชีวิตจริง + รูฟท็อปวิวเมืองที่อาจสวยที่สุดในทบิลิซี" ได้อย่างลงตัว ถ้าทริปในหัวคุณคือเดินสำรวจเมืองเก่า Sololaki ทั้งวัน กลับมาแช่สปา Anne Semonin ก่อนขึ้น Oxygen Bar ดื่มไวน์ Saperavi ชมพระอาทิตย์ตกหลังป้อม Narikala แล้วลงไปกินมื้อค่ำในตรอกหินใกล้ Freedom Square ที่นี่คือฐานทัพที่จัดเต็ม แต่ถ้าคุณคาดหวังโรงแรมใหม่เอี่ยมดีไซน์เฉี่ยวระดับบูทีคยุคใหม่ และยอมแลกทำเลใจกลางกับห้องสวยกว่า อาจมีตัวเลือกอย่าง Stamba หรือ Rooms ที่เข้าทางมากกว่า โดยรวมเราให้ 8.6/10 เหมาะที่สุดสำหรับคู่รัก นักเดินทางสายลักชัวรีและนักธุรกิจที่ให้ค่ากับทำเลใจกลาง บรรยากาศไอคอนิก และวิวเมืองจากชั้นสูงเป็นหลัก — ราคาเริ่มราว ฿4,500/คืนถือว่าคุ้มมากในระดับ 5 ดาวกลางทบิลิซี
คะแนนแยกหมวด
ประเมินโดยทีม editorial จากการตรวจสอบข้อมูลและรีวิวจริง
คำตัดสินจริงใจ — ข้อดี & ข้อที่ควรรู้ก่อนจอง
- ทำเลใจกลางสุด ๆ ติด Rose Revolution Square บนถนน Rustaveli — เดินถึงสถานีเมโทร Rustaveli ราว 5 นาที และเดินถึง Freedom Square กับขอบเมืองเก่า Sololaki ราว 12–15 นาที
- ตึกไอคอนิกของเมืองที่มีเรื่องราว — สร้างปี 1967 ผ่านยุคโซเวียต ยุคผู้ลี้ภัย และเกิดใหม่เป็น Radisson Blu ปี 2009 รีวิวหลายเสียงบอกว่ารู้สึกได้พักในประวัติศาสตร์ที่มีชีวิต
- รูฟท็อปบาร์ Oxygen ชั้นบนสุดที่เปิด 360 องศา มองเห็นเมืองเก่า ป้อม Narikala สะพาน Bridge of Peace และโบสถ์ Sameba — เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกและดื่มไวน์จอร์เจียที่ฮิตที่สุดแห่งหนึ่งของเมือง
- สปา Anne Semonin จากปารีสในชั้นใต้ดิน มีสระว่ายน้ำในร่มยาวพร้อมห้องทรีตเมนต์และซาวน่า รีวิวชมบ่อยว่าเป็นมุมพักผ่อนคลายเมื่อยจากการเดินเที่ยวทั้งวัน
- บุฟเฟ่ต์อาหารเช้าที่จัดเต็มทั้งเมนูจอร์เจียท้องถิ่น (ขัชชาปูรี, ฮาชาปูรี) และเมนูสากล รีวิวจำนวนมากชมเรื่องความหลากหลายและคุณภาพ พร้อมพนักงานที่ใส่ใจ
- ดีไซน์ห้องเริ่มดูเก่าและจืดเทียบกับโรงแรมใหม่อย่าง Stamba หรือ Rooms Hotel — เฟอร์นิเจอร์บางชิ้นและงานบูธห้องน้ำสะท้อนว่าบูรณะมาตั้งแต่ปี 2009 บางจุดยังไม่ได้รีโนเวต
- ห้องที่หันออกถนน Rustaveli หรือฝั่งจัตุรัสอาจได้ยินเสียงรถและแตรช่วงเช้า-เย็น ใครหลับยากควรขอห้องชั้นสูงหรือฝั่งหันออกเมืองเก่า
- ลิฟต์มีจำกัดและช่วง check-in คนเยอะอาจรอคิวนานพอควร บางรีวิวสะท้อนว่าการบริการที่เคาน์เตอร์ไม่สม่ำเสมอเสมอไป โดยเฉพาะเมื่อคนกรุ๊ปทัวร์มาพร้อมกัน
เหมาะกับใคร
Match Score ตามไลฟ์สไตล์การเดินทาง
สิ่งอำนวยความสะดวก
ทำเล & สถานที่ใกล้เคียง
กิจกรรมน่าทำใกล้ Tbilisi
ทัวร์รายวัน ตั๋วเข้าชม และกิจกรรมรอบ Tbilisi — จองล่วงหน้าบน Klook รับ e-ticket ในมือถือ
ดูกิจกรรมใน Tbilisiลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม
เคล็ดลับจากทีมรีวิว
- ขอห้องชั้น 15 ขึ้นไปฝั่งหันออกเมืองเก่า — ได้วิวสะพานเสาแก้ว Bridge of Peace กับป้อม Narikala เต็มหน้าต่าง ตื่นเช้าเห็นโบสถ์ Sameba ตัดกับแสงแรกสวยมาก
- ขึ้นรูฟท็อปบาร์ Oxygen ราว 18:30–19:00 น. ก่อนพระอาทิตย์ตก — ที่นั่งริมขอบกระจกเต็มเร็วและไม่รับจองมุมพิเศษ ควรไปเร็วและสั่งไวน์จอร์เจีย Saperavi สักแก้วชมวิวยาว ๆ
- เดินลงไปทาง Freedom Square ราว 12 นาทีจะถึงขอบเมืองเก่า Sololaki ที่มีร้านไวน์ใต้ดินและร้านอาหารจอร์เจียดั้งเดิม — ดีกว่ากินทุกมื้อในโรงแรมเยอะ