Le Pavillon de l'Emyrne
โดยทีม TopOfHotel
Le Pavillon de l'Emyrne คือ การได้นอนในคฤหาสน์ Malagasy แท้ ๆ อายุเกือบศตวรรษกลางย่านร้านอาหารดีที่สุดของตานา ในราคาที่หาบูทีกระดับนี้ที่ไหนไม่ได้
Le Pavillon de l'Emyrne คือ การได้นอนในคฤหาสน์ Malagasy แท้ ๆ อายุเกือบศตวรรษกลางย่านร้านอาหารดีที่สุดของตานา ในราคาที่หาบูทีกระดับนี้ที่ไหนไม่ได้
รีวิวเชิงลึก
คฤหาสน์ปี 1926 ที่ยังหายใจอยู่
นึกภาพคฤหาสน์ไม้สีขาวอายุเกือบ 100 ปี ตั้งอยู่หลังกำแพงเตี้ย ๆ ในย่านที่เคยเป็นถิ่นชนชั้นสูงของ Antananarivo ยุคที่มาดากัสการ์ยังเป็นอาณานิคมฝรั่งเศส — นั่นแหละคือ Le Pavillon de l'Emyrne บ้านที่สร้างขึ้นในปี 1926 และถูกแปลงโฉมอย่างใส่ใจให้กลายเป็นบูทีกโฮเทล 12 ห้อง ชื่อ "Emyrne" เป็นชื่อเก่าของที่ราบสูงตอนกลางมาดากัสการ์ที่ชาว Merina อาศัยอยู่ ดังนั้นชื่อโรงแรมจึงไม่ใช่แค่สวยหรู แต่หมายถึงรากเหง้าทางวัฒนธรรมที่เจ้าของอยากรักษาไว้ เปิดประตูเข้าไปเจอพื้นไม้ปาร์เกต์ที่ขัดมันเงาแต่ยังมีรอยกาลเวลา บันไดไม้ขึ้นชั้นบนที่กลึงลายอย่างประณีต บานเกล็ดไม้แบบฝรั่งเศสยุคเก่าที่หาในตานายุคนี้ไม่ได้แล้ว ผนังประดับด้วยภาพถ่ายขาวดำของย่าน Antananarivo ในอดีตและภาพทิวทัศน์ที่ราบสูง บรรยากาศโดยรวมไม่ใช่ความหรูแบบโรงแรมเชน แต่เป็นความอบอุ่นแบบบ้านของนักสะสมที่ยอมเปิดให้แขกเข้ามาพัก — เป็น character ที่หาในเมืองนี้ยากมาก
ทุก 12 ห้องคือคนละบุคลิก
สิ่งที่ทำให้ Le Pavillon แตกต่างจากที่อื่นชัดเจนคือทุกห้องตกแต่งไม่ซ้ำกัน เจ้าของเล่าผ่านการดีไซน์ว่าค่อย ๆ สะสมเฟอร์นิเจอร์ Malagasy แท้ ๆ มาจากตลาดของเก่าและช่างไม้ท้องถิ่นทีละชิ้น บางห้องเด่นด้วยตู้ไม้โรสวูดแกะสลักลายดอกไม้ บางห้องมีเตียงเหล็กดัดสไตล์อาณานิคมพร้อมมุ้งสีขาวที่ห้อยลงมาจากเพดานสูง บางห้องมีโต๊ะเขียนหนังสือไม้สักเก่าวางอยู่ริมหน้าต่างที่เปิดออกเห็นสวน และผ้าทอ Lamba ของชาว Malagasy ที่ใช้คลุมเตียงหรือแขวนผนังก็คัดมาแบบไม่ซ้ำกัน รีวิวจำนวนมากบอกตรงกันว่า "รู้สึกเหมือนนอนในบ้านเพื่อนนักสะสมมากกว่าโรงแรม" ห้องน้ำตกแต่งใหม่ให้ใช้งานสะดวกตามมาตรฐาน 4 ดาวแต่ยังคงกลิ่นอายเก่า ๆ ไว้ด้วยกระเบื้องลายและก๊อกน้ำทองเหลือง ที่น่ารักที่สุดคือเทอเรสบนชั้นบนสุดที่เปิดวิวเห็นเนินเขา Royal (Rova) ที่เคยเป็นที่ตั้งพระราชวัง Merina โบราณ — ช่วงเย็นแดดอ่อน ๆ นั่งจิบไวน์ที่นี่คือโมเมนต์ที่หลายรีวิวบอกว่า "จำไม่ลืม"
ย่าน Isoraka — มื้อค่ำดีที่สุดในตานารออยู่
ทำเลคือไพ่อีกใบที่ทำให้ Le Pavillon คุ้มมาก โรงแรมตั้งอยู่กลางย่าน Isoraka ซึ่งคนท้องถิ่นและนักเดินทางที่มาตานาบ่อย ๆ รู้กันดีว่าเป็น "ย่านอาหารดี" ของเมืองหลวง รัศมีเดิน 5-10 นาทีจากโรงแรมมีร้านระดับท็อปเรียงรายให้เลือกแทบทุกมื้อ ตั้งแต่ La Varangue ที่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารฝรั่งเศส-Malagasy fusion เสิร์ฟในเรือนเก่าบรรยากาศโรแมนติก Chez Mariette ที่เจ้าของเป็นเชฟหญิงเก๋าทำอาหารพื้นเมืองแบบดั้งเดิม ไปจนถึง Le Bistrot ที่บรรยากาศสบาย ๆ เหมาะกินกลางวัน เดินอีกนิดเดียวก็ถึงทะเลสาบ Anosy ที่กลางทะเลสาบมีอนุสาวรีย์ Black Angel ตั้งสง่า เดิน 10 นาทีถึงจัตุรัส Independence Avenue ใจกลาง Antananarivo และอยู่ใกล้ Avenue de l'Indépendance ที่เป็นถนนช้อปปิ้งและร้านกาแฟท้องถิ่น จากสนามบินนานาชาติ Ivato นั่งรถราว 45 นาที-1 ชั่วโมงขึ้นกับสภาพจราจรที่ตานา (ซึ่งติดหนักจริง ๆ ในชั่วโมงเร่งด่วน) โรงแรมช่วยจัดรถรับ-ส่งได้ในราคาสมเหตุสมผล
ข้อที่อยากให้รู้ก่อนจอง
พูดกันตรง ๆ เพื่อช่วยตัดสินใจ — ข้อแรกที่ต้องรู้คือมีห้องแค่ 12 ห้องและเป็นที่นิยมในหมู่นักเดินทางที่อ่านรีวิวมาเป็นการบ้าน ดังนั้นช่วง high season ของมาดากัสการ์ (เมษายน-พฤศจิกายน โดยเฉพาะกรกฎาคม-ตุลาคมที่เป็นฤดูดูปลาวาฬและคืนสีเขียวของป่าฝน) จองยากมาก ๆ ควรจองล่วงหน้าหลายสัปดาห์ถึง 1-2 เดือน อย่ารอใกล้วันเดินทาง ข้อสองที่เจอบ่อยในรีวิวคือเรื่อง Wi-Fi — ตึกเก่าผนังหนา สัญญาณกระจายไม่สม่ำเสมอ ห้องชั้นบนหรือห้องไกลจาก router อาจจับสัญญาณอ่อน ใครต้องทำงานออนไลน์หนัก ๆ แนะนำลงมาทำในล็อบบี้หรือบนเทอเรสที่สัญญาณแรงกว่า หรือเตรียม mobile data สำรองไว้ ข้อสามคือตึกเก่ายุคอาณานิคมไม่มีลิฟต์ ห้องชั้นบนต้องขนกระเป๋าขึ้นบันได ถ้าเดินทางกับผู้สูงอายุหรือมีสัมภาระเยอะ ขอห้องชั้นล่างไว้ก่อนตอนจอง สุดท้ายเรื่องเล็ก ๆ คือสระว่ายน้ำไม่มี ใครที่หวังว่ายน้ำต้องไปโรงแรมเชนแถวอื่น แต่ถ้าคุณมาตานาเพื่อสัมผัสวัฒนธรรมและอาหารมากกว่าใช้เวลาในสระ ข้อนี้ไม่ใช่ปัญหา
สรุปจากทีมเรา
จากที่ทีมเรานั่งไล่อ่านรีวิวจริงจาก Agoda Booking และ Tripadvisor มาเป็นร้อยเสียง Le Pavillon de l'Emyrne คือบูทีกที่ได้ตำแหน่ง "คุ้มที่สุดในตานา" แบบยกมือเห็นด้วยกันแทบทุกคน เพราะให้ทั้งคฤหาสน์อายุเกือบศตวรรษ ห้องที่มี character เฉพาะตัว ทำเลใจกลางย่านอาหารดีที่สุด และบริการแบบครอบครัวเล็กที่ใส่ใจ ในราคาที่บูทีกระดับนี้ที่อื่นในโลกหาไม่ได้แล้ว เหมาะที่สุดสำหรับคู่รักที่อยากได้บรรยากาศโรแมนติกแบบไม่ซ้ำใคร นักเดินทางคนเดียวสายวัฒนธรรมที่อยากนอนในบ้านมีเรื่องเล่า และคนที่เบื่อโรงแรมเชนที่ไหน ๆ ก็เหมือนกัน ส่วนคนที่ต้องการสระว่ายน้ำ ฟิตเนสครบ Wi-Fi แรงทั่วถึง หรือเดินทางมาเป็นครอบครัวใหญ่พร้อมเด็กเล็กที่ต้องการพื้นที่กว้าง อาจเหมาะกับเชนโรงแรมใหญ่มากกว่า โดยรวมเราให้ 8.8/10 และจัดให้เป็นตัวเลือกแรก ๆ ที่ควรลองจองเมื่อมาเยือน Antananarivo
คะแนนแยกหมวด
ประเมินโดยทีม editorial จากการตรวจสอบข้อมูลและรีวิวจริง
คำตัดสินจริงใจ — ข้อดี & ข้อที่ควรรู้ก่อนจอง
- คฤหาสน์ดั้งเดิมปี 1926 ที่รักษาสถาปัตยกรรมและรายละเอียดไว้แทบครบ — พื้นไม้ปาร์เกต์ บันไดไม้ บานเกล็ดเก่า ๆ ที่หาในตานายุคนี้ยากแล้ว
- เพียง 12 ห้องตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ Malagasy แท้และของเก่าจากยุคอาณานิคม ทุกห้องไม่ซ้ำกัน รีวิวจำนวนมากชมว่ารู้สึกเหมือนนอนในบ้านเพื่อนนักสะสม
- ทำเลย่าน Isoraka เดินถึงร้านอาหารระดับท็อปของตานา เช่น La Varangue, Chez Mariette, Le Bistrot ได้ในไม่กี่นาที — ไม่ต้องเรียกแท็กซี่ทุกมื้อ
- สวนกลางบ้านเงียบสงบและเทอเรสชั้นบนเปิดวิวเห็นเนินเขา Royal (Rova) สวยมากช่วงพระอาทิตย์ตก เหมาะนั่งจิบไวน์ช่วงเย็น
- ราคาเริ่ม ฿2,800/คืนสำหรับบูทีกระดับนี้ในใจกลางตานาถือว่าหายากมาก รีวิวตรงกันว่าเป็น value-for-money ที่ดีที่สุดในเมือง
- ห้องน้อยมากแค่ 12 ห้องและเป็นที่นิยมในหมู่นักเดินทางที่รู้จริง ช่วง high season (เมษายน-พฤศจิกายน) จองยาก แนะนำจองล่วงหน้าหลายสัปดาห์
- Wi-Fi ในห้องไม่แรงสม่ำเสมอ บางห้องสัญญาณอ่อน รีวิวบางส่วนติงว่าต้องลงมาทำงานในล็อบบี้ ใครพึ่งเน็ตหนักควรเช็กก่อน
- ตึกเก่ายุคอาณานิคมแปลว่าไม่มีลิฟต์ ห้องบางห้องอยู่ชั้นบนต้องขนกระเป๋าขึ้นบันได ไม่เหมาะกับผู้สูงอายุหรือคนที่ขนสัมภาระเยอะ
เหมาะกับใคร
Match Score ตามไลฟ์สไตล์การเดินทาง
สิ่งอำนวยความสะดวก
ทำเล & สถานที่ใกล้เคียง
กิจกรรมน่าทำใกล้ Antananarivo
ทัวร์รายวัน ตั๋วเข้าชม และกิจกรรมรอบ Antananarivo — จองล่วงหน้าบน Klook รับ e-ticket ในมือถือ
ดูกิจกรรมใน Antananarivoลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม
เคล็ดลับจากทีมรีวิว
- ขอห้องที่หันเข้าสวนกลางบ้านจะเงียบสุดและได้บรรยากาศคฤหาสน์เต็ม ๆ เลี่ยงห้องริมถนนถ้าคุณหลับยาก
- อาหารเช้ามีครัวซองต์อบสดและแยมมะม่วงท้องถิ่น แนะนำลงไปกินบนเทอเรสช่วงเช้าที่อากาศเย็นและแสงสวยที่สุด
- ขอให้รีเซปชั่นจองโต๊ะที่ La Varangue หรือ Chez Mariette ให้ล่วงหน้า — ร้านเด็ดในย่านนี้เต็มเร็วและพนักงานช่วยจองให้ฟรี