JEN Maldives Malé by Shangri-La
โดยทีม TopOfHotel
JEN Maldives Malé คือ ห้าดาวเดียวในเมืองมาเลที่บริหารโดย Shangri-La พร้อม Rooftop Infinity Pool วิวมหาสมุทรกับสนามบินตรงข้าม — ตัวเลือกที่ลงตัวสำหรับคนต่อเครื่องค้างคืนหรืออยากสัมผัสชีวิตคนท้องถิ่นก่อนไปรีสอร์ตเกาะ
JEN Maldives Malé คือ ห้าดาวเดียวในเมืองมาเลที่บริหารโดย Shangri-La พร้อม Rooftop Infinity Pool วิวมหาสมุทรกับสนามบินตรงข้าม — ตัวเลือกที่ลงตัวสำหรับคนต่อเครื่องค้างคืนหรืออยากสัมผัสชีวิตคนท้องถิ่นก่อนไปรีสอร์ตเกาะ
รีวิวเชิงลึก
ห้องพักและการตกแต่ง
ลองนึกภาพตึกสูงเรียวที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองมาเล เมืองหลวงที่ได้ชื่อว่าหนาแน่นที่สุดในโลก รายล้อมด้วยตึกพาสเทลสีฟ้า-ชมพูที่ตั้งเบียดกันแน่นบนเกาะเล็ก ๆ ขนาดไม่ถึง 6 ตารางกิโลเมตร — นั่นคือบ้านของ JEN Maldives Malé by Shangri-La เปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2014 ภายใต้แบรนด์ Hotel Jen ของกลุ่ม Shangri-La ที่จับกลุ่มนักเดินทางไลฟ์สไตล์รุ่นใหม่ ผ่านการรีโนเวตใหญ่ในปี 2022 ปรับห้องให้ดู contemporary มากขึ้น ห้องพักราว 116 ห้องและสวีทขนาด 28-40 ตารางเมตร ตกแต่งโทนขาว-น้ำเงินสไตล์ทะเลคลีน ๆ ปูพื้นด้วยพรมโทนเทาเข้ม เตียงนุ่มสบาย หมอนหลายระดับให้เลือก หลายห้องมีหน้าต่างพาโนรามาเปิดวิวมหาสมุทรอินเดียกว้างไกลจรดเส้นขอบฟ้า บางห้องสูง ๆ มองข้ามอ่าวเห็นสนามบินเวลานาฝั่งตรงข้ามแบบที่หาไม่ได้จากโรงแรมไหนในมาเล รีวิวจำนวนมากชมว่าห้องเงียบสงบมากเมื่อเทียบกับความวุ่นวายของเมืองด้านล่าง ใครชอบสไตล์เรียบโก้ดูดีและไม่ต้องการความฟู่ฟ่าจัดเต็มน่าจะรู้สึกถูกใจ
Rooftop Infinity Pool และสิ่งอำนวยความสะดวก
ถ้าจะให้ชี้หัวใจของโรงแรมนี้ ก็คงเป็น Rooftop Infinity Pool ชั้น 12 บนดาดฟ้า — สระน้ำขอบไร้ที่สิ้นสุดที่หันออกอ่าวเวลานา มองออกไปเห็นมหาสมุทรอินเดียเป็นผืนสีฟ้าครามกว้างขวางถึง 180 องศา ที่พิเศษกว่านั้นคือมุมหนึ่งของสระมองเห็นรันเวย์สนามบินเวลานาฝั่งตรงข้ามได้พอดี — นั่งจิบน้ำผลไม้แล้วเห็นเครื่องบินขึ้นลงท่ามกลางทะเลกลายเป็นภาพจำที่หลายคนเก็บกลับไป รีวิวพูดถึงสระนี้แทบทุกเสียง ทั้งจาก Agoda และ Booking ยกให้เป็นจุดขายที่ลืมไม่ลง ช่วงพระอาทิตย์ตกราว 18.00 น. แสงสีส้มเงาทาบบนผิวน้ำสวยจนเหมาะกับการนั่งดื่มน้ำมะพร้าวเย็น ๆ ลืมความวุ่นวายของเมืองด้านล่างไปทั้งเย็น ข้างสระมี Pool Bar เสิร์ฟเครื่องดื่ม non-alcohol คอกเทลผลไม้ และอาหารว่างสไตล์เอเชีย ส่วนชั้นล่างเป็นห้องอาหาร Azur ที่เสิร์ฟบุฟเฟต์เช้าสไตล์อินเตอร์แบบยืดหยุ่น มีทั้งอาหารตะวันตก-เอเชีย-ตะวันออกกลาง และที่น่าลองคืออาหารท้องถิ่นมัลดีฟส์อย่าง mas huni (เนื้อปลาทูน่าผสมมะพร้าวขูดและพริก) กับ roshi (โรตีบาง ๆ) ที่หลายคนติดใจตั้งแต่มื้อแรก โรงแรมยังมีฟิตเนสวิวทะเล ห้องประชุมและพื้นที่ co-working ขนาดเล็กสำหรับนักธุรกิจ พร้อม Wi-Fi ความเร็วสูงให้ฟรีทั่วโรงแรม
ทำเลและการเดินทาง
JEN Maldives Malé ตั้งอยู่บนถนน Boduthakurufaanu Magu ถนนเส้นริมอ่าวรอบเกาะมาเลที่ถือเป็นเส้นทางหลักของย่านธุรกิจและท่าเรือ เปิดประตูออกจากโรงแรมก็เจอวิวเรือเฟอร์รี่ เรือสปีดโบ๊ต และเรือประมงท้องถิ่นจอดเรียงรายเป็นภาพชีวิตจริงของเมืองหลวงประเทศเกาะ เดินไม่กี่ก้าวจะเจอ Sultan Park สวนสาธารณะใจกลางเมืองที่ร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่และมี Maldives National Museum ตั้งอยู่ในสวนเดียวกัน ถัดไปอีกราว 5-7 นาทีเดินคือ ตลาดปลาท้องถิ่น (Fish Market) ที่ชาวประมงนำปลาทูน่าตัวเขื่องมาขายในตอนเช้าจัด พร้อมตลาดผลไม้ที่ขายมะม่วงน้ำดอกไม้และมะพร้าวอ่อน และ Grand Friday Mosque มัสยิดโดมทองอลังการที่มองเห็นได้ตั้งแต่จากรูฟท็อปสระโรงแรม ที่สำคัญสำหรับนักเดินทาง — โรงแรมอยู่ห่างจาก ท่าเรือเฟอร์รี่ข้ามไปสนามบินเวลานา (Velana International Airport) แค่ราว 3 นาทีเดิน ใช้บริการเรือเฟอร์รี่สาธารณะค่าโดยสารราว 10 รูฟียา (~6 บาท) ข้ามอ่าวอีก 10-15 นาทีก็ถึงสนามบินพอดี ทำให้โรงแรมนี้กลายเป็นตัวเลือกที่ลงตัวมากสำหรับคนต่อเครื่องค้างคืนก่อนต่อ seaplane ไปรีสอร์ตเกาะตอนเช้า หรือคนกลับจากรีสอร์ตที่มีเที่ยวบินกลางคืนแล้วอยากพักกลางวันสบาย ๆ ในเมืองก่อนเดินทางต่อ
ข้อที่อยากให้รู้ก่อนจอง
พูดกันตรง ๆ เพื่อช่วยตัดสินใจ — เรื่องแรกที่ต้องเข้าใจคือ มัลดีฟส์เป็นประเทศมุสลิม และเมืองมาเลก็เคร่งครัดเรื่องนี้ โรงแรมในเมืองทุกแห่งรวมถึง JEN ไม่สามารถเสิร์ฟเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตามกฎหมายได้ เพราะฉะนั้นใครคาดหวังจิบไวน์บนรูฟท็อปหรือสั่งค็อกเทลที่ Pool Bar ต้องทำใจตั้งแต่ก่อนจอง — บาร์ที่นี่เสิร์ฟแต่ค็อกเทลผลไม้ น้ำผลไม้สด และเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์เท่านั้น ใครอยากดื่มต้องไปที่รีสอร์ตเกาะส่วนตัวซึ่งได้รับอนุญาตเป็นเขตปลอดข้อจำกัด เรื่องที่สองคือขนาดห้อง ห้องมาตรฐานอยู่ที่ราว 28-32 ตารางเมตร ซึ่งเล็กกว่ามาตรฐานห้าดาวบนเกาะรีสอร์ตที่ห้องเริ่มต้นมักจะ 50 ตารางเมตรขึ้นไป ใครเคยอยู่วิลล่ามาแล้วอาจรู้สึกว่าแคบไปนิด และวิวก็ไม่ได้สวยทุกห้อง บางห้องหันออกอาคารเพื่อนบ้านหรือมุมแคบมองไม่เห็นทะเล แนะนำให้ระบุชัดเจนตอนจองว่าขอวิวมหาสมุทรชั้นสูง ๆ เพื่อให้คุ้มกับการมาพักที่นี่ เรื่องสุดท้ายคือความคุ้มค่าเชิงราคา — 9,500-18,000 บาท/คืนถือว่าสูงสำหรับโรงแรมในเมืองที่ไม่มีหาด ไม่มีบาร์ และห้องไม่ใหญ่ ถ้าคุณแค่ต้องการที่นอนใกล้สนามบินจริง ๆ เกสต์เฮาส์หรือโรงแรมระดับ 3-4 ดาวใน Hulhumalé (เกาะติดสนามบิน) จะถูกกว่าและสะดวกกว่า JEN เหมาะเฉพาะคนที่ให้ค่ากับวิวรูฟท็อปพิเศษและมาตรฐาน Shangri-La เท่านั้น อีกข้อเล็ก ๆ คือเมืองมาเลรถมอเตอร์ไซค์เยอะมาก เสียงจราจรอาจดังบ้างในห้องชั้นล่าง ๆ ที่หันออกถนน
สรุปจากทีมเรา
จากที่ทีมเราอ่านรีวิวจริงและไล่ดูภาพเปรียบเทียบมาหลายร้อยเสียง JEN Maldives Malé by Shangri-La คือโรงแรมห้าดาวที่ดีที่สุดในเมืองมาเลตอนนี้ ขายความเป็น Shangri-La ที่บริการนิ่งและอบอุ่น Rooftop Infinity Pool วิวมหาสมุทรอินเดียกับสนามบินที่หาไม่ได้จากที่ไหนอีกแล้ว และทำเลที่เดินถึงทุกแลนด์มาร์กในเมืองได้สบาย ถ้าภาพทริปในหัวคุณคือบินถึงเวลานาตอนกลางคืน นั่งเฟอร์รี่ข้ามอ่าวมาพักหนึ่งคืน ตื่นเช้ามาว่ายน้ำชมพระอาทิตย์ขึ้นจากรูฟท็อป แล้วต่อ seaplane ไปรีสอร์ตในตอนสาย ที่นี่คือตัวเลือกที่ลงตัวสุด ๆ คู่รักหรือนักเดินทางสายลักชัวรีที่อยากซึมซับชีวิตจริงของคนมัลดีฟส์ก่อนหายไปอยู่บนเกาะส่วนตัวก็จะชอบบรรยากาศย่านธุรกิจริมน้ำที่นี่เช่นกัน แต่ถ้าคุณตั้งใจมาเที่ยวมัลดีฟส์เป็นทริปพักผ่อนหลัก อยากนั่งจิบไวน์ริมหาด หรืออยากได้ห้องวิลล่าใหญ่ ๆ ที่นี่ไม่ตอบโจทย์ — ไปรีสอร์ตเกาะส่วนตัวจะคุ้มกว่ามาก โดยรวมเราให้ 8.2/10 เหมาะที่สุดสำหรับนักเดินทางที่ต้องค้างคืนต่อเครื่อง คนทำงานในเมืองมาเล และคู่รักที่อยากเก็บภาพรูฟท็อปวิวสนามบินไว้เป็นความทรงจำหนึ่งคืนก่อนเดินทางต่อ
คะแนนแยกหมวด
ประเมินโดยทีม editorial จากการตรวจสอบข้อมูลและรีวิวจริง
คำตัดสินจริงใจ — ข้อดี & ข้อที่ควรรู้ก่อนจอง
- Rooftop Infinity Pool ชั้น 12 คือไฮไลต์ที่ทุกรีวิวพูดถึง — มองออกไปเห็นมหาสมุทรอินเดียกว้าง 180 องศา พร้อมวิวเครื่องบินขึ้นลงที่สนามบินเวลานาตรงข้ามอ่าวแบบที่หาไม่ได้จากโรงแรมไหนในเมืองที่หนาแน่นที่สุดในโลกแห่งนี้
- ทำเลใจกลางย่านธุรกิจริมน้ำ บนถนน Boduthakurufaanu Magu — เดินถึง Sultan Park ในร่ม 5 นาที, ตลาดปลาและตลาดผลไม้ท้องถิ่น 7 นาที, มัสยิดสีทอง (Grand Friday Mosque) 8 นาที สะดวกสำหรับคนอยากซึมซับชีวิตคนท้องถิ่นก่อนไปรีสอร์ต
- บริหารโดยกลุ่ม Shangri-La มาตรฐานบริการสม่ำเสมอ — รีวิวจำนวนมากชมพนักงานต้อนรับที่อบอุ่น ช่วยจัดเรื่องรถรับส่งท่าเรือเฟอร์รี่และต่อเครื่องไปรีสอร์ตเกาะได้ดี เหมาะมากสำหรับคนเดินทางครั้งแรก
- ใกล้ท่าเรือเฟอร์รี่ไปสนามบินเวลานา — เดินจากโรงแรมแค่ราว 3 นาที นั่งเรือข้ามอ่าวอีก 10 นาทีก็ถึง เหมาะกับคนที่มีเที่ยวบินกลางคืนหรือต้องค้างคืนก่อนต่อ seaplane ตอนเช้า
- ห้องอาหาร Azur ชั้นล่างเสิร์ฟบุฟเฟต์เช้าสไตล์อินเตอร์แบบจำกัดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตามกฎท้องถิ่น แต่มีอาหารท้องถิ่นมัลดีฟส์อย่างมัสฮูนิและโรชิให้ลองสำหรับคนอยากรู้จักรสชาติพื้นบ้าน
- มาเลเป็นเมืองมุสลิมเข้มงวด — โรงแรมในเมืองทุกแห่งห้ามเสิร์ฟแอลกอฮอล์ ไม่มีบาร์ไวน์หรือมินิบาร์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เหมือนรีสอร์ตเกาะ ใครคาดหวังจิบไวน์บนรูฟท็อปต้องทำใจตั้งแต่ก่อนจอง
- ห้องพักขนาดราว 28-32 ตร.ม. ถือว่าเล็กกว่ามาตรฐานห้าดาวบนเกาะรีสอร์ตที่ห้องเริ่มต้น 50 ตร.ม.+ และบางห้องวิวอาคารหรือมุมแคบ ควรขอวิวมหาสมุทรเมื่อจอง
- ราคาในระดับ 9,500-18,000 บาท/คืนสำหรับโรงแรมในเมืองที่ไม่มีหาด ไม่มีบาร์ ถือว่าสูงเมื่อเทียบกับเกสต์เฮาส์ใน Hulhumalé ที่ใกล้สนามบินกว่าและถูกกว่าครึ่ง — เหมาะเฉพาะคนที่ให้ค่ากับวิวรูฟท็อปและความเป็น Shangri-La
เหมาะกับใคร
Match Score ตามไลฟ์สไตล์การเดินทาง
สิ่งอำนวยความสะดวก
ทำเล & สถานที่ใกล้เคียง
กิจกรรมน่าทำใกล้ Malé
ทัวร์รายวัน ตั๋วเข้าชม และกิจกรรมรอบ Malé — จองล่วงหน้าบน Klook รับ e-ticket ในมือถือ
ดูกิจกรรมใน Maléลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม
เคล็ดลับจากทีมรีวิว
- ขอห้องชั้น 8 ขึ้นไปฝั่งหันออกอ่าวเวลานา — จะได้วิวมหาสมุทรเต็มตาและเห็นเครื่องบินขึ้นลงสนามบินตรงข้ามเป็นโบนัส
- ขึ้นไปสระอินฟินิตี้พูลชั้น 12 ช่วงพระอาทิตย์ตก ราว 18.00 น. แสงสีส้มสวยสุดและคนน้อยกว่าช่วงเช้า — ถ่ายรูปได้สบายไม่ต้องแย่งมุม
- ถ้ามีเที่ยวบินตอนกลางคืน เก็บกระเป๋าฝากที่ล็อบบี้ แล้วเดินไปท่าเรือเฟอร์รี่สาธารณะข้างโรงแรม เสียค่าเรือแค่ 10 รูฟียา (~6 บาท) ก็ถึงสนามบินใน 10-15 นาที ประหยัดกว่าจองรถส่วนตัว