El Hotel de Su Merced
โดยทีม TopOfHotel
El Hotel de Su Merced คือ การได้นอนในคฤหาสน์ศตวรรษที่ 18 ของตระกูลที่ส่งต่อกันมา 5 รุ่น พร้อมดาดฟ้าหลายชั้นวิวโดมโบสถ์ขาวระดับโปสการ์ด — เด่นที่เสน่ห์ของตึกและความอบอุ่นแบบบ้านมากกว่าความหรูเนี้ยบ
El Hotel de Su Merced คือ การได้นอนในคฤหาสน์ศตวรรษที่ 18 ของตระกูลที่ส่งต่อกันมา 5 รุ่น พร้อมดาดฟ้าหลายชั้นวิวโดมโบสถ์ขาวระดับโปสการ์ด — เด่นที่เสน่ห์ของตึกและความอบอุ่นแบบบ้านมากกว่าความหรูเนี้ยบ
รีวิวเชิงลึก
ห้องพักและการตกแต่ง
ลองนึกภาพคฤหาสน์โคโลเนียลสีขาวอายุกว่า 250 ปีกลางเมืองมรดกโลกของโบลิเวีย ที่ตระกูลเดียวกันส่งต่อกันมาแล้ว 5 รุ่น — นั่นแหละคือ El Hotel de Su Merced ตระกูล Zelada เปลี่ยนบ้านบรรพบุรุษของตัวเองให้เป็นบูทีกโฮเทล 18 ห้องโดยพยายามไม่แตะของเดิมมากเกินไป ผนัง adobe ขาวหนาแน่นแบบโคโลเนียลแท้ยังอยู่ครบ คานไม้เก่าบนเพดาน ประตูไม้แกะสลักโบราณ พื้นกระเบื้องดินเผาที่เดินแล้วเย็นเท้า เปิดประตูเข้าห้องแล้วจะเจอเฟอร์นิเจอร์ antique แท้ ๆ ที่ส่งต่อกันมาในตระกูล โต๊ะไม้เก่า ตู้เสื้อผ้าใหญ่ ๆ ที่บานพับยังเสียงเอี๊ยดอ๊าดน่ารัก ภาพถ่ายขาวดำของรุ่นปู่ทวด พรมท้องถิ่นที่ทอด้วยมือ ขนาดและรูปทรงห้องไม่เท่ากันเพราะเป็นห้องในตึกเก่าจริง บางห้องมีระเบียงเล็ก ๆ มองออกลานกลาง บางห้องอยู่ชั้นบนใกล้ดาดฟ้า แต่ทุกห้องมีกลิ่นอายของบ้านที่มีคนรักจริง ๆ ไม่ใช่ห้องโรงแรมที่ผลิตซ้ำตามแบบ รีวิวหลายเสียงชมตรงกันว่า "รู้สึกเหมือนได้นอนในพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต" ตื่นเช้ามาในห้องเงียบสงบเพราะผนัง adobe หนาช่วยกันเสียง แล้วเดินออกไปลานกลาง patio ดื่ม mate de coca ร้อน ๆ บรรยากาศแบบนี้หาจากโรงแรมเชนใหญ่ ๆ ไม่ได้เลย
ดาดฟ้าหลายชั้นและสิ่งอำนวยความสะดวก
ถ้าจะมีหัวใจสักดวงของโรงแรมนี้ ก็คงเป็น ดาดฟ้า ที่ทอดยาวไล่ระดับขึ้นไปหลายชั้น แต่ละชั้นมีมุมนั่งและวิวที่ต่างกัน ขึ้นไปชั้นบนสุดแล้วจะเข้าใจทันทีว่าทำไมซูเกรถึงได้ชื่อ La Ciudad Blanca หรือเมืองสีขาว — เพราะรอบตัวคือทะเลหลังคากระเบื้องแดงทอดยาวจรดเชิงเขา Cordillera de los Frailes และจุดที่จุก ๆ ที่สุดในวิวคือโดมโบสถ์ขาวสว่างของอาสนวิหาร Sucre โบสถ์ San Felipe Neri และโบสถ์เล็ก ๆ กระจัดกระจายทั่วเมืองเก่า รีวิวจำนวนมากเล่าตรงกันว่ามาขึ้นดาดฟ้าช่วง พระอาทิตย์ตก ที่แสงสีส้มอบอุ่นกระทบหลังคาแดงและโดมโบสถ์ขาวพร้อมกัน เป็นวินาทีที่ทำให้เก็บภาพในใจไปอีกนาน เช้าตรู่ก่อนพระอาทิตย์ขึ้นก็เป็นอีกช่วงที่สวย แสงสีฟ้าครามค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นทองในความเงียบ ด้านล่างใจตึกคือ ลานกลาง patio แบบโคโลเนียลที่มีต้นไม้และน้ำพุเล็ก ๆ เป็นพื้นที่เสิร์ฟ อาหารเช้า ทำสดทุกเช้า ขนมปังโฮมเมด ผลไม้ท้องถิ่น ไข่ตามสั่ง น้ำผลไม้คั้น และกาแฟร้อน เสียงนกร้องเสียงน้ำพุดังเบา ๆ บรรยากาศแบบบ้านตระกูลจริง ๆ ไม่ใช่ห้องอาหารโรงแรม โรงแรมไม่มีสปาหรือสระว่ายน้ำใหญ่ ๆ ตามสไตล์ heritage แท้ ๆ แต่มีทีมงานที่ช่วยจัดทริปวันเดียวให้ได้ทุกอย่าง ตั้งแต่ตลาด Tarabuco ที่เปิดวันอาทิตย์ ไปจนถึง Cal Orck'o รอยเท้าไดโนเสาร์โบราณนอกเมือง
ทำเลและการเดินทาง
ทำเลของ Su Merced คือฝันของคนรักเมืองเก่า โรงแรมตั้งอยู่ใจกลาง Centro Histórico ของซูเกร พื้นที่ที่ UNESCO ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกตั้งแต่ปี 1991 เพราะเป็นเมืองสีขาวแบบโคโลเนียลสเปนที่สมบูรณ์ที่สุดในอเมริกาใต้ เปิดประตูออกจากโรงแรมก็เจอตรอกหินขาวสะอาดที่ทอดยาวไปสู่อาสนวิหาร Sucre ในไม่กี่ก้าว เดินถัดไปอีกราว 3 นาทีก็ถึง Plaza 25 de Mayo จัตุรัสหัวใจเมืองที่รายล้อมด้วยอาคารโคโลเนียลและศาลากลางสีขาว จากตรงนี้เดินสำรวจได้ทั้งวัน Casa de la Libertad ที่ลงนามประกาศอิสรภาพโบลิเวียในปี 1825, Iglesia de San Felipe Neri ที่ขึ้นไปดาดฟ้ามองวิวอีกมุมได้, ตลาด Mercado Central ที่ขายผลไม้สดและขนมพื้นบ้าน, พิพิธภัณฑ์สิ่งทอ ASUR และ Recoleta ย่านสูงที่มีจุดชมวิวเมือง ทุกอย่างเดินถึงสบาย ๆ ในรัศมีไม่เกิน 15 นาที สนามบิน Alcantarí (SRE) อยู่นอกเมืองนั่งรถราว 30 นาที ส่วนคนที่จะต่อไปเมืองอื่นในโบลิเวีย สถานีรถบัสและตัวแทนจัดทัวร์ก็มีอยู่ใกล้ ๆ ใครชอบทริปแบบทิ้งรถ เดินสำรวจเมืองด้วยเท้าทั้งวัน แล้วกลับมาขึ้นดาดฟ้าจิบเครื่องดื่มยามเย็น ทำเลนี้ตอบโจทย์แบบเต็มสิบ
ข้อที่อยากให้รู้ก่อนจอง
พูดกันตรง ๆ เพื่อช่วยตัดสินใจ — ข้อแรกที่รีวิวติงตรงกันบ่อยที่สุดคือ ขนาดและรูปทรงของห้องไม่เท่ากัน เพราะนี่คือบูทีกในคฤหาสน์ประวัติศาสตร์จริง ไม่ใช่โรงแรมที่ออกแบบใหม่ บางห้องเล็กกว่าที่คาด บางห้องมีฝ้าต่ำกว่า บางห้องไม่มีหน้าต่างใหญ่ ถ้าให้ค่ากับพื้นที่ห้องเป็นหลัก แนะนำดูภาพห้องประเภทที่จะจองให้ละเอียดก่อน หรือเขียนเมลถามทีมงานล่วงหน้าว่าห้องไหนเหมาะ ข้อสองคือเรื่อง Wi-Fi และน้ำอุ่น ตามสไตล์ตึกเก่าในซูเกร — Wi-Fi ในลานกลางและดาดฟ้าหลุดบ้างเป็นบางช่วงเพราะผนัง adobe หนามากบล็อกสัญญาณ และน้ำอุ่นในห้องบางช่วงเช้ามาช้าหรือไม่สม่ำเสมอ ไม่ใช่เพราะโรงแรมไม่ดูแล แต่เป็นข้อจำกัดของระบบในตึกเก่า ถ้าต้องประชุมออนไลน์สำคัญหรือใช้เน็ตเยอะ อาจไม่ใช่ตัวเลือกที่สะดวกที่สุด ข้อสามที่ต้องเตือนคือ altitude ของซูเกรที่สูงราว 2,810 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล วันแรก ๆ ที่มาถึงอาจรู้สึกเหนื่อยง่าย หายใจไม่ทันเวลาเดินขึ้นบันได ซึ่งโรงแรมนี้มีดาดฟ้าหลายชั้นที่ต้องเดินขึ้นไปเอง ไม่มีลิฟต์ตามสไตล์ตึก heritage ใครที่มีปัญหาเรื่องเข่าหรือไม่ชอบเดินขึ้นบันได ต้องเผื่อใจไว้ และสุดท้ายโรงแรมไม่มีสระว่ายน้ำ ฟิตเนส หรือสปาแบบเต็มรูปแบบ — ถ้าทริปคุณวางแผนใช้เวลาในโรงแรมเยอะและคาดหวังสิ่งอำนวยความสะดวกครบเซต ที่นี่อาจไม่ตอบโจทย์
สรุปจากทีมเรา
จากที่ทีมเรารวบรวมรีวิวจริงหลายเสียง El Hotel de Su Merced คือโรงแรมที่ขาย "เสน่ห์ของคฤหาสน์ family-run + ดาดฟ้าวิวเมืองมรดกโลก + ความอบอุ่นแบบบ้านเจ้าของจริง" ได้อย่างเข้มข้นจนหาที่เปรียบยากในซูเกร ถ้าคุณเป็นคนที่หลงใหลเรื่องราวของตึกเก่า อยากนอนในห้องที่มี antique ของจริงจากตระกูลที่ส่งต่อกันมา 5 รุ่น ตื่นเช้ามาดื่มกาแฟในลานกลาง patio แล้วขึ้นดาดฟ้าหลายชั้นชมพระอาทิตย์ตกกระทบโดมโบสถ์ขาวและหลังคากระเบื้องแดงทอดไกล ที่นี่คือตัวเลือกที่จะทำให้ทริปซูเกรของคุณตราตรึงใจไปอีกนาน แต่ถ้าคุณคาดหวังห้องกว้างขวางแบบโรงแรมใหม่ Wi-Fi แรงสม่ำเสมอ และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันแบบ 5 ดาวเชน ความเป็นตึกประวัติศาสตร์ที่นี่อาจทำให้รู้สึกขัดใจเล็ก ๆ น้อย ๆ โดยรวมเราให้ 9.0/10 เหมาะที่สุดสำหรับคู่รักและสายเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่อยากซึมซับเสน่ห์เมืองมรดกโลกซูเกรในแบบที่สมจริงที่สุด
คะแนนแยกหมวด
ประเมินโดยทีม editorial จากการตรวจสอบข้อมูลและรีวิวจริง
คำตัดสินจริงใจ — ข้อดี & ข้อที่ควรรู้ก่อนจอง
- คฤหาสน์ศตวรรษที่ 18 ของตระกูล Zelada ที่ส่งต่อกันมา 5 รุ่น — ของตกแต่งทุกชิ้นคือ antique และ family heirlooms จริงของครอบครัว ไม่ใช่ของก๊อปสไตล์ heritage
- ดาดฟ้าหลายชั้นที่ทอดยาวไล่ระดับขึ้นไป มองเห็นหลังคากระเบื้องแดง โดมโบสถ์ขาว และยอดเขา Cordillera de los Frailes — เป็นจุดถ่ายภาพและจิบกาแฟยามเย็นที่หลายรีวิวยกให้สวยที่สุดในเมือง
- ทำเลใจกลาง Centro Histórico เดินไม่กี่ก้าวก็ถึงอาสนวิหาร Sucre และเดินถึง Plaza 25 de Mayo จัตุรัสหัวใจเมืองมรดกโลกราว 3 นาที
- บริการพนักงานอบอุ่นแบบครอบครัว รีวิวจำนวนมากชมตรงกันว่าเหมือนได้พักบ้านเพื่อน เจ้าของและทีมงานช่วยจัดทริปวันเดียวไป Tarabuco / Cal Orck'o (รอยเท้าไดโนเสาร์) ให้ได้
- ผนัง adobe หนาแน่นแบบโคโลเนียลแท้ทำให้ห้องเงียบสงบและเย็นสบายแม้กลางวันที่แดดจัด อาหารเช้าทำสดเสิร์ฟในลานกลาง patio บรรยากาศแบบบ้านตระกูลจริง ๆ
- เป็นห้องในคฤหาสน์เก่าจริง — ขนาดและรูปทรงห้องไม่เท่ากัน บางห้องเล็กกว่าหรือมีฝ้าต่ำกว่าที่คาดจากระดับ 5 ดาว ถ้าให้ค่ากับพื้นที่ห้องเป็นหลัก ลองดูภาพห้องที่จะจองให้ละเอียดก่อน
- Wi-Fi ในลานกลางและดาดฟ้าหลุดบ้างเป็นบางช่วงเพราะผนัง adobe หนามาก และน้ำอุ่นในห้องบางช่วงเช้ามาช้าหรือไม่สม่ำเสมอ ตามสไตล์ตึกประวัติศาสตร์ในซูเกร
- ซูเกรอยู่สูง ~2,810 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล วันแรก ๆ อาจรู้สึกเหนื่อยง่ายจาก altitude แม้โรงแรมจะอยู่ใจกลางเมือง การเดินขึ้นบันไดไปดาดฟ้าหลายชั้นทำให้บางคนหายใจไม่ทัน เผื่อเวลาปรับตัว
เหมาะกับใคร
Match Score ตามไลฟ์สไตล์การเดินทาง
สิ่งอำนวยความสะดวก
ทำเล & สถานที่ใกล้เคียง
กิจกรรมน่าทำใกล้ Sucre
ทัวร์รายวัน ตั๋วเข้าชม และกิจกรรมรอบ Sucre — จองล่วงหน้าบน Klook รับ e-ticket ในมือถือ
ดูกิจกรรมใน Sucreลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม
เคล็ดลับจากทีมรีวิว
- ขอห้องชั้นบนที่หันออกดาดฟ้า — ได้วิวโดมโบสถ์ตอนเช้าและพระอาทิตย์ตกสีส้มกระทบหลังคาแดงที่หลายคนบอกว่าสวยที่สุดของซูเกร
- ถามทีมงานเรื่องทริปวันเดียวไปตลาด Tarabuco (อาทิตย์) หรือ Cal Orck'o รอยเท้าไดโนเสาร์โบราณ — เจ้าของช่วยจัดและแนะนำคนขับท้องถิ่นที่เชื่อใจได้
- วันแรกที่ถึง เดินช้า ๆ จิบ mate de coca ที่ลานกลางก่อนขึ้นดาดฟ้าหลายชั้น เพราะ altitude 2,810 เมตรทำให้บางคนเวียนหัวถ้ารีบขึ้นบันได