Djibouti Palace Kempinski
โดยทีม TopOfHotel
Djibouti Palace Kempinski คือ โรงแรมเรือธงเพียงหนึ่งเดียวของจิบูตีที่มีเกาะส่วนตัวยื่นออกอ่าว พร้อมหาดของตัวเอง สปา Kempinski และสองสระว่ายน้ำที่หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้วในประเทศนี้
Djibouti Palace Kempinski คือ โรงแรมเรือธงเพียงหนึ่งเดียวของจิบูตีที่มีเกาะส่วนตัวยื่นออกอ่าว พร้อมหาดของตัวเอง สปา Kempinski และสองสระว่ายน้ำที่หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้วในประเทศนี้
รีวิวเชิงลึก
ห้องพักและการตกแต่ง
ลองจินตนาการถึงตึกสีครีมสไตล์อาหรับร่วมสมัย 4 ชั้น ที่ตั้งอยู่บนเกาะเล็ก ๆ ชื่อ Ilot du Heron ยื่นออกไปในอ่าวตาดจูราของทะเลแดง — นั่นแหละคือ Djibouti Palace Kempinski โรงแรมเรือธงเพียงหนึ่งเดียวของจิบูตีที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2006 ห้องพักทั้งหมด 296 ห้องและสวีตวางคอนเซ็ปต์ให้รับวิวให้ได้มากที่สุด เกือบทุกห้องเปิดประตูบัลโคนีออกมาก็เจอทะเลสีเทอร์คอยส์หรือบ่อกลางโรงแรมทันที โทนภายในเป็นเบจ-น้ำตาลอบอุ่นแบบตะวันออกกลาง ผ้าม่านสีทอง โคมไฟแขวนทองเหลือง และพรมลายเรขาคณิตที่ให้บรรยากาศ Arabian Nights แบบสบาย ๆ ไม่อึดอัด เตียงคิงไซส์นุ่ม ผ้าปูสีขาวสะอาด ตู้ไม้สีเข้มและโต๊ะทำงานวางคู่หน้าต่าง ห้องน้ำหินอ่อนแยกอ่างอาบน้ำกับฝักบัวชัดเจน รีวิวจำนวนมากชมว่าขนาดห้องกว้างกว่าโรงแรม 5 ดาวทั่วไปและบัลโคนีส่วนตัวเป็นจุดที่ขโมยใจทุกคน — นั่งจิบกาแฟตอนเช้าฟังเสียงคลื่นเบา ๆ คือโมเมนต์ที่หลายคนเล่าตรงกันว่าทำให้หลงรักที่นี่
หาดส่วนตัว สระว่ายน้ำ และสปา
หัวใจของโรงแรมที่ทำให้ที่นี่แตกต่างจากที่อื่น ๆ ในจิบูตีอย่างชัดเจนคือพื้นที่กลางแจ้งของมัน เริ่มจาก หาดส่วนตัว ทรายขาวละเอียดยาวริมอ่าวตาดจูรา — เพราะอยู่ในอ่าวปิดและบนเกาะส่วนตัว น้ำจึงสงบและใสกว่าหาดเปิดของทะเลแดงทั่วไป เหมาะอาบแดดและว่ายน้ำเล่นเพลิน ๆ มีเตียงผ้าใบและร่มวางเรียงรายให้แขกใช้ฟรี ไล่ขึ้นมาตรงระเบียงเหนือหาดคือ สระว่ายน้ำกลางแจ้ง 2 สระ — สระใหญ่หันออกทะเลพร้อมพูลบาร์ตรงมุมไว้สั่งค็อกเทลและน้ำผลไม้สด คู่กับสระเด็กแยกที่ตื้นและปลอดภัย น้ำในสระอุ่นพอดีตามอุณหภูมิจิบูตี รอบ ๆ สระมีต้นปาล์มเรียงเป็นแนวให้ร่มเงาตอนแดดจัด ส่วนชั้นในของอาคารคือ Kempinski The Spa ของขึ้นชื่อในเครือนี้ มีห้องทรีตเมนต์รวมห้องคู่ ฮัมมัมสไตล์ตะวันออกกลางสำหรับขัดผิวและอาบไอน้ำ ห้องซาวน่า และห้องผ่อนคลายเปิดเพลงเบา ๆ ทรีตเมนต์ที่รีวิวชมบ่อยคือนวดน้ำมันด้วยน้ำมันหอมจากเมล็ดยี่หร่าและกุหลาบดามัสกัส บริการพนักงานสปาอบอุ่นและพูดอังกฤษได้ทุกคน ปิดท้ายด้วยฟิตเนส 24 ชั่วโมงที่อุปกรณ์ครบครันสำหรับนักเดินทางธุรกิจที่ไม่อยากพลาดเซสชั่นออกกำลังกาย
ทำเล อาหาร และบรรยากาศโดยรวม
ทำเลของโรงแรมนี้ถือว่าพิเศษมาก — ตั้งอยู่บนเกาะส่วนตัว Ilot du Heron ในย่าน Plateau du Serpent เชื่อมกับฝั่งด้วยถนนสั้น ๆ จากประตูโรงแรมเดินไปท่าเรือ Port de Djibouti ราว 5 นาที ขับรถเข้าใจกลางเมืองจิบูตีและตลาด Marché Central ราว 10 นาที ส่วนสนามบินนานาชาติ Djibouti–Ambouli (JIB) ห่างไปทางทิศใต้ราว 10–15 นาทีโดยรถ ทำให้เป็นทำเลที่สะดวกทั้งมาประชุม-ทำงานในเมืองและพักผ่อนชายทะเลพร้อมกันได้ในที่เดียว เรื่องอาหารโรงแรมมี 4 ห้องอาหารให้เลือกครบทุกอารมณ์ — Cascade เสิร์ฟอาหารเลบานีสและตะวันออกกลางที่ขึ้นชื่อว่าทำดีที่สุดในจิบูตี Le Mer เน้นซีฟู้ดสดจากทะเลแดงโดยเฉพาะกุ้งล็อบสเตอร์และปลาเก๋า La Mandarin อาหารเอเชียและเมดิเตอร์เรเนียนสำหรับมื้อสบาย ๆ และบาร์ริมสระไว้นั่งจิบเครื่องดื่มชมพระอาทิตย์ตก บุฟเฟต์อาหารเช้าจัดเต็มทั้งเมนูตะวันตก ตะวันออกกลาง และซีเรียลครบ รีวิวชมตรงกันว่าหลากหลายที่สุดในประเทศนี้ บรรยากาศโดยรวมจะรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในรีสอร์ตอ่าวอาหรับยุครุ่งเรือง — เงียบสงบ มีเสน่ห์แบบเก่า ๆ ที่หาไม่ได้ในโรงแรมใหม่ ๆ
ข้อที่อยากให้รู้ก่อนจอง
พูดกันตรง ๆ เพื่อช่วยตัดสินใจ — ข้อแรกที่หลายรีวิวบอกตรงกันคือ ราคาสูงกว่าทางเลือกอื่นในจิบูตีเกือบเท่าตัว และอาหารกับเครื่องดื่มในโรงแรมก็ตามมาตรฐาน Kempinski ที่แพงกว่าร้านนอกพอควร ถ้าคุณงบจำกัดและรับได้กับโรงแรม 4 ดาวธรรมดา อาจมีตัวเลือกอื่นในเมืองที่คุ้มกว่า ข้อที่สองคือตึกเปิดมาตั้งแต่ปี 2006 ผ่านมา 20 ปี บางมุมของอาคารและห้องน้ำเริ่มเก่าตามอายุ — ก๊อกน้ำบางตัว เฟอร์นิเจอร์บางชิ้น และพรมในทางเดินบางจุดดูเหมือนรอการรีโนเวต รีวิวจำนวนหนึ่งจึงรู้สึกว่ารายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ยังไม่สมราคา 5 ดาวเต็มขั้น ข้อสุดท้ายคือ การเดินทาง — เพราะอยู่บนเกาะส่วนตัวยื่นออกไป ทำให้เดินออกไปร้านอาหารหรือคาเฟ่นอกโรงแรมไม่สะดวกเหมือนพักใจกลางเมือง ต้องนั่งแท็กซี่ทุกครั้ง (แนะนำให้ใช้แท็กซี่โรงแรมที่มีเคาน์เตอร์ในล็อบบี้เพื่อความปลอดภัยและไม่ต้องต่อราคา) ส่วน Wi-Fi รีวิวบางส่วนติว่าความเร็วในห้องไม่สม่ำเสมอ ถ้าต้องประชุมออนไลน์สำคัญแนะนำเช็กสัญญาณก่อน
สรุปจากทีมเรา
จากที่ทีมเราไล่อ่านรีวิวจริงมาหลายร้อยเสียง Djibouti Palace Kempinski คือคำตอบเดียวสำหรับใครก็ตามที่อยากพักโรงแรมระดับลักชัวรีจริง ๆ ในประเทศที่ตัวเลือก 5 ดาวมีให้นับนิ้วได้ ข้อดีไม่มีโรงแรมไหนในจิบูตีสู้ได้ — เกาะส่วนตัวยื่นออกอ่าวตาดจูรา หาดส่วนตัวเงียบสงบ สระว่ายน้ำ 2 สระ และสปา Kempinski ที่ไม่มีคู่แข่งในเมืองนี้ ถ้าภาพในหัวของทริปคือลงเครื่องที่ JIB ขับ 15 นาทีถึงโรงแรมแล้วใช้เวลาที่เหลือว่ายน้ำริมทะเลแดง ทำสปา และจิบค็อกเทลริมสระชมพระอาทิตย์ตก ที่นี่ตอบโจทย์เต็มสิบ แต่ถ้าคุณคาดหวังโรงแรมใหม่เอี่ยมรายละเอียดสมบูรณ์แบบทุกตารางนิ้ว ตึกอายุ 20 ปีของที่นี่อาจไม่ใช่คำตอบ และถ้าอยากเดินออกจากโรงแรมไปร้านอาหารนอกได้สะดวก ทำเลบนเกาะส่วนตัวก็จะรู้สึกตัดขาดจากเมืองพอควร โดยรวมเราให้ 8.6/10 เหมาะที่สุดสำหรับสายลักชัวรี นักเดินทางธุรกิจ และคู่รักที่อยากพักผ่อนริมทะเลแดงในจุดที่ไม่มีคู่แข่งในประเทศนี้
คะแนนแยกหมวด
ประเมินโดยทีม editorial จากการตรวจสอบข้อมูลและรีวิวจริง
คำตัดสินจริงใจ — ข้อดี & ข้อที่ควรรู้ก่อนจอง
- ตั้งบนเกาะส่วนตัว Ilot du Heron ยื่นออกอ่าวตาดจูรา — ไม่มีโรงแรมไหนในประเทศนี้มีทำเลแบบนี้
- หาดส่วนตัวทรายขาวยาวริมอ่าว เดินลงจากสระว่ายน้ำได้เลย น้ำใสและสงบเพราะอยู่ในอ่าวปิด
- สระว่ายน้ำกลางแจ้ง 2 สระ — สระใหญ่วิวทะเลกับสระเด็กแยกชัดเจน พร้อมเตียงผ้าใบและร่ม
- สปา Kempinski The Spa พร้อมห้องทรีตเมนต์คู่ ฮัมมัมสไตล์ตะวันออกกลาง และห้องซาวน่า รีวิวชมว่าบริการอบอุ่น
- ห้องอาหารริมทะเล 4 ห้อง — Cascade เลบานีส, Le Mer ซีฟู้ดสด, La Mandarin เอเชีย และบาร์ริมสระ ราคาในโรงแรมแต่คุณภาพคุ้ม
- ราคาห้องสูงกว่าโรงแรมอื่นในจิบูตีเกือบเท่าตัว และอาหาร-เครื่องดื่มในโรงแรมก็ตามมาตรฐาน Kempinski (แพงกว่าร้านนอกพอควร)
- ตึกเปิดมาตั้งแต่ปี 2006 บางมุมของอาคารและห้องน้ำเริ่มเก่าตามอายุ บางรีวิวบ่นว่ารายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ควรได้รับการรีโนเวต
- อยู่บนเกาะส่วนตัว ทำให้ต้องนั่งแท็กซี่หรือรถโรงแรมไปไหนมาไหน เดินออกไปร้านอาหารนอกโรงแรมไม่สะดวกเหมือนพักใจกลางเมือง
เหมาะกับใคร
Match Score ตามไลฟ์สไตล์การเดินทาง
สิ่งอำนวยความสะดวก
ทำเล & สถานที่ใกล้เคียง
กิจกรรมน่าทำใกล้ Djibouti City
ทัวร์รายวัน ตั๋วเข้าชม และกิจกรรมรอบ Djibouti City — จองล่วงหน้าบน Klook รับ e-ticket ในมือถือ
ดูกิจกรรมใน Djibouti Cityลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม
เคล็ดลับจากทีมรีวิว
- ขอห้อง Sea View หันออกอ่าวตาดจูราไว้ก่อน — วิวพระอาทิตย์ขึ้นเหนือทะเลแดงสวยกว่าห้องที่หันเข้าบ่อมาก
- จองทริปดำน้ำดูฉลามวาฬที่อ่าวตาดจูราล่วงหน้าผ่าน concierge ของโรงแรม (ช่วง พ.ย.–ก.พ.) เพราะที่นั่งบนเรือเต็มเร็วในไฮซีซัน
- เดินทางมาจากใจกลางเมืองให้ใช้แท็กซี่โรงแรม (มีเคาน์เตอร์ที่ล็อบบี้) — ปลอดภัยและไม่ต้องต่อราคากับแท็กซี่ข้างนอก