Badrutt's Palace Hotel
โดยทีม TopOfHotel
Badrutt's Palace คือ ปราสาทในตำนานที่กลายเป็นภาพจำของเซนต์มอริตซ์ไปแล้ว — หอคอยเด่นบนเนิน วิวทะเลสาบและเทือกเขา Engadin เต็มหน้าต่าง บริการละเมียดแบบโรงแรมเก่าแก่ที่ส่งต่อกันมากว่า 130 ปี เด่นที่บรรยากาศ ประวัติ และทำเลที่มองลงเห็นทะเลสาบทั้งทะเลสาบ — ราคาสูงตามระดับตำนาน แต่คือประสบการณ์ที่หาที่อื่นแทนยาก
Badrutt's Palace คือ ปราสาทในตำนานที่กลายเป็นภาพจำของเซนต์มอริตซ์ไปแล้ว — หอคอยเด่นบนเนิน วิวทะเลสาบและเทือกเขา Engadin เต็มหน้าต่าง บริการละเมียดแบบโรงแรมเก่าแก่ที่ส่งต่อกันมากว่า 130 ปี เด่นที่บรรยากาศ ประวัติ และทำเลที่มองลงเห็นทะเลสาบทั้งทะเลสาบ — ราคาสูงตามระดับตำนาน แต่คือประสบการณ์ที่หาที่อื่นแทนยาก
รีวิวเชิงลึก
ห้องพักและการตกแต่ง
ลองนึกภาพปราสาทหินก้อนใหญ่ที่มีหอคอยตั้งเด่นอยู่บนเนินเหนือทะเลสาบ — นั่นแหละคือภาพแรกของ Badrutt's Palace Hotel ที่คนทั้งโลกจดจำในฐานะสัญลักษณ์ของเซนต์มอริตซ์ ตัวโรงแรมเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 1896 ก่อตั้งโดยตระกูล Badrutt ผู้ได้ชื่อว่าเป็นคนปลุกให้เซนต์มอริตซ์กลายเป็นเมืองตากอากาศหน้าหนาวระดับโลกแห่งแรก ๆ ก้าวเข้าไปข้างในแล้วจะรู้สึกได้ทันทีว่ากำลังเดินอยู่ในประวัติศาสตร์ — บรรยากาศหรูแบบคลาสสิกที่สั่งสมมากว่า 130 ปี เพดานสูง งานไม้เข้ม พรมหนานุ่ม และของตกแต่งที่เล่าเรื่องราวของแขกระดับโลกที่เคยมาพัก ห้องพักและสวีตราว 157 ห้องตกแต่งสไตล์คลาสสิกอบอุ่นต่างกันไปในแต่ละห้อง หลายห้องคงกลิ่นอายดั้งเดิมไว้พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่อัปเดตให้ทันสมัย จุดที่รีวิวชมตรงกันที่สุดคือห้องฝั่งที่หันออก ทะเลสาบ — เปิดม่านออกมาเจอทะเลสาบเซนต์มอริตซ์และเทือกเขา Engadin ทอดยาวเต็มหน้าต่าง ยิ่งหน้าหนาวที่ทะเลสาบกลายเป็นน้ำแข็งและภูเขาปกคลุมด้วยหิมะ วิวจากห้องยิ่งงดงามเหมือนหลุดเข้าไปในเทพนิยาย ใครที่อยากตื่นมาเจอวิวเทือกเขาแอลป์แบบเต็มตา ห้องฝั่งทะเลสาบคือไฮไลต์ที่ทำให้การพักที่นี่ต่างจากที่อื่น
อาหารและสิ่งอำนวยความสะดวก
สิ่งที่ทำให้ Badrutt's Palace เป็นโลกในตัวเองคือ ความครบครันแบบที่แทบไม่ต้องออกไปไหนเลยทั้งทริป เริ่มจากเรื่องอาหารที่จัดเต็มถึง 11 ห้องอาหาร ในโรงแรมเดียว ตั้งแต่ไฟน์ไดนิงระดับสูงสำหรับมื้อพิเศษ ห้องอาหารอิตาเลียน Le Restaurant ที่บรรยากาศคลาสสิกหรู อาหารญี่ปุ่น ไปจนถึงบาร์และคาเฟ่สำหรับมื้อสบาย ๆ — เลือกได้ตามอารมณ์ทุกวันโดยไม่ต้องซ้ำ หัวใจของโรงแรมอยู่ที่ Le Grand Hall ล็อบบี้ใหญ่ที่มีเตาผิงและเปียโน เป็นจุดนั่งจิบชายามบ่ายหรือค็อกเทลยามเย็นที่ได้บรรยากาศคลาสสิกแบบเต็มที่ โดยเฉพาะช่วงหน้าหนาวที่ไฟในเตาผิงกำลังลุก ลงไปด้านล่างคือ สปา Palace Wellness พื้นที่ดูแลสุขภาพและความผ่อนคลายพร้อมห้องทรีตเมนต์ และ สระว่ายน้ำในร่มวิวทะเลสาบ ที่ให้แช่ตัวพลางมองวิวภูเขาได้สบาย ๆ สำหรับสายปาร์ตี้ ไนต์คลับ King's Club คือชื่อในตำนานของเซนต์มอริตซ์ที่เปิดช่วงไฮซีซันและเคยต้อนรับคนดังจากทั่วโลก ส่วนหน้าหนาวยังมีลานสเก็ตน้ำแข็งของโรงแรมและบริการสกีครบวงจร รวม ๆ แล้วเป็นโรงแรมที่อยู่ได้ทั้งวันโดยมีกิจกรรมและมุมพักผ่อนให้เลือกไม่รู้เบื่อ
ทำเลและการเดินทาง
Badrutt's Palace ตั้งอยู่บนเนินใจกลางหมู่บ้าน St. Moritz Dorf ซึ่งเป็นทำเลที่ลงตัวสุด ๆ สำหรับเมืองนี้ — อยู่สูงพอจะมองลงเห็นทะเลสาบเซนต์มอริตซ์ทั้งทะเลสาบและเทือกเขา Engadin เป็นฉากหลัง แต่ก็ยังอยู่ติดย่านใจกลางที่เดินไปไหนได้สะดวก ก้าวออกจากโรงแรมไม่กี่นาทีก็ถึงถนนช้อปปิ้งหรู Via Serlas ที่เรียงรายด้วยบูทีกแบรนด์เนมระดับโลก ร้านนาฬิกาสวิส และคาเฟ่บรรยากาศดี ส่วนสำหรับสายสกี โรงแรมมี รถรับส่งฟรีไปสถานีกระเช้า Corvatsch หนึ่งในสกีรีสอร์ตหลักของย่าน Engadin ทำให้ขึ้นเขาไปเล่นสกีได้สบายโดยไม่ต้องขับรถเอง สถานีรถไฟ St. Moritz อยู่ด้านล่างริมทะเลสาบ ใช้รถรับส่งของโรงแรมขึ้นมาราว 5 นาที และเส้นทางรถไฟสาย Glacier Express / Bernina ที่ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดสายหนึ่งของโลกก็ผ่านเมืองนี้ สรุปคือถ้าอยากได้ทำเลที่ได้ทั้งวิวทะเลสาบ ความสะดวกในการช้อปปิ้งและเดินเล่นในหมู่บ้าน และการเข้าถึงลานสกีแบบไม่ยุ่งยาก ทำเลบนเนินกลางเมืองแบบนี้ถือว่าตอบโจทย์ครบ
ข้อที่อยากให้รู้ก่อนจอง
พูดกันตรง ๆ เพื่อช่วยตัดสินใจ — เรื่องแรกที่ต้องเตรียมใจคือ ราคา Badrutt's Palace อยู่ในระดับสูงสุดของเซนต์มอริตซ์ซึ่งเองก็เป็นเมืองที่ค่าครองชีพแพงอยู่แล้ว ไม่ใช่แค่ค่าห้อง แต่ค่าใช้จ่ายภายในโรงแรมทั้งอาหาร เครื่องดื่ม และสปาก็อยู่ในเกณฑ์แพงตามระดับตำนาน ใครวางแผนกินดื่มในโรงแรมเป็นหลักควรเผื่องบส่วนนี้ไว้ให้ดี เรื่องที่สองคือ โรงแรมเปิดเป็นฤดูกาล ตามแบบโรงแรมตากอากาศในเทือกเขาแอลป์ คือช่วงฤดูหนาวและฤดูร้อนเป็นหลัก และจะปิดช่วง low season ระหว่างฤดู บางช่วงของปีจึงจองไม่ได้เลย ต้องเช็กวันเปิด-ปิดของปีนั้น ๆ ก่อนวางแผน และช่วงไฮซีซันโดยเฉพาะคริสต์มาส-ปีใหม่ห้องเต็มเร็วมาก ควรจองล่วงหน้านาน เรื่องสุดท้ายคือเป็น อาคารเก่าแก่ที่คงคาแร็กเตอร์คลาสสิกไว้ เสน่ห์อยู่ที่ความเก่าแก่และบรรยากาศดั้งเดิม แต่นั่นก็แปลว่าห้องแต่ละห้องไม่เหมือนกัน บางรีวิวรู้สึกว่าห้องราคาเริ่มต้นหรือห้องฝั่งที่ไม่เห็นทะเลสาบ ขนาดและสไตล์อาจดูคลาสสิกกว่าโรงแรมดีไซน์ใหม่ ๆ ใครชอบความโมเดิร์นจัดหรือให้ความสำคัญกับวิว แนะนำให้ระบุประเภทห้องและฝั่งทะเลสาบให้ชัดตอนจอง
สรุปจากทีมเรา
จากที่ทีมเราไล่อ่านรีวิวจริงมาหลายเสียง Badrutt's Palace Hotel คือโรงแรมที่ขาย ตำนาน บรรยากาศ และวิวทะเลสาบ ได้อย่างเต็มภาคภูมิจนยากจะหาที่อื่นมาแทน เสียงที่ชมตรงกันที่สุดคือความรู้สึกพิเศษตั้งแต่ก้าวเข้าประตู — ตัวอาคารที่เป็นแลนด์มาร์กของเมือง วิวเทือกเขาแอลป์จากห้องฝั่งทะเลสาบ และบริการละเมียดแบบโรงแรมเก่าแก่ที่ดูแลแขกระดับโลกมากว่าศตวรรษ ถ้าภาพทริปในหัวคุณคือการได้พักในปราสาทบนเนิน ตื่นมาเจอทะเลสาบน้ำแข็งและภูเขาหิมะเต็มหน้าต่าง แช่สระในร่มวิวทะเลสาบ กินมื้อค่ำหรูใน Le Restaurant แล้วปิดท้ายค่ำคืนที่ King's Club ในตำนาน ที่นี่คือประสบการณ์เซนต์มอริตซ์แบบสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่จะหาได้ แต่ถ้างบจำกัดหรือมองหาโรงแรมดีไซน์ใหม่หวือหวาราคาย่อมเยา ระดับราคาและสไตล์คลาสสิกของที่นี่อาจไม่ใช่ตัวเลือกที่คุ้มที่สุดสำหรับคุณ โดยรวมเราให้ 9.4/10 เหมาะที่สุดสำหรับคู่รักและสายลักชูรีที่อยากสัมผัสตำนานเทือกเขาแอลป์และวิวทะเลสาบแบบเต็มที่ ไม่เกี่ยงราคา
คะแนนแยกหมวด
ประเมินโดยทีม editorial จากการตรวจสอบข้อมูลและรีวิวจริง
คำตัดสินจริงใจ — ข้อดี & ข้อที่ควรรู้ก่อนจอง
- ตัวอาคารคือแลนด์มาร์กของเซนต์มอริตซ์จริง ๆ — หอคอยทรงปราสาทตั้งแต่ปี 1896 ที่ปรากฏในภาพถ่ายของเมืองแทบทุกใบ พักที่นี่เหมือนได้นอนในประวัติศาสตร์เทือกเขาแอลป์
- วิวจากห้องฝั่งทะเลสาบสวยจนรีวิวชมตรงกัน — มองลงเห็นทะเลสาบเซนต์มอริตซ์และเทือกเขา Engadin ทอดยาว ยิ่งหน้าหนาวที่ทะเลสาบกลายเป็นน้ำแข็งยิ่งงดงามเหมือนเทพนิยาย
- มีห้องอาหารให้เลือกถึง 11 แห่งในโรงแรมเดียว ตั้งแต่ไฟน์ไดนิงระดับสูง อิตาเลียน Le Restaurant ญี่ปุ่น ไปจนถึงบาร์และคาเฟ่ ไม่ต้องออกไปไหนก็กินได้ครบทั้งทริป
- บริการระดับโรงแรมเก่าแก่ในตำนาน — รีวิวจำนวนมากชมว่าพนักงานละเอียด ใส่ใจ จดจำแขก และทำให้รู้สึกเป็นคนพิเศษตั้งแต่ก้าวเข้าประตู สมกับเป็นโรงแรมที่ดูแลแขกระดับโลกมากว่าศตวรรษ
- สิ่งอำนวยความสะดวกครบสำหรับทริปหน้าหนาว — สปา Palace Wellness สระว่ายน้ำในร่มวิวทะเลสาบ ลานสเก็ตน้ำแข็งของโรงแรม ไนต์คลับ King's Club ในตำนาน และรถรับส่งฟรีไปสถานีกระเช้า Corvatsch สำหรับสายสกี
- ราคาห้องอยู่ในระดับสูงสุดของเซนต์มอริตซ์ และค่าใช้จ่ายภายในโรงแรม — อาหาร เครื่องดื่ม สปา — ก็อยู่ในเกณฑ์แพงตามระดับตำนาน ควรเผื่องบส่วนนี้ไว้ให้ดี
- โรงแรมเปิดเป็นฤดูกาล (หลัก ๆ คือฤดูหนาวและฤดูร้อน) และปิดช่วง low season ระหว่างฤดู ต้องเช็กวันเปิดให้ดีก่อนวางแผน เพราะบางช่วงของปีจองไม่ได้เลย
- เป็นอาคารเก่าแก่ที่คงคาแร็กเตอร์คลาสสิกไว้ บางรีวิวรู้สึกว่าบางห้อง (โดยเฉพาะห้องราคาเริ่มต้นหรือฝั่งไม่เห็นทะเลสาบ) ขนาดและสไตล์อาจดูคลาสสิกกว่าโรงแรมดีไซน์ใหม่ ใครชอบความโมเดิร์นจัด ๆ ควรเลือกประเภทห้องให้ดี
เหมาะกับใคร
Match Score ตามไลฟ์สไตล์การเดินทาง
สิ่งอำนวยความสะดวก
ทำเล & สถานที่ใกล้เคียง
กิจกรรมน่าทำใกล้ St. Moritz
ทัวร์รายวัน ตั๋วเข้าชม และกิจกรรมรอบ St. Moritz — จองล่วงหน้าบน Klook รับ e-ticket ในมือถือ
ดูกิจกรรมใน St. Moritzลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม
เคล็ดลับจากทีมรีวิว
- ขอห้องฝั่งหันออกทะเลสาบ (lake-side) ไว้ก่อนถ้างบถึง — วิวทะเลสาบเซนต์มอริตซ์กับเทือกเขา Engadin จากห้องคือไฮไลต์ที่คนพักซ้ำชมตรงกันที่สุด คุ้มกับส่วนต่างราคา
- ลงไปนั่งดื่มหรือกินมื้อค่ำที่ Le Grand Hall ล็อบบี้ใหญ่ที่มีเตาผิงและเปียโน เป็นหัวใจของโรงแรมและจุดที่ได้บรรยากาศคลาสสิกแบบเต็ม ๆ โดยเฉพาะช่วงหน้าหนาว
- ถ้าจะมาเล่นสกี ใช้รถรับส่งฟรีของโรงแรมไปสถานีกระเช้า Corvatsch ได้สะดวก สอบถามคอนเซียร์จเรื่องตารางรถและบริการเก็บอุปกรณ์สกีไว้ล่วงหน้า