ทะเลทรายโกบีไม่ใช่แค่ทะเลทรายแห้งแล้งอย่างที่หลายคนคิด แต่เป็นดินแดนที่มีทั้ง เนินทรายสูงเท่าตึก หุบเขาน้ำแข็งกลางหน้าร้อน และผาแดงที่เคยขุดพบไข่ไดโนเสาร์ครั้งแรกของโลก ที่นี่กว้างใหญ่มาก การเที่ยวต้องนั่งรถ 4x4 หลายชั่วโมงต่อจุด เราเลยคัด 10 จุดที่คุ้มค่าที่สุดมาให้ พร้อมทิปจริงจากคนที่ไปมา
#1 เนินทรายคงกอร์เอลส์ (เนินทรายร้องเพลง) · Khongoryn Els (Singing Dunes)
ถ้ามาโกบีต้องมาที่นี่ให้ได้ เนินทรายคงกอร์เอลส์ทอดยาวกว่า 100 กิโลเมตร บางจุดสูงถึง 300 เมตร เวลาลมพัดผ่านหรือทรายไหลลงจะเกิดเสียงครางต่ำ ๆ คล้ายเครื่องบิน คนท้องถิ่นเลยเรียกว่า 'เนินทรายร้องเพลง' กิจกรรมยอดฮิตคือปีนขึ้นยอดเนินตอนเย็นเพื่อดูพระอาทิตย์ตก แล้วสไลด์ทรายลงมา บอกตรง ๆ ว่าการปีนทรายเหนื่อยมาก ทรายไหลถอยหลังตลอด เผื่อเวลาขึ้นอย่างน้อย 45 นาที-1 ชั่วโมง และพกน้ำขึ้นไปด้วย คุ้มค่ากับวิวบนยอดแน่นอน
- ปีนเนินช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตก แดดอ่อนและทรายไม่ร้อนเท้า
- ใส่รองเท้าหุ้มข้อหรือถอดรองเท้าเดินเท้าเปล่าจะปีนง่ายกว่า
- พกน้ำขึ้นไปเยอะ ๆ เพราะไม่มีร้านค้าบนเนิน
#2 ผาเปลวเพลิง บายันซัก · Flaming Cliffs (Bayanzag)
ผาหินทรายสีแดงส้มแห่งนี้คือสถานที่ที่ทำให้โกบีดังไปทั่วโลก เพราะปี 1922 นักสำรวจอเมริกัน Roy Chapman Andrews ขุดพบ 'ไข่ไดโนเสาร์' ครั้งแรกของโลกที่นี่ พร้อมซากเวโลซิแรปเตอร์อีกหลายตัว ชื่อ 'ผาเปลวเพลิง' มาจากตอนพระอาทิตย์ตกที่หินจะเปล่งสีส้มแดงราวกับไฟลุก เป็นจุดถ่ายรูปที่สวยที่สุดจุดหนึ่งของทริป บอกไว้ก่อนว่าพื้นที่ค่อนข้างเล็กและเดินชมได้เร็ว อย่าคาดหวังพิพิธภัณฑ์ใหญ่โต เสน่ห์จริง ๆ อยู่ที่แสงยามเย็นและความเงียบสงบของทะเลทราย
- มาช่วงพระอาทิตย์ตกเพื่อเห็นผาเปล่งสีแดงเต็มที่
- ระวังขอบผา ลมแรงและไม่มีราวกั้น
- จับคู่เที่ยวกับภาพสลักหินคาฟต์สไกต์ที่อยู่ใกล้กัน
#3 หุบเขาโยลีนอาม (หุบเขาแร้ง) · Yolyn Am (Eagle/Vulture Valley)
เรื่องน่าทึ่งของที่นี่คือ 'น้ำแข็งกลางทะเลทราย' หุบเขาแคบ ๆ ลึกล้อมด้วยผาหินสูง ทำให้แสงแดดส่องไม่ถึงพื้น น้ำในลำธารเลยกลายเป็นน้ำแข็งหนาหลายเมตร และบางปีอยู่ได้ถึงต้นฤดูร้อน คุณจะได้เดินเลาะลำธารในหุบเขาที่อาจเจอแร้ง แกะอาร์กาลี และถ้าโชคดีมาก ๆ อาจเห็นเสือดาวหิมะ บอกตามตรงว่าน้ำแข็งมักละลายหมดช่วงปลายกรกฎาคม ถ้าอยากเห็นน้ำแข็งต้องมาต้นฤดูร้อน แต่ถึงไม่มีน้ำแข็ง การเดินในหุบเขาก็สวยและเย็นสบายมาก
- มาช่วงต้นฤดูร้อน มิ.ย.-ต้น ก.ค. ถ้าอยากเห็นน้ำแข็ง
- ใส่รองเท้าเดินป่ากันลื่น พื้นลำธารเปียกและเป็นหิน
- เตรียมเสื้อกันหนาวเพราะในหุบเขาเย็นกว่าข้างนอกมาก
#4 อุทยานแห่งชาติโกบีกูร์วันไซคาน · Gobi Gurvansaikhan National Park
อุทยานแห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดของมองโกเลีย กินพื้นที่เกือบ 27,000 ตารางกิโลเมตร เป็นบ้านของแทบทุกไฮไลต์ที่คุณอยากเห็นในโกบี ทั้งเนินทรายคงกอร์ หุบเขาโยลีนอาม และเทือกเขากูร์วันไซคานที่แปลว่า 'สามความงาม' ที่นี่ยังเป็นถิ่นของสัตว์หายากอย่างเสือดาวหิมะ แกะอาร์กาลี และเหยี่ยวซาเกอร์ มองในภาพรวมก็คือ 'ร่ม' ที่ครอบคลุมจุดเที่ยวหลายแห่งไว้ด้วยกัน ค่าเข้าอุทยานไม่แพง แต่จุดต่าง ๆ อยู่ห่างกันมาก ต้องวางแผนเส้นทางและเผื่อเวลาเดินทางให้ดี
- ซื้อตั๋วเข้าอุทยานครั้งเดียวใช้ได้หลายจุดในเขตเดียวกัน
- วางแผนเส้นทางล่วงหน้าเพราะจุดเที่ยวห่างกันหลายชั่วโมง
- พกเงินสดทูกรุก เพราะจุดเก็บค่าเข้าไม่รับบัตร
#5 ซากานซูวาร์กา (เจดีย์ขาว) · Tsagaan Suvarga (White Stupa)
หน้าผาหินทรายหลากสีที่มองแต่ไกลคล้ายซากเมืองโบราณหรือเจดีย์สีขาว สูงราว 30-60 เมตร ทอดยาวประมาณ 400 เมตร ที่นี่เคยเป็นพื้นทะเลโบราณ ชั้นตะกอนเลยซ้อนกันเป็นสีขาว เหลือง แดง ชมพู และเปลี่ยนเฉดตามแสงแดดทั้งวัน จุดจอดรถอยู่บนยอดผา ต้องเดินไปขอบเพื่อมองลงไปเห็นเนินสีสันด้านล่าง บอกไว้ก่อนว่าลมบนยอดแรงมาก ต้องระวังตอนยืนใกล้ขอบ และมาช่วงเช้าหรือเย็นจะได้สีและเงาที่สวยที่สุด เหมาะกับสายถ่ายรูปมาก
- มาตอนพระอาทิตย์ขึ้นหรือตก สีหินจะจัดและมีเงาสวย
- ระวังลมแรงบนขอบผา เด็กเล็กต้องจับมือไว้
- พกน้ำและกันแดด เพราะไม่มีร่มเงาบนยอด
#6 อารามองกี (ซากอารามองกิอินคีด) · Ongi Monastery
ครั้งหนึ่งที่นี่เคยเป็นศูนย์กลางพุทธศาสนาที่ใหญ่ที่สุดในโกบี มีพระจำพรรษากว่า 1,000 รูป สร้างในศตวรรษที่ 18 ตั้งอยู่สองฝั่งแม่น้ำองกี แต่ถูกทำลายราบช่วงกวาดล้างศาสนาของพรรคคอมมิวนิสต์ในทศวรรษ 1930 วันนี้เหลือเพียงซากกำแพงดินและเจดีย์ที่กำลังค่อย ๆ ฟื้นฟู มีวัดเล็ก ๆ และพิพิธภัณฑ์เปิดให้ชม เสน่ห์ของที่นี่คือบรรยากาศเงียบสงบและประวัติศาสตร์ที่ชวนใจหาย เหมาะแวะพักระหว่างทาง อย่าคาดหวังความอลังการ แต่ความเงียบและเรื่องราวคุ้มค่าแก่การหยุดดู
- แวะระหว่างทางขึ้น-ลงโกบี เพราะอยู่กึ่งกลางเส้นทาง
- บริจาคเล็กน้อยสนับสนุนการบูรณะวัด
- พักค้างที่แคมป์เกอร์ริมแม่น้ำองกีได้บรรยากาศดี
#7 เทือกเขากูร์วันไซคาน (สามความงาม) · Gurvan Saikhan Mountains
เทือกเขาที่ชื่อแปลว่า 'สามความงาม' เป็นปลายสุดด้านตะวันออกของเทือกเขาอัลไต ยอดสูงสุดราว 2,825 เมตร เป็นฉากหลังที่งดงามของทะเลทรายโกบีและเป็นที่ตั้งของหุบเขาโยลีนอามด้วย ภูเขาช่วยให้พื้นที่มีน้ำพุและพืชพรรณมากกว่าทะเลทรายรอบ ๆ จึงเป็นถิ่นของสัตว์ป่าหลายชนิด คนที่ชอบเดินป่าและถ่ายภาพทิวทัศน์จะชอบมาก เพราะได้เห็นโกบีในมุมที่ไม่ใช่แค่ทรายแห้ง ๆ บอกไว้ว่าเส้นทางเดินป่าไม่มีป้ายชัดเจน ควรมีไกด์ท้องถิ่นนำทาง
- จ้างไกด์ท้องถิ่นนำทางเพราะเส้นทางเดินป่าไม่มีป้าย
- เตรียมเสื้อกันหนาว อุณหภูมิบนเขาต่ำกว่าพื้นราบมาก
- เที่ยวควบกับหุบเขาโยลีนอามที่อยู่ในเทือกเขาเดียวกัน
#8 ขี่อูฐแบกเทรียนสองหนอก · Bactrian Camel Riding
ประสบการณ์ที่ขาดไม่ได้ในโกบีคือการขี่อูฐแบกเทรียนสองหนอก ซึ่งเป็นอูฐประจำถิ่นของเอเชียกลาง ทนทั้งร้อนและหนาวสุดขั้ว ครอบครัวเร่ร่อนหลายครอบครัวเลี้ยงไว้และเปิดให้นักท่องเที่ยวขี่ชมเนินทราย ทริปสั้น ๆ ราว 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง นั่งโยกตามจังหวะอูฐท่ามกลางเนินทรายสุดลูกหูลูกตาเป็นความรู้สึกที่จำไม่ลืม บอกตรง ๆ ว่าอานอูฐแข็งและโยกแรงพอควร คนปวดหลังควรเลือกทริปสั้น และควรเลือกแคมป์ที่ดูแลอูฐดี ไม่บรรทุกหนักเกินไป เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวที่ใส่ใจสัตว์
- เลือกทริปสั้น 30 นาทีถ้าไม่เคยขี่หรือปวดหลังง่าย
- ใส่กางเกงขายาวกันขาเสียดสีกับอาน
- เลือกแคมป์ที่ดูแลอูฐดี ไม่บรรทุกนักท่องเที่ยวหนักเกินไป
#9 เมืองดาลันซัดกัด (ประตูสู่โกบี) · Dalanzadgad
เมืองหลวงของจังหวัดเอิมเนอโกวีและเป็น 'ประตู' หลักสู่ทะเลทรายโกบีตอนใต้ อยู่ห่างจากอูลานบาตอร์ราว 540 กิโลเมตร มีสนามบินที่บินตรงจากเมืองหลวง ทำให้ประหยัดเวลาเดินทางได้มาก เมืองไม่ใหญ่แต่มีทุกอย่างที่จำเป็นก่อนลุยทะเลทราย ทั้งซูเปอร์มาร์เก็ต ปั๊มน้ำมัน ตู้เอทีเอ็ม และที่พัก เป็นจุดที่ควรเติมเสบียงและถอนเงินสดให้พอ เพราะเข้าทะเลทรายแล้วแทบไม่มีร้านค้าหรือเอทีเอ็ม บอกตรง ๆ ว่าตัวเมืองไม่มีอะไรน่าเที่ยวมาก แต่สำคัญในฐานะฐานพักก่อนออกผจญภัย
- ถอนเงินสดและเติมเสบียงให้พอก่อนเข้าทะเลทราย
- บินจากอูลานบาตอร์เพื่อประหยัดเวลาแทนนั่งรถ 8-10 ชั่วโมง
- พักค้างคืนแรกที่นี่เพื่อปรับตัวก่อนลุยจุดไกล
#10 ภาพสลักหินคาฟต์สไกต์ · Khavtsgait Petroglyphs
ซ่อนอยู่บนเนินเขาที่มองเห็นทะเลทรายโกบีกว้างไกล คือภาพสลักหินโบราณอายุราว 4,000-5,000 ปี ตั้งแต่ยุคสำริดถึงยุคเหล็กตอนต้น ภาพสลักเหล่านี้เล่าเรื่องชีวิตของคนโบราณ ทั้งฉากล่าสัตว์ แพะป่า กวาง คนขี่ม้า อูฐ และเกวียนล้อ ต้องเดินขึ้นเนินสักหน่อยกว่าจะถึง แต่บนยอดนอกจากจะได้เห็นภาพสลักแล้ว ยังได้วิวทะเลทรายแบบพาโนรามาเป็นรางวัล บอกไว้ก่อนว่าทางเดินขึ้นไม่มีร่มเงาและค่อนข้างชัน ควรพกน้ำ ไม้เท้าเดินป่า และสวมรองเท้าที่เกาะพื้นดี มาคู่กับบายันซักได้เพราะอยู่ไม่ไกลกัน
- พกน้ำและสวมรองเท้ากันลื่น ทางขึ้นชันและไม่มีร่มเงา
- เที่ยวควบกับผาเปลวเพลิงบายันซักที่อยู่ใกล้กัน
- ขึ้นช่วงเช้าหรือเย็นเลี่ยงแดดแรงกลางวัน
เที่ยว 10 จุดนี้ — พักย่านไหนดีในทะเลทรายโกบี?
เลือกที่พักทำเลดี = เที่ยวสะดวก ประหยัดเวลาเดินทาง ทีมเราคัดโรงแรมจริงเรตติ้งสูงในทะเลทรายโกบี ให้แล้ว พร้อมเทียบราคา Agoda · Booking · Trip.com ในคลิกเดียว
Gobi Desert Guesthouse
ลิงก์จองเป็นลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม รายละเอียด
Three Camel Lodge
ลิงก์จองเป็นลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม รายละเอียด
Gobi Nomad Lodge
ลิงก์จองเป็นลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม รายละเอียด
Gobi Mirage Tourist Camp
ลิงก์จองเป็นลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม รายละเอียด
ทัวร์ ตั๋วเข้าชม & กิจกรรมในทะเลทรายโกบี
ทัวร์รายวัน ตั๋วเข้าชม และของจำเป็นสำหรับทริป Gobi Desert — จองล่วงหน้าบน Klook รับ e-ticket ในมือถือ
ลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม
สรุปก่อนเก็บกระเป๋า
ทะเลทรายโกบีเหมาะกับคนที่ชอบธรรมชาติดิบ ๆ และไม่กลัวความลำบากนิดหน่อย เพราะระยะทางไกลและสิ่งอำนวยความสะดวกน้อย แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือทิวทัศน์ที่หาดูที่อื่นไม่ได้และค่ำคืนที่ดาวเต็มฟ้า แนะนำให้เผื่อเวลาอย่างน้อย 4-7 วัน และจองทัวร์พร้อมคนขับ-ไกด์ท้องถิ่นเพื่อความปลอดภัย