เอลลาคือเมืองเล็ก ๆ บนที่ราบสูงตอนกลางของศรีลังกาที่นักเดินทางหลงรัก ด้วย ไอหมอกยามเช้า ไร่ชาเขียวขจี และทางรถไฟในตำนาน ที่นี่เดินเที่ยวได้ทั้งวันแบบไม่เร่งรีบ เหมาะกับคนชอบธรรมชาติ การเดินป่าเบา ๆ และวิวที่ถ่ายรูปออกมาสวยทุกมุม เราคัดมาให้ 10 จุดที่ไปจริงแล้วคุ้มค่าที่สุด
#1 สะพานเก้าโค้ง (Nine Arch Bridge) · Nine Arch Bridge
สัญลักษณ์ของเอลลาที่ทุกคนต้องมาเช็กอิน สะพานรถไฟหินก่อด้วยมือยาว 91 เมตร สูง 24 เมตร สร้างยุคอาณานิคมราวปี 1919 โดยไม่ใช้เหล็กแม้แต่ชิ้นเดียวเพราะขาดแคลนช่วงสงครามโลก ตัวสะพานทอดโค้งงดงามท่ามกลางป่าและไร่ชาเขียวสด ไฮไลต์คือช่วงที่ขบวนรถไฟวิ่งผ่านสะพานพอดี ภาพออกมาเหมือนโปสการ์ด แต่บอกตรง ๆ ว่าช่วงรถไฟผ่านคนเยอะมากและต้องยืนเบียดกัน แนะนำให้ถามชาวบ้านเรื่องเวลารถไฟล่วงหน้าและไปยืนจับจองมุมก่อนสัก 20 นาที
- เช็กตารางรถไฟกับคนท้องถิ่นหรือร้านกาแฟใกล้สะพานก่อนไป รถผ่านวันละไม่กี่รอบ
- ไปก่อนเวลารถไฟผ่านอย่างน้อย 20-30 นาทีเพื่อจองมุมถ่ายรูป
- เดินเลี่ยงเส้นทางลัดผ่านไร่ชาแทนถนนใหญ่ จะได้วิวสวยและคนน้อยกว่า
#2 ลิตเทิลอดัมส์พีค (Little Adam's Peak) · Little Adam's Peak
วิวพอยต์ยอดนิยมที่สุดของเอลลา เป็นเนินเขาทรงพีระมิดสูงราว 1,141 เมตร ตั้งชื่อล้อกับยอดอดัมส์พีคที่ใหญ่กว่า ข้อดีคือเดินขึ้นง่ายมาก ทางเดินดีและมีป้ายบอกตลอด ใช้เวลาราว 30-45 นาทีก็ถึงยอด พอขึ้นไปจะเจอวิว 360 องศาของหุบเขา ไร่ชา และเทือกเขาไกล ๆ สวยจนต้องหยุดมอง เหมาะกับคนที่อยากได้วิวคุ้มแต่ไม่อยากเดินหนัก ทิปจริงคือไปตอนเช้าตรู่เพื่อหนีแดดและไอหมอกยังไม่จาง บางวันเมฆลงต่ำจนมองอะไรไม่เห็น ต้องเผื่อใจไว้ด้วย
- ไปเช้าตรู่เพื่อเลี่ยงแดดร้อนและนักท่องเที่ยวที่มากันเป็นกลุ่มช่วงสาย
- ใส่รองเท้าที่เดินสบาย ทางช่วงท้ายเป็นขั้นบันไดชันเล็กน้อย
- พกน้ำดื่มไปเอง ข้างบนยอดเขาไม่มีร้านขายของ
#3 เอลลาร็อก (Ella Rock) · Ella Rock
ถ้าลิตเทิลอดัมส์พีคคือทางง่าย เอลลาร็อกก็คือเวอร์ชันท้าทายกว่าสำหรับคนรักการเดินป่า ยอดสูงราว 1,141 เมตรเช่นกัน แต่เส้นทางขึ้นยาวและชันกว่า ใช้เวลาไป-กลับราว 3-4 ชั่วโมง เดินผ่านรางรถไฟ ไร่ชา และป่าเล็ก ๆ ก่อนถึงยอดที่เปิดวิวกว้างสุดของที่ราบสูงตอนกลาง คุ้มค่าเหนื่อยมาก ข้อควรระวังจริง ๆ คือทางไม่มีป้ายชัด หลงง่าย หลายคนเลยจ้างไกด์ท้องถิ่นนำทาง และควรออกเดินแต่เช้าเพราะช่วงบ่ายมักมีหมอกลงและฝนตก
- ออกเดินแต่เช้าราว 6 โมงเพื่อเลี่ยงหมอกบ่ายและให้ทันกลับก่อนมืด
- พิจารณาจ้างไกด์ท้องถิ่นเพราะทางแยกเยอะและป้ายบอกทางไม่ชัด
- พกน้ำอย่างน้อยคนละ 1.5 ลิตรและของว่าง ทางยาวกว่าที่คิด
#4 น้ำตกราวานา (Ravana Falls) · Ravana Falls
หนึ่งในน้ำตกที่กว้างที่สุดของศรีลังกา สูงราว 25 เมตร ไหลลงมาจากหน้าผาหินรูปโค้งสวยงาม จุดเด่นคือเข้าถึงง่ายมาก เพราะอยู่ติดถนนใหญ่ จอดรถแล้วเดินไม่กี่ก้าวก็เห็น น้ำตกนี้ผูกกับตำนานพระเจ้าราวานาที่ลักพานางสีดามาซ่อนในถ้ำหลังน้ำตก ใครชอบเล่นน้ำสามารถปีนขึ้นไปแช่ในแอ่งด้านบนได้ แต่บอกเลยว่าหินลื่นมากต้องระวัง และช่วงหน้าแล้งน้ำอาจน้อยจนไม่อลังการเท่าในรูป ถ้าอยากเห็นน้ำเต็มที่ควรมาช่วงหลังฤดูฝน
- มาช่วงตุลาคม-มกราคมหลังฤดูฝน น้ำจะเยอะและสวยที่สุด
- ระวังหินลื่นมากหากจะปีนขึ้นไปเล่นน้ำด้านบน
- ระวังลิงที่มาขโมยอาหารและของ อย่าวางกระเป๋าทิ้งไว้
#5 ถ้ำราวานา (Ravana Cave) · Ravana Cave
ถ้ำเล็ก ๆ บนเนินเขาที่ผูกกับตำนานพระเจ้าราวานาแห่งลังกา เชื่อกันว่าเป็นที่ซ่อนนางสีดาตามมหากาพย์รามายณะ สิ่งที่ทำให้ถ้ำนี้น่าสนใจในเชิงประวัติศาสตร์คือการขุดค้นพบหลักฐานมนุษย์อาศัยอยู่ย้อนไปได้ราว 25,000 ปี ทางขึ้นถ้ำต้องไต่บันไดหินราว 650 ขั้นที่ชันและไม่เรียบ เหนื่อยพอสมควร ตัวถ้ำข้างในไม่ได้ใหญ่โต ใครหวังความอลังการอาจผิดหวัง แต่ถ้าสนใจตำนานและวิวระหว่างทางก็ถือว่าคุ้ม แนะนำให้สวมรองเท้ากันลื่นและไปช่วงที่ฟ้าแจ่มใส
- เตรียมใจกับบันไดหินชันราว 650 ขั้น สวมรองเท้ากันลื่น
- ตัวถ้ำเล็ก เหมาะกับคนสนใจตำนานมากกว่าคนหาความตื่นตา
- นำไฟฉายหรือใช้ไฟมือถือ ภายในถ้ำค่อนข้างมืด
#6 น้ำตกดิยาลูมา (Diyaluma Falls) · Diyaluma Falls
น้ำตกที่สูงเป็นอันดับสองของศรีลังกา สูงถึง 220 เมตร อลังการสมการเดินทาง ไฮไลต์ที่ทำให้คนยอมไปไกลคือ Upper Diyaluma แอ่งน้ำธรรมชาติบนยอดน้ำตกที่ลงไปแช่น้ำได้พร้อมวิวหุบเขาเปิดกว้างสุดลูกหูลูกตา เป็นจุดถ่ายรูปในตำนานของศรีลังกาเลยทีเดียว แต่บอกตามตรงว่าทางขึ้นไปแอ่งบนค่อนข้างชันและลื่น ต้องระวังเป็นพิเศษ และมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ้าง ควรไม่เข้าใกล้ขอบหน้าผาเกินไป เหมาะกับคนชอบผจญภัยและไม่กลัวเหนื่อย
- จ้างไกด์หรือตุ๊กตุ๊กที่รู้ทางขึ้น Upper Diyaluma ทางแยกหายากและลื่น
- อย่าเข้าใกล้ขอบหน้าผามากเกินไปโดยเฉพาะตอนน้ำแรง
- ไปเช้าและเผื่อเวลาทั้งวัน เพราะอยู่ไกลจากเอลลาพอสมควร
#7 ลิปตันส์ซีท (Lipton's Seat) · Lipton's Seat
จุดชมวิวสูงราว 1,970 เมตรที่เซอร์โทมัส ลิปตัน ราชาแห่งชาเคยมานั่งมองอาณาจักรไร่ชาของตัวเอง วิวจากตรงนี้คือไร่ชาเขียวลดหลั่นเป็นชั้น ๆ สุดลูกหูลูกตาแบบ 360 องศา ถ้าฟ้าเปิดมองเห็นได้ไกลหลายจังหวัด ระหว่างทางยังแวะโรงงานชา Dambatenne ที่ลิปตันสร้างตั้งแต่ปี 1890 ดูกระบวนการผลิตชาซีลอนได้ด้วย ทิปสำคัญคือต้องไปให้ถึงก่อน 10 โมงเช้า เพราะหลังจากนั้นหมอกมักลอยขึ้นมาบังวิวจนมองไม่เห็นอะไรเลย หลายคนผิดหวังเพราะไปสาย
- ไปให้ถึงก่อน 10 โมงเช้า หลังจากนั้นหมอกมักบังวิวทั้งหมด
- แวะโรงงานชา Dambatenne ระหว่างทางเพื่อดูการผลิตชาซีลอน
- เดินขึ้นจากโรงงานชาผ่านไร่ชาได้ราว 1-1.5 ชั่วโมง วิวสวยกว่านั่งรถ
#8 วัดถ้ำโดวา (Dhowa Rock Temple) · Dhowa Rock Temple
วัดถ้ำเก่าแก่ที่เชื่อกันว่าสร้างยุคพระเจ้าวาลากัมบาราวศตวรรษที่ 1 ก่อนคริสตกาล จุดเด่นคือพระพุทธรูปสูงราว 11 เมตรที่แกะสลักลงบนหน้าผาหินแกรนิตแบบยังไม่เสร็จ เป็นงานศิลปะแบบมหายานที่หาดูยาก ภายในยังมีจิตรกรรมฝาผนังโบราณที่งดงาม วัดนี้ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวเยอะเหมือนจุดอื่น เลยได้บรรยากาศสงบและเป็นกันเองกว่ามาก เหมาะกับคนที่อยากสัมผัสด้านวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของเอลลา อย่าลืมแต่งกายสุภาพ ถอดรองเท้าและหมวกก่อนเข้าเขตวัดตามธรรมเนียม
- แต่งกายสุภาพคลุมไหล่และเข่า ถอดรองเท้าและหมวกก่อนเข้าเขตวัด
- วัดเงียบสงบ เหมาะแวะระหว่างทางมากกว่าตั้งใจมาเป็นจุดหมายหลัก
- มีตู้บริจาคทำบุญ เตรียมเงินสดเล็กน้อยติดตัว
#9 วงเวียนรถไฟเดโมดารา (Demodara Loop) · Demodara Loop
สิ่งมหัศจรรย์ทางวิศวกรรมรถไฟที่คนรักรถไฟต้องมา วงเวียนเดโมดาราเป็นจุดที่รางรถไฟวนเป็นเกลียวแล้วลอดใต้ตัวเองผ่านอุโมงค์ใต้สถานีพอดี ว่ากันว่าเป็นวงเวียนรถไฟแห่งเดียวในโลกที่มีสถานีตั้งอยู่เหนืออุโมงค์ของตัวเอง สร้างเพื่อแก้ปัญหาความชันของภูเขา จุดนี้ไม่ได้หวือหวาเหมือนสะพานเก้าโค้ง แต่ถ้าได้เห็นรถไฟวิ่งวนลอดใต้สถานีจะรู้สึกทึ่งในภูมิปัญญาคนสมัยก่อน เหมาะกับคนชอบประวัติศาสตร์และความแปลก แนะนำให้เช็กตารางรถไฟก่อนไปเพื่อให้ทันเห็นขบวนวิ่งผ่าน
- เช็กตารางรถไฟล่วงหน้าเพื่อให้ทันเห็นขบวนวิ่งลอดอุโมงค์
- ถามนายสถานีได้ เขาเป็นกันเองและอธิบายหลักการวงเวียนให้ฟัง
- เผื่อเวลาเดินสำรวจรอบ ๆ จุดนี้ไม่มีร้านค้าเยอะ พกน้ำไปเอง
#10 นั่งรถไฟสายเอลลา-สถานีรถไฟเอลลา (Ella Railway Ride) · Ella Railway Station & Scenic Train Ride
ถ้ามาเอลลาแล้วไม่นั่งรถไฟสักช่วงถือว่ายังมาไม่ถึง เส้นทางรถไฟบนที่ราบสูงช่วง Kandy-Ella-Badulla ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในเส้นทางรถไฟที่สวยที่สุดในโลก วิ่งผ่านไร่ชาเขียว ไอหมอก และหุบเขาแบบไม่มีหยุด สถานีรถไฟเอลลาเองก็เก่าแก่และน่ารักแบบยุคอาณานิคม เปิดมาตั้งแต่ปี 1918 เสน่ห์คือการนั่งห้อยขาตรงประตูรถไฟชมวิว (แต่ต้องระวังความปลอดภัยมาก ๆ) บอกตรง ๆ ว่าช่วงไฮซีซันตั๋วเต็มเร็วและคนแน่นมาก ควรจองตั๋วชั้นสงวนล่วงหน้าหรือมาขึ้นช่วงสั้น ๆ เช่นเอลลา-เดโมดารา
- จองตั๋วชั้นสงวน (Reserved) ล่วงหน้าผ่านแอปหรือเอเย่นต์ ช่วงไฮซีซันเต็มเร็ว
- อยากได้วิวฝั่งสวยให้เลือกที่นั่งฝั่งขวาเมื่อมุ่งหน้าจาก Kandy มาเอลลา
- ระวังมากเวลาห้อยขาหรือยื่นตัวออกประตูรถไฟ มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นจริง
เที่ยว 10 จุดนี้ — พักย่านไหนดีในเอลลา?
เลือกที่พักทำเลดี = เที่ยวสะดวก ประหยัดเวลาเดินทาง ทีมเราคัดโรงแรมจริงเรตติ้งสูงในเอลลา ให้แล้ว พร้อมเทียบราคา Agoda · Booking · Trip.com ในคลิกเดียว
98 Acres Resort & Spa
ลิงก์จองเป็นลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม รายละเอียด
Zion View Ella Green Retreat
ลิงก์จองเป็นลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม รายละเอียด
EKHO Ella
ลิงก์จองเป็นลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม รายละเอียด
Ella Flower Garden Resort
ลิงก์จองเป็นลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม รายละเอียด
ทัวร์ ตั๋วเข้าชม & กิจกรรมในเอลลา
ทัวร์รายวัน ตั๋วเข้าชม และของจำเป็นสำหรับทริป Ella — จองล่วงหน้าบน Klook รับ e-ticket ในมือถือ
ลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม
สรุปก่อนเก็บกระเป๋า
เอลลาเหมาะกับการใช้เวลาอย่างน้อย 2-3 วัน เพื่อซึมซับบรรยากาศเมืองบนเขาแบบไม่รีบร้อน อย่าลืมตื่นเช้าหนีนักท่องเที่ยว พกรองเท้าผ้าใบดี ๆ และเผื่อใจให้สายฝนที่มาเป็นพัก ๆ รับรองว่าเอลลาจะเป็นหนึ่งในเมืองที่คุณอยากกลับไปอีก