ดูไบคือเมืองที่ความ หรูหราล้ำสมัย อยู่ติดกับ กลิ่นอายอาหรับดั้งเดิม แบบไม่ขัดกันเลย เช้าขึ้นตึกที่สูงที่สุดในโลก บ่ายเดินตลาดทองในย่านเมืองเก่า เย็นนั่งดูน้ำพุเต้นระบำริมทะเลสาบ ทุกอย่างใหญ่โตเกินจินตนาการ เราคัด 10 จุดที่ไปจริงแล้วคุ้มค่าที่สุดมาให้ พร้อมทิปกันพลาดและวิธีเดินทางที่ใช้ได้จริง
#1 เบิร์จคาลิฟา · Burj Khalifa
ตึกที่สูงที่สุดในโลกที่ความสูง 828 เมตร เป็นหมุดหมายแรกที่ทุกคนต้องมา จุดชมวิว At the Top อยู่ชั้น 124-125 ส่วนชั้น 148 จะสูงและแพงกว่าแต่วิวเปิดโล่งกว่ามาก เรามองเห็นทะเลทรายไปจรดทะเลในวันฟ้าใส บอกตรง ๆ ว่าช่วงพระอาทิตย์ตกคนเยอะและตั๋วเต็มเร็วมาก ถ้าอยากได้บรรยากาศทองอร่ามต้องจองล่วงหน้าหลายวัน ใครงบจำกัดลองนั่งจิบกาแฟที่ร้านชั้นสูงในตึกแทนการซื้อตั๋วจุดชมวิวก็ได้วิวสวยเหมือนกัน
- จองตั๋วออนไลน์ล่วงหน้าอย่างน้อย 3-4 วัน โดยเฉพาะรอบพระอาทิตย์ตกที่เต็มไวสุด
- เลือกชั้น 124 ถ้างบจำกัด เพราะวิวต่างจากชั้น 148 ไม่มากแต่ราคาถูกกว่าครึ่ง
- ไปถึงก่อนเวลาในตั๋วราว 30 นาทีเผื่อต่อคิวสแกนความปลอดภัยและลิฟต์
#2 ดูไบมอลล์ · The Dubai Mall
ห้างที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีร้านค้ากว่า 1,200 ร้าน แต่ที่จริงดูไบมอลล์ไม่ใช่แค่ที่ช้อปปิ้ง มันคืออาณาจักรความบันเทิงครบวงจร มีอควาเรียมยักษ์ที่มีกระจกโค้งใหญ่ที่สุด ลานสเก็ตน้ำแข็ง โรงหนัง และน้ำตกในร่มสวยมาก เดินทั้งวันยังไม่ทั่ว บอกเลยว่ามาแล้วจะหลงทางง่ายมาก แนะนำให้โหลดแผนที่ห้างในแอปไว้ก่อน ช่วงสุดสัปดาห์และเย็นคนแน่นเป็นพิเศษ ถ้าอยากเดินสบายให้มาช่วงเปิดร้านตอนสายของวันธรรมดา
- โหลดแอป Dubai Mall ไว้ดูแผนที่และหาทางลัด เพราะห้างใหญ่จนหลงง่าย
- ตู้ ATM และจุดแลกเงินในห้างเรตไม่ค่อยดี แลกเงินมาจากข้างนอกก่อน
- ดูอควาเรียมจากด้านนอกฟรีได้เลย ไม่ต้องซื้อตั๋วเข้าก็เห็นปลาฉลามว่ายผ่านกระจกยักษ์
#3 น้ำพุดูไบ · Dubai Fountain
น้ำพุเต้นระบำที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่บนทะเลสาบหน้าดูไบมอลล์ ออกแบบโดยทีมเดียวกับน้ำพุเบลลาจิโอที่ลาสเวกัส ลำน้ำพุ่งสูงได้ถึงราว 150 เมตรพร้อมแสงไฟและเสียงเพลงตั้งแต่อาหรับคลาสสิกไปจนเพลงป๊อป โชว์ฟรีทุก 30 นาทีในช่วงเย็นถึงค่ำ จุดที่ดีที่สุดคือริมระเบียงทางเดิน Waterfront หรือนั่งเรือ Abra เล็ก ๆ ชมใกล้ ๆ บอกตรง ๆ ว่าคนเยอะมากต้องไปจองที่ยืนก่อนโชว์สักครู่ ช่วงปี 2025-2026 มีการปรับปรุงเป็นระยะ เช็กตารางโชว์ก่อนไปจะชัวร์กว่า
- ไปจับจองที่ยืนริมระเบียงก่อนเวลาโชว์อย่างน้อย 15 นาที เพราะหน้าสุดเต็มเร็ว
- อยากดูใกล้และไม่เบียดให้จ่ายค่านั่งเรือ Abra ชมน้ำพุระยะประชิด
- เช็กตารางรอบโชว์ล่าสุดก่อนไป เพราะมีช่วงปิดปรับปรุงเป็นระยะในปี 2026
#4 พิพิธภัณฑ์แห่งอนาคต · Museum of the Future
อาคารทรงโดนัทรีสุดล้ำที่ผิวนอกสลักด้วยอักษรอาหรับเป็นบทกวี กลายเป็นหนึ่งในตึกที่คนถ่ายรูปมากที่สุดของดูไบ ข้างในไม่ใช่พิพิธภัณฑ์ธรรมดา แต่เป็นการพาเราเดินทางสู่โลกปี 2071 ผ่านนิทรรศการอินเทอร์แอ็กทีฟเรื่องอวกาศ ระบบนิเวศ และเทคโนโลยีเปลี่ยนอนาคต เหมาะมากสำหรับครอบครัวที่มีเด็กและสายเทค บอกเลยว่าตั๋วขายหมดเร็วมากเพราะจำกัดจำนวนคนต่อรอบ ถ้าไม่จองล่วงหน้ามีสิทธิ์อด แนะนำให้เผื่อเวลาเดินอย่างน้อย 2 ชั่วโมง
- จองตั๋วออนไลน์ล่วงหน้าหลายวัน เพราะแต่ละรอบจำกัดคนและเต็มเร็วมาก
- เลือกรอบเช้าจะคนน้อยและถ่ายรูปกับตัวอาคารได้สวยกว่า
- เผื่อเวลาอย่างน้อย 2 ชั่วโมง เพราะนิทรรศการเล่นได้และมีรายละเอียดเยอะ
#5 ปาล์ม จูไมราห์ · Palm Jumeirah
เกาะเทียมรูปต้นปาล์มที่มองเห็นได้จากอวกาศ ถือเป็นงานวิศวกรรมถมทะเลที่น่าทึ่งที่สุดของโลก บนเกาะมีโรงแรมหรู วิลล่าริมหาด และห้างจุดเช็กอินอย่าง Atlantis และ The View at The Palm ที่ขึ้นไปมองเกาะจากมุมสูงได้สวยมาก วิธีสนุกที่สุดคือนั่งโมโนเรลข้ามเกาะชมวิวสองข้าง บอกตรง ๆ ว่าตัวเกาะใหญ่มากเดินไม่ไหว ต้องใช้รถหรือโมโนเรล และค่ากิจกรรมในโซนรีสอร์ตค่อนข้างแพง วางงบไว้ดี ๆ ก่อนไป
- ขึ้น The View at The Palm เพื่อเห็นรูปต้นปาล์มจากมุมสูงชัดที่สุด คุ้มกว่ามองจากพื้น
- นั่งโมโนเรล Palm Monorail ข้ามเกาะครั้งเดียวก็ได้วิวสองข้างครบ
- ร้านอาหารและกิจกรรมในโซนรีสอร์ตราคาสูง เตรียมงบหรือกินข้างนอกเกาะมาก่อน
#6 ดูไบเฟรม · Dubai Frame
กรอบรูปทองคำยักษ์สูงกว่า 150 เมตรที่ถือสถิติกรอบรูปใหญ่ที่สุดในโลก ไอเดียคือยืนตรงกลางแล้วมองออกไปทั้งสองด้าน ด้านหนึ่งเห็นดูไบเก่ากับย่านดั้งเดิม อีกด้านเห็นตึกระฟ้าสมัยใหม่อย่างเบิร์จคาลิฟา ไฮไลต์อยู่บนสะพานพื้นกระจกชั้นบนที่มองทะลุลงไปเห็นพื้นข้างล่าง คนกลัวความสูงอาจขาสั่นนิดหน่อย ที่นี่จำกัดคนเข้าต่อชั่วโมง ถ้ามาช่วงเย็นวันหยุดอาจต้องรอคิวสักพัก แต่โดยรวมไม่แพงและถ่ายรูปสวย
- ซื้อตั๋วล่วงหน้าหรือมาช่วงเปิดเช้าเพื่อเลี่ยงคิวยาวตอนเย็น
- ยืนฝั่งที่หันออกเบิร์จคาลิฟาเพื่อถ่ายรูปดูไบใหม่ และอีกฝั่งถ่ายดูไบเก่า
- ลองเดินบนสะพานพื้นกระจกชั้นบน ไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้แม้จะเสียวขานิดหน่อย
#7 ตลาดทองดูไบ · Dubai Gold Souk
ตลาดทองดั้งเดิมในย่านเมืองเก่า Deira ที่มีร้านทองเรียงรายกว่า 250-300 ร้านในตรอกแคบ ๆ ตู้กระจกแต่ละร้านแน่นไปด้วยสร้อย กำไล และเครื่องประดับทองอร่ามจนแสบตา แม้ไม่ซื้อก็เดินดูเพลินและถ่ายรูปสวยมาก ทองที่นี่ขายตามน้ำหนักบวกค่ากำเหน็จ ราคาทองค่อนข้างเป็นมาตรฐานแต่ค่ากำเหน็จต่อรองได้เสมอ บอกเลยว่าถ้าไม่ต่อราคาคือเสียเปรียบ พ่อค้าที่นี่ชินกับการต่อรอง เย็น ๆ บรรยากาศคึกคักและอากาศเย็นสบายกว่ากลางวันมาก
- ต่อราคาค่ากำเหน็จได้เสมอ เริ่มต่อจากราว 60-70% ของราคาที่เสนอมา
- เช็กราคาทองต่อกรัมของวันนั้นในแอปก่อน จะรู้ว่าถูกเอาเปรียบหรือไม่
- เดินเล่นข้ามไปตลาดเครื่องเทศ (Spice Souk) ที่อยู่ใกล้กันได้ในทริปเดียว
#8 ย่านเมืองเก่าอัล ฟาฮิดี · Al Fahidi Historical Neighbourhood
ย่านเมืองเก่าที่สุดของดูไบ หรือชื่อเดิมคือ Al Bastakiya เป็นเขาวงกตของตรอกแคบกับบ้านดินสีทรายและหอลม (wind tower) ที่เคยใช้ระบายความร้อนก่อนยุคแอร์ ที่นี่ทำให้เห็นดูไบอีกด้านที่เงียบสงบ ไม่มีตึกระฟ้าหรือป้ายไฟ มีแกลเลอรีศิลปะ คาเฟ่เล็ก ๆ และพิพิธภัณฑ์เล็กให้แวะ บรรยากาศย้อนยุคน่าเดินมาก บอกตรง ๆ ว่ากลางวันหน้าร้อนแดดแรงเดินไม่ไหว ควรมาเช้าหรือเย็น และจับคู่กับนั่งเรือ Abra ข้ามคลองไปตลาดฝั่ง Deira ได้ในทริปเดียว
- มาช่วงเช้าหรือเย็นเลี่ยงแดดเที่ยง เพราะตรอกแคบไม่มีที่หลบร้อนมาก
- แวะ Coffee Museum หรือคาเฟ่ดั้งเดิมในย่านเพื่อพักและซึมซับบรรยากาศ
- นั่งเรือ Abra ข้ามคลอง Dubai Creek ไปตลาดฝั่ง Deira ราคาแค่ไม่กี่ดีแรห์ม
#9 มัสยิดจูไมราห์ · Jumeirah Mosque
มัสยิดหินทรายสีอ่อนสองหอคอยที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของดูไบ สร้างในสไตล์ฟาฏิมียะห์-มัมลูก เป็นไม่กี่มัสยิดในเมืองที่เปิดให้คนต่างศาสนาเข้าชมได้ผ่านทัวร์ของศูนย์ Sheikh Mohammed Centre for Cultural Understanding ในธีม Open Doors Open Minds ที่ให้เราถามทุกอย่างเกี่ยวกับศาสนาและวัฒนธรรมได้อย่างเปิดใจ เป็นประสบการณ์ที่อบอุ่นและได้ความรู้จริง ๆ บอกเลยว่าต้องแต่งกายสุภาพปิดแขนขา ผู้หญิงคลุมผม ทางมัสยิดมีผ้าให้ยืม แต่ควรเช็กรอบทัวร์ล่วงหน้าเพราะมีจำกัด
- แต่งกายสุภาพปิดแขนขา ผู้หญิงเตรียมผ้าคลุมผม แม้มัสยิดมีให้ยืมก็ตาม
- จองรอบทัวร์ Open Doors Open Minds ล่วงหน้าเพราะมีจำนวนจำกัดในแต่ละวัน
- ช่วงค่ำมัสยิดเปิดไฟส่องสวยมาก เหมาะกับการถ่ายรูปด้านนอก
#10 สวนดอกไม้ดูไบ มิราเคิล การ์เดน · Dubai Miracle Garden
สวนดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลกกลางทะเลทราย มีดอกไม้กว่า 50 ล้านดอกจัดเป็นซุ้ม อุโมงค์ดอกไม้ ตัวการ์ตูน และแม้แต่เครื่องบินจริงประดับด้วยดอกไม้ทั้งลำ เป็นจุดถ่ายรูปสีสันสดใสที่เด็กและสายภาพชอบมาก แต่ข้อสำคัญที่ต้องรู้คือสวนนี้เปิดเฉพาะหน้าหนาวราวเดือนตุลาคมถึงเมษายนเท่านั้น หน้าร้อนปิดเพราะอากาศร้อนเกินจนดอกไม้อยู่ไม่ได้ บอกตรง ๆ ว่าถ้ามาดูไบหน้าร้อนคือพลาดแน่นอน ควรไปช่วงเช้าเลี่ยงแดดและคนเยอะตอนสาย
- เช็กก่อนว่าเปิดอยู่ไหม เพราะเปิดเฉพาะราวเดือนตุลาคมถึงเมษายนเท่านั้น
- ไปช่วงเปิดเช้าเพื่อเลี่ยงแดดแรงและคนแน่นในช่วงสาย
- จับคู่ทริปกับ Dubai Butterfly Garden ที่อยู่ติดกันได้ในวันเดียว
เที่ยว 10 จุดนี้ — พักย่านไหนดีในดูไบ?
เลือกที่พักทำเลดี = เที่ยวสะดวก ประหยัดเวลาเดินทาง ทีมเราคัดโรงแรมจริงเรตติ้งสูงในดูไบ ให้แล้ว พร้อมเทียบราคา Agoda · Booking · Trip.com ในคลิกเดียว
Jumeirah Al Naseem
ลิงก์จองเป็นลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม รายละเอียด
Bvlgari Resort Dubai
ลิงก์จองเป็นลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม รายละเอียด
Burj Al Arab Jumeirah
ลิงก์จองเป็นลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม รายละเอียด
One&Only Royal Mirage Dubai
ลิงก์จองเป็นลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม รายละเอียด
ทัวร์ ตั๋วเข้าชม & กิจกรรมในดูไบ
ทัวร์รายวัน ตั๋วเข้าชม และของจำเป็นสำหรับทริป Dubai — จองล่วงหน้าบน Klook รับ e-ticket ในมือถือ
ลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม
สรุปก่อนเก็บกระเป๋า
ดูไบเที่ยวได้ทั้งสายหรูและสายงบประหยัด ถ้าวางแผนดี ๆ จองตั๋วล่วงหน้า และเลี่ยงแดดเที่ยงหน้าร้อน ก็เที่ยวสนุกได้แบบไม่เหนื่อยเกินไป แนะนำให้ใช้รถไฟฟ้า Metro เป็นหลักเพื่อประหยัดทั้งเวลาและค่าแท็กซี่ แล้วเก็บช่วงเย็นไว้ให้กิจกรรมกลางแจ้งเพราะอากาศจะเย็นสบายที่สุด