ดิลิจาน (Dilijan) คือเมืองตากอากาศกลางป่าทางเหนือของอาร์เมเนีย ห่างเยเรวานราวชั่วโมงครึ่ง ได้ฉายาว่า สวิตเซอร์แลนด์น้อยแห่งอาร์เมเนีย เพราะทั้งเมืองถูกโอบด้วยภูเขาและป่าสนของอุทยานแห่งชาติดิลิจาน ที่นี่คือฐานทัพของสายธรรมชาติและสายประวัติศาสตร์พร้อมกัน มีอารามยุคกลางซ่อนอยู่กลางป่า ทะเลสาบให้พายเรือ เส้นเทรคกิ้งติดป้ายชัดเจน และถนนเมืองเก่าบ้านไม้ระเบียงแกะสลักให้เดินเล่นชิล ๆ คู่มือนี้รวมจุดที่นักท่องเที่ยวรีวิวตรงกันว่าคุ้มเวลา พร้อมข้อมูลค่าเข้าและการเดินทางอัปเดตปี 2026
#1 อารามฮาการ์ทซิน · Haghartsin Monastery
ถ้ามาดิลิจานได้ที่เดียว ที่นั่นควรเป็นฮาการ์ทซิน อารามยุคศตวรรษที่ 10-13 ที่ซ่อนตัวอยู่กลางหุบเขาป่าทึบ ขับรถเลาะโค้งเข้าไปแล้วเจอโบสถ์หินโดมทรงกรวยโผล่กลางสีเขียว ภาพแบบที่นักท่องเที่ยวหลายคนบอกตรงกันว่าถึงกับต้องหยุดหายใจ ตัวอารามผ่านการบูรณะใหญ่เสร็จปี 2013 สภาพจึงสมบูรณ์สวยงาม ภายในมีโบสถ์หลายหลัง ห้องอาหารโบราณ และซากต้นวอลนัตอายุหลายร้อยปีให้ชม เข้าฟรี (มีกล่องรับบริจาค) เสียแค่ค่าจอดรถราว 200 AMD เปิดทุกวัน 08:00-20:00 รีวิวเล่าว่าช่วงสายวันเสาร์-อาทิตย์ทัวร์จากเยเรวานลงพร้อมกันจนแน่น ถ้าอยากได้ความขลังเงียบ ๆ ให้มาก่อน 10 โมงเช้า และวันอาทิตย์มีพิธีมิสซาเวลา 11:00 ใครอยากสัมผัสบรรยากาศพิธีจริงของโบสถ์อาร์เมเนียนให้เล็งเวลานี้
- อารามกลางป่าที่สวยติดอันดับต้น ๆ ของอาร์เมเนีย บูรณะสมบูรณ์
- เข้าฟรี เปิดยาวถึงสองทุ่ม ไม่ต้องจองล่วงหน้า
- สาย ๆ วันหยุดกรุ๊ปทัวร์ลงพร้อมกันจนแน่น
- ไม่มีขนส่งสาธารณะถึง ต้องเหมารถหรือแท็กซี่
- แต่งกายสุภาพคลุมไหล่และเข่า ผู้หญิงบางคนเตรียมผ้าคลุมผมไปด้วยจะเข้าโบสถ์ได้สบายใจกว่า มาก่อน 10 โมงเช้าเลี่ยงกรุ๊ปทัวร์จากเยเรวาน
#2 อารามโกชาวังก์ · Goshavank Monastery
โกชาวังก์คืออารามศตวรรษที่ 12-13 บนเนินกลางหมู่บ้านโกช ก่อตั้งโดย Mkhitar Gosh นักปราชญ์และนักกฎหมายคนสำคัญของอาร์เมเนียยุคกลาง ความต่างจากฮาการ์ทซินคือที่นี่ไม่ได้ถูกบูรณะจนเนี้ยบ ยังคงผิวหินเก่าดิบ ๆ ที่หลายคนบอกว่าขลังกว่า ไฮไลต์ที่ห้ามเดินผ่านคือ khachkar หรือหินกางเขนสลักหน้าโบสถ์ ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นงานสลักละเอียดที่สุดแห่งหนึ่งของอาร์เมเนีย ลายละเอียดยิบราวงานลูกไม้ทั้งที่เป็นหินทั้งก้อน เข้าชมฟรี ไม่มีเวลาเปิด-ปิดทางการ เข้าได้ช่วงกลางวัน แนะนำหลัง 9 โมงเช้า รีวิวเล่าว่าเด็ก ๆ ในหมู่บ้านชอบวิ่งมาทักนักท่องเที่ยว และร้านเล็ก ๆ แถวทางขึ้นขายน้ำผึ้งกับแยมโฮมเมดของคนท้องถิ่น ซื้อติดมือกลับได้
- khachkar งานสลักหินระดับครูที่ละเอียดที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ
- บรรยากาศหมู่บ้านจริง นักท่องเที่ยวน้อยกว่าฮาการ์ทซิน
- ขากลับรถหายาก ควรตกลงให้แท็กซี่รอ
- ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากนัก ร้านค้ามีแค่แผงเล็ก ๆ
- จับคู่กับฮาการ์ทซินเป็นทริปครึ่งวันได้พอดี แท็กซี่ Yandex จากดิลิจานราว 2,700 AMD ต่อเที่ยว ตกลงให้คนขับรอรับกลับจะสะดวกกว่าเพราะรถกลับหายาก
#3 ทะเลสาบปาร์ซ · Parz Lake
ปาร์ซแปลว่า ใส ตามสีน้ำของทะเลสาบเล็ก ๆ กลางป่าแห่งนี้ที่กลายเป็นลานกิจกรรมหลักของดิลิจาน ตัวทะเลสาบเข้าถึงฟรี ใครอยากนั่งเฉย ๆ ริมน้ำก็ไม่เสียเงินสักแดม แต่ของเล่นที่นี่คือจุดขาย ทั้ง zipline ข้ามทะเลสาบไป-กลับราว 6,000 AMD (เที่ยวเดียว 3,000) rope park ฐานผจญภัยบนต้นไม้ราว 6,000 AMD หรือแพ็กรวม zipline 9,000 AMD และเรือถีบ/เรือพายราว 2,000-5,000 AMD นักท่องเที่ยวหลายคนบอกตรงกันว่าบรรยากาศตอนหมอกลงเช้า ๆ สวยจนไม่ต้องเล่นอะไรก็คุ้มแล้ว ริมทะเลสาบมีร้านอาหารและคาเฟ่ให้นั่งยาว ๆ ข้อควรรู้คือกิจกรรมเปิดตามฤดูกาล ช่วงหน้าหนาวอาจหยุดให้บริการ และวันหยุดฤดูร้อนครอบครัวชาวอาร์เมเนียมาปิกนิกกันแน่นพอสมควร
- กิจกรรมครบทั้ง zipline เรือพาย rope park ในจุดเดียว
- เข้าถึงตัวทะเลสาบฟรี มีร้านอาหารคาเฟ่ริมน้ำ
- หน้าหนาวกิจกรรมอาจปิด เวลาเปิดทางการไม่แน่นอน
- วันหยุดฤดูร้อนคนท้องถิ่นมาปิกนิกแน่น
- ที่นี่คือจุดตั้งต้นเทรลเดินป่าไปหมู่บ้านโกช ถ้าฟิตพอ จัดโปรแกรมเช้าเล่นกิจกรรม บ่ายเดินเทรลต่อได้ในวันเดียว หน้าหนาวเช็กก่อนว่ากิจกรรมเปิดไหม
#4 ถนนชารัมเบยาน (เมืองเก่าดิลิจาน) · Sharambeyan Street (Old Dilijan)
ชารัมเบยานคือถนนสายสั้น ๆ ที่อัดแน่นด้วยเสน่ห์ที่สุดของตัวเมืองดิลิจาน บ้านไม้ระเบียงแกะสลักสไตล์ดั้งเดิมเรียงรายสองฝั่ง ผ่านการบูรณะครั้งใหญ่ปี 2004 ในโครงการ Old Dilijan ของมูลนิธิ Tufenkian จนกลายเป็นมุมย้อนยุคที่เดินแล้วเหมือนหลุดไปอีกศตวรรษ ตลอดถนนมีเวิร์กช็อปช่างฝีมือให้แวะดูงานไม้ งานเซรามิก ร้านคราฟต์ เบเกอรี่ และคาเฟ่เล็ก ๆ เดินชมถนนฟรีตลอดวัน ใครอยากลงลึกให้เข้าพิพิธภัณฑ์บนถนนสายนี้ — สาขาดิลิจานของพิพิธภัณฑ์ศิลปะพื้นบ้าน Hovhannes Sharambeyan ที่เพิ่งบูรณะและเปิดใหม่ต้นปี 2026 ในชื่อ Armenian Textile Museum พิพิธภัณฑ์สิ่งทอแห่งแรกของอาร์เมเนีย (เปิดอังคาร-อาทิตย์ ราว 11:00-17:00) รีวิวเล่าว่าถนนสั้นกว่าที่หลายคนคาด เดินจบได้ใน 15 นาทีถ้าไม่แวะ แต่ความสนุกจริง ๆ อยู่ที่การโผล่เข้าไปคุยกับช่างในเวิร์กช็อปและนั่งคาเฟ่ดูจังหวะช้า ๆ ของเมือง
- บ้านไม้ระเบียงแกะสลักถ่ายรูปสวย บรรยากาศย้อนยุคหาไม่ได้ที่อื่นในเมือง
- มีเวิร์กช็อปช่างฝีมือ ร้านคราฟต์ คาเฟ่ ครบในถนนเดียว
- ถนนสั้นกว่าที่คิด ถ้าไม่แวะร้านจะจบเร็วมาก
- ร้านบางส่วนปิดเร็วช่วง low season
- อย่ารีบเดินให้จบ ค่อย ๆ แวะเวิร์กช็อปช่างฝีมือทีละร้าน หลายร้านยินดีโชว์วิธีทำงานให้ดูฟรี เหมาะเป็นโปรแกรมเย็นหลังกลับจากอารามหรือเทรคกิ้ง
#5 เส้นเทรคกิ้งอุทยานแห่งชาติดิลิจาน (Transcaucasian Trail) · Dilijan National Park Trails (Transcaucasian Trail)
สิ่งที่ทำให้ดิลิจานต่างจากเมืองธรรมชาติอื่นในอาร์เมเนียคือเครือข่ายเส้นเดินป่าที่ทำมาดีจริง ทั้ง Transcaucasian Trail (TCT) และเส้นของ HikeArmenia มีป้ายบอกทางและมาร์กสีตามต้นไม้ชัดเจนตลอดเส้น เดินฟรี ไม่ต้องจอง ไม่ต้องจ้างไกด์ เส้นยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวหลายคนบอกตรงกันว่าคุ้มเหงื่อสุดคือ Parz Lake ไปหมู่บ้าน Gosh ระยะราว 8-12 กม. แล้วแต่เส้นที่เลือก ใช้เวลาเดิน 2-4 ชั่วโมง ผ่านป่าทึบ ทุ่งหญ้า และจบที่อารามโกชาวังก์แบบพอดีเป๊ะ ฤดูเหมาะสมคือมีนาคมถึงพฤศจิกายน ข้อควรระวังจากรีวิวคือช่วง low season หญ้าตายทางเดินกลืนกับป่า ต้องเกาะมาร์กสีใกล้ชิดกว่าปกติ และหลังฝนตกทางเป็นโคลนลื่น รองเท้าเดินป่าจริงจังช่วยได้มาก
- เส้นทางติดป้าย/มาร์กสีชัดเจน เดินเองได้ไม่ต้องจ้างไกด์
- เส้น Parz-Gosh จบที่อารามโกชาวังก์ ได้ทั้งธรรมชาติและประวัติศาสตร์ในวันเดียว
- low season หญ้าตายทางกลืนกับป่า ต้องตามมาร์กใกล้ชิด
- หลังฝนทางโคลนลื่น ต้องใช้รองเท้าเดินป่าจริงจัง
- โหลดแผนที่ออฟไลน์ (แอป HikeArmenia หรือ organic maps) ก่อนออกเดิน สัญญาณมือถือในป่าหลุดเป็นช่วง วางแผนจบเทรลที่ Gosh แล้วเรียกแท็กซี่กลับจากหมู่บ้าน
#6 ทะเลสาบโกช · Gosh Lake
ใครแวะไหว้พระที่อารามโกชาวังก์แล้วรีบขึ้นรถกลับ ถือว่าพลาดของดีไปหน่อย เพราะเหนือหมู่บ้านโกชขึ้นไปราว 2.2 กม. มีทะเลสาบเล็ก ๆ ซ่อนตัวอยู่กลางป่า ผิวน้ำนิ่งสะท้อนเงาต้นไม้รอบด้าน เงียบชนิดที่ได้ยินเสียงนกชัดเจน นักท่องเที่ยวหลายคนบอกตรงกันว่าเส้นเดินเท้าจากหมู่บ้านไม่โหด เดินสบาย ๆ ผ่านป่าร่มรื่นตลอดทาง ใครไม่อยากเดินก็เหมารถ 4WD ของคนท้องถิ่นที่จอดรอหน้าอารามได้ ราคาราว 7,000 AMD ริมทะเลสาบเป็นจุดปิกนิกยอดนิยมของทั้งคนอาร์เมเนียเองและนักเดินป่า บางคนถึงขั้นกางเต็นท์ค้างคืน เข้าฟรี ไม่มีรั้ว ไม่มีตั๋ว ช่วงที่เหมาะคือมีนาคมถึงพฤศจิกายน หน้าหนาวทางอาจลื่นและเข้าลำบาก รีวิวเล่าว่าช่วงใบไม้เปลี่ยนสีราวเดือนตุลาคม ป่ารอบทะเลสาบเป็นสีทองทั้งผืน สวยจนไม่อยากเดินกลับลงมา
- บรรยากาศสงบกลางป่า เหมาะปิกนิกและกางเต็นท์
- เข้าฟรี จับคู่กับอารามโกชาวังก์ได้ในทริปเดียว
- เส้นเดินเท้าไม่ยาก เดินได้แม้ไม่ใช่สายเดินป่า
- ไม่มีร้านค้าหรือสิ่งอำนวยความสะดวกริมทะเลสาบ ต้องเตรียมของไปเอง
- ไม่อยากเดินต้องจ่ายค่ารถ 4WD ราว 7,000 AMD
- จัดเป็นทริปเดียวกับโกชาวังก์ — ไหว้พระเสร็จเดินต่อขึ้นทะเลสาบเลยคุ้มสุด และพกน้ำกับของกินไปเองเพราะริมทะเลสาบไม่มีร้านค้า
#7 อารามจุคทักวังก์ · Jukhtak Vank
ชื่อ จุคทัก แปลว่า คู่ เพราะอารามนี้มีโบสถ์หินตั้งอยู่ด้วยกันสองหลัง สร้างช่วงศตวรรษที่ 11-13 ซ่อนตัวอยู่ในป่าห่างตัวเมืองดิลิจานแค่ราว 3 กม. เสน่ห์ของที่นี่ไม่ใช่ความอลังการ แต่เป็นความรู้สึกตอนเดินทะลุป่ามาแล้วเจอโบสถ์หินเก่าแก่เกือบพันปียืนเงียบ ๆ อยู่ตรงหน้า นักท่องเที่ยวหลายคนบอกตรงกันว่านี่คือหนึ่งในไฮไลต์ของการมาดิลิจาน วิธีที่นิยมที่สุดคือเดินตามเส้น Medieval Monasteries Trail ของ HikeArmenia ซึ่งเป็นลูประยะราว 10 กม. เก็บทั้งจุคทักวังก์และมาโทซาวังก์ในรอบเดียว ใช้เวลาเดินราว 3 ชั่วโมง เส้นทางมาร์กไว้ชัดเจน หลงยาก หรือถ้าไม่อยากเดินไกลก็นั่งแท็กซี่จากเมืองมาลงที่ตีนทางเดินแล้วเดินต่อช่วงสั้น ๆ ได้ ตัวอารามเข้าฟรี เปิดตลอด ไม่ต้องจองอะไรทั้งนั้น
- โบสถ์คู่เกือบพันปีกลางป่า บรรยากาศขลังและเงียบสงบ
- เส้นทางเดินป่ามาร์กชัดเจน รวมมาโทซาวังก์ได้ในลูปเดียว
- ต้องเดินเท้าเข้าไป ไม่เหมาะกับคนที่เดินไกลไม่ไหว
- ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกหรือร้านค้าระหว่างทาง
- เดินลูป Medieval Monasteries Trail เก็บทั้งจุคทักวังก์และมาโทซาวังก์ในวันเดียวคุ้มที่สุด ใส่รองเท้าเดินป่าเพราะบางช่วงทางชื้นและลื่น
#8 อารามมาโทซาวังก์ · Matosavank
ถ้าจุคทักวังก์คือโบสถ์กลางป่า มาโทซาวังก์คือโบสถ์ที่ป่ากำลังค่อย ๆ กลืนกลับไป อารามเล็ก ๆ หลังนี้สร้างเมื่อปี 1247 ตัวหินถูกมอสส์สีเขียวคลุมแทบทั้งหลัง แสงลอดใบไม้ลงมาเป็นลำ ๆ บรรยากาศลึกลับแบบที่รีวิวหลายรายใช้คำว่าเหมือนหลุดเข้าไปในนิทาน ที่นี่ถึงได้ด้วยการเดินเท้าเท่านั้น ไม่มีถนนเข้าถึง ซึ่งกลายเป็นข้อดี เพราะคนน้อยกว่าจุดอื่นมาก หลายคนบอกตรงกันว่าได้อยู่กับความเงียบตามลำพังจริง ๆ เส้นทางที่ใช้คือ Medieval Monasteries Trail ลูปเดียวกับจุคทักวังก์ ระยะรวมราว 10 กม. ระดับความยากจัดว่าง่าย เดินได้ทั้งครอบครัว ตัวอารามอยู่ฝั่งตรงข้ามหุบเขากับจุคทักวังก์พอดี เลยนิยมเดินเก็บทั้งสองแห่งในรอบเดียว เข้าฟรี เปิดตลอด ไม่ต้องจอง ข้างในมืดหน่อย พกไฟฉายหรือใช้ไฟมือถือส่องดูจารึกหินได้
- บรรยากาศลึกลับ โบสถ์คลุมมอสส์กลางป่าทึบ ถ่ายรูปสวยมาก
- คนน้อยเพราะเข้าถึงได้ด้วยการเดินเท้าเท่านั้น
- ไม่มีถนนเข้าถึง ต้องเดินอย่างเดียว
- ภายในโบสถ์มืด ต้องพกไฟส่องเอง
- พกไฟฉายหรือเปิดไฟมือถือส่องดูข้างในโบสถ์ เพราะภายในค่อนข้างมืด และไปช่วงเช้าแสงลอดป่าสวยกว่าช่วงบ่าย
#9 พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นและหอศิลป์ดิลิจาน · Dilijan Local Lore Museum and Art Gallery
นี่คือจุดที่นักท่องเที่ยวหลายคนบอกตรงกันว่าเซอร์ไพรส์ที่สุดในดิลิจาน — เมืองเล็กกลางป่าแบบนี้มีหอศิลป์ที่เก็บภาพเขียนยุโรปศตวรรษที่ 16-19 อยู่จริง ๆ พิพิธภัณฑ์ก่อตั้งปี 1950 ส่วนหอศิลป์เพิ่มเข้ามาปี 1958 คอลเลกชันหลักคืองานของศิลปินอาร์เมเนียยุคโซเวียต ผสมกับภาพเขียนยุโรปเก่าแก่ระดับที่หลายคนตั้งคำถามว่ามาอยู่เมืองเล็กแบบนี้ได้อย่างไร ชั้นพิพิธภัณฑ์เล่าประวัติท้องถิ่นของดิลิจานตั้งแต่ยุคโบราณ เหมาะมากสำหรับวันที่ฝนตกหรืออยากพักขาจากการเดินป่า ค่าเข้านักท่องเที่ยวต่างชาติ 4,000 AMD (เว็บทางการ mus.am) เปิดราว 10:00-18:00 และปิดวันจันทร์ แต่เวลาอาจเปลี่ยนได้ แนะนำยืนยันหน้างานอีกที ใช้เวลาชมราว 1 ชั่วโมงก็ทั่ว ทำเลอยู่ใจกลางเมืองเดินถึงง่าย จับคู่กับการเดินเล่นถนนเก่า Sharambeyan ต่อได้พอดี
- คอลเลกชันภาพเขียนยุโรปศตวรรษที่ 16-19 เกินคาดสำหรับเมืองเล็ก
- อยู่ใจกลางเมือง เดินถึงง่าย เหมาะวันฝนตก
- ปิดวันจันทร์ และเวลาเปิดอาจเปลี่ยนโดยไม่แจ้งล่วงหน้า
- ขนาดไม่ใหญ่ ใช้เวลาชมราว 1 ชั่วโมงก็ครบ
- มาวันฝนตกหรือวันพักขาจากเดินป่ากำลังดี และเผื่อใจเรื่องเวลาเปิด-ปิดที่อาจเปลี่ยน ยืนยันหน้างานก่อนเดินมา
#10 อารามอัคฮาฟนาวังก์ (ดงต้นยูอัคนาบัต) · Aghavnavank Monastery (Akhnabat Yew Grove)
จุดนี้เหมาะกับคนที่อยากไปให้สุดกว่านักท่องเที่ยวทั่วไปอีกขั้น อัคฮาฟนาวังก์เป็นโบสถ์หินศตวรรษที่ 12-13 ตั้งอยู่กลางดงต้นยู (yew) โบราณชื่ออัคนาบัต ซึ่งเป็นป่าสงวนหายากของอาร์เมเนีย ต้นยูพวกนี้โตช้ามากและเหลืออยู่น้อยแห่งในประเทศ การได้เห็นโบสถ์เก่าแก่ราวแปดร้อยปียืนอยู่ใต้ร่มไม้โบราณจึงเป็นภาพที่หาที่อื่นแทนยาก ตัวโบสถ์อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติดิลิจาน ห่างตัวเมืองราว 20 กม. ถนนช่วงท้ายเป็นทางลูกรัง ต่อด้วยเดินเท้าสั้น ๆ จากหมู่บ้าน เข้าฟรี เปิดตลอด ไม่ต้องจอง เพราะเป็นโบราณสถานกลางแจ้ง ไม่มีเจ้าหน้าที่หรือสิ่งอำนวยความสะดวกใด ๆ ควรเตรียมน้ำและเสบียงไปเอง คนมาน้อยมากแม้ในไฮซีซัน ใครอยากได้ความเงียบระดับได้ยินเสียงลมผ่านยอดไม้ ที่นี่ตอบโจทย์ที่สุดในลิสต์นี้
- โบสถ์โบราณกลางดงต้นยูหายาก บรรยากาศไม่เหมือนที่ไหนในอาร์เมเนีย
- คนน้อยมาก ได้ความเงียบเต็ม ๆ แม้ช่วงไฮซีซัน
- ถนนช่วงท้ายเป็นทางลูกรัง และไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใด ๆ
- อยู่ไกลจากตัวเมือง ต้องมีรถหรือเหมารถไป
- รถเก๋งธรรมดาไปได้แต่ช่วงท้ายเป็นทางลูกรัง ขับช้า ๆ หรือเหมารถท้องถิ่นสบายใจกว่า และเตรียมน้ำกับของกินไปเองเพราะแถวนั้นไม่มีร้านค้า
เที่ยว 10 จุดนี้ — พักย่านไหนดีในดิลิจาน?
เลือกที่พักทำเลดี = เที่ยวสะดวก ประหยัดเวลาเดินทาง ทีมเราคัดโรงแรมจริงเรตติ้งสูงในดิลิจาน ให้แล้ว พร้อมเทียบราคา Agoda · Booking · Trip.com ในคลิกเดียว
DiliJazz Hotel & Restaurant
ลิงก์จองเป็นลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม รายละเอียด
Dilijan Glamping
ลิงก์จองเป็นลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม รายละเอียด
Best Western Plus Paradise Hotel Dilijan
ลิงก์จองเป็นลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม รายละเอียด
Casanova Inn - Boutique Hotel
ลิงก์จองเป็นลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม รายละเอียด
ทัวร์ ตั๋วเข้าชม & กิจกรรมในดิลิจาน
ทัวร์รายวัน ตั๋วเข้าชม และของจำเป็นสำหรับทริป Dilijan — จองล่วงหน้าบน Klook รับ e-ticket ในมือถือ
ลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม
สรุปก่อนเก็บกระเป๋า
ดิลิจานเป็นเมืองที่เที่ยวได้ดีใน 2-3 วัน วันแรกเก็บอารามฮาการ์ทซินกับโกชาวังก์ วันต่อมาลุยทะเลสาบปาร์ซและเส้นเทรคกิ้งในอุทยาน เย็น ๆ กลับมาเดินถนนชารัมเบยานหาของกิน จังหวะของเมืองนี้คือความช้า อย่าอัดโปรแกรมแน่นเกินไป เผื่อเวลานั่งฟังเสียงป่าบ้าง แล้วจะเข้าใจว่าทำไมคนอาร์เมเนียเลือกมาพักใจกันที่นี่