ปักกิ่งเป็นเมืองหลวงที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 3,000 ปี ผสมผสานมรดกโลก UNESCO ถึง 7 แห่งไว้ในเมืองเดียว ตั้งแต่กำแพงเมืองจีนที่ทอดยาวบนสันเขา ไปจนถึงพระราชวังจักรพรรดิ์และวัดโบราณที่สวยงาม เมืองนี้ยังมีซอยหูท่งและทะเลสาบโฮ่วไห่ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ชีวิตท้องถิ่น ทำให้ปักกิ่งเป็นจุดหมายที่สมบูรณ์แบบสำหรับทั้งผู้รักประวัติศาสตร์และนักเดินทางทั่วไป
#1 กำแพงเมืองจีน (ส่วนมู่เทียนอี๋และปาต้าหลิง) · Great Wall of China – Mutianyu & Badaling
กำแพงเมืองจีนคือสิ่งมหัศจรรย์แห่งโลกที่ทุกคนต้องมาสักครั้ง ส่วน มู่เทียนอี๋ เหมาะสำหรับครอบครัวและนักท่องเที่ยวทั่วไป เนื่องจากบูรณะดีและมีกระเช้าขึ้น-ลง รวมถึงรถไฟเลื่อนตัวสูงที่เด็กชอบมาก ส่วน ปาต้าหลิง เป็นส่วนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดและเดินทางสะดวกกว่า แต่นักท่องเที่ยวหนาแน่น ทั้งสองส่วนมีทัศนียภาพของกำแพงที่ทอดยาวบนสันเขาอย่างงดงามไม่แพ้กัน
- มู่เทียนอี๋ แนะนำมากกว่าปาต้าหลิงสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ — ผู้คนน้อยกว่าและวิวสวยกว่า
- ออกเดินทางจากปักกิ่งตั้งแต่เช้าตรู่ เพื่อถึงก่อนทัวร์กรุ๊ป
- สวมรองเท้าที่มั่นคง บันไดกำแพงชันมากในบางช่วง
#2 พระราชวังต้องห้าม · Forbidden City (Palace Museum)
พระราชวังต้องห้ามหรือ 'กู้กง' คือพระราชวังจักรพรรดิ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์หมิงปี ค.ศ. 1406 มีห้องกว่า 9,000 ห้อง ล้อมรอบด้วยกำแพงสูงสีแดงและคูน้ำ เป็นที่ประทับของจักรพรรดิ์ 24 พระองค์ในราชวงศ์หมิงและชิง ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์พระราชวังที่มีโบราณวัตถุจัดแสดงกว่า 1.8 ล้านชิ้น นับเป็นมรดกโลก UNESCO ที่ไม่ควรพลาด
- จองตั๋วออนไลน์ล่วงหน้าที่เว็บ dpm.org.cn — จำนวนผู้เข้าชมต่อวันจำกัด
- ใช้เวลาอย่างน้อย 3-4 ชั่วโมงในการเที่ยวชม
- เข้าทางประตูด้านใต้ (เทียนอันเหมิน) และออกทางด้านเหนือ (ประตูเหยาะซาน)
#3 จัตุรัสเทียนอันเหมิน · Tiananmen Square
จัตุรัสเทียนอันเหมินเป็นจัตุรัสใจกลางเมืองที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก กว้างขวางพอรองรับคนได้กว่าหนึ่งล้านคน ด้านเหนือมีประตูเทียนอันเหมินที่มีภาพเหมาเจ๋อตงขนาดใหญ่ประดับอยู่ ด้านในมีอนุสาวรีย์วีรชนประชาชน ศาลาใหญ่ประชาชน และพิพิธภัณฑ์แห่งชาติจีน พิธีชักและลดธงชาติมีทุกวันตามเวลาพระอาทิตย์ขึ้น-ตก ซึ่งนักท่องเที่ยวนิยมมาชมมาก โดยเฉพาะในวันชาติ 1 ตุลาคม
- มาก่อน 6.00 น. เพื่อชมพิธีชักธง — ต้องสำรองชื่อล่วงหน้าออนไลน์
- ผู้เข้าชมต้องผ่านการตรวจสอบหนังสือเดินทางก่อนเข้า
- ถ่ายรูปดีที่สุดจากบริเวณสะพานทางเหนือ มองลงมายังจัตุรัส
#4 วัดสวรรค์ · Temple of Heaven
วัดสวรรค์หรือ 'เทียนถาน' เป็นมรดกโลก UNESCO สร้างในสมัยราชวงศ์หมิงปี ค.ศ. 1420 เพื่อใช้เป็นสถานที่จักรพรรดิ์ประกอบพิธีบวงสรวงขอฝนและผลิตผลที่อุดมสมบูรณ์ จุดเด่นคือ 'หอสวดมนต์ขอผลเก็บเกี่ยว' ทรงกลมหลังคาสามชั้นสีน้ำเงินที่มีความสมมาตรงดงามเป็นสัญลักษณ์ของปักกิ่ง สวนโดยรอบพื้นที่ 270 เฮกตาร์เป็นที่นิยมของคนท้องถิ่นมาออกกำลังกายและเล่นไทชิยามเช้า
- ตั๋วรวมสวนและวัดราคา 35 หยวน หรือตั๋วสวนอย่างเดียว 15 หยวน
- มาตอนเช้าเพื่อเห็นคนท้องถิ่นเต้นรำ เล่นไทชิ และร้องเพลง
- ใช้เวลาราว 2 ชั่วโมงเพื่อชมให้ครบ รวมถึงแท่นบูชาวงกลมด้านใต้
#5 พระราชวังฤดูร้อน · Summer Palace
พระราชวังฤดูร้อนหรือ 'อี้เหอหยวน' เป็นสวนพระราชวังหลวงสมัยราชวงศ์ชิงที่ได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลก UNESCO สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1750 โดยจักรพรรดิเฉียนหลง เป็นสถานที่พักพิงของพระพันปีซูสีไทเฮาในช่วงปลายราชวงศ์ชิง ไฮไลต์คือทะเลสาบคุนหมิงที่กว้างใหญ่ ระเบียงยาว 728 เมตรที่มีจิตรกรรมฝีมือประณีต และเรือหินอ่อนลอยน้ำที่โด่งดัง
- ล่องเรือในทะเลสาบคุนหมิงเพิ่มประสบการณ์ชมทิวทัศน์แบบแตกต่าง
- ช่วงฤดูหนาวทะเลสาบแข็งตัวและนักท่องเที่ยวน้อยมาก
- ใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งวันเพราะพื้นที่ใหญ่มาก
#6 ซอยหูท่งและทะเลสาบโฮ่วไห่ · Hutong & Houhai Lake
หูท่งคือซอยแคบดั้งเดิมของปักกิ่งที่เชื่อมบ้านทรงสี่หลังล้อมลาน (ซื่อเหอหยวน) เข้าด้วยกัน เป็นมรดกสถาปัตยกรรมที่หลงเหลืออยู่จากปักกิ่งยุคโบราณ ย่านโฮ่วไห่และหนานหลัวกู่เซี่ยงเป็นเส้นที่คึกคักและน่าเดินสำรวจที่สุด ริมทะเลสาบโฮ่วไห่เต็มไปด้วยร้านกาแฟ บาร์ และร้านอาหารเล็ก ๆ ยามเย็นบรรยากาศโรแมนติกมาก นักท่องเที่ยวนิยมปั่นจักรยานรอบทะเลสาบหรือนั่งสามล้อชมหูท่ง
- นั่งสามล้อ (ริกชอ) ชมหูท่งราคาประมาณ 120-180 หยวนต่อคน ต่อรองได้
- ร้านบาร์และร้านอาหารริมทะเลสาบคึกคักหลัง 3 ทุ่ม
- ย่านหนานหลัวกู่เซี่ยงมีร้านขายของน่ารักและคาเฟ่ทันสมัยมากมาย
#7 วัดลามะหย่งเหอกง · Lama Temple (Yonghe Temple)
วัดลามะหย่งเหอกงเป็นวัดพุทธทิเบตที่ใหญ่ที่สุดและอนุรักษ์ได้ดีที่สุดในปักกิ่ง สร้างในปี ค.ศ. 1694 เดิมเป็นที่ประทับของจักรพรรดิ์หย่งเจิ้งก่อนขึ้นครองราชย์ จุดเด่นคือพระพุทธเมตไตรยาสูง 18 เมตร ที่แกะสลักจากลำต้นต้นไม้ขาวชนิดเดียว บรรยากาศภายในวัดเต็มไปด้วยกลิ่นธูป ผู้คนนมัสการ และสถาปัตยกรรมทิเบต-จีนผสมผสานที่งดงาม
- ค่าตั๋วเข้าชม 25 หยวน รวมธูปฟรี 3 ดอก
- เปิดทุกวัน 9.00-16.30 น. ปิดวันจันทร์
- สวมชุดสุภาพ — นักท่องเที่ยวจะเดินร่วมกับพระและผู้มาสักการะจริง
#8 อุทยานโอลิมปิกและสนามนกกระจอก · Olympic Park & Bird's Nest
อุทยานโอลิมปิกและสนามกีฬาแห่งชาติ 'นกกระจอก' เป็นสัญลักษณ์ของมหกรรมกีฬาโอลิมปิก 2008 ที่กรุงปักกิ่ง ออกแบบโดยสถาปนิกระดับโลก Herzog and de Meuron สนามนกกระจอกมีโครงสร้างเหล็กโค้งงอพันกันเหมือนรังนกที่ดูตื่นตาตื่นใจ ข้างเคียงคือ Water Cube หรือ 'กล่องฟ้า' ที่ใช้สำหรับการแข่งขันว่ายน้ำ ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นสวนน้ำขนาดใหญ่ บริเวณลานกว้างโดยรอบเปิดให้เข้าชมฟรี
- เดินรอบลานโอลิมปิกฟรี — ค่าตั๋วเข้าสนามนกกระจอก 50 หยวน
- ชมสวยที่สุดตอนกลางคืนเมื่อมีการประดับไฟ
- รวมกับการเยี่ยมชม Olympic Green ทั้งพื้นที่ใช้เวลาราว 2-3 ชั่วโมง
เที่ยว 8 จุดนี้ — พักย่านไหนดีในปักกิ่ง?
เลือกที่พักทำเลดี = เที่ยวสะดวก ประหยัดเวลาเดินทาง ทีมเราคัดโรงแรมจริงเรตติ้งสูงในปักกิ่ง ให้แล้ว พร้อมเทียบราคา Agoda · Booking · Trip.com ในคลิกเดียว
Grand Hyatt Beijing
ลิงก์จองเป็นลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม รายละเอียด
Hilton Beijing Wangfujing
ลิงก์จองเป็นลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม รายละเอียด
Citytel Inn
ลิงก์จองเป็นลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม รายละเอียด
base-Wangfujing Serviced Apartment
ลิงก์จองเป็นลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม รายละเอียด
ทัวร์ ตั๋วเข้าชม & กิจกรรมในปักกิ่ง
ทัวร์รายวัน ตั๋วเข้าชม และของจำเป็นสำหรับทริป Beijing — จองล่วงหน้าบน Klook รับ e-ticket ในมือถือ
ลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม
สรุปก่อนเก็บกระเป๋า
ปักกิ่งเป็นเมืองที่ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 5-7 วันเพื่อสัมผัสให้ครบ แนะนำให้วางแผนไปกำแพงเมืองจีนในวันที่อากาศดี และสำรวจพระราชวังกับวัดในวันที่เหลือ