อัสมารา เมืองหลวงของเอริเทรีย ได้ฉายาว่า "โรมน้อยแห่งแอฟริกา" เพราะเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมอิตาลียุค 1930s ที่ยังสมบูรณ์จนได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก UNESCO ทั้งเมืองในปี 2017 เมืองนี้สงบ สะอาด เดินเที่ยวได้สบาย และมีบรรยากาศย้อนยุคที่หาไม่ได้อีกแล้วในโลก เราคัดมาให้ 10 จุดที่เป็นหัวใจของเมืองจริง ๆ
#1 อาคารฟีอัต ตาเกลีเอโร · Fiat Tagliero Building
ถ้าจะเลือกจุดเดียวที่เป็นภาพจำของอัสมารา ก็ต้องที่นี่ ปั๊มน้ำมันสไตล์ฟิวเจอริสต์ที่ออกแบบโดยวิศวกรอิตาลี Giuseppe Pettazzi เสร็จเมื่อปี 1938 ตัวอาคารทำเหมือนเครื่องบิน มีปีกคอนกรีตเสริมเหล็กยื่นออกข้างละ 15 เมตรโดยไม่มีเสาค้ำ เป็นไอเดียล้ำยุคจนยังน่าทึ่งถึงทุกวันนี้ ปัจจุบันได้ขึ้นทะเบียนอนุรักษ์ระดับสูงสุด ห้ามแก้ไขส่วนใด ๆ เป็นหนึ่งในอาคารที่ทำให้อัสมาราได้เป็นมรดกโลก ทิปจริง ๆ คือมันยังเป็นปั๊มที่ใช้งานอยู่ ถ่ายรูปจากฝั่งตรงข้ามถนนจะได้มุมปีกเต็มสวยที่สุด อย่าเดินเข้าไปในเขตปั๊มเพราะมีเจ้าหน้าที่ดูแล
- ถ่ายจากฝั่งตรงข้ามถนนเพื่อเก็บปีกทั้งสองข้างให้เต็มเฟรม
- แดดเช้ากับช่วงเย็นให้เงาสวยที่สุด เลี่ยงเที่ยงที่แสงแบน
- บางจุดในเมืองห้ามถ่ายอาคารราชการ ถ้าไม่แน่ใจให้ถามไกด์ก่อน
#2 อาสนวิหารแม่พระลูกประคำ · Church of Our Lady of the Rosary
โบสถ์คาทอลิกหลังนี้สร้างปี 1922 สไตล์ลอมบาร์ดโรมาเนสก์ มีหอระฆังสูงตระหง่านที่มองเห็นได้แทบทุกมุมเมือง ถือเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กที่เด่นที่สุดของอัสมารา ด้านในเงียบสงบ เพดานสูง แสงลอดผ่านกระจกสีให้บรรยากาศขรึม ๆ ที่หาได้ยากในแอฟริกาตะวันออก ไฮไลต์จริง ๆ คือถ้าโบสถ์เปิดให้ขึ้นหอระฆัง (บางช่วงเปิด บางช่วงปิด) คุณจะได้วิวหลังคากระเบื้องแดงทั้งเมืองแบบพาโนรามา ทิปคือควรแต่งกายสุภาพ ปิดไหล่และเข่า และเคารพช่วงเวลามิสซา ถ้าตรงกับวันอาทิตย์อาจเข้าชมไม่สะดวก ควรไปวันธรรมดาช่วงสาย
- แต่งกายสุภาพ ปิดไหล่และเข่า เพราะยังเป็นโบสถ์ที่ใช้ประกอบพิธีจริง
- ถามที่โบสถ์ว่าวันนั้นเปิดให้ขึ้นหอระฆังไหม เพราะเปิดไม่ทุกวัน
- เลี่ยงช่วงมิสซาวันอาทิตย์เช้า ถ้าอยากเดินชมอย่างเป็นส่วนตัว
#3 โรงหนังอิมเปโร · Cinema Impero
Cinema Impero สร้างปี 1937 เป็นโรงหนังสไตล์อาร์ตเดโคที่สวยและสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก หน้าตึกมีไฟกลมเรียงสามแถวเป็นเอกลักษณ์ และยังคงสภาพเดิมเกือบทั้งหมด เดินผ่านแล้วเหมือนหลุดเข้าไปในยุค 1930s ของอิตาลีจริง ๆ ภายในมีที่นั่งเก่าและเวทีดั้งเดิม บางช่วงยังเปิดฉายหนัง ทิปตรง ๆ คือบางครั้งภายในไม่เปิดให้เข้าชม ขึ้นกับวันและพนักงาน ถ้าอยากเข้าใน ลองถามพนักงานหน้าตึกแบบสุภาพ บางทีเขายินดีพาเดินชม การถ่ายด้านหน้าตึกตอนเย็นที่ไฟติดจะสวยมาก เป็นจุดถ่ายรูปคลาสสิกของเมืองนี้
- ถามพนักงานหน้าโรงว่าวันนั้นเปิดให้เข้าชมด้านในไหม เพราะไม่เปิดทุกวัน
- มาถ่ายตอนหัวค่ำที่ป้ายไฟติด จะได้ภาพอาร์ตเดโคที่สวยที่สุด
- ให้ทิปเล็กน้อยถ้าพนักงานพาเดินชมด้านใน ถือเป็นมารยาทที่ดี
#4 มหาวิหารเอ็นดา มารีอัม · Enda Mariam Cathedral
นี่คือมหาวิหารหลักของคริสตจักรออร์โธดอกซ์เอริเทรีย ตัวอาคารผสมสไตล์โมเดิร์นอิตาลีกับลวดลายท้องถิ่นได้อย่างลงตัว มีหอคู่ขนาบสองข้างและลานกว้างด้านหน้า บรรยากาศต่างจากโบสถ์คาทอลิกชัดเจน เพราะที่นี่คือศูนย์กลางศรัทธาของชาวเอริเทรียส่วนใหญ่ ช่วงเช้าจะเห็นคนท้องถิ่นห่มผ้าขาวมาสวดมนต์ เป็นภาพที่งดงามและจริงใจมาก ทิปสำคัญคือเคารพผู้มาสวดมนต์ ไม่จ่อกล้องถ่ายหน้าคน ถอดรองเท้าถ้าต้องเข้าในเขตศักดิ์สิทธิ์ และถ้าตรงวันสำคัญทางศาสนาจะมีคนเยอะมาก ควรไปเช้าตรู่จะได้บรรยากาศที่สงบและภาพที่สวย
- ถอดรองเท้าและแต่งกายสุภาพหากเข้าในเขตศักดิ์สิทธิ์
- ขออนุญาตก่อนถ่ายภาพคนกำลังสวดมนต์ ถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อน
- เช้าตรู่เป็นช่วงที่บรรยากาศศรัทธาเข้มข้นและคนยังไม่แน่น
#5 มัสยิดใหญ่แห่งอัสมารา · Great Mosque of Asmara
มัสยิดใหญ่แห่งอัสมารา หรือที่คนเรียก Al Khulafa Al Rashidin เป็นศาสนสถานหลักของชาวมุสลิมในเอริเทรีย สร้างยุคอาณานิคมอิตาลีโดยผสมสไตล์โรมัน คลาสสิก และอิสลามเข้าด้วยกัน มีหอคอยทรงสูงและจัตุรัสกว้างด้านหน้าที่กลายเป็นจุดนัดพบของคนเมือง ตั้งอยู่ติดตลาดมีหลังคาพอดี เลยเดินต่อไปช้อปปิ้งได้สบาย จุดนี้สะท้อนว่าอัสมาราเป็นเมืองที่คริสต์กับมุสลิมอยู่ร่วมกันอย่างสงบ ทิปคือนักท่องเที่ยวที่ไม่ใช่มุสลิมมักชมได้แค่ด้านนอกและลานหน้า ควรเคารพเวลาละหมาด แต่งกายสุภาพ และถ้าอยากเข้าด้านในควรถามเจ้าหน้าที่อย่างนอบน้อมก่อนเสมอ
- แต่งกายสุภาพและเคารพเวลาละหมาด ห้าเวลาต่อวัน
- ผู้ที่ไม่ใช่มุสลิมมักชมได้เฉพาะภายนอกและลานหน้า ควรถามก่อนเข้า
- เดินต่อไปตลาดข้าง ๆ ได้เลย เพราะอยู่ติดกันพอดี
#6 พิพิธภัณฑ์แห่งชาติเอริเทรีย · National Museum of Eritrea
อยากเข้าใจรากเหง้าของเอริเทรียในที่เดียว ที่นี่คือคำตอบ พิพิธภัณฑ์แห่งชาติเก็บโบราณวัตถุตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ อารยธรรมโบราณริมทะเลแดง ไปจนข้าวของยุคสงครามประกาศอิสรภาพ มีทั้งเครื่องมือหิน เครื่องประดับ และนิทรรศการชาติพันธุ์ของ 9 กลุ่มชนในประเทศ แม้สเกลจะไม่ใหญ่เท่าพิพิธภัณฑ์ยุโรป แต่ของจัดแสดงจริงและช่วยปูพื้นก่อนไปเที่ยวจุดอื่นได้ดีมาก ทิปตรง ๆ คือเวลาเปิดทำการไม่แน่นอน บางช่วงปิดปรับปรุง ควรเช็กกับโรงแรมหรือไกด์ก่อนไป และบางห้องอาจไม่ให้ถ่ายรูป ให้ถามเจ้าหน้าที่ก่อนทุกครั้งเพื่อความสบายใจ
- เช็กเวลาเปิดทำการล่วงหน้ากับโรงแรมหรือไกด์ เพราะเปลี่ยนบ่อย
- ถามก่อนถ่ายรูปในแต่ละห้อง บางส่วนห้ามถ่าย
- มาที่นี่ช่วงต้นทริปเพื่อปูพื้นประวัติศาสตร์ก่อนเที่ยวจุดอื่น
#7 รถไฟสายเอริเทรีย · Eritrean Railway
รถไฟสายนี้สร้างสมัยอิตาลี เป็นทางรถไฟรางแคบที่ไต่ภูเขาจากอัสมาราลงไปยังเมืองท่ามัสซาวาริมทะเลแดง ไฮไลต์คือหัวรถจักรไอน้ำโบราณที่ยังวิ่งได้จริง บางช่วงเปิดให้เช่าเหมาขบวนแบบทัวร์ วิ่งจากอัสมาราไปอาร์บาโรบาแล้วกลับ ผ่านอุโมงค์และสะพานเก่าบนหุบเขาที่วิวสวยมาก เป็นประสบการณ์ย้อนยุคที่หาไม่ได้ง่าย ๆ ทิปสำคัญคือรถไฟไอน้ำ ไม่ได้วิ่งทุกวัน ส่วนใหญ่ต้องจองเหมาขบวนล่วงหน้าผ่านบริษัททัวร์หรือไกด์ และราคาค่อนข้างสูงเพราะต้องจ้างทั้งขบวน เหมาะกับกรุ๊ปที่หารกันมากกว่าไปคนเดียว
- รถไฟไอน้ำต้องจองเหมาขบวนล่วงหน้า ไม่มีวิ่งประจำทุกวัน
- ไปเป็นกลุ่มเพื่อหารค่าเหมาขบวน เพราะราคาต่อหัวจะถูกลงมาก
- พกแจ็กเก็ตเพราะบนเส้นทางภูเขาอากาศเย็นและลมแรง
#8 สุสานรถถัง · Tank Graveyard
นี่คือหนึ่งในจุดที่กระทบใจที่สุดของอัสมารา ลานกว้างที่กองซากรถถัง ยานเกราะ และรถบรรทุกหลายร้อยคันที่เหลือจากสงครามประกาศอิสรภาพ 1961-1991 บางคันบิดงอ บางคันยังเห็นรูกระสุน เป็นอนุสรณ์เงียบ ๆ ที่เตือนว่ากว่าเอริเทรียจะเป็นอิสระต้องแลกด้วยอะไรมาบ้าง สำหรับคนท้องถิ่นที่นี่คือสัญลักษณ์ความภาคภูมิและการรำลึกถึงผู้เสียสละ ทิปสำคัญมากคือต้องขอใบอนุญาตถ่ายภาพ/เข้าชม (ราว 50 นัคฟา) และบางช่วงห้ามถ่ายรูปเด็ดขาดเพราะถือเป็นพื้นที่อ่อนไหวด้านความมั่นคง ควรไปกับไกด์ท้องถิ่นเพื่อความปลอดภัยและไม่ผิดกฎ
- ต้องขอใบอนุญาตเข้าชมและถ่ายภาพก่อน ราคาราว 50 นัคฟา
- ไปกับไกด์ท้องถิ่นเสมอ เพราะกฎการถ่ายภาพเข้มงวดและเปลี่ยนได้
- สวมรองเท้าปิดและระวังเหล็กแหลม เพราะเป็นลานซากโลหะ
#9 ตลาดเมเดบาร์ · Medebar Market
เมเดบาร์คือตลาดรีไซเคิลและย่านช่างโลหะของอัสมารา เดินเข้าไปจะเจอเวิร์กช็อปเล็ก ๆ เรียงกันเป็นซอย ช่างฝีมือเอาเศษโลหะ ถังเก่า เหล็กจากรถและอาวุธสงครามมาตีดัดให้กลายเป็นของใช้ใหม่ ทั้งเตา ถัง ภาชนะ และงานศิลปะ เสียงค้อนตีโลหะดังก้องทั้งย่าน เป็นภาพความสร้างสรรค์จากความขาดแคลนที่น่าทึ่งและจริงใจมาก เป็นจุดที่เห็นชีวิตคนเมืองแบบไม่ปรุงแต่ง ทิปคือควรไปช่วงเช้าก่อนเที่ยงที่คนคึกคักและพื้นไม่เฉอะแฉะ ขออนุญาตก่อนถ่ายช่างทำงานทุกครั้ง และระวังของแหลมคมกับสะเก็ดไฟจากการเชื่อมโลหะ
- ไปช่วงเช้าก่อนเที่ยง เพราะคึกคักที่สุดและร้านปิดราวห้าโมงเย็น
- ขออนุญาตก่อนถ่ายช่างทำงาน ส่วนใหญ่ใจดีถ้าทักทายก่อน
- ระวังของมีคมและสะเก็ดไฟจากงานเชื่อม สวมรองเท้าปิด
#10 ถนนฮาร์เนต · Harnet Avenue
ถ้าจะรู้จักอัสมาราจริง ๆ ต้องมาเดินถนนฮาร์เนต เส้นหลักของเมืองที่มีต้นปาล์มเรียงสองข้าง อาคารอิตาลีเก่าสง่างาม และคาเฟ่ที่เปิดมาตั้งแต่ยุคอาณานิคม ช่วงเย็นคนท้องถิ่นจะออกมาเดินเล่นที่เรียกว่า passeggiata แบบอิตาลีแท้ ๆ จิบมัคคิอาโต ทักทายกัน บรรยากาศอบอุ่นและปลอดภัยจนน่าแปลกใจ นี่ไม่ใช่จุดที่ต้องรีบ แต่เป็นที่ที่ปล่อยให้เวลาช้าลงแล้วซึมซับเสน่ห์เมือง ทิปคือนั่งคาเฟ่เก่าอย่าง Bar Vittoria หรือร้านริมถนนสักร้าน สั่งกาแฟแล้วดูคนเดินผ่าน เป็นประสบการณ์ที่ดีที่สุดของอัสมารา และอย่าลืมว่าห้ามถ่ายอาคารราชการบางหลังบนถนนนี้
- มาเดินช่วงเย็นเพื่อสัมผัส passeggiata ของคนท้องถิ่น
- นั่งคาเฟ่เก่าสั่งมัคคิอาโต กาแฟที่นี่ถูกและอร่อยมาก
- เลี่ยงการถ่ายอาคารราชการหรือทหารบนถนนสายนี้
เที่ยว 10 จุดนี้ — พักย่านไหนดีในอัสมารา?
เลือกที่พักทำเลดี = เที่ยวสะดวก ประหยัดเวลาเดินทาง ทีมเราคัดโรงแรมจริงเรตติ้งสูงในอัสมารา ให้แล้ว พร้อมเทียบราคา Agoda · Booking · Trip.com ในคลิกเดียว
Albergo Italia
ลิงก์จองเป็นลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม รายละเอียด
Sunshine Hotel Asmara
ลิงก์จองเป็นลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม รายละเอียด
Asmara Palace Hotel
ลิงก์จองเป็นลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม รายละเอียด
Crystal Hotel Asmara
ลิงก์จองเป็นลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม รายละเอียด
ทัวร์ ตั๋วเข้าชม & กิจกรรมในอัสมารา
ทัวร์รายวัน ตั๋วเข้าชม และของจำเป็นสำหรับทริป Asmara — จองล่วงหน้าบน Klook รับ e-ticket ในมือถือ
ลิงก์พันธมิตร — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นโดยคุณไม่จ่ายเพิ่ม
สรุปก่อนเก็บกระเป๋า
อัสมาราไม่ใช่เมืองที่ต้องรีบ — เสน่ห์ของมันอยู่ที่การค่อย ๆ เดิน จิบมัคคิอาโตในคาเฟ่เก่า แล้วปล่อยให้สถาปัตยกรรมอายุเกือบร้อยปีค่อย ๆ เล่าเรื่อง ทริปนี้ต้องวีซ่าและพีร์มิตเดินทางในประเทศ วางแผนล่วงหน้าให้ดี แล้วคุณจะได้เจอหนึ่งในเมืองที่มีเอกลักษณ์ที่สุดในแอฟริกา